บทที่ 21 วิชากายากระบี่ก่อกำเนิด สามารถสังหารเซียนมนุษย์ (รีไรต์)
มุมปากของหงฉี่กระตุกเล็กน้อยพร้อมกับผุดรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า
“เ้าเด็กน้อย เ้าดูดซับต้นกำเนิดกระบี่ทุกวัน แม้จะนำไปใช้ในการบ่มเพาะจนหมดสิ้น แต่ทุกครั้งที่ดูดซับต้นกำเนิดกระบี่ ร่างกายของเ้าจะได้รับการขัดเกลา
หากเป็เช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายของเ้าจะเกิดการเปลี่ยนแปลง และไม่ช้าก็เร็วจะกลายเป็วิชากายากระบี่ก่อกำเนิด
ถึงตอนนั้นรากปราณขยะจะยังมีความหมายอะไรอีก?”
'วิชากายากระบี่ก่อกำเนิด'
เมื่อได้ยินคำนี้ ใบหน้าของเมิ่งฝานก็ปรากฏความประหลาดใจ
เขาไม่เคยได้ยินเื่วิชากายากระบี่ก่อกำเนิดมาก่อน แต่ฟังดูแล้วเหมือนจะร้ายกาจมาก
“วิชากายากระบี่ก่อกำเนิดคืออะไรหรือ?” เมิ่งฝานถามด้วยความอยากรู้
“พร์ของคนเรา ไม่ได้มีเพียงแค่รากปราณเท่านั้นแต่ความจริงยังมีเื่ของร่างกายด้วย
รากปราณคือเครื่องบ่งบอกพร์ในการบ่มเพาะ ผู้ที่มีรากปราณระดับสูงจะมีความเร็วในการบ่มเพาะมากกว่ารากปราณขยะถึงร้อยเท่าหรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ
ร่างกายคือเครื่องบ่งบอกความแข็งแกร่งของพลัง ตัวอย่างเช่น ผู้ที่มีร่างกายระดับเทพ แม้จะอยู่ในขั้นเจินอู่ระดับที่หนึ่ง ก็อาจจะสามารถสังหารผู้ฝึกขั้นเจินอู่ระดับที่เก้าที่ไม่มีร่างกายพิเศษได้!
หากเ้าสามารถฝึกฝนจนบรรลุวิชากายากระบี่ก่อกำเนิดได้ ซึ่งสามารถใช้ชดเชยข้อบกพร่องของรากปราณได้เช่นกัน
แม้ความเร็วในการบ่มเพาะของเ้าจะไม่เท่ากับรากปราณระดับสูง แต่เ้าสามารถข้ามขั้นไปจัดการพวกนั้นได้!”
เมื่อได้ยินคำพูดของหงฉี่ ใบหน้าของเมิ่งฝานก็ปรากฏความประหลาดใจเล็กน้อย
เื่เช่นนี้เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลย
สำหรับเขาแล้ว นี่ถือเป็ข่าวดีจริง ๆ
แต่ทั้งหมดนี้หากพูดให้ชัดก็คือสิ่งที่วิถีกระบี่หยั่งรู้เทพมอบให้แก่เขานั่นเอง
“สิ่งที่ท่านพูดเป็เพียงความเป็ไปได้ ข้าอาจจะไม่สามารถฝึกฝนจนบรรลุวิชากายากระบี่ก่อกำเนิดก็ได้” เมิ่งฝานกล่าวกับหงฉี่
หงฉี่กล่าวอย่างราบเรียบว่า “ต่อให้เป็เพียงความเป็ไปได้ มันก็เพียงพอที่ข้าจะติดตามเ้าแล้ว เพราะคนอื่นแม้แต่ความเป็ไปได้ก็ยังไม่มี!”
เมิ่งฝานพยักหน้า เหตุผลก็เป็เช่นนั้น ไม่มีปัญหาอะไร
เขาครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยถามว่า “การที่ท่านอาสาติดตามข้า ย่อมต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง แล้วท่าน้าอะไรกันแน่?”
บางเื่จำเป็ต้องทำให้กระจ่าง มิเช่นนั้นเมิ่งฝานย่อมไม่อาจวางใจได้
เพราะหงฉี่แข็งแกร่งเกินไป กระบี่เล่มนี้สามารถคุกคามชีวิตของเขาได้!
“ความจริงเ้าไม่จำเป็ต้องระแวงข้าขนาดนี้ เพราะการที่ข้ายินดีติดตามเ้าก็เท่ากับยอมรับเ้าเป็นายแล้ว ข้าจะช่วยเ้าเท่านั้น ไม่ทำร้ายเ้าแน่นอน” หงฉี่กล่าวด้วยรอยยิ้มขื่น
เมิ่งฝานส่ายหัว
“ข้าไม่เชื่อว่าท่านจะใจดีขนาดนั้น เพราะตอนเจอกันครั้งแรกท่านเกือบจะสูบพลังข้าจนแห้งเหือด ดังนั้นหากเรา้ายอมรับซึ่งกันและกันควรพูดความจริงต่อกันดีกว่า”
หงฉี่ถอนหายใจจากนั้นจึงกล่าวอย่างจริงจังว่า “ที่ข้าติดตามเ้า เพราะหวังว่าในภายหน้าเ้าจะสามารถแก้แค้นให้ข้าได้!”
แก้แค้น?
เมิ่งฝานขมวดคิ้ว
เขานึกถึงตอนที่ัักระบี่หงฉี่ครั้งแรก มีข้อมูลส่วนหนึ่งเกี่ยวกับกระบี่หงฉี่เล่มนี้ว่า 'ใช้เืจากหัวใจของหญิงสาวสังเวยกระบี่'
ใช้คนเป็ ๆ สังเวยกระบี่ ช่างไร้มนุษยธรรมสิ้นดี!
ในยามนี้หงฉี่ที่อยู่ตรงหน้าเขา ซึ่งเป็ิญญากระบี่ของกระบี่หงฉี่เล่มนี้น่าจะเป็หญิงสาวที่ถูกนำมาสังเวยกระบี่คนนั้น
เดิมทีนางควรเป็หญิงสาววัยแรกแย้มผู้ไร้เดียงสาและได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
แต่กลับถูกสังเวยกระบี่กลายมาเป็ิญญากระบี่ ถูกกักขังอยู่ในกระบี่ตกอยู่ในสภาพที่ตายเสียยังดีกว่า!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เมิ่งฝานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารหงฉี่
“กระบี่หงฉี่เล่มนี้ ถูกสร้างขึ้นมานานเท่าใดแล้ว? แล้วศัตรูของท่าน ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?” เมิ่งฝานถาม
“กระบี่หงฉี่ถูกสร้างขึ้นเมื่อสามสิบหกปีก่อน ส่วนศัตรูของข้าย่อมต้องยัง...”
สีหน้าของหงฉี่เปลี่ยนไปทันที นางอ้าปากค้างจ้องมองเมิ่งฝานด้วยความไม่อยากจะเชื่อจนพูดไม่ออก
ครู่หนึ่ง นางจึงกลับมาสงบและควบคุมอารมณ์ที่ใได้
“ทำไมเ้าถึงถามเช่นนี้ เ้ารู้อะไรมาบ้าง?”
เมิ่งฝานถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “กระบี่หงฉี่เล่มนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยวิชาชั่วร้ายใช้คนเป็สังเวยเพื่อหลอมเป็กระบี่ิญญาหากข้าเดาไม่ผิดท่านก็คือหญิงสาวที่ถูกสังเวยคนนั้น และศัตรูของท่าน ก็คือช่างหลอมกระบี่ของกระบี่หงฉี่!”
“เ้ารู้ได้อย่างไร?” เมื่อได้ยินคำพูดของเมิ่งฝาน หงฉี่ก็ขมวดคิ้วแน่น
“ข้าเพียงแต่มองออกถึงวิธีการหลอมกระบี่เล่มนี้ส่วนที่เหลือก็แค่คาดเดาเอาตามนั้น” เมิ่งฝานกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
หงฉี่ประหลาดใจ “เ้ามีความรู้เื่การหลอมกระบี่ด้วยหรือ?”
เมิ่งฝานส่ายหัว “ข้าหลอมกระบี่ไม่เป็ เพียงแต่มีความรู้จากตำราอยู่บ้าง จึงมองออกถึงเคล็ดวิธีบางอย่าง”
“เ้าเด็กน้อยคนนี้มีความลับเยอะจนน่ากลัวจริง ๆ ข้านึกว่าหลังจากสังเกตเ้ามา่หนึ่งจะรู้จักเ้าดีแล้ว ไม่นึกเลยว่าเ้าจะยังมีความลับอีกมากมายขนาดนี้!”
เมิ่งฝานยิ้มโดยไม่ได้อธิบายอะไร
“ในเมื่อเ้าเปิดใจกับข้า ข้าก็จะให้คำตอบแก่เ้า ตราบใดที่เ้าติดตามข้าด้วยความจริงใจ ข้าสามารถช่วยเ้าแก้แค้นได้”
หงฉี่ขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า “เ้าไม่ถามสักคำว่าศัตรูของข้าคือใคร มีระดับการบ่มเพาะขั้นไหน?”
“เคร้ง!”
เสียงกระบี่ร้องคำราม
เมิ่งฝานชักกระบี่หงฉี่ออกมา ประกายแสงเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วห้องของเมิ่งฝาน
แม้จะไม่ได้ใช้ปราณแท้กระตุ้น แต่บนคมกระบี่ของกระบี่หงฉี่ก็แผ่ซ่านกลิ่นอายความเย็นะเืที่น่าสยดสยองออกมาเป็ระลอก
จิตสังหารของกระบี่เล่มนี้ช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ไม่ต้องพูดถึงจิตสังหารที่สะสมจากการฆ่าฟันจนชุ่มเื แต่เพียงแค่ตัวหงฉี่เองก็มีจิตสังหารและความแค้นที่ไร้สิ้นสุดอยู่แล้ว
เมิ่งฝานมองที่คมกระบี่ ใบหน้าปรากฏความมั่นใจจาง ๆ
“ไม่ว่าศัตรูของท่านจะเป็ใครหรือมีระดับการบ่มเพาะขั้นไหน ต่อให้เป็เซียนมนุษย์มาปรากฏตัวตรงหน้า ไม่ช้าก็เร็วจะต้องตายภายใต้กระบี่หงฉี่เล่มนี้”
หงฉี่ไม่นึกว่าเมิ่งฝานจะมั่นใจถึงเพียงนี้
ทั้งที่ก่อนหน้านี้เ้าหมอนี่เอาแต่บอกว่าตัวเองมีรากปราณขยะและมีท่าทางท้อแท้สิ้นหวังอย่างยิ่ง
หรือว่าทั้งหมดนั้นจะเป็การเสแสร้ง?
เมิ่งฝานยิ้มแล้วกล่าวกับหงฉี่ว่า “ความจริงข้าขอบคุณที่ท่านเชื่อใจและมีความมั่นใจในตัวข้า แต่ในความเป็จริง ข้ามีความมั่นใจมากกว่าท่านเสียอีก!”
เมื่อมีพร์สูงสุดอย่างวิถีกระบี่หยั่งรู้เทพอยู่ ขอเพียงให้เวลาเมิ่งฝานเพียงพอ ต่อให้เป็ทวยเทพทั่วหล้าเขาก็สามารถฟันให้ขาดได้
“หวังว่าจะมีวันนั้นจริง ๆ” หงฉี่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ยากจะคาดเดา
พูดจบ ร่างเงาของนางก็กลายเป็แสงสีแดง กลับเข้าไปในกระบี่หงฉี่อีกครั้ง
“ท่านจะได้เห็นวันนั้นแน่นอน” เมิ่งฝานมองกระบี่หงฉี่แวบหนึ่งแล้วเก็บกระบี่คืนฝัก
เมิ่งฝานถือกระบี่หงฉี่และกระบี่ถงซานเดินออกจากห้องของตน
กระบี่ถงซานถูกทำลาย ไม่รู้ว่าต้องชดใช้หรือไม่
เมื่อวานศิษย์พี่หลัวเหมือนจะบอกว่าหากกระบี่พังในภายหลังไม่ต้องส่งหินิญญาให้เปลี่ยนได้ทันที
หวังว่านี่จะไม่ใช่เื่ที่ศิษย์พี่หลัวพูดมั่ว ๆ
แม้เขาจะได้รับหินิญญาจากหลิ่วเยียนผิงมาจำนวนหนึ่ง แต่ก็ถูกนำไปซื้อยาจนหมดสิ้น ตอนนี้ไม่มีหินิญญาติดตัวแม้แต่ก้อนเดียว!
ล้างหน้าล้างตาไปกินข้าวที่โรงอาหาร เมื่อกลับมาก็เริ่มเช็ดถูกระบี่ธรรมดา
หลังจากเช็ดกระบี่สี่สิบเล่มเสร็จ มีเพียงเล่มเดียวที่มีจิตสังหาร
เมิ่งฝานอาศัยวิถีกระบี่หยั่งรู้เทพในการสลายจิตสังหาร จากนั้นก็ได้เรียนรู้วิชา 'เพลงกระบี่ตัดใบไม้' ที่แสนธรรมดา ซึ่งไม่คู่ควรแก่การกล่าวถึง
วิชากระบี่นี้ยังไม่แข็งแกร่งเท่ากับ 'วิชากระบี่ปี้ไห่เฉาเซิง' ที่เรียนมาจากหลิ่วเยียนผิง เมิ่งฝานจึงไม่ได้ใส่ใจ
ศิษย์พี่หลัวยังคงนิสัยเดิมคือนอนจนตะวันโด่งถึงค่อยตื่นและเดินออกจากห้อง
เมิ่งฝานรอเขาอยู่นานแล้ว จึงรีบนำกระบี่ถงซานไปส่งให้
ศิษย์พี่หลัวมองกระบี่ถงซานที่หักเป็สองท่อนก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าประหลาดใจ
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น กระบี่ที่เพิ่งเลือกเมื่อคืนเ้าทำหักไปแล้วรึ”