ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 6 บทที่ 159 มือสังหารยังไม่ตาย


              “มีบาดเจ็บล้มตายไปอย่างไรบ้าง?” กู้จวิ้นเฉินถาม

              “ทหารยี่สิบนาย บาดเจ็บห้า ตายสามพ่ะย่ะค่ะ”

              “ดูแลสหายที่บาดเจ็บให้ดี สำหรับผู้ที่ตายไปหลังจากกลับไปถึงเมืองหลวงต้องดูแลคนในครอบครัวพวกเขาให้ดี คนอื่นๆ ให้ยกให้องครักษ์ของจวนฉีอ๋อง” กู้จวิ้นเฉินกล่าว

              “พ่ะย่ะค่ะ”

              ณ ห้องลับ

              องครักษ์จวนฉีอ๋องหามมือสังหารที่ถูกสังหารกลับมาถึงห้องลับ แต่ที่เหนือความคาดหมายก็คือ ภายในห้องลับยังได้มัดมือสังหารไว้อีกคนหนึ่ง แท้จริงแล้วผู้ที่จวิ้นอีคุมตัวกลับมาเมืองหลวงไม่ใช่มือสังหารตัวจริง แต่เป็นนักโทษแดนตายที่หามาจากจวนว่าการซีเป่ย และได้ตัดแขนของอีกฝ่ายข้างหนึ่ง ถอดคางของเขาออก ทำให้เขาพูดจาไม่ได้

              กู้จวิ้นเฉินเตะศพที่อยู่บนพื้น ถามมือสังหาร “ยังจะพูดอีกหรือไม่ว่าไม่กลัวตาย?”

              เขาถูกวางยา ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แม้กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะกัดลิ้นตนเองฆ่าตัวตายก็ไม่มี และในห้องลับล้วนเป็นองครักษ์ของจวนฉีอ๋อง สายตาหลายคู่ที่จับจ้องเขา ไม่ให้เขามีโอกาสเคลื่อนไหวใดๆ อย่าว่าแต่จะกัดลิ้นฆ่าตัวตายเลย

              “คำสารภาพของเจ้าเปิ่นหวางให้คนส่งไปยังเมืองหลวงแล้ว หากคำนวณวันเวลาก็น่าจะถึงแล้ว เจ้าลองพูดมาซิว่า คำสารภาพที่เปิ่นหวางส่งไปนั้นใช่ฉบับจริงหรือไม่? คำสารภาพของเจ้าบอกว่าเป็นองค์ชายใหญ่และเสนาบดีฉิน เปิ่นหวางอาจจะเปลี่ยนเป็นคนอื่นแล้วก็ได้” กู้จวิ้นเฉินกล่าว

              แววตาของมือสังหารทอประกายวาบครู่หนึ่ง

              “หากเสนาบดีฉินรู้ว่าคำสารภาพของเจ้าชี้ไปที่เขา เขาย่อมโหดเหี้ยมทารุณกว่าเปิ่นหวาง”

              “ท่าน...ท่านช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก”

              “เจ้าคิดให้ดี เปิ่นหวางจะไว้ชีวิตเจ้า ให้เจ้านายของเจ้าที่อยู่ในเมืองหลวงกินไม่ได้นอนไม่หลับ” พูดจบ กู้จวิ้นเฉินก็เดินออกไปจากห้องลับ

              ณ เมืองหลวง ห้องทรงพระอักษร

              เสนาบดีฉินยืนอยู่ที่นี่ เริ่มตั้งแต่ที่เขาได้เห็นสารฉบับนี้ เป็นเวลาเนิ่นนานแล้วก็ยังไม่ได้สติคืนมา มือสังหารถูกฆ่าไปแล้ว เป็นฝีมือของผู้ใดกัน? เช่นนั้นคำสารภาพของมือสังหารผู้นั้นถือเป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว ต่อให้เขาอยากจะกล่าวว่ามีคนเจตนาทำลายศพทำลายหลักฐาน แต่เขาพูดไม่ออกว่าคนผู้นั้นคือใคร

              “ฝ่าบาท” เสนาบดีฉินคุกเข่าลง ด้วยฝีปากของเขานั้นมีวาทศิลป์เป็นเลิศ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค้างคาในใจ ไม่สามารถแก้ต่างได้ แม้เขาจะรู้ว่าด้วยหลักฐานเพียงคำสารภาพผิดฝ่าบาทย่อมไม่สามารถทำอันใดกับเขา แต่เรื่องของมือสังหารฝ่าบาทบอกกล่าวเพียงเขาและองค์ชายใหญ่เท่านั้น เขาแน่ใจว่าฝ่าบาทรู้ว่าเขาไม่สังหารมือสังหารในเวลานี้แน่นอน ดังนั้นจึงคิดจะยกเรื่องนี้ให้เขาจัดการ แต่เวลานี้มือสังหารตายแล้ว ฝ่าบาทจะสงสัยว่าเขากำลังเดิมพันหรือไม่?

              ใจของฮ่องเต้นั้นยากแท้หยั่งถึง

              “เจิ้นจะให้กรมทั้งสามสอบสวน ระยะนี้...ลำบากเจ้าแล้ว” จ้าวหนิงฮ่องเต้กล่าว

              “เฉิน...น้อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”

              ในท้องพระโรงวันรุ่งขึ้น จ้าวหนิงฮ่องเต้ประกาศเรื่องคำสารภาพของมือสังหารและเรื่องเหนือความคาดหมายเกี่ยวกับการสังหารมือสังหาร เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั้งราชสำนักต่างตกตะลึง สายตาไม่อยากเชื่อคู่แล้วคู่เล่าต่างจดจ้องไปที่เสนาบดีฉิน เสนาบดีฉินตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยอึดอัดคับข้องใจมากมายเช่นนี้มาก่อน แต่วันนี้เขาลำบากใจเท่าใด เขาย่อมต้องทวงกลับคืนมาเท่านั้น เขาขอสาบาน

              “เรื่องนี้มอบให้ศาลต้าหลี่ กรมยุติธรรม และตุลาการสูงสุดทั้งสามส่วนร่วมกันสอบสวน เสนาบดีกรมกลาโหมหลายวันนี้...ก็พักผ่อนอยู่ในจวนไปก่อนเถิด”

              อำนาจทางทหารของกรมกลาโหม ถูกทำให้ว่างเปล่าได้โดยง่ายดาย รสชาติของการถูกสอบสวนโดยกรมทั้งสาม เสนาบดีฉินยอมรับการสอบสวน เช่นนั้นกรมกลาโหมจะให้ผู้ใดมาดูแลแทนเล่า?

              “เช่นนั้นเรื่องของกรมกลาโหมเล่าพ่ะย่ะค่ะ?” เสนาบดีกรมขุนนางกล่าวขึ้น

              ขุนนางทั้งหลายคิดในใจ เสนาบดีกรมขุนนางช่างโหดเหี้ยมดีแท้ เสนาบดีฉินเพิ่งจะถูกปลดออกจากอำนาจ เสนาบดีกรมขุนนางก็คิดจะฮุบตำแหน่งของเขาเสียแล้ว เสนาบดีฉินมองเสนาบดีกรมขุนนาง ยิ้มบางๆ ราวกับไม่ได้รับผลกระทบจากคำพูดของเขา

               “มอบให้รองเจ้ากรมทหารดูแลเถิด” จ้าวหนิงฮ่องเต้กล่าว

              รองเจ้ากรมทหารเป็นคนของเสนาบดีฉิน การกระทำเช่นนี้ของจ้าวหนิงฮ่องเต้ คือแสดงถึงความไว้วางใจที่มีต่อเสนาบดีฉินใช่หรือไม่? ชั่วพริบตา คนทั้งหมดก็พลันคิดไม่กระจ่างแจ้งอีกครา

              ณ จวนจงหย่งโหว

              หลายวันมานี้หลี่ลั่วหงุดหงิดยิ่งนัก เรื่องในราชสำนักนั้นเขารู้แล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นที่ซีเป่ยหลี่จงหมิงเขียนมาในสาร เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่ากู้จวิ้นเฉินอยู่ซีเป่ยจะเป็นอันตรายถึงเพียงนี้

              ด้วยเรื่องนี้ดูเหมือนว่าเสนาบดีฉินจะถูกกักตัวไว้ในจวนเสนาบดี แต่อำนาจที่แท้จริงของกรมกลาโหมยังคงอยู่ในมือของเสนาบดีฉิน ด้วยรองเจ้ากรมทหารเป็นคนของเสนาบดีฉิน เรื่องนี้ดูไปแล้วเหมือนกู้จวิ้นเฉินเป็นฝ่ายได้เปรียบ อย่างน้อยเวลานี้เสนาบดีฉินจะเอาตัวรอดยังเป็นเรื่องยาก

              แต่ในความเป็นจริงเล่า?

              หลี่ลั่วขมวดคิ้ว ไม่ว่าจะเป็นกู้จวิ้นเฉินหรือเสนาบดีฉิน ก็ราวกับว่าจะถูกผู้อื่นบีบเอาไว้ในกำมือทั้งสิ้น แล้วผู้ที่วางแผนการทั้งหมดคือใครกันเล่า?

              แต่ผู้ที่วางแผนการทั้งหมดจะเป็นใครนั้น ล้วนไม่ใช่เรื่องที่เด็กน้อยอายุหกขวบต้องไปสนใจ เขาอยู่ในจวนโหวจนรู้สึกทนไม่ไหวแล้ว หลี่ลั่วเดินออกจากห้อง

              “โหวเหฺยขอรับ?”

              “ไปจวนฉีอ๋อง”

              จวนฉีอ๋องสำหรับหลี่ลั่วแล้วนั้น ไม่แตกต่างกับการไปจวนโหว อีกทั้งด้วยจวนฉีอ๋องมีกู้จวิ้นเฉินเป็นนายเพียงคนเดียว ทำให้หลี่ลั่วยิ่งอิสระเสรี

              “เสี่ยวโหวเหฺย ท่านมาแล้ว รีบไปเตรียมของว่างที่เสี่ยวโหวเหฺยชอบกินเร็วเข้า เสี่ยวโหวเหฺยท่านกินอาหารเที่ยงมาแล้วหรือยังขอรับ? ให้ห้องครัวจัดเตรียมกับข้าวให้ท่านทานสักหน่อยดีหรือไม่” พ่อบ้านกู่เห็นหลี่ลั่ว ชัดเจนยิ่งนักว่าราวกับเห็นพระชายาของพวกเขา เป็นกันเองอย่างยิ่งยวด

              หลี่ลั่วพยักหน้า “ไปเตรียมมาสักหน่อยเถิด ส่งมาที่ห้องหนังสือ”

              “ขอรับ...ยังไม่รีบไปอีก” พ่อบ้านกู่รีบให้บ่าวไปแจ้ง ส่วนตนเองเดินเป็นเพื่อนหลี่ลั่ว “เสี่ยวโหวเหฺย จากที่นี่ไปเรือนซิงเฉินไม่ใกล้นะขอรับ ไม่สู้นั่งเกี้ยวดีหรือไม่?”

              “ไม่ต้อง ข้าจะเดินไปเอง หากท่านมีเรื่องต้องไปจัดการก็ไปเถิดไป” หลี่ลั่วโบกไม้โบกมือ ท่าทางไม่ใส่ใจ

              พ่อบ้านกู่รีบเอ่ยว่า “ไหนเลยจะมีเรื่องอันใดได้ ไม่มีขอรับ ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเสี่ยวโหวเหฺยขอรับ” ท่านอ๋องของพวกเขาได้กำชับเอาไว้อย่างดีก่อนออกเดินทาง ต้องปฏิบัติต่อโหวเหฺยเสมือนท่านอ๋อง พ่อบ้านกู่เป็นผู้ที่ปฏิบัติตามคำสั่งของท่านอ๋องของพวกเขาอย่างเคร่งครัด อีกทั้งหลี่ลั่วปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างมีมารยาทมาโดยตลอด ไม่ใช่ด้วยตนเองมีฐานะสูงศักดิ์แล้วจะดูถูกผู้อื่น

              “พ่อบ้านกู่ ท่านรู้จักวัสดุชนิดหนึ่งหรือไม่? เรียกว่า ‘เหล็กกล้า’ มันแข็งแกร่งกว่าเหล็ก ทว่าไม่ขึ้นสนิม” หลี่ลั่วถาม

              เหล็กกล้า มันคือออะไร? พ่อบ้านกู่ส่ายหน้า “บ่าวมิเคยได้ยินสิ่งของชนิดที่ว่านี้มาก่อนเลยขอรับ”

              หลี่ลั่วครุ่นคิด “จวนฉีอ๋องมีคลังอาวุธใช่หรือไม่? อย่างเช่นดาบ กระบี่ ประเภทนั้น”

              “มีขอรับ เสี่ยวโหวเหฺยอยากจะไปหรือไม่ขอรับ?”

              “อืม”

              “เชิญด้านนี้ขอรับ”

              พ่อบ้านกู่นำหลี่ลั่วไปถึงคลังอาวุธ คลังอาวุธของฉีอ๋องใหญ่มาก ด้านในมีอาวุธมากมาย กระบี่ทุกชนิด ดาบ หอก...หลี่ลั่วกวาดตามองไปรอบๆ ครั้งหนึ่ง ไม่มีเหล็กทังสเตน[1] ในยุคสมัยโบราณที่ล้าหลังเช่นนี้ไฉนเลยจะมีเหล็กทังสเตนได้เล่า? “พ่อบ้านกู่ จวนฉีอ๋องมีอาจารย์กองอาวุธของตนหรือไม่ขอรับ? อย่างเช่นผู้ที่ผลิตอาวุธได้?”

              “มีแน่นอนขอรับ” พ่อบ้านกู่กล่าว “อาวุธที่ผลิตออกจากมาจากจวนฉีอ๋องจะแกะสลักสัญลักษณ์ของจวนอ๋องไว้ขอรับ อย่าว่าแต่จวนอ๋องเลยขอรับ จวนองค์ชายใหญ่ จวนองค์ชายรอง...โดยทั่วไปหากเป็นคฤหาสน์ที่มีกำลังทหารเป็นของตนเองล้วนมีอาจารย์กองอาวุธของตนเองทั้งสิ้น แต่ต้องเป็นเรือนของภรรยาสายเอกระดับจวิ้นอ๋องขึ้นไปจึงจะมีได้ขอรับ”

              “ไป พาข้าไปที่อาจารย์กองอาวุธดูเสียหน่อย”

              อาจารย์กองอาวุธพักอาศัยอยู่ในจวนฉีอ๋องในจุดไกลตาคนที่สุด จวนฉีอ๋องไม่ได้ผลิตอาวุธมานานแล้ว ดังนั้นอาจารย์กองอาวุธจึงว่างงานอย่างยิ่ง แต่ต่อให้ว่างงาน ทว่ากฎเกณฑ์ในจวนฉีอ๋องนั้นเข้มงวดกวดขันอย่างยิ่งยวด ดังนั้นอาจารย์กองอาวุธจึงไม่กล้าอืดอาดยืดยาดแม้แต่น้อย

              จวนฉีอ๋องมีอาจารย์กองอาวุธทั้งหมดสามคน เมื่อเห็นพ่อบ้านกู่มาก็ต่างรีบลุกขึ้นต้อนรับ

              “คารวะพ่อบ้านกู่”

              พ่อบ้านกู่พยักหน้า “ท่านนี้คือเสี่ยวโหวเหฺย ว่าที่พระชายาฉีอ๋อง”

              แม้ที่พักของอาจารย์กองอาวุธจะอยู่ค่อนข้างไกล แต่เรื่องที่จงหย่งโหวหมั้นหมายกับฉีอ๋องนั้นพวกเขารู้ นี่เป็นเรื่องสำคัญเรื่องแรกในชีวิตของฉีอ๋องเลยทีเดียว

              “คารวะเสี่ยวโหวเหฺย”

              “ไม่ต้องมากพิธีรีตอง” หลี่ลั่วให้พวกเขาลุกขึ้น “ข้าอยากจะถามสักหน่อย ในยามปกติพวกท่านตีดาบล้วนใช้เหล็กใช่หรือไม่?”

              “ใช่ขอรับ” อาจารย์กองอาวุธตอบ

              “เช่นนั้น เมื่อนำเหล็กกลับมาถึงยังต้องทำการหลอมเหล็กหรือไม่?” หลี่ลั่วถามอีก

              “แน่นอนขอรับ เหล็กที่เพิ่งนำกลับมายังนำมาตีดาบไม่ได้ในทันที” อาจารย์อาวุธกล่าวเพิ่มอีก

              ดวงตาหลี่ลั่วเต็มไปด้วยความยินดี “วัสดุที่ใช้ในการหลอมเหล็กยังอยู่หรือไม่?”

              “อยู่ด้านในขอรับ เสี่ยวโหวเหฺยอยากจะดูหรือ?” แม้ไม่รู้ว่าเด็กน้อยผู้นี้ต้องการจะทำอันใด แต่เมื่อเห็นว่าพ่อบ้านกู่ไม่ได้ขัดขวาง เช่นนั้นคำถามเหล่านี้ที่เสี่ยวโหวเหฺยถาม แน่นอนแล้วว่าต้องการดู

              “อืม”

              หลี่ลั่วตามอาจารย์กองอาวุธเข้าไปในเรือน สถานที่ผลิตอาวุธย่อมแตกต่างจากสถานที่อื่น ภายในบรรยากาศอบอ้าวเล็กน้อย แต่สภาพอากาศในเดือนสองยังคงหนาวอยู่บ้าง ดังนั้นสภาพอบอ้าวนี้จึงยังอยู่ในขอบเขตที่รับไหว

              “วัสดุทั้งหมดล้วนอยู่ที่นี่แล้วขอรับ”

              เมื่อหลี่ลั่วมองไปยังวัสดุเหล่านั้นก็รู้ว่าสิ่งที่ตนเองต้องการสามารถสร้างออกมาได้แล้ว “ข้าอยากได้วัสดุชนิดหนึ่ง จำเป็นต้องรบกวนพวกท่านทำมันออกมา”

              อาจารย์กองอาวุธมองพ่อบ้านกู่

              พ่อบ้านกู่หน้าดำทะมึนลง “เสี่ยวโหวเหฺยพูดมิได้ยินหรือไร?”

              “ขอรับ เชิญเสี่ยวโหวเหฺยสั่งการ”

              หลี่ลั่วยิ้มบางๆ “ไม่ยากหรอก ลักษณะก็ทำเหมือนเหล็กนั่นแหละ แต่มีสิ่งเดียวที่ไม่เหมือนก็คือ เราจะเติมถ่านเข้าไปมากอีกสักนิด มากกว่าการตีเหล็กประมาณหนึ่งร้อยเท่า เมื่อทำชิ้นงานเสร็จแล้วก็ให้ข้าดูสักหน่อย ต้องใช้เวลาประมาณกี่วันหรือ?”

              “สองวันขอรับ”

              “ได้ สองวันนี้ข้าจะพักอยู่ในจวนอ๋อง มีปัญหาอะไรให้มาข้าได้ที่เรือนซิงเฉิน”

              “โหวเหฺย ถึงเวลาไปกินข้าวแล้วขอรับ” พ่อบ้านกู่เกรงว่าหลี่ลั่วจะหิว

              “ไปเถิด”

              เมื่อออกจากเรือนของอาจารย์กองอาวุธ หลี่ลั่วไปกินอาหารเที่ยงก่อน แล้วจึงไปห้องหนังสือของกู้จวิ้นเฉิน “เตรียมกระดาษ พู่กัน”

              “โหวเหฺยอยากจะเขียนจดหมายถึงท่านอ๋องหรือเจ้าคะ” เยียนเซ่อที่ปรนนิบัติอยู่ด้านข้างถามขึ้นด้วยความประหลาดใจหลายส่วน

              หลี่ลั่วเงยหน้า “ท่านอ๋องของพวกเจ้ากำลังงานยุ่ง ข้าไม่เขียนจดหมายไปรบกวนเขาหรอก เจ้าไปทำงานของเจ้าเถิด ฉางเฉิงคอยปรนนิบัติอยู่ที่นี่ก็เพียงพอแล้ว”

              “เจ้าค่ะ” เยียนเซ่อถอยออกไป

             เมื่อจัดเตรียมน้ำหมึก กระดาษ และพู่กันจนพร้อมแล้ว หลี่ลั่วจึงเริ่มต้นวาดภาพ ใช่แล้ว วาดภาพ ไม่ใช่เขียนหนังสือ หลี่ลั่ววาดสิ่งของสิ่งหนึ่งลงบนกระดาษหนึ่งใบ และยังได้ทำสัญลักษณ์ในส่วนสำคัญเอาไว้ด้วย หลี่ฉางเฉิงที่เห็นจากด้านข้างถามขึ้นด้วยความประหลาดใจว่า “โหวเหฺย นี่คืออะไรหรือขอรับ?

             “อาวุธ เป็นอาวุธที่ร้ายกาจอย่างยิ่งยวดชนิดหนึ่ง”

             “อาวุธที่ร้ายกาจอย่างยิ่งหรือ?” หลี่ฉางเฉิงประหลาดใจ “ร้ายกาจเพียงใดหรือขอรับ?”

             “ด้วยความที่เป็นอันเล็ก ไม่มีชิ้นงานที่สำเร็จแล้วข้าจึงไม่สามารถแน่ใจได้ แต่สามารถสังหารคนในระยะสิบก้าวได้โดยไร้เงา” หลี่ลั่วกล่าว

             หลี่ฉางเฉิงหัวใจหดกร็ง สังหารคนในระยะสิบเมตรได้โดยไร้ร่องรอยหรือ? นอกจากจะเป็นธนู อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามยังต้องให้ถูกยิงสังหารแต่โดยดีแล้ว ไม่เช่นนั้นไฉนเลยจะทำได้ เมื่อได้ยินอาวุธที่หลี่ลั่วกำลังเอ่ยถึง หลี่ฉางเฉิงจึงเริ่มตั้งหน้าตั้งตาคอย

             แม้อาจารย์กองอาวุธจะขอเวลาในการหลอมเหล็กทังสเตนเป็นเวลาสองวัน แต่ที่จริงแล้วใช้เวลาเพียงหนึ่งวันกว่าๆ ในยามบ่ายของวันที่สองพวกเขาก็ได้ทำการหลอมเหล็กเสร็จแล้ว เหล็กทังสเตน เป็นหลี่ลั่วที่ให้พวกเขาเติมถ่านให้มากขึ้นแล้วทำการหลอมออกมาเป็นวัสดุที่ทำมาจากคาร์บอนของถ่านกับเหล็ก

            และเหล็กทังสเตนนั้น ก็เพื่อนำมาใช้ผลิตปืนนั่นเอง

            หลี่ลั่วมองเหล็กทังสเตนเบื้องหน้าแล้วหยิบขึ้นมาสังเกตดู เหล็กทังสเตนสีเทาเงินที่ส่องประกายของตัวมันเองท่ามกลางบรรยากาศเรียบๆ นั้นช่างงดงามเสียจริง นิ้วมือของเขาลูบไล้ไปตามผิวด้านนอกของชิ้นงาน หัวใจเต้นดังตุบๆ หลี่ลั่วไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าชิ้นงานส่วนเล็กๆ จำพวกส่วนประกอบต่างๆ ที่เขาวาดให้อาจารย์กองอาวุธจะตีออกมาได้หรือไม่ เนื่องด้วยส่วนประกอบต่างๆ เหล่านี้เมื่อนำมาประกอบกันขึ้นมาแล้ว จึงจะเป็นปืน


    คล้ายกับเรื่องย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405