— ณ อาณาจักรเก้าั มหาราชวังเก้าั —
วันนี้ภายในช่างเสียงดังอึกกระทึกนัก เหล่านางกำนันและขันทีวุ่นวายเหลือเกิน
“ยินดีด้วยพระสนม พระองค์ได้บุตรชายเพคะ” เสียงแสดงความยินดีของเหล่าขันทีและนางในดังไปทั่ว
“บุตรชายงั้นรึ…” หญิงสาวผู้งดงามที่มีร่างกายเหนื่อยอ่อนพูดขึ้น
-[ “ระบบสังหารเทพ” ทำงานกำลังทำการเชื่อมจิติญญาของโฮส… ]-
เสียงแปลกๆ ดังในหัวของเฉียวเฟิง ความรู้สึกเล็กๆ ดังขึ้นในใจเฉียวเฟิง ทำเอามันต้องร่ำร้องในความนึกคิด ‘ฉิบหายแล้วอย่าบอกนะว่า…’
“นิตีก้นเด็กเร็ว ให้เด็กร้อง”
เพี๊ยะ!!! เสียงฟาดก้นเด็กดังลั่น
ความเจ็บแปร๊บมาที่ก้นของเฉียวเฟิง ‘นั่นไงว่าแล้ว’ เฉียวเฟิงตอนนี้ได้แต่กล่าวบ่นในใจ ไม่คิดว่าจะเกิดใหม่แบบนี้ ‘ตอนแรกข้าคิดว่าจะเหมือนในซีรี่ย์หรือนิยายต่างโลกเสียอีก ประเภทเกิดใหม่มาปุ๊บก็โตเลย หรือได้ร่างพิเศษแบบเทพๆ แต่นี้… เฮย ตอนนี้มั่นใจแล้วเกิดใหม่ั้แ่เด็กทารกเลย แปลว่านี้คือชีวิตตอนเด็กของจ้าวหมื่นมารสินะ’ เฉียวเฟิงไม่ได้ร้องไห้แม้แต่น้อย หากแต่กำลังพยายามลืมตาขึ้นและขยับตัว ดวงตาของเด็กทารกนั้นยังไม่สู้แสงและพัฒนาเต็มที่ ดังนั้นสิ่งที่เห็นมีแต่ภาพมั่ว แต่เสียงกลับได้ยินชัดเจนแต่เฉียวเฟิงกลับฟังไม่รู้เื่ แต่ตัวเขาก็พยายามจับใจความอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่เข้าใจแม้แต่น้อย
แต่ในขณะนั้นก็มีเสียงแปลกๆ ที่เหมือนกับจ้าวหมื่นมารดังขึ้น เสียงมันดังกังวาลในห้วงจิตของเฉียวเฟิง
-[ ระบบปัญญาแห่ง ‘ระบบสังหารเทพ’ ทำงานโหลดความเข้าใจทางภาษาให้โฮส ]- เมื่อสิ้นเสียงปั๊บเฉียวเฟิงก็เข้าใจเสียงเอะอะนั้นในทันที
“แม่นมนิเด็กไม่เป็อะไรจริงรึ ข้าเห็นท่านตีไปสามสี่ทีแล้วนะ” แม่นมเริ่มสีหน้ากังวลเพราะเด็กไม่ร้องเลย แต่เห็นเด็กขยับตัวก็เริ่มเบาใจบ้าง “ไม่น่าจะเป็อะไร บุตรของัย่อมแตกต่างจากคนทั่วไป องค์ชายย่อมเป็ยอดคน แม้โดนตีก็ไม่ร้องซักแอะ”
!!! ‘จ้าวหมื่นมารเป็ลูกของพระาา’ เฉียวเฟิงใเล็กน้อยเพราะแม้แต่เขาก็ไม่รู้เื่นี้ เขารู้เพียงจ้าวหมื่นมารเป็เด็กอาภัพเกิดมาก็เหมือนคนพิการมีหน้าตาน่ารังเกียจ
นอกจากนั้นเส้นชีพจรในร่างก็ขาดสะบั้น ร่างกายหน้าเกียจเต็มไปด้วยรอยแผล ถ้าไม่เพราะ่กลางคนได้เรียนรู้ยอดวิชา และได้เศษเสี้ยวความเป็เทพ ช่วยขับพิษออกจากกระแสเืเปลี่ยนเนื้อหนัง ก็คงจะต้องใช้ชีวิตอย่างคนอัปลักษณ์ไปตลอดชีวิต ทั้งที่ตัวจริงของจ้าวหมื่นมารนั้นหล่อเหลาระดับบัดซบและสง่างามยิ่งกว่าทวยเทพใดๆ ก็ตาม
ตอนนี้ในหัวของเฉียวเฟิงเริ่มประมวลผลเหตุการณ์ต่างๆ ต่อจากนี้อย่างรวดเร็ว ‘ถ้างั้นแบบนี้ก็แสดงว่าความเป็มาของจ้าวหมื่นมารนั้นไม่ธรรมดาเลยสินะ และนั่นก็แสดงว่าเหตุการณ์ที่จ้าวหมื่นมารจะเป็คนพิการก็คงอยู่ที่นี้ อาจจะเป็เื่ของการชิงดีชิงเด่นในวัง เฮย ไม่น่าเลยจ้าวหมื่นมารนิท่านเกิดเป็องค์ชายแท้ๆ กลับต้องกลายเป็คนที่ใช้ชีวิตมีรูปลักษณ์อัปลักษณ์เป็ดังซากศพเดินได้ แต่มาเริ่มต้นมาแบบนี้ก็ดีอย่าง อยากรู้เหมือนกันว่า ใครเป็คนทำให้จ้าวหมื่นมารต้องพิการ เส้นชีพจริญญาและมีสภาพน่าสมเพจแบบนั้น’
“ส่งเด็กไปให้พระสนมอุ้มเร็ว” เสียงนางในกล่าว
“อืม”
ไม่ช้าเฉียวเฟิงในร่างเด็กน้อยก็ถูกส่งตัวไปหาแม่ที่เป็พระสนมที่นอนอยู่อีกห้อง
ใบหน้าของพระสนม นางงามละเอียดไม่แพ้ใคร กิริยาท่าทางราวพญาหงส์ ั์ตาเรียวเล็กหางตาเฉิดเล็กน้อย แววตาฉลาดเหนือคน “ลูกข้าเ้าชั่งเกิดได้ถูกเวลานัก” เสียงของนางกล่าวแฝงความนัย ก่อนที่นางจะอุ้มทารกน้อยไว้แนบกาย
เฉียวเฟิงััได้ในทันทีว่า...งานนี้ไม่ง่ายแน่ แค่ฟังเสียงแม่ผู้ให้กำเนิดก็แถบจะกุมขมับ นับได้ว่าแม่แท้ๆ ของตัวเอง ต้องไม่ใช่ธรรมดาหรือคนง่ายๆ แน่ หากแต่ตัวเฉียวเฟิงก็ไม่รู้เลยว่าเภทภัยจะมาเมื่อไรและแบบไหน
— 6 เดือนต่อมา —
“ฮาฮา…” เสียงหัวเราะดังทั่วพระราชวัง ซึ่งเต็มไปด้วยขุนนางและยอดขุนพลแกร่ง
“ดีใจด้วยพ่ะย่ะค่ะฝ่าา องค์ชาย 8 ช่างฉลาดนัก แค่ 6 เดือนก็เริ่มพูดได้ เรียกพ่อแล้ว”
“นั่นสิ นั่นสิ ข้าดีใจนัก ลูกคนนี้ข้ามั่นใจเขาต้องไม่ธรรมดาแน่นอน เป็ัในหมู่มนุษย์ แม้จะมีเื่ให้ข้ากังวลใจอยู่บ้างก็เถอะ”
“ฝ่าาองค์ชายทรงเป็ยอดคน ได้รับสายเืนักรบเช่นฝ่าา จึงมีความอดทนแต่แบเบาะ ไม่ชอบร้องไห้ ไม่ชอบมีน้ำตาพ่ะย่ะค่ะ”
“ฮาฮา ช่างพูดนักท่านมหาเสนา”
ความยินดีและความสุขของพระาาต่อองค์ชาย 8 เป็ที่รู้กันทั่วพระราชวัง ส่งผลให้พระสนมเอกจ้าวลู่ซือเป็ที่โปรดปานยิ่งนัก
.
.
.
— ณ พระตำหนักพระสนมเอกจ้าวลู่ซือ —
“ท่านพ่อมีความคืบหน้าอะไรบ้าง”
“ภายนอกสงบ ภายในต้องเตรียมรับคลื่นลม”
“ท่านพูดแบบนี้แสดงว่าคนของพระมเหสีเตรียมพร้อมแล้วสิ”
“ใช่แล้ว…” มหาเสนาบดีพยักหน้ารับ
“แล้วฝั่งองค์ชายใหญ่เป็เยี่ยงไรมีใครสนับสนุนมันบ้าง”
“องค์ชายใหญ่ไม่ใช่ปัญหาแม้จะมีคนสนับสนุนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่พอสร้างปัญหาอะไร” มหาเสนาบดีพูดกล่าว สีหน้าไม่ได้ไยดีองค์ชายใหญ่เท่าไรนัก
“ท่านพ่อข้าว่านี้เป็จังหวะดีทำการ ภายในปีสองปีนี้เราเร่งสนับสนุนองค์ชายใหญ่ให้ก่อการ ตัดรากถอนโคลนพระมเหสี แล้วเราก็ซ้อนแผนตัดรากถอนโคลนองค์ชายใหญ่ไปด้วยอีกคน ท่านว่าดีไหม” พระสนมเอกพูดพลางเอามือปิดปาก ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“เ้ามีแผนรึ”
“ท่านพ่อลองฟังดู” จากนั้นนางก็โน้มตัวกระซิบกระซากเบาๆ จากนั้นทั้งสองก็หัวเราะกันยกใหญ่
แต่ทั้งสองไม่สังเกตเลยทารกน้อยจ้องมองและฟังโดยตาไม่กระพริบ ตลอด 6 เดือนที่ผ่านมานับั้แ่เกิดเฉียวเฟิงก็เฝ้าสังเกตและทำความรู้จักโลกนี้อย่างละเอียด ทั้งผู้คนและอุปนิสัยใจคอรวมถึงแม่ของตัวเอง นางเป็คนฉลาดมีไหวพริบสูงหน้าตางดงามดูอ่อนโยนแต่เนื้อแท้เป็คนเ้าอุบาย เ้าแผนการ มีความรู้สูงส่ง ทั้งการบริหารและการจัดการคน นับว่าชั้นยอดสมเป็คนตระกูลขุนนางชั้นสูง ส่วนคนรอบข้างนางต่างระวังตัวและหวาดกลัวนางไม่น้อย นางเด็ดขาดในการบริหารงานและจัดการคนมากๆ ต่างจากหน้าตาสวยๆ ของนางที่งดงามและดูอ่อนโยนนัก แม้ในมุมนี้จะเหมือนโหดร้ายอยู่บ้าง แต่นางก็รักลูกน้อยมาก นางดูแลและรักลูกน้อยคนนี้ไม่ห่างเลย
— 1 เดือนต่อมา —
“ท่านแม่ ท่านแม่” เฉียวในร่างเด็กน้อยพูดพลางทำมือขยับไปมาไม่หยุด พร้อมเดินไปหาแม่ของตัวเอง
“เฉี่ยวเฟิงเก่งนัก เดินมาหาแม่เร็ว” พระสนมยิ้มอย่างมีความสุข พร้อมเหล่านางกำนันที่มององค์ชายน้อยเดิน พร้อมส่งเรียกกันเป็ระยะๆ และในตอนนั้นเอง…
“พระสนมเกิดเื่แล้วเพคะ” นางกำนันกล่าวอย่างกังวล
“มีอะไรรึ จึงรีบว่ามา”
“ฝ่ายพระมเหสีลงมือก่อน ส่งคนก่อการสร้างหลักฐานเท็จแล้วโยนความผิดให้ท่านมหาเสนาบดีและพระสนม ว่าเป็ผู้ลงมือสังหารองค์ชายใหญ่!!!”
“แล้วทางฝ่าาละว่าอย่างไร”
“ทางฝ่าาหม่อมฉันได้ส่งคนไปสืบแล้วได้ความว่า ทรงเอนเอียงไปทางพระมเหสีเพคะ ด้วยหลักฐานบ่งชี้ยากจะแก้ต่าง แต่หากตรวจสอบดีๆ ก็น่าพอมีช่องทางแก้ไข แต่…”
“แต่อะไร!!!”
“เกรงว่าตอนนี้จะไม่มีโอกาส เนื่องจากฝ่าาทรงกริ้วมากที่องค์ชายใหญ่ตายสั่งลงโทษไม่ไว้หน้าใคร การสืบสวนรีบเร่งและคนสอบสวนต่างก็เป็คนของพระมเหสี เกรงว่าท่านมหาเสนาบดีคงไม่มีโอกาสแก้ต่างใดๆ”
“ตุบ..” พระสนมทรุดตัวพลางทำหน้าครุ่นคิดหนัก
.
.
.