ใบหน้าของชายที่กำลังก้มมองตนเองเรียบนิ่งราวกับคนไม่กลัวความตาย การยกร่างอีกฝ่ายหลังจากคว้าคอทำให้ผู้อาวุโส 5 รู้สึกว่าตนเองต่ำกว่าอีกฝ่ายในทันทีทั้งๆที่เฉินห่าวอยู่ในมือของเขา
น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่ยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธมากยิ่งขึ้น เสียงของเฉินห่าวราวกับน้ำเสียงของผู้อาวุโสที่เอ่ยกับเด็กน้อยตาดำๆ
เมื่อเห็นว่าท่าทางของเฉินห่าวไม่ยอมเปลี่ยนแปลงไปเลย เขายังคงเต็มไปด้วยความเฉยเมยราวกับผู้อาวุโสใหญ่ ผู้อาวุโส 5 ทนไม่ไหวจึงออกแรงบีบไปที่มือจนทำให้คอของอีกฝ่ายส่งเสียงดัง หากเขาออกแรงมากกว่านี้อีกนิดเดียวเท่านั้น คอของเฉินห่าวจะหักเป็นสองท่อนในทันที
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นสร้างความสงสัยให้ผู้อาวุโส แววตาของเฉินห่าวยังคงเรียบนิ่งเช่นเดิม ใบหน้าของเขาราวกับว่าถูกหยุดเวลาเอาไว้ มันไม่มีรอยหยักใดๆเกิดขึ้นมาเลย แม้เขาจะได้ยินเสียงบีบคอก็ตาม เฉินห่าวกลับมองด้วยสายตาเฉยเมยไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆสักนิดราวกับเขาไม่กลัวตาย
“ อย่าได้บังอาจมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องในครอบครัวของฉัน ”
ไม่มีใครได้ยินเสียงของผู้อาวุโส 5 เขาอยากจะเก็บความลับเรื่องสามีภรรยาของเฉินห่าวและจินม่ายเอาไว้ก่อน แม้จะมีผู้คนจำนวนมากสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น พวกเขามีวิธีเปลี่ยนความคิดของผู้คนด้วยการใช้อำนาจตระกูลเจียงเข้าข่ม ดังนั้นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องทำคือพูดเบาๆให้แค่คนที่เขาอยากจะสื่อสารได้ยิน
“ โอ้ ”
เสียงเหนื่อยๆเอ่ยออกมาจากเฉินห่าว แม้คอจะถูกกำเอาไว้แน่นเขากลับเอ่ยออกมาได้หน้าตาเฉย
เพียงแต่ว่าเสียงๆนี้กลับดังก้องออกไปไกลทำให้ทุกคนไม่คิดจะละเลยสิ่งที่เฉินห่าวเอ่ยออกมาสักประโยค แต่ละคนล้วนแล้วอยากรู้ว่าเฉินห่าวคุยอะไรกับผู้อาวุโสตระกูลเจียง
“ เรื่องในครอบครัวของพวกคุณอย่างนั้นเหรอ งั้นผม.. ”
ผู้อาวุโส 5 ออกแรงบีบไปที่มือ เขาพยายามห้ามไม่ให้เฉินห่าวเอ่ยสิ่งใดออกมาอีก น้ำเสียงของเขาดังเกินไปจนคนที่อยู่ภายในร้านได้ยิน
แต่แล้วทุกคนกลับได้ยินเสียงภายในหัวพร้อมๆกัน มันเป็นเสียงของเถ้าแก่ร้านหลงเฉียงฟิตเนส แม้เขาจะไม่ได้อ้าปากพูด ทุกคนยังคงได้ยินเสียงยียวนกวนประสาทจากเถ้าแก่
“ เมื่อกี้เผื่อใครไม่ได้ยิน ผมพูดใหม่ก็แล้วกัน ในเมื่อคุณบอกว่าเรื่องในครอบครัวของคุณ งั้นผมก็ต้องยุ่งแล้วล่ะเพราะคนที่ยืนอยู่หน้าร้านคือภรรยาของผม ”
อ้ายเสินทำหน้าเลิกลั่กก่อนจะก้าวเข้าไปในร้านให้เหลือเพียงแค่คุณหนูจินม่ายเพียงคนเดียว ไม่อย่างนั้นเขาอาจจะกลายเป็นภรรยาของเถ้าแก่
เสียงของเฉินห่าวทำให้ทุกคนเกิดอาการตกใจ ไม่เว้นผู้อาวุโส 5 ตระกูลเจียง แม้แต่คนที่อยู่บนยานตระกูลหานก็เช่นเดียวกัน พวกเขาได้ยินเสียงในหัวเหมือนกันทั้งหมด
เฉินห่าวไม่ได้ส่งกระแสจิตให้คนที่กำลังมองดูเขาจากภายในร้านและตระกูลทั้งสองเท่านั้น เขาส่งกระแสจิตไปทั่วอาณาเขตปลอดภัย สิ่งมีชีวิตใดก็ตามที่อยู่ภายในอาณาเขต 100 กิโลเมตรล้วนได้ยินเสียงของเขา
“ เหลวไหล! ”
ผู้อาวุโส 5 ตวาดเสียงดังพร้อมกับใช้เสียงผ่านแรงกดดันเพื่อขยายมันออกไปให้ไกลที่สุด เขาต้องการลบคำพูดของเฉินห่าวด้วยแรงกดดันของเลเวล 180 ชายที่ถูกบีบคอกลับส่งเสียงออกมาไม่หยุด การจะหยุดเขาได้คงมีเพียงแค่ความตายเท่านั้น
ผู้อาวุโส 5 กลับยังไม่กล้าทำเพราะตอนนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาที่ร้าน หลังจากที่ป๋อหลินได้ยินเสียงเถ้าแก่ก่อนหน้านี้ให้เรียกเจ้าหน้าที่มา
“ เหลวไหลอะไรกัน ผมพูดความจริง ผมและจินม่ายจากตระกูลเจียงเป็นสามีภรรยากันแล้วเรายังมีลูกสาวด้วยกันอีกนะ แค่นี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าเรื่องของคุณคือเรื่องของผมเช่นกันเพราะครอบครัวของคุณเชื่อมต่อกับครอบครัวของผมผ่านจินม่าย ”
ผู้อาวุโส 5 ออกแรงบีบให้มากยิ่งขึ้น เขาต้องการจะสังหารอีกฝ่ายให้ตาย ตอนนี้คงไม่สามารถปกปิดเรื่องของเฉินห่าวได้อีกต่อไป หากเขาต้องการจะปิดเรื่องนี้คงมีแค่ปิดตายเขต X เมืองหวงซี
“ ผู้อาวุโสตระกูลเจียง ทางเราเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจเขต X ไม่ทราบว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมเราได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนกำลังต่อสู้กันอยู่ที่นี่ ”
ผู้กองเขต X พูดด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจ ทันใดนั้นเขาก็พบสายตาดุร้ายของผู้อาวุโส 5 ตระกูลเจียงหันมองมา มันราวกับเป็นแววตาของเสือร้ายที่คิดจะเขมือบเขาทั้งเป็น
“ เงียบซะ ”
ผู้กองพยายามอ้าปากให้กว้าง แต่แรงกดดันของเลเวล 180 ที่ส่งออกมารุนแรงมากเกินไปเขาจึงค่อยๆหุบปากลงเพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ด้านหลังกำลังล้มตัวลงไปนอนนิ่งบนพื้นดินจากแรงกดดันที่แผ่ไปทิศทางนั้น
“ ผู้อาวุโส ได้โปรดสลายแรงกดดันของคุณด้วย ไม่อย่างนั้นผมจำเป็นต้องจับคุณข้อหาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่พนักงาน ”
แรงกดดันที่กระจายไปยังฝั่งตำรวจสลายหายไป ผู้กองเห็นว่ารอดแล้วจึงก้าวถอยหลังมา 2 ก้าวแล้วยืนมองทุกอย่างพร้อมกับภาวนาให้เรื่องมันจบโดยดี แต่ดูเหมือนว่าเขาจะคาดหวังเกินไปเพราะคอของเถ้าแก่เริ่มช้ำแล้วจากแรงบีบ มันไม่ใช่แค่แดงเท่านั้นแต่กำลังม่วงช้ำราวกับว่าถูกทุบมาเป็นระยะเวลายาวนาน เพียงแต่ว่าสีหน้าและท่าทางของเถ้าแก่กลับปกติราวกับว่าเขากำลังยืนเฉย
“ ตระกูลเจียงไม่ต้องรีบก็ได้ ให้สามีภรรยาและลูกสาวตัวน้อยๆของพวกเขาได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันหน่อยไม่ได้หรือไง ตระกูลเจียงคงไม่มีอะไรวุ่นวายจนต้องรีบพาเธอกลับหรอก จริงไหม ? ”
เฉินห่าวสัมผัสได้ว่าแรงบีบเพิ่มขึ้น หากผู้อาวุโสออกแรงมากกว่านี้อีกเล็กน้อยคอของเขาจะหักไปในทันที เขาจึงอยากรู้ว่าผู้อาวุโสตรงหน้าจะใจกล้ามากพอจะฆ่าเขาต่อหน้าทุกๆคนหรือเปล่า
“ ยังไงการพบหน้ากันของพวกเราก็ไม่น่าจะทำให้ตระกูลเจียงเสียหายได้ แค่ปิดข่าวเหมือนปีก่อนก็ได้แล้วหนิ ทำให้ร้านไฟไหม้แล้วก็ออกข่าวว่าเราตายเหมือนที่เคยทำก็จบแล้ว…. ใช่ไหม มันไม่ยากเลยนะผู้อาวุโส ”
ผู้คนที่อยู่รอบๆแสดงสีหน้าสงสัยกับคำพูดของเฉินห่าว ทันใดนั้นจางเยว่ที่ค้นข้อมูลรวดเร็วก็พบความหมายของสิ่งที่เถ้าแก่เอ่ย
“ ทุกคนดูนี่ ”
จางเยว่เปิดโทรศัพท์ฉายภาพกลางอากาศให้ผู้คนในร้านดู แต่ละคนที่เห็นข่าวเพลิงไหม้โรงแรมหลงเฉียงต่างเข้าใจสิ่งที่เถ้าแก่เอ่ย นอกจากไฟจะไหม้แล้วยังมีข่าวผู้เสียชีวิตพ่วงท้ายบอกว่าเจ้าของตายไปพร้อมกับลูกสาว
แรกเริ่มเดิมทีพวกเขาไม่ได้สนใจข่าวนี้เลย เนื่องจากว่าโรงแรมหลงเฉียงถูกซ่อมแซมให้กลับมาเป็นปกติในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เหตุการณ์ไฟไหม้ในครั้งนี้หลายคนในเขต X จึงคิดว่านักข่าวทำงานพลาดไม่ลงพื้นที่มาดูงานหลังจากที่เกิดเพลิงไหม้ จึงประกาศออกไปว่าเจ้าของโรงแรมตายทั้งๆที่เขารอดมาได้
เมื่อทุกคนรู้ว่ามีใครบางคนแสดงความต้องการออกมาชัดเจนว่าอยากจะลบตัวตนเถ้าแก่ให้หายไป พวกเขาจึงใส่ใจเรื่องครอบครัวเถ้าแก่ให้มากยิ่งขึ้น
“ครั้งนี้คุณคิดจะฆ่าผมให้ตาย หรือว่าเพลิงไหม้เป็นฝีมือคุณเช่นกัน ”
เฉินห่าวไม่รู้ตัวการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เขารู้แค่ว่าเพลิงไหม้มีคนจัดฉาก ซึ่งมือสังหารนทีสดับแสงสันนิษฐานว่าเป็นคนของตระกูลหาน แต่เขาคิดว่าอาจจะมีคนจากตระกูลเจียงอยู่เบื้องหลังด้วยเพราะท่าทางของผู้อาวุโส 5 เหมือนจะโกรธจนออกนอกหน้าหลังจากที่ที่จินม่ายแอบลอบมาหาเขา
ท่าทางของผู้อาวุโส 5 ราวกับว่าเป็นหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังการพาตัวเธอกลับตระกูลและเป็นคนผลักดันให้เกิดเพลิงไหม้
ซึ่งคำพูดของเขาในครั้งนี้ใช้เป็นการยืนยันว่าอีกฝ่ายลงมือเผาตึกของเขาจริงๆหรือเปล่า หากอีกฝ่ายยังไม่ยอมปล่อยเขาแสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นเรื่องจริง
แต่ถ้าหากผู้อาวุโส 5 ปล่อยเขา เฉินห่าวยังคงคิดว่าอีกฝ่ายเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันให้เกิดเพลิงไหม้เช่นเดิมเพราะการปล่อยเขาอาจจะเป็นแค่การไว้หน้ากลัวว่าถ้าลงมือหนักเกินไปจะแก้ข่าวการวางเพลิงโรงแรมหลงเฉียงได้ยากกว่าเดิม
“ ทุกคนครับ ค่อยๆพูดค่อยๆจากันนะครับ ถือว่าผมขอ ”
คุณชายหานลงมาจากยานด้วยท่าทางเร่งรีบ ท่าทางที่แสดงออกมาราวกับว่าเขาต้องการให้ทุกอย่างคลี่คลายให้ไวที่สุด โดยทุกคนยอมพูดคุยกันดีๆไม่ใช่การใช้กำลังข่มขู่
เฉินห่าวเห็นท่าทางของคุณชายหานเขาถึงขั้นฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้ ท่าทางที่คุณชายหานแสดงออกมาต่อหน้าเขาในช่วงที่อยู่ภายในซากโบราณสถานต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง
“ อ้าวนึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณชายหานนี่เอง รอดตายมาได้ด้วยเหรอครับ ผมนึกว่าคุณถูกมอนสเตอร์ฆ่าตายในซากโบราณสถานไปแล้ว เล่นให้ผู้อาวุโสที่มีเลเวล 180 ไล่ล่าผมตั้ง 3 คนจนผู้อาวุโสไม่พอจะรับมือกับมอนสเตอร์เลเวล 180 ที่เหลืออยู่ นับว่าโชคยังดีอยู่นะครับที่รอดมาได้ ”
คำพูดของเฉินห่าวทำให้ฮันเตอร์ใส่ใจมากยิ่งขึ้น พวกเขารู้ว่าเถ้าแก่ร้านออกไปล่าแต่ไม่มีใครคิดว่าเถ้าแก่ที่เลเวลยังไม่ถึงร้อยจะกล้าเดินทางไปยังทิศใต้ของเขต X เพียงลำพัง สิ่งที่น่าตกใจมากที่สุดคือประโยคที่เถ้าแก่เอ่ย ทุกคนไม่คิดว่าคุณชายหานที่แสดงท่าทางนอบน้อมราวกับเป็นคนที่เห็นใจผู้คนรอบข้างจะกล้าสั่งให้ผู้อาวุโสเลเวล 180 มากถึง 3 คนไล่ล่าเถ้าแก่ร้านของพวกเขา
เหล่าฮันเตอร์สงสัยมากยิ่งขึ้นว่าเถ้าแก่หนีรอดมาได้ยังไง เนื่องจากเขาถูกเลเวล 180 ไล่ล่ามากถึง 3 คน
แต่แล้วกลุ่มของอ้ายเสินกลับรีบหันขวับมองไปยังสิงโตตัวสีขาวที่เป่าเป้ยกำลังขี่อยู่ มันจะต้องเป็นสิ่งที่พาเจ้าของร้านเอาตัวรอดมาจากการไล่ล่ามาอย่างแน่นอน ความสามารถของมันคงไม่ต่างจากมังกร การที่มันมาพร้อมเถ้าแก่ที่หนีรอดจากทิศใต้หมายความว่ามันอาจจะมีเลเวลสูงกว่ามังกรอีก เมื่อเห็นดังนั้นพวกเขาจึงถอยออกไปให้ห่างอีกสักก้าวเพื่อความปลอดภัยของตนเอง
“ โอ้ พูดไปซะขนาดนี้ยังเก็บสีหน้าได้ สมแล้วที่เป็นตระกูลมั่งคั่ง การเก็บสีหน้าถือว่าเป็นงานหลักที่ทุกคนจะต้องเรียนรู้ นับถือๆ”
สกิลซื้อใจยังคงเปิดใช้งาน มันยังคงคอยกัดกินผู้ฟังให้เกิดความรู้สึกหลากหลาย โดยเฉพาะผู้ที่ถูกเอ่ยถึงจะรู้สึกได้ราวกับว่าถูกทิ่มแทงด้วยคำพูด
“ คงมีเรื่องเข้าใจกันผิด ผมไม่เคยพบตัวคุณมาก่อนเลยนะ คุณคงจำคนผิดแล้ว ยังไงก็เถอะ ค่อยๆคุยกันนะครับผู้อาวุโส ผมกลัวว่าทุกคนจะมองเราผิดไป เราแค่มาตามคุณหนูจินม่ายกลับบ้านก็เท่านั้น ”
ผู้อาวุโส 5 หันมองเฉินห่าวหลังจากมองคุณชายหานที่เดินลงมาจากยาน
“ ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ทุกคนเข้าใจผิด เราถูกมอนสเตอร์เล่นงานหนักจนทำให้ผู้คนที่มาด้วยกันล้มตายไปมากพอสมควรจึงไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีกว่านี้ ”
ผู้อาวุโส 5 วางร่างของเฉินห่าวลงอย่างเบามือ แต่ถึงอย่างนั้นทุกคนกลับหันมองคอของเฉินห่าวที่คล้ำราวกับว่าเนื้อได้ตายไปแล้ว
“ จินม่ายกลับตระกูลของเรากันเถอะ เธอต้องได้รับการรักษารู้ไหม อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้เธอเข้าใจผิด รวมไปถึงชายคนนี้ด้วย พวกเธอทั้งสองควรจะได้รับการรักษาก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ ”
เฉินห่าวเลิกคิ้วขึ้นสูง เขาไม่รู้ว่าตาแก่ข้างหน้าจะมาไม้ไหนอีก ครั้งนี้เปลี่ยนเรื่องไปคุยเกี่ยวกับการรักษา เขาจึงรอดูท่าทีไปก่อน