'ว้าววว!! ใช่จริงๆด้วย นี่มันหน่อไม่หวานแน่ๆ' เมื่อเดินมาดูต้นไผ่ใกล้ๆก็เป็อย่างที่หลินฟางเซียนคิดไว้ไม่ผิด แถมยังมีหน่อไม้อีกเยอะมาก
"เหว่ยเถียน เทียนิ นี่มันต้นไผ่หวานนี่นา พวกเ้ามาช่วยข้าเก็บหน่อไม้พวกนี้เร็วๆเข้า" หลินฟางเซียนหันไปพูดกับทั้งสองคนด้วยความตื่นเต้นดีใจ
"หน่อไม้มันจะหวานได้ยังไงพี่สะใภ้ มันขมจะตาย" เซียวเทียนิรีบพูดขึ้น
"นี่มันหน่อไม้หวานจริงๆ เดี๋ยวพี่สะใภ้จะกินให้เ้าสองคนดูก็ได้" ไม่พูดเปล่า หลินฟางเซียนก็เดินไปดึงหน่อไม้มาหนึ่งหน่อ จากนั้นก็ใช้มีดที่นำมาด้วยปลอกเอาเปลือกด้านนอกออก แล้วก็ตัดเป็ชิ้นเล็กๆไปกินให้เหว่ยเถียนกับเทียิดู และยังตัดแบ่งให้เหว่ยเถียนและเทียนิได้ลองกินอีกด้วย
"อื้มมม!! มันหวานจริงๆด้วยขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนที่ลองกินก่อนเซียวเทียนิก็พูดขึ้นแล้วหันไปมองหน้าน้องชาย เมื่อเซียวเทียนิเห็นพี่ชายบอกว่าหวานก็ไม่รอช้า หยิบหน่อไม้ที่หลินฟางเซียนตัดแบ่งไว้ไปกินดูทันที
"อ่ะ...หวานจริงๆด้วย อร่อยมากเลยขอรับ" เซียวเทียนิ
"ถ้าเช่นนั้นพวกเรามาช่วยกันเก็บหน่อไม้กลับบ้านกันเถอะ" หลินฟางเซียนที่เห็นน้องๆสามีบอกว่าอร่อยก็รีบชวนทั้งสองคนมาช่วยกันเก็บหน่อไม้
"ขอรับ / ขอรับ"
จากนั้นทั้งสามคนก็ช่วยกันเก็บหน่อไม้จนเต็มตะกร้าของทั้งสามคน เสร็จแล้วหลินฟางเซียนจึงชวนทั้งสองคนกลับบ้าน
พอเดินมาถึงบ้านก็เป็เวลาปลายยามเซินแล้ว หลินฟางเซียนจึงให้เหว่ยเถียนและเทียนิไปอาบน้ำกันก่อน ส่วนนางก็เข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็นสำหรับทั้งสามคน อาหารเย็นวันนี้ฟางเซียนเลือกที่จะทำอาหารง่ายๆคือแกงหน่อไม้ใส่ไข่ เพราะเห็นมีไข่เหลืออยู่สองฟอง ส่วนเครื่องปรุงก็เหมือนเดิมคือมีแค่เกลือ หลังจากหุงข้าวเสร็จหลินฟางเซียนก็ทำกับข้าวต่อทันที ใช้เวลาไม่นานนางก็ทำอาหารเสร็จก็พอดีกับที่เหว่ยเถียนและเทียนิกลับมาจากอาบน้ำพอดี นางจึงเรียกทั้งสองคนให้มากินข้าว เมื่อกินข้าวเสร็จนางก็ให้ทั้งสองคนช่วยเอาหน่อไม้และมันเทศที่พวกนางไปช่วยกันเก็บมาเมื่อวันก่อนไปให้ท่านตาเฉียวิเลี่ยนและท่านยายซู่เจินที่บ้านด้วย ส่วนตัวเองก็ไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวทันที
"อ้าว พวกเ้ากลับมากันนานหรือยัง" เมื่อเดินกลับมาถึงบ้านหลังจากอาบน้ำเสร็จก็เห็นเหว่ยเถียนและเทียนิกลับมาถึงบ้านกันแล้ว
"พวกข้าพึ่งมาถึงขอรับพี่สะใภ้" เซียวเหว่ยเถียนตอบ
"เช่นนั้นพวกเ้าก็เข้าบ้านไปพักผ่อนเถิด นี่ก็จะมืดแล้วพรุ่งนี้เราจะได้ไปดูหลุมที่ทำดักปลาไว้อีก เผื่อโชคดีมีปลาเข้าไปในหลุมเราจะได้เอาไปขาย พรุ่งนี้ท่านพี่ก็คงจะกลับมาจากล่าสัตว์แล้ว" หลินฟางเซียน
"ขอรับ / ขอรับ" ทั้งสองคนตอบรับพร้อมกัน
จากนั้นทั้งสามคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน เพราะวันนี้ทั้งสามคนเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว
เมื่อเข้ามาในห้อง หลินฟางเซียนก็นอนคิดถึงเื่ต่างๆที่นางต้องพบเจอ 'เฮ้อออ!! จากคุณหนูผู้ร่ำรวย มีกินมีใช้ เงินทองไม่เคยขาดมือ กลับต้องมาตายทั้งที่อายุยังน้อย ไหนจะต้องมาเกิดใหม่แถมยังจนแสนจน แค่เงินจะซื้อข้าวก็ยังหายากเลย เฮียค่ะ..ริสาคิดถึงเฮียทั้งสองคนมากเลย' นอนคิดไปคิดมาอยู่ๆน้ำตาก็ไหล ริสาจึงพยายามจะไม่คิดถึงเื่ในอดีตอีก จากนั้นก็พยายามข่มตาให้หลับ และด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวันไม่นานนางก็หลับไป
หลินฟางเซียนตื่นขึ้นมายามเหม่าก็ลุกขึ้นไปล้างหน้า แล้วจึงเข้าครัวไปเตรียมอาหารเช้า เช้านี้นางเลือกทำโจ๊กหน่อไม้ เพราะที่บ้านไม่มีอะไรแล้วนอกจากข้าวกับหน่อไม้ที่นางและน้องๆสามีไปเก็บมาเมื่อวาน
"พี่สะใภ้มีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่ขอรับ" เซียวเทียนิที่ตื่นสายกว่าทุกคนเดินเข้ามาถาม
"ไม่มีแล้ว ข้าทำเสร็จหมดแล้วล่ะ เ้าไปช่วยเหว่ยเถียนรดน้ำผักเถอะ เสร็จแล้วพวกเราจะได้ไปดูปลากัน" หลินฟางเซียนที่เห็นว่าไม่มีอะไรให้ทำแล้วจึงบอกเซียวเทียนิ ส่วนนางก็ไปเตรียมถังเพื่อไปใส่ปลา เสร็จแล้วก็เดินออกไปหาเหว่ยเถียนและเทียนิที่แปลงผักหลังบ้าน
"เ้าสองคนรดน้ำผักเสร็จหรือยัง" หลินฟางเซียน
"เสร็จแล้วขอรับพี่สะใภ้ เราไปดูหลุมดักปลาเลยดีหรือไม่ขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนที่ตื่นเต้นยากจะไปดูว่ามีปลามาเข้าหลุมที่พวกเขาขุดไว้หรือไม่ตอบ
"อืมมม เสร็จแล้วก็ไปกันเถอะ กลับมาจะได้กินข้าวกัน" หลินฟางเซียนตอบออกไปแล้วก็เดินถือถังสองใบนำหน้าทั้งสองคนไป
"ให้ข้าช่วยถือนะขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนเข้าไปช่วยหลินฟางเซียนถือถัง
"ขอบใจนะ" หลินฟางเซียนตอบ
จากนั้นทั้งสามคนก็พากันเดินไปที่ลำธารที่อยู่หลังบ้าน เดินไปไม่นานเท่าไรก็มาถึง พอมาถึงหลินฟางเซียนกับน้องๆของสามีก็พากันเดินไปดูหลุมที่พวกเขาพากันขุดเอาไว้ ไปดูหลุมแรกก็พากันตื่นเต้นดีใจกันมาก เพราะในหลุมมีปลาเข้าไปอยู่ในนั้นจริงๆด้วย
"โหหหห!! พี่สะใภ้ มันมีปลาจริงๆด้วยขอรับ" เซียวเทียนิที่เห็นว่าในหลุมมีปลาก็ดีใจจนออกนอกหน้าไม่แพ้เหว่ยเถียนที่ตอนนี้กำลังตื่นเต้นกับปลาที่เห็นเช่นกัน
"ปลาตัวใหญ่มากเลยขอรับ แบบนี้เราต้องขายได้ราคาดีแน่ๆเลยขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"ตัวใหญ่จริงๆด้วย พวกเรามาช่วยกันจับกันเถอะ เทียนิเ้าถือถังไว้นะ พี่สะใภ้จะลงไปจับปลาเอง ส่วนเหว่ยเถียนเ้าเดินไปดูอีกหลุมนะว่ามีปลาหรือไม่" หลินฟางเซียนบอกกับทั้งสองคนเสร็จก็ลงน้ำไปจับปลาทันที ส่วนเหว่ยเถียนก็เดินไปดูหลุมใกล้ๆกัน
"อ๊ะ!! หลุมนี้ก็มีปลาขอรับพี่สะใภ้ ข้าขอลงไปจับเองนะขอรับ น้ำตรงนี้ไม่ลึกเท่าไรขอรับ" เมื่อเดินมาเห็นว่ามีปลาอยู่ในหลุม เซียวเหว่ยเถียนก็ะโบอกและขอลงไปจับปลาเองทันที
"ได้สิ เ้าระวังลื่นด้วยนะ ค่อยๆลงไปล่ะ" หลินฟางเซียนบอกกับเซียวเหว่ยถัง
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนตอบ
จากนั้นทั้งสามคนก็พากันช่วยกันจับปลากันอย่างสนุกสนาน โดยมีหลินฟางเซียนและเซียวเหว่ยเถียนเป็คนลงน้ำไปจับปลา ส่วนเซียวเทียนิก็วิ่งถือถังใส่ปลาไปหาหลินฟางเซียนทีเซียวเหว่ยเถียนที ซึ่งหากใครมาเห็นก็คงจะต้องอดยิ้มตามภาพที่เห็นทั้งสามคนะโเรียกกันไปมาไม่ได้แน่นอน
ทางด้านของเซียวซูเหวินเมื่อกลับมาถึงบ้านก็ไม่เห็นภรรยาและน้องๆของเขา จึงเดินมาดูที่ลำธารเล็กๆหลังบ้าน เดินมาได้ไม่ไกลจากลำธารเท่าไรเขาก็ได้ยินเสียงน้องๆของเขาหัวเราะและยังะโเรียกกันไปกันมา แต่ที่เขาต้องหยุดฟังเพราะเสียงของหลินฟางเซียนที่พากันหัวเราะกับน้องๆของเขา เสียงน้องๆหัวเราะเหมือนกำลังมีความสุขกันมากเช่นนี้ มันนานเท่าไรแล้วที่เขาไม่ได้ยิน ไหนจะเสียงหัวเราะของภรรยาที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน เมื่อยืนฟังได้สักพักเซียวซูเหวินก็เดินเข้าไปหาทุกคนเพราะเขาอยากรู้เหมือนกันว่าทั้งสามคนกำลังทำอะไรกันอยู่ พอเดินมาถึงลำธารก็เห็นภรรยาและน้องๆของเขาช่วยกันจับปลากันอย่างขยันขันแข็ง ด้วยความที่มีแต่ผู้หญิงและเด็กทำให้การจะจับปลาได้แต่ละตัวนั้นยากลำบากไม่น้อย เพราะปลาตัวใหญ่บางทีจับได้ปลาก็ดิ้นหลุดมือไป ภาพที่เซียวซูเหวินเห็นอยู่จึงดูเป็ภาพเหตุการณ์ที่วุ่นวายน่าดูและนั่นก็ทำให้เขาเผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว
"อ่ะ! พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือขอรับ" เป็เซียวเทียนิที่หันกลับมาเจอเซียวซูเหวินก่อนใครจึงถามขึ้น
"อืมมม พวกเ้าทำอะไรกันอยู่ ข้าไม่เจอใครอยู่ที่บ้านเลยเดินออกมาดู" เซียวซูเหวินตอบ
หลินฟางเซียนที่เห็นว่าสามีกลับมาแล้วก็เดินขึ้นมาจากน้ำ แล้วเดินมาหาสามี
"พวกข้ากำลังช่วยกันจับปลากันอยู่เ้าค่ะ ท่านพี่พึ่งกลับมาเหนื่อยหรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนถามสามี
"ไม่เหนื่อยเท่าไร มาเดี๋ยวข้าช่วยจับเอง เ้าไปนั่งพักก่อนเถิด" เซียวซูเหวินพูดกับภรรยา แม้จะรู้สึกแปลกใจที่นางสามารถรู้วิธีจับปลาได้อย่างไร แต่เขาก็ไม่พูดอะไรแล้วเดินลงไปในลำธารทันที
"ไม่เป็ไรเ้าค่ะ เมื่อวานพวกข้ามาขุดหลุมดักปลาไว้หลายหลุม ช่วยกันจับจะได้เสร็จเร็วๆ" หลินฟางเซียนตอบสามี
"ขุดหลุมหรือ" เมื่อได้ยินแบบนั้นเซียวซูเหวินก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย เพราะไม่เคยมีใครหาปลาด้วยวิธีนี้มาก่อน จากนั้นก็มองไปยังถังใส่ปลาที่เทียนิกำลังถืออยู่ ในถังมีปลาเกือบจะเต็มถังแล้วด้วย ส่วนอีกถังที่วางอยู่ไม่ไกลกันนั้นก็มีปลาเต็มถังเลย
"ใช่ขอรับพี่ใหญ่ พี่สะใภ้บอกว่าวิธีนี้สามารถจับปลาได้ขอรับ พวกข้ากับพี่สะใภ้เลยลองมาขุดหลุมทิ้งเอาไว้ั้แ่เมื่อวานนี้ขอรับ" เซียวเหว่ยเถียนเป็คนตอบ
"จริงขอรับ มีปลาไปอยู่ในหลุมที่พวกเราขุดเยอะเลยขอรับ พี่ใหญ่ดูสิขอรับมีแต่ปลาตัวใหญ่ๆเต็มถังเลยขอรับ" เซียวเทียนิ
"เ้ารู้วิธีหาปลาเช่นนี้มาจากไหนหรือ ข้าไม่เคยเห็นใครทำมาก่อน" เซียวซูเหวินหันไปมองหน้าภรรยาก่อนจะถามขึ้น
"เอ่อ..ท่านพ่อข้าเป็คนสอนเ้าค่ะ เมื่อก่อนตอนที่ท่านพ่อยังอยู่ข้าชอบไปหาปลากับท่านมาขายบ่อยๆ เลยพอจะรู้บ้างเ้าค่ะ" ‘ฮื่อๆๆ ข้าขอโทษที่โกหกนะเ้าค่ะ แต่จะให้ข้าบอกว่าดูมาจากในยูทูปพวกท่านได้หาว่าข้าเป็บ้ากันพอดี'
"อืมมม ไปจับปลากันเถอะจะได้รีบกลับบ้าน" แม้จะรู้สึกว่านางมีอะไรที่ผิดแปลกไปแต่ก็ไม่รู้ว่าคืออะไร เซียวซูเหวินจึงไม่ถามอะไรต่อ
"เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนตอบ
แล้วทั้งสี่คนก็ช่วยกันจับปลา โดยมีเหว่ยเถียนและเทียนิที่ดูจะมีความสุขและสนุกที่สุดคอยวิ่งถือถังไปใส่ปลา ส่วนฟางเซียนและซูเหวินเป็คนลงน้ำไปจับปลาส่งให้น้องๆทั้งสองคน ใช้เวลาไม่นานก็ได้ปลามาจนเต็มถังทั้งสองใบ จากนั้นพวกเขาก็ช่วยกันทำหลุมดักปลาไว้เหมือนเดิมเพื่อจะได้มาจับปลาในวันพรุ่งนี้กันต่อ เสร็จแล้วก็พากันเดินกลับบ้านและนำปลาที่จับมาได้ไปขังไว้ก่อน
"พวกเ้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนเถิด เสร็จแล้วจะได้มากินข้าว" เซียวซูเหวินบอกกับน้องๆทั้งสองคนของเขา
"ขอรับ / ขอรับ"
"เ้าก็ไปอาบน้ำก่อนเถิด จะได้สบายตัว" หลังจากน้องๆพากันไปอาบน้ำแล้ว เซียวซูเหวินก็หันมาพูดกับหลินฟางเซียนต่อ
"เ้าค่ะ แล้วท่านพี่ไม่ไปอาบหรือเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนถามกลับ
"เ้าไปอาบที่อ่างน้ำหลังบ้านก่อนเถอะ ส่วนข้าจะไปอาบกับเหว่ยเถียน เทียนิที่ลำธารเอง" เซียวซูเหวิน
"เ้าค่ะ" แล้วทั้งสองก็แยกกันไป ใช้เวลาไม่นานก็พากันอาบน้ำเสร็จ ส่วนหลินฟางเซียนหลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วก็มาอุ่นโจ๊กรอสามีและน้องๆของสามี เสร็จแล้วก็ยกหม้อโจ๊กออกมาจากครัวก็เห็นทุกคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"กลับมากันแล้วหรือเ้าค่ะ ข้าอุ่นโจ๊กพึ่งจะเสร็จ มากินกันก่อนเถอะเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนพูดกับทุกคน
"เดี๋ยวข้าไปเอาถ้วยกับตะเกียบมาเองขอรับ" เซียวเหว่ยเถียน
"ขอบใจมาก" หลินฟางเซียนตอบและยิ้มให้กับน้องสามี
แล้วทั้งสี่คนก็พากันนั่งกินข้าวและพูดคุยกันบ้าง ซึ่งวันนี้คนที่พูดมากที่สุดเห็นจะเป็เหว่ยเถียนกับเทียนิซะส่วนมาก วันนี้ทั้งสองดูท่าจะอารมณ์ดีกว่าทุกวันจึงทำให้บรรยากาศในบ้านดูครึกครื้นเพราะทั้งสองคนเป็อย่างมาก
"พี่ใหญ่ วันนี้ท่านได้หมูป่ามาด้วยหรือขอรับ ข้าเห็นอยู่หลังบ้าน" เซียวเทียนิถาม
"อืม ได้มาสองตัวก็เลยแบ่งกันคนละตัวกับเฉินตง" เซียวซูเหวินตอบน้องชาย
"แล้วท่านพี่จะเอาหมูเข้าไปขายในเมืองวันนี้เลยหรือไม่เ้าค่ะ" หลินฟางเซียนถาม
"ข้าว่ากินข้าวเสร็จก็จะออกไปเลย เดี๋ยวจะสายซะก่อน กว่าจะถึงในเมืองก็อีกครึ่งชั่วยามเลย เ้าอยากจะได้อะไรหรือไม่" เซียวซูเหวิน
"พอดีข้าวใกล้จะหมดแล้ว ข้าอยากให้ท่านซื้อข้าวกับพวกแป้งแล้วก็เกลือมาด้วยเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนตอบ
"อืม วันนี้จับได้หมูตัวใหญ่น่าจะขายได้ราคามากหน่อย เอาไว้ขากลับข้าจะซื้อมาให้" เซียวซูเหวิน
"เ้าค่ะ" หลินฟางเซียน
"เอ่อออ..พี่สะใภ้กำไลนั่นท่านได้มาจากไหนหรือขอรับ ข้าไม่เคยเห็นท่านใส่มาก่อนเลย" เซียวเทียนิที่เห็นกำไลนี้มาหลายวันแล้ว จึงทนความสงสัยไม่ไหว เลยถามออกไป
พอเทียนิถามออกไปทั้งซูเหวินและเหว่ยเถียนก็หันไปมองตาม ก็เห็นว่าที่ข้อมือของฟางเซียนมีกำไลอยู่จริงๆ ทั้งสองคนจึงได้แต่จ้องฟางเซียนเพื่อรอฟังคำตอบเช่นเดียวกันกับเทียนิ
เมื่อถูกถามขึ้น ฟางเซียนจึงพึ่งนึกขึ้นได้ว่านางได้รับพรมาจากท่านเทพ 'อร๊ายยยยยย!!! เอาล่ะหว่าาาา…นี่ฉันลืมไปได้ยังไงเนี่ยยย แล้วทีนี้จะตอบยังไงดีหว่า เขาจะมองว่าฉันเป็ปีศาจหรือป่าวเนี่ย เอาว่ะ!! บอกไปแบบจริงบ้างเท็จบ้างก็แล้วกัน หวังว่าทุกคนจะเชื่อนะ ฮือๆๆ'
"เอ่อออ ถ้าข้าพูดออกไปทุกคนจะว่าข้าบ้าหรือป่าวเ้าค่ะ" หลินฟางเซียนที่ยังไม่แน่ใจว่าจะบอกทุกคนดีหรือไม่ จึงลองเอ่ยถามไปก่อน
"พวกเราคือครอบครัวเดียวกันแล้วนะ แต่ถ้าหากเ้าไม่อยากจะบอกพวกเราก็จะไม่ถามเ้าอีก เราแล้วแต่เ้าหากเ้าพร้อมหรือไว้ใจพวกเราเมื่อไหร่ ถ้าเ้าอยากบอกก็บอกเราได้ตลอด" เซียวซูเหวินที่เห็นว่านางดูเหมือนไม่ค่อยอยากจะคุยเื่นี้ จึงไม่อยากจะทำให้นางลำบากใจเลยพูดออกไปตรงๆ เพราะเขาไม่เคยบังคับใคร หากนางพร้อมนางคงจะบอกเขาเอง
"ไม่ใช่ๆ ข้าไว้ใจท่านพี่แล้วก็ทุกคน แต่ข้าแค่กลัวว่าถ้าข้าบอกพวกท่านไปแล้ว ทุกคนอาจจะไม่เชื่อและหาว่าข้าเป็บ้าก็ได้" หลินฟางเซียนที่เห็นสามีพูดออกมาแบบนั้นจึงรีบพูดแก้ตัวขึ้นอย่างรีบร้อน
"เ้าบอกมาก่อน หากเ้าไม่พูดแล้วพวกข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อเ้า" ซูเหวินกล่าว และทุกคนก็พากันหันหน้าไปจ้องหน้าฟางเซียนอย่างพร้อมเพรียงเพื่อรอฟังคำตอบจากปากของนาง