หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วพวกเราดันไปเจอกับยัยแม่ทัพหัวแดงนั่นมาป่วนขณะที่ผมกับเฟอร์กำลังจะกลับกันนั้นดูเหมือนว่าคลูสจะสั่งห้ามขั้นเด็ดขาด ไม่ให้ลิซ่าพาใครคนอื่นที่เ้าตัวไม่ได้อนุญาตเข้ามาในเขตนี้หากไม่ใช่บรรณารักษ์หรือพนักงานในหอสมุด
“นี่นาธาน เฟอร์วันนี้พวกนายค้างที่นี่ได้ม่ะ?” คลูสถามขึ้นมากลางวงสนทนาในขณะที่พวกเรานั้นกำลังนั่งกินเค้กที่ผมเอามาอยู่ใน่เวลาน้ำชายามบ่าย
“มีอะไรงั้นหรอครับคลูส?”
“นั่นสิปกติคนอย่างเ้าไม่น่าจะเอ่ยปากชวนพวกเรามาค้างด้วยนี่?” ผมกับเฟอร์เองก็สงสัยเหมือนๆกันกับคำชวนที่โพล่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยของคนขี้รำคาญแบบคลูสเนี่ย?
“ไอที่ชั้นชวนพวกนายมาค้างน่ะมันมีเหตุผลอยู่สามข้อนั่นละ” เ้าตัวพูดก่อนจะตัดชิ้นเค้กเข้าปากไปอีกชิ้น
“ทางเ้าเฟอร์น่ะชั้นว่าคงไม่มีอะไรหรอกมั้งนอกจากยัยจักรพรรดินีนั่นจับตาดูพฤติกรรมของนายที่่นี้ออกมาหาชั้นบ่อยเป็พิเศษแต่ของทางนาธานเนี่ยสิ น่าจะมีปัญหาของจริง” คลูสพูดพร้อมกับเอาส้อมชี้หน้าผมห่ะ? ผมเนี่ยนะ?
“แกไม่รู้สึกเลยเรอะว่า่นี้โดนอดีตคู่หมั้นตัวเองตาม”ถ้าว่างั้นผมก็รู้สึกแล...จะเรียกว่ารู้สึกก็ไม่เชิงใช้คำว่าเห็นกันโต้งๆเลยละกันนะ เพราะหนึ่งสัปดาห์มานี้ยัยนั่นเล่นแอบตามผมไปแทบทุกที่แต่ไม่เนียนเลยแม้แต่น้อย แถมสร้างความสยองขวัญให้ผมได้พอสมควรเลยละ
คนบ้าอะไรจะมาหาเพื่อนทุกวี่ทุกวันแถมอยู่เกือบจะตลอดเวลายันเย็นฟ่ะ! เวลาผมจะออกไปข้างนอกมีทำมาไปส่งแต่แอบตามผมทุกฝีเก้าเลยเนี่ยนะ!สยองเฟ๊ย!
“ก็...ประมาณนั้นละครับ”ผมตอบพลางยิ้มแห้งๆ
“แต่ว่านะคลูสทางนาธานอาจจะง่ายหน่อยถ้ามาพักกับเ้า แต่ของเรามันจะกลายเป็เื่ยุ่งยากเอานะ”เฟอร์กล่าวเช่นนั้น แต่ก็อย่างที่เฟอร์บอกนั่นละ สำหรับผมถ้ามาพักกับเ้าคลูส ผมจะเคลื่อนไหวสะดวกเป็อย่างมากเพราะดูท่ายัยนั่นจะไม่ค่อยเฉียดมาดูผมเวลาผมมาแถวๆหอสมุดซะเท่าไหร่
แต่ผิดกับทางเฟอร์ที่ดูเหมือนว่าจะถูกหลายๆฝ่ายจับตามองอยู่เป็พิเศษเนื่องจากเ้าตัวนั้นมาเข้าพบคลูสที่เป็หนึ่งในขุมอำนาจที่เป็กลางรวมไปถึงคลูสเองก็ยอมให้เฟอร์นั้นเข้าพบได้ ผิดกับคนอื่นๆที่ไม่ว่าจะขอเข้าพบเท่าไหร่เ้าแว่นก็ปฏิเสธอยู่ร่ำไป ขนาดจักรพรรดินีจะมาพบยังโดนไอบ้านี่ปฏิเสธเลย ซึ่งถ้าหากเฟอร์ค้างที่หอสมุดเมื่อไหร่ละก็ขุมอำนาจอื่นๆคงได้มีมาตรการระวังภัยกันแหงๆ
“โฮ่ย~เื่นั้นไม่ต้องห่วงน่า~ เอ้า! เอานี่ไปดูซะ” สิ้นคำเ้าตัวก็ยืนกระดาษเอสี่ที่มีรูปของสถานที่หนึ่งที่ถ่ายจากบนฟ้ามาให้ผมกับเฟอร์ดู
“สถานที่ในรูปนี่มันทำไมรึคลูส?”เฟอร์จ้องรูปนั้นอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่แค่เฟอร์หรอกผมเองก็ไม่เข้าใจเช่นกันว่าคนตรงหน้าเอารูปนี้มาให้ผมดูทำไม...แต่เดี๋ยวนะ...ทำไมการออกแบบมันคุ้นๆจังฟ่ะ...เฮ้ย!อย่าบอกนะว่า!?
“โฮ่ดูท่านายจะรู้ก่อนคนที่อยู่ที่นั้นอีกแฮะนาธาน ตามที่นายคิดนั่นละ” สิ้นคำของคลูส เฟอร์ก็ทำหน้าเหมือนจะตรัสรู้บางอย่างเข้า ดูเหมือนท่านดยุคของเราเองก็จะตามทันแล้วสินะ
“ก็อย่างที่พวกนายคิดนั่นละรูปนี่เป็ภาพถ่ายบริเวณพระราชวังจากบนท้องฟ้า ส่วนนี่ตำหนักล่องลมของแก” ว่าแล้วเ้าของภาพก็ชี้ไปที่จุดๆหนึ่งที่มีคฤหาสน์เล็กๆตั้งอยู่ก่อนจะชี้ไปที่อีกจุดหนึ่งที่ตั้งติดอยู่กับกำแพงของคฤหาสน์หลังนั้น
“ส่วนนี่หอสมุด”
“หา!?!?!?”ผมกับคนข้างตัวหลุดเสียงออกมาทันทีที่นายแว่นพูดจบไหงมันไปตั้งอยู่ติดกันได้ละเนี่ย!?!?!?!? คิดเช่นนั้น ผมก้หันไปหาเฟอร์ทันทีแต่อีกฝ่ายเองก็ส่ายหน้าปฏิเสธว่าไม่รู้เื่เช่นกันจึงได้หันกลับมามองหน้าคนที่เอารูปถ่ายมาให้ดู
“ไหงเราไม่เคยรู้มาก่อนเลยล่ะ...”
“ก็คงจะรู้หรอกไอจุดที่ติดกับนายดันเป็ข้างหลังหอสมุดนี่หว่ามันเคยมีใครที่ไหนได้เห็นด้านหลังหอสมุดด้วยหรือไง?” สิ้นคำตอบของเ้าของภาพอย่างคลูสผมกับดยุคหนุ่มก็ถึงกับใบรับประทานกันไป
“ว่าแต่คุณเอารูปนี้มาจากไหนล่ะครับคลูสในโลกนี้มันไม่น่าจะถ่ายอะไรแบบนี้ได้นี่ ไหนจะเ้ากระดาษเอสี่นี่อีก” ผมถามพร้อมกับหยิบกระดาษขึ้นมาประกอบการถามอีกฝ่าย
“ถามอะไรแปลกๆก็ใช้โดรนน่ะสิ ส่วนไอรูปนั่นชั้นก็ใช้ปริ๊นเตอร์ในบ้านที่มันติดมาด้วยนั่นแหละ”เ้าตัวตอบพร้อมกับทำหน้าเหนือกว่า
“แล้วเื่ไฟฟ้าล่ะครับคลูส...”ผมถามต่อถึงปัจจัยหลักของไอของพวกนั้น...คงจะไม่ได้จะบอกหรอกนะว่านายสร้างเครื่องปั่นไฟเองน่ะเพื่อน...
“บ้านชั้นมันมันเป็บ้านพักตากอากาศน่ะเลยมีเครื่องปั่นไฟด้วยพลังงานดีเซลอยู่” สิ้นคำของหนุ่มแว่นที่ยกยิ้มชื่นชมความพร้อมของตนก่อนจะโดนวาปมาเฟอร์กับผมก็ถอนหายใจด้วยความเซ็งจิต ทำไมมันสะดวกสบายกว่าพวกผมจังว๊าาาาา...
“ถึงกำแพงหอสมุดกับตำหนักเรามันจะใกล้กันก็เถอะแต่เ้าจะให้เราะโข้ามกำแพงมาหรือไงท่านผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์?” เฟอร์ถามพร้อมกับเรียกอีกฝ่ายด้วยตำแหน่งเต็มยศด้วยความประชดประชัน
“จะบ้ารึไงถ้าแกคิดจะปีนกำแพงก็ปีนไปคนเดียวเหอะเฟอร์ พอดีชั้นไปค้นเอกสารเล่นๆแล้วไปเจอแปลนของพระราชวังมาต่างหากเฟ๊ย!”ว่าแล้วเ้าตัวก็หยิบปากกามาวงกลมจุดๆหนึ่งที่อยู่ระหว่างกำแพงของตำหนักล่องลมและหอสมุดลิเทียร์
“ไอจุดที่ชั้นวงไปเนี่ยมันมีทางลับอยู่ เห็นว่าสร้างมาั้แ่ตอนที่เริ่มสร้างปราสาทนี้แล้วมั้งนะตามเอกสารที่ชั้นได้มามันยืนยันได้แบบนั้นล่ะ”
“แล้วไหงเ้ามั่นใจล่ะว่าทางลับแบบนั้นองค์จักรพรรดินีจะไม่รู้น่ะ....”
“จะไปรู้เรอะ”คำตอบที่แสนสิ้นคิดดังออกมาจากปากของผู้ที่เป็ถึงผู้ดูแลหอสมุดที่รวบรวมความรู้ของอาณาจักรเอาไว้จนผมกับเฟอร์ถึงกับกุมขมับซึ่งดูเหมือนว่ามันจะสร้างเสียงหัวเราะให้กับคลูสได้พอดูเชียว
“ล้อเล่นน่าฮ่าๆๆๆๆๆๆ! นายคิดหรอว่าทางลับแบบนั้นมันจะมีคนเฝ้าอ่ะเอ้านี่! นี่เป็วิธีการเปิดทางลับมาที่หอสมุดนี่ถึงชั้นจะไม่รู้ว่าคนสร้างสร้างไว้ทำไมก็เถอะ แต่ใช้ได้ก็ต้องใช้ล่ะนะ” ว่าแล้วเ้าตัวก็โยนวิธีการเปิดทางลับมาให้เฟอร์แล้วจ้องพวกผมทั้งสองด้วยสายตาจริงจัง
“ส่วนไอเหตุผลข้อที่สองและสามชั้นจะบอกอีกทีตอนพวกนายจัดการหนีมาค้างที่นี้ละกัน เอาละ! แยกย้ายกันไปจัดการเื่ของตัวเองกันได้แล้วไป๊!” ทันทีที่เ้าของสถานที่ทำการไล่ผมและเฟอร์ให้กลับไปเตรียมตัวผมกับดยุคหนุ่มจึงถอนหายใจ แล้วมองหน้ากันอย่างปลงตก ก่อนจะออกจากห้องกลับไปยังที่ของตน เพื่อจัดการเื่ให้เรียบร้อย
แต่ดูเหมือนว่าผมจะมาถึงก่อนแฮะ...
ผมที่ข้างตัวมีเป้ที่บรรจุเสื้อผ้าเอาไว้หลายตัวนั่งรออยู่ในห้องรับรองห้องเดิมเวลาในตู้นาฬิกาที่ตั้งอยู่ในห้องแสดงเวลาหกโมงเย็นกว่าๆทางฝ่ายคลูสที่เป็เ้าของสถานที่และเฟอร์ที่อยู่ใกล้กว่าผมก็ยังไม่มาถึงสักทีปั๊ดกินแยมโรลที่อุตส่าห์ทำมาให้หมดเลยนี่...แต่ดูเหมือนว่าความคิดชั่วร้ายของผมจะไม่ได้บังเกิดซะแล้วแฮะเพราะสองคนนั้นดันเปิดประตูห้องเข้ามาด้วยสภาพที่มีฝุ่นเต็มตัวน่ะสิ
“เหมือนชั้นจะได้ว่ามีคนบอกว่าจะกินอะไรคนเดียวโดยไม่คิดจะรอพวกชั้นนะนาธาน?”นี่นายเป็นิวไ*ป์หรือไงฟ่ะครับคุณเพื่อน!?
“หูแว่วน่ะครับคลูส...แล้วไหงพวกคุณสองถึงได้ตัวมอมแมมขนาดนั้นกันละครับ?ยังกะไปมุดโพรงอะไรมาเลย?” ผมถามกลบเกลื่อนแต่สภาพของทั้งคู่นี่เรียกได้ว่ามอมแมมยังกะไปติดถ้ำมางั้นแหละ แต่แถวนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรแบบนั้นซะด้วยสิ
“เหอะ!ก็ไม่ใช่โพรงที่ไหนหรอก! ไอทางลับเวรนั่นน่ะแหละ!”คลูสตอบพร้อมท่าทางหัวเสีย จนผมได้แต่ทำหน้าเหลอหลาไม่เข้าใจ
“พอดีในทางลับนั่นมันเต็มไปด้วยกับดักน่ะครับ...”ห่ะ!? แล้วไหงไปเจออะไรแบบนั้นกันได้ละนั่น?ถ้าเฟอร์คนเดียวผมก็ยังพอจะเข้าใจล่ะนะ แต่ไหงคลูสถึงได้ไปด้วยต่างหากล่ะ?
“เื่นั้นช่างมันเหอะว่าแต่ฝั่งทางแกจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมนาธาน?” คลูสเปลี่ยนหัวข้อการสนทนาด้ยความหงุดหงิดก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ของตน
“ไม่มีปัญหาครับทางฝั่งผมน่ะจัดการง่ายอยู่แล้วล่ะครับ” ยกเว้นพี่อเล็กซ่าไว้คนละกัน...หล่อนเล่นจับคอเสื้อผมเขย่าซะผมนึกว่าตัวเองอยู่ในเครื่องปั่นเลยแน่ะกว่าจะสงบลงได้นี่ผมต้องเอาของหวานมาล่อตั้งหลายอย่าง
“อ้อแล้วก็เฟอร์ครับ ขอบคุณเื่ที่ให้คนของคุณช่วยเบี่ยงเบนสายของยัยนั่นด้วยนะครับ”
“เรายังไม่ได้ส่งใครไปเลยนะนาธาน?แล้วเื่ที่เ้าโดนสายของแม่ทัพอัลคอร์ตตาม เราก็พึ่งจะรู้จากปากของเ้าเองนะ”เฟอร์บอกก่อนจะหย่อนตัวลงไปนั่งเก้าอี้ประจำของตัวเองพอดีตอนผมกลับไปเคลียร์ธุระของตัวเองที่คฤหาสน์เมลฟอร์ดจนเสร็จขากลับผมโดนพวกอัศวินที่น่าจะอยู่ในสังกัดของยัยแม่ทัพบ้านั่นตามน่ะครับ
เลยพยายามจะสลัดพวกนั้นด้วยการเดินมุดซอยไปมาจนแทบจะทั่วเมืองหลวงอยู่แล้วแต่ก็ได้คนของใครไม่ทราบมาช่วยดึงความสนใจอีกฝ่ายเอาไว้ก็นึกว่าจะเป็คนของเฟอร์ซะอีก? สรุปใครช่วยผมกันไว้ฟ่ะ?
“ถ้าอย่างงั้นก็ช่างเื่ของผมไปก่อนละกันครับเพราะถ้าไม่ใช่เฟอร์ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันแล้วว่าใครเป็คนส่งคนมาช่วยผมไว้แล้วเหตุผลข้อที่สองคืออะไรหรอครับคลูส?” ผมปัดเื่ของผมเองออกจากหัวข้อการสนทนาแล้วหันไปเพ่งเล็งเหตุผลข้อสองที่คลูสบอกว่าจะบอกพวกผมเมื่อมาค้างที่หอสมุดเป็เพื่อนมัน
“ก็ได้ๆพวกแกสองคนมีปัญหากับผู้มีสิทธิฯลำดับที่3 มาร์ควิสนิโคลัส แชมเชียร์สินะ” ผู้ดูแลหอสมุดหนุ่มพูดพร้อมกับแสยะยิ้มให้กับพวกผมทั้งสองที่สีหน้าเปลี่ยนไปจากเดิม
“เฮ้ๆๆๆๆ!ชั้นไม่ใช่ศัตรูของพวกนายหรอกน่าไอเวรนั่นมันก็มีปัญหากับชั้นเหมือนกัน” คลูสรีบออกตัวก่อน เหมือนกลัวว่าพวกผมจะเข้าใจอีกฝ่ายผิดแต่ก็ดีเหมือนกันนั่นละครับที่คลูสไม่ใช่ศัตรูของผม แต่ไม่น่าเชื่อว่าพวกผู้มีสิทธิฯจะเริ่มากันแล้วแบบนี้
“ถ้าทางนาธานน่ะก็ไม่น่าแปลกใจหรอกนะคลูสที่จะมีปัญหากับคนสั่งเก็บตัวเองน่ะแต่เ้าเองก็โดนด้วยรึ?” เฟอร์ถามอย่างไม่แน่ใจนักเพราะปกติแล้ว เหล่าขุนนางมักจะไม่กล้ามีปัญหากับคนของหอสมุดเท่าไหร่
“ก็ไอเวรนั่นเล่นส่งคนแฝงตัวเข้ามาในหอสมุดน่ะสินึกว่าชั้นจะจับไม่ได้เรอะ! แต่ชั้นสั่งเก็บไอพวกเวรนั่นไปละ”คลูสบอกก่อนจะถอนหายใจ ก่อนจะหันหน้ามามองผม
“ว่าแต่นาธานทำไมนายถึงดูเร่งรีบจะคุยกับชั้นและเฟอร์ถึงเื่ของไอเวรนั่นนักละ?”
“หมอนั่นมันจีบพี่สาวผมน่ะสิ...แถมดูเหมือนว่าพ่อกับพี่ชายผมคิดจะเข้าร่วมกับอีกฝ่ายด้วยก็เลยคิดว่าจะมาปรึกษาเื่นี้กับพวกนายซะหน่อยน่ะ” ผมบอกทั้งคู่ไป
“ก็เข้าใจได้ละนะทางเราเองก็คิดจะมาคุยกับพวกเ้าเช่นกันเพราะว่าเราก็้าพรรคพวกมาชนกับมาร์ควิสแชมเชียร์เสียด้วย” สิ้นคำของเฟอร์ ผมก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ จึงหันหน้าไปมองคนที่พูดเมื่อครู่
“เอ้อแล้วคุณจะเอาอำนาจที่ไหนไปคานหมอนั่นล่ะครับ?” ผมถามดยุคหนุ่มด้วยความสงสัยเพราะดูเหมือนว่าเขาจะเล็งได้แล้วว่าจะเอาอำนาจที่ไหนมาคานกับไอเวรไฟแรงแบบไอบ้านั่น
“หืม?เราก็ว่าจะยืมอำนาจของหอสมุดที่ใหญ่คับฟ้าไง”
“ชั้นไม่ให้ยืมโว๊ยยยยยยย!”คลูสรีบปฏิเสธเสียงแข็งทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ
“ฮ่ะๆๆๆๆเอาน่าคลูส เราไม่ขอเ้าในเร็วๆนี้หรอกนะ แล้วเหตุผลข้อที่สามล่ะ?” เ้าตัวหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะถามคลูสที่เบ้ปากด้วยรอยยิ้ม
“ชิ! ถ้างั้นชั้นจะถือซะว่าการที่นายขอความช่วยเหลือจากชั้นมันเป็ค่าตอบแทนที่ชั้นจะขอให้พวกนายสองคนช่วยน่ะ”คลูสผ่อนลมหายใจ ก่อนจะพูดถึงเหตุผลข้อที่สาม
“ชั้น้าให้พวกนายมาช่วยชั้นสร้างเครื่องพิมพ์น่ะสิ”สิ้นคำของเ้าตัว ผมและเฟอร์ก็ทำหน้างงใส่อีกฝ่าย
“แล้วทำไมเ้าถึงอยากจะสร้างเครื่องพิมพ์ล่ะ?”ดยุคหนุ่มถามอีกฝ่าย ผมเองก็งงเช่นกัน
“ก็เพราะไอหนังสือที่เขียนๆกันมันอ่านไม่รู้เื่น่ะเซ่!”
“หา!?!?!?”ผมหลุดเสียงออกไปอย่างไม่คิดแม้แต่จะเก็บมันแม้แต่เล็กน้อยอยากทำเครื่องพิมพ์เพราะอ่านหนังสือที่เขาเขียนไม่รู้เื่เนี่ยนะ...เอาเถอะ...ก็สมเป็คลูสล่ะนะ...แต่ว่า...
“ผมยอมช่วยก็ได้ระครับคลูส...แต่ว่าผมเองก็มีสิ่งที่อยากจะทำเหมือนกัน แล้วคุณเองก็ยังไม่ให้ผมเลยด้วย” ผมบอกทั้งสองก่อนจะแสยะยิ้ม
“ว่าแต่แกจะทำอะไรละ?”คลูสถอนหายใจ ก่อนจะถามผมด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ
“เปิดคาเฟ่สิเพื่อน!”
“ห๊ะ?”เฟอร์สตั้นกินทันทีที่ผมพูดจบส่วนคลูสก็เอามือนวดขมับอย่างเหนื่อยใจ อะไรเล่า! ก็ชั้นอยากจะเปิดนี่ฟ่า
“เออๆ ก็ได้ๆชั้นจะช่วยแกทำก็ได้ฟ่ะ!” ดูเหมือนเ้าตัวจะยอมช่วยแฮะดีจริงๆ
“อ้อผมขอแรงเฟอร์หน่อยนะครับ เพราะผมเองก็้าให้คุณช่วยโปรโมตในวงชนชั้นสูงด้วยน่ะ”
“ก็ได้นะนาธานแต่เ้าเองก็ต้องช่วยเราเช่นกัน แถมงานนี้ทั้งเ้าทั้งเราเองก็ได้ผลประโยชน์กันทั้งคู่เสียด้วย”เฟอร์บอกผมพร้อมกับแสยะยิ้มบางเบา เล่นเอาผมขนลุกซู่เลยทีเดียว...
แต่เอาเถอะสรุปว่าพวกเรามีศัตรูคนเดียวกันสินะ...เฮ้อ...ดีจริงๆ
.............................................................................................................................................................
“มีข่าวมาแจ้งขอรับนายท่าน”ณ สถานที่แห่งหนึ่งข้ารับใช้หนุ่มเดินเข้ามาในห้องนอนของผู้เป็นายก่อนจะคุกเข่าลงทำความเคารพอีกฝ่าย
“มีอะไร!”ชายที่นอนกอดนางคณิกาสองนางอยู่บนเตียงถามคนที่เข้ามาด้วยความรำคาญ
“คนที่นายท่านสั่งให้จับตาดูมันมีความสัมพันธ์บางอย่างกับผู้ดูแลหอสมุดลิเทียร์และผู้มีสิทธิฯลำดับที่2ขอรับ”
“แกว่ายังไงนะ!แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน!?” ร่างหนาสมส่วนดีดตัวลุกขึ้นนั่งมองข้ารับใช้ที่ก้มหัวติดพื้น
“ขออภัยด้วยขอรับ...ขณะที่ติดตามมันหลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์เมลฟอร์ด...คนของเราก็ถูกใครบางคนป่วนจนไม่สามารถตามอีกฝ่ายได้ว่ามันไปที่ไหนขอรับ...”
เพล้ง!
“ว๊ายยยยยย!”
“ว่ายังไงนะ!?ทำไมพวกแกถึงได้สะเพร่าอย่างงี้ห๊ะ!? ตามหามันให้พบ!และสืบมาให้ได้ว่าพวกมันสามคนติดต่อกันทำไม! ไปได้แล้ว!”แก้วไวน์ถูกปาใส่เฉียดจากตัวข้ารับใช้ไปไม่ไกลนักชายหนุ่มสะบัดมือไล่คนของตนให้ออกไปด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวก่อนจะคว้าขวดไวน์ขึ้นมาดื่มดับอารมณ์
“ชิ!อะไรก็ตามที่ข้าอยากได้ข้าก็ต้องได้!อาณาจักรนี้จะต้องตกเป็นของข้า