ยามโหย่ว (17.00 – 18.59 น.)
เธอและน้องชายได้เดินมาถึงบ้านก็ได้เห็นร่างของมารดายืนรออยู่ที่ตรงหน้าประตูบ้านแล้ว ส่วนท่านพ่อกับพี่ใหญ่นั้นนางยังไม่เห็นแต่เธอคิดว่าทั้งสองน่าจะใกล้กลับบ้านจากในตัวเมืองกันแล้วเพราะตอนนี้เวลาก็เริ่มเย็นมากแล้วด้วยเธอคาดว่าเมื่อพระอาทิตย์กำลังจะคล้อยตกดินทั้งสองคนคงถึงบ้านพอดี แต่ตอนนี้เธอจะหาข้ออ้างอะไรมาดีที่ว่าเธอได้ไก่ป่ามาหลายตัวขนาดนี้ ร่างนี้ก็ช่างบอบบางด้วยนี่สิความรู้เื่การล่าสัตว์ป่าก็ไม่ค่อยมีแล้วเธอจะหาข้ออ้างที่สมเหตุสมผลมาบอกท่านแม่ได้ไหมเนี่ย ชาล็อตปวดหัวเฮ้อ!!
นางเจียงที่ยืนชะเง้อรอคอยบุตรสาวบุตรชายของเธอที่หน้าประตูว่าเมื่อไหร่จะกลับมาเพราะตอนนี้เริ่มเย็นแล้วด้วยนางกระวนกระวายใจยิ่งนัก ถ้าทั้งสองยังไม่กลับมาอีกครึ่งเค่อนางก็จะขึ้นเขาไปตามทั้งสองกลับบ้านแล้ว ก่อนที่จะได้ไปตามนางก็ได้เห็นว่าบุตรทั้งสองได้เดินกลับมาถึงบ้านแล้ว เมื่อลี่หยางเห็นมารดาเขาจึงรีบวิ่งเข้ามาบอกว่าพี่รองนั้นได้ไก่ป่ามาด้วย
"ท่านแม่ขอรับ พี่....พี่รองได้ไก่ป่ามาด้วยขอรับ...แฮ่กๆ" เขาหายใจเหนื่อยหอบก่อนที่จะบอกมารดา
"เสี่ยวหยางลูกค่อยๆพูดก่อนเถิด แล้วลูกจะวิ่งมาทำไม ค่อยๆเดินมาก็ได้......เยว่เอ๋อร์ลูกได้ไก่ป่ามาด้วยรึ" นางเจียงเอ็ดบุตรชายก่อนจะหันไปทางบุตรสาวเมื่อเห็นว่านางเดินเข้ามาใกล้แล้ว
"ใช่แล้วเ้าค่ะท่านแม่ เผอิญว่าวันนี้ข้าคงโชคดีไปหน่อยน่ะเ้าค่ะ ข้าได้เห็นไก่ป่าตกหลุมแล้วตายพอดีเลยเ้าค่ะ ข้าจึงเดินไปเก็บไก่ป่าใส่ตะกร้า" เธอหวังว่ามารดาจะเชื่อเธอนะ ข้ออ้างของเธอดูฟังไม่ค่อยขึ้นสักเท่าไหร่ด้วย
"อย่างนั้นรึ ไหนแม่ขอดูไก่ป่าที่เ้าได้มาหน่อยสิเยว่เอ๋อร์" เธอรีบวางตะกร้าแล้วเปิดให้มารดาดูไก่ป่าทันที นางเจียงเมื่อเห็นไก่ป่าจึงได้อุทานขึ้นมาทันที นี่บุตรสาวเธอช่างโชคดีอะไรขนาดนี้
"ช่างตัวใหญ่ยิ่งนัก! ดูไก่ป่าแต่ละตัวนี่สิช่างอวบอ้วนท้วมสมบูรณ์กว่าตอนบิดากับพี่ใหญ่เ้าได้มาสักอีก" นางเจียงมองบุตรสาวด้วยแววตาสงสัยก่อนจะถามบุตรสาว
"เยว่เอ๋อร์เ้าได้ไก่ป่าพวกนี้มาจากไหนรึ ไม่ใช่ว่าเ้าเข้าไปในป่าด้านในหรอกนะ!"
"ข้าแค่ไปแถวๆป่าเองเ้าค่ะท่านแม่ ข้าไม่ได้เข้าไปด้านในเลยเ้าค่ะ" ตายแน่ๆเธอตายแน่ถ้ามารดารู้ นางเจียงมองบุตรสาวเมื่อเห็นว่าบุตรสาวหลบสายตาจึงรู้ว่านางนั้นโกหกตน จึงได้หันไปถามบุตรชายทันที
"เสี่ยวหยางจริงรึที่พี่รองเ้าบอก"
"ไม่จริงขอรับท่านแม่! พี่รองเขาเข้าไปในป่าชั้นกลางเลยขอรับ ข้าห้ามพี่รองแล้วแต่พี่รองก็ยังไป แล้วพี่รองก็ไม่ให้ข้าตามเข้าไปด้วยขอรับ ข้าเองก็อยากเข้าไปในป่าชั้นกลางบ้างเหมือนกันนะ!"
"เยว่เอ๋อร์!! นี่ลูกเข้าไปชั้นกลางเลยเหรอลูก ในป่าล้วนมีแต่สัตว์ป่า แม่ให้เ้าไปแค่ตรงชายป่าเขาเท่านั้น เ้าลูกคนนี้แม่อยากตีเ้านัก!" บุตรสาวนางทำไมช่างมีความกล้าบ้าบิ่นแบบนี้ั้แ่นางฟื้นขึ้นมานิสัยของนางก็เริ่มเปลี่ยนไปไหนจะความดื้อรั้นและความกล้าของนางอีก จะไม่ให้นางเป็ห่วงบุตรสาวได้อย่างไร ด้านในป่ามีแต่สัตว์ป่าถึงวันนี้บุตรสาวนางจะโชคดีที่ปลอดภัยกลับมาแต่ก็ใช่ว่าวันอื่นจะโชคดีแบบนี้
"แม่ขอสั่งห้ามให้เ้าเข้าไปในป่าชั้นกลางอีก แม่จะกักบริเวณเ้าไว้สามวัน"
"ท่านแม่เ้าคะ ข้าขอโทษเ้าค่ะแต่ให้ข้าโดนกักบริเวณแบบนี้ไม่ดีเลยนะเ้าคะ" เธอรีบไปอ้อนมารดาทันที เธอยังสำรวจไม่หมดเลยนะ รอบหน้าเธอต้องไปอย่างระมัดระวังให้มากกว่านี้แล้วแหละ
"งั้นแม่จะเพิ่มเป็เจ็ดวัน!"
"ไม่นะท่านแม่ ท่านรอข้าก่อน"
เด็กสาวเมื่อเห็นว่ามารดายกตะกร้าของเธอแล้วจากไป เธอก็รีบวิ่งตามมารดาทันที เมื่อเห็นมารดาเข้าไปในห้องครัวเธอจึงจะเข้าไปในห้องครัวตามมารดาแต่ก็ต้องโดนมารดาไล่ให้ออกมาจากห้อง สงสัยเธอคงโดนมารดาโกรธแล้วแน่ๆ โดนกักบริเวณก็โดนกักแล้วกันเธอก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ถ้าขัดคำสั่งก็กลัวว่ามารดาจะโกรธมากกว่านี้ ครั้งนี้เธอผิดจริงนั้นแหละถ้าเข้าป่ารอบหน้าคงต้องให้ท่านพ่อไปด้วยกันแล้วแหละ เฮ้อ!
กลิ่นหอมของน้ำแกงไก่ป่าคละคลุ้งทั่วในตัวบ้านของครอบครัวไป๋ทำให้สองพ่อลูกที่กลับมาจากในตัวเมืองได้กลิ่นจึงได้แต่สงสัยว่ากลิ่นหอมนี้มาจากไหนแต่นอกจากบ้านพวกเขาแล้วก็ไม่มีบ้านอื่นอยู่อีก ถ้ามีก็ห่างจากบ้านพวกเขาไปประมาณสี่ลี้ (2กิโลเมตร) เพราะบ้านพวกเขาอยู่ท้ายหมู่บ้านแล้วนั่นเอง ซีฮ่าวเมื่อเข้ามาในตัวบ้านแล้วเขาทนความสงสัยไม่ไหวจึงได้มาถามภรรยาของเขาทันที
"น้องหญิงกลิ่นนี้ใช่กลิ่นน้ำแกงไก่หรือไม่ ช่างหอมยิ่งนัก"
"ใช่แล้วเ้าค่ะท่านพี่ข้าได้ทำน้ำแกงไก่ ไหนๆท่านก็กลับมาพอดีเลยท่านไปล้างเนื้อล้างตัวกันก่อนเถิดเ้า ข้าจะได้ให้เยว่เอ๋อร์กับเสี่ยวหยางยกสำรับมาไว้ในห้องโถงเลย"
"แล้วเ้าได้ไก่มาจากไหนรึ" ซีฮ่าวถามอย่างสงสัย
"เดี๋ยวกินข้าวกันเสร็จก่อนนะเ้าคะท่านพี่ ข้าจะบอกท่านเอง ท่านพี่รีบไปล้างเนื้อล้างตัวเถิดเ้าค่ะ"
"ได้ๆ พี่จะรีบไปล้างเดี๋ยวนี้" ซีฮ่าวรีบออกไปล้างเนื้อล้างตัวแต่ก็ไม่วายชวนบุตรชายคนโตไปล้างด้วย เขาก็เริ่มหิวข้าวแล้วเช่นกันรีบล้างจะได้รีบกิน เขาก็อยากรู้ว่าภรรยานำไก่มาจากที่ใด
เมื่อซีฮ่าวได้ออกจากห้องครัวไปนางเจียงจึงเรียกให้บุตรสาวและบุตรชายคนเล็กมายกสำรับไปไว้ในห้องโถงเพื่อจะได้รอกินข้าวเย็นกันเลย
หนึ่งเค่อต่อมาซีฮ่าวและลี่ิก็ได้เดินเข้ามาในห้องโถงเมื่อเห็นว่าคนในครอบครัวนั่งรอพวกเขาอยู่จึงรีบไปนั่งที่โต๊ะแปดเซียน โดยที่ซีฮ่าวจะนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ถัดมาเป็นางเจียงนั่งอยู่ข้างขวามือและชาล็อตที่นั่งถัดจากมารดา ส่วนข้างซ้ายมือนั้นจะเป็ลี่ิกับลี่หยางนั่ง วันนี้นางเจียงได้ทำน้ำแกงไก่ป่าและผัดผักป่าเป็เครื่องเคียง และนางเจียงยังได้ทำแผ่นแป้งไว้กินคู่กับน้ำแกงด้วย เมื่อทุกคนเห็นว่าซีฮ่าวได้คีบผัดผักป่าใส่ในถ้วยตัวเองแล้ว ทุกคนจึงได้ลงมือกินน้ำแกงไก่กับแผ่นแป้งทันที
"น้ำแกงไก่ป่าอร่อยมากเลยขอรับท่านแม่!" เมื่อลี่หยางได้ทานน้ำแกงไก่เข้าไปเขาถึงกับอุทานออกมา
"ถ้าอร่อยนักเ้าก็กินเยอะๆนะเสี่ยวหยาง แม่ทำน้ำแกงไว้เยอะตอนเช้าจะอุ่นไว้ให้เ้ากินอีก" นางเจียงส่งยิ้มให้บุตรชายคนเล็กด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะบอกบุตรชายคนโตและบุตรสาวคนรอง
"เสี่ยวิกับเยว่เอ๋อร์ด้วยนะลูก พวกเ้ากินเยอะๆเลยนะจะได้บำรุงร่างกายกัน"
"ขอรับ/เ้าค่ะ ท่านแม่" ลี่ิกับชาล็อตขานตอบรับมารดา
"ท่านพี่ด้วยนะเ้าคะ ท่านควรกินน้ำแกงเยอะๆจะได้บำรุงร่างกายท่าน ่นี้ร่างกายท่านพี่ค่อนข้างทรุดโทรมยิ่งนัก" นางเจียงหันมาทางสามีด้วยสายตาที่ความเป็ห่วง
"น้องหญิงเ้าก็กินเยอะๆด้วยล่ะ เ้าก็ต้องบำรุงร่างกายตัวเองเหมือนกัน" เขาตอบรับภรรยาก่อนจะส่งยิ้มบางเบาให้ภรรยา
เมื่อทุกคนได้กินข้าวกันเสร็จแล้วจึงช่วยกันล้างถ้วยชามก่อนจะมานั่งที่โถง ซึ่งซีฮ่าวเองก็ได้นั่งรออยู่แล้วเขาอยากรู้นักว่าภรรยาได้ไก่ป่ามาจากที่ใด เมื่อเห็นทุกคนเข้ามาเขาจึงได้ถามภรรยาทันที
"น้องหญิงเ้าได้ไก่ป่ามาจากที่ใดรึ เ้าจะบอกพี่ได้แล้วหรือยัง"
นางเจียงมองบุตรสาวก่อนนางจะเอ่ยบอกสามีไป "ท่านพี่ข้าไม่ได้เป็คนหาหรอกเ้าค่ะแต่เป็เยว่เอ๋อร์ต่างหากเ้าค่ะ นางเป็คนจับไก่ป่ามาได้นางบอกกับข้าว่านางได้เห็นไก่ป่าตกไปในหลุมแล้วตายนางจึงไปเก็บไก่ป่ากลับมาบ้านเ้าค่ะท่านพี่"
"เยว่เอ๋อร์หรอกรึ" เขาถามอย่างสงสัยก่อนจะหันมาถามทางบุตรสาว
"แล้วลูกได้ไก่ป่าพวกนี้มาได้อย่างไรเล่า ่นี้ใช่ว่าจะหาพวกมันเจอถ้าจะเจอคงเข้าไปเขตชั้นในกลางป่าเลยนะ คงไม่ใช่ว่า...." ซีฮ่าวมองบุตรสาวอย่างจับผิด ส่วนชาล็อตนั้นเธอได้มองมารดาเพื่อให้นางช่วยพูดกับบิดา แต่เธอก็ต้องผิดหวังเพราะเธอเห็นว่ามารดานั้นหลบสายตาให้แก่นาง ท่านแม่นะท่านแม่แบบนี้ข้าคงไม่โดนท่านพ่อตีใช่รึไม่! อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดแล้วแหละ พูดความจริงไปเลยดีกว่าเผื่อท่านพ่อเห็นด้วยกันกับเธอก็ได้ที่จะให้เธอเข้าไปด้านชั้นในป่า
"อ.....เออ คือว่าข้าเข้าไปในป่าชั้นกลางอย่างที่ท่านพ่อคิดเลยเ้าค่ะ" เธอตอบเสียงเบาแทบจะไม่ได้ยินเสียงให้บิดาอยู่แล้ว
"อะไรนะเยว่เอ๋อร์/น้องรอง!!"ซีฮ่าวกับลี่ิอุทานออกมาพร้อมกันเมื่อได้ฟังว่าเธอได้เข้าไปในป่าเขตชั้นกลาง ซีฮ่าวจึงเอ่ยเตือนบุตรสาวทันที
"เยว่เอ๋อร์เ้าใจกล้ายิ่งนัก แต่พ่อจะไม่ดุลูกหรอก แต่พ่ออยากจะเตือนเ้าไว้ว่าคราวหน้าคราวหลังก็อย่าเข้าไปในป่าเขตชั้นกลางคนเดียว ในป่าชั้นในมีสัตว์ป่าที่ดุร้ายยิ่งนักเ้าจะเป็อันตรายได้ ถ้าอยากเข้าไปจริงๆเ้าก็ควรมาชวนพ่อหรือพี่ชายเ้าเข้าไปเป็เพื่อนจะได้ไม่เกิดอันตรายในป่าเพราะพ่อกับพี่ชายเ้ายังมีความชำนาญเส้นทางในป่าอยู่บ้าง ถือว่าครั้งนี้เ้าโชคดีที่ไม่เจอสัตว์ป่าดุร้าย"
เขาอยากจะดุบุตรสาวยิ่งนักแต่เมื่อเขาได้เห็นสายตาสำนึกผิดของบุตรสาวแล้วจึงทำได้แต่ตักเตือน บุตรสาวเขาช่างใจกล้าดั่งชายชาตรีเสียจริง เขาคงต้องคอยสอนบุตรสาวรวมถึงบุตรชายคนเล็กแล้วแหละ อนาคตไม่แน่นอนเขาควรจะกันไว้ก่อน ชาล็อตเมื่อเห็นว่าบิดานั้นไม่ดุว่าเธอ เธอก็รีบเข้ามากอดอ้อนบิดาทันทีซึ่งความรู้สึกที่เธอกอดบิดานั้นไม่มีความเขินอายสักนิดอาจเป็เพราะว่าเ้าของร่างเดิมออดอ้อนบิดาบ่อยเธอจึงไม่รูู้สึกเขินอาย
"ท่านพ่อข้าจะรับปากท่าน ถ้าข้าจะเข้าไปในป่าชั้นกลางอีกข้าจะชวนท่านกับพี่ใหญ่ไปด้วย แต่ข้าคงไปไม่ได้แล้วเพราะข้าโดนท่านแม่กักบริเวณ"
เธอรีบฟ้องบิดาทันเผื่อว่าบิดาจะช่วยพูดไม่ให้มารดากักบริเวณเธอแต่ก็ต้องผิดหวังที่บิดาเห็นดีเห็นงามไปกับมารดาด้วย เธอคงต้องพักที่จะไปสำรวจป่าไปก่อนแล้วกัน เมื่อคุยกันเสร็จแล้วทุกคนจึงแยกย้ายกันไปนอน ชาล็อตได้เข้ามาในห้องของตัวเองเธอคิดไว้ว่าพรุ่งนี้เธอจะทำอะไรดีก่อนที่เธอจะได้หลับไป