โรงเรียนจงหัว เป็โรงเรียนชื่อดังของเมืองB ซึ่งทำการสอนทั้งระดับประถม และมัธยม เพียงแต่แยกส่วนกัน เป็ฝั่งซ้ายและขวา ทางซ้ายเป็ส่วนชั้นประถม และทางขวาเป็ส่วนชั้นมัธยม
ปกติโรงเรียนทั่วไป จะแยกเป็โรงเรียนประถม และโรงเรียนมัธยม แต่โรงเรียนจงหัวเป็โรงเรียนเก่าแก่ที่ก่อตั้งมาพร้อมๆ กับตอนสร้างเมือง จึงเปิดสอนทั้งสองระดับชั้นั้แ่แรก จนถึงปัจจุบัน
ที่จริงแล้ว จางอี้หนิงคุ้นเคยกับโรงเรียนแห่งนี้อยู่แล้ว ก็ชาติก่อนเธอเคยเรียนที่นี่จนจบชั้นประถมนี่นา ก่อนจะย้ายไปเรียนที่อื่นหลังจากพ่อแม่หย่ากัน
เมื่อได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง ก็อดรู้สึกคิดถึงไม่ได้
“มาแล้วเหรอคะพี่ฮุ่ยเฟิน” เสียงหวานใสดังขึ้นทักทายกลุ่มคนที่เข้ามาใหม่
“เจียวมี่ มาถึงนานแล้วเหรอจ้ะ” หวังฮุ่ยเฟินเดินนำหน้าไปจับมือทักทายกับหญิงสาวคนหนึ่งอย่างสนิทสนม
“เพิ่งมาถึงไม่นานเหมือนกันค่ะ…เอ่อ…แล้ว…” หญิงสาวตอบคำ แต่สายตากลับเหลือบมองไปยังร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง พร้อมกับแสดงท่าทีเอียงอาย
“อ่อ…นี่เดี๋ยวพี่แนะนำให้รู้จัก คนนี้คือจางลู่ซือ น้องชายของสามีพี่จ้ะ ลู่ซือ นี่คือคุณครูแซ่สวี ชื่อเจียวมี่ เธอสอนชั้นประถมที่โรงเรียนนี้เหมือนกันจ้ะ”
จางอี้หนิงที่ยืนอยู่ข้างๆ พ่อ จ้องเขม็งไปยังหญิงสาวคนนั้น หึหึ แน่นอนอยู่แล้ว เธอไม่เคยลืมใบหน้าของผู้หญิงคนนี้ จำได้ไม่เคยลืมเลยล่ะ
สวีเจียวมี่ ภรรยาคนที่สองของพ่อเธอ!
ตอนนั้น หลังจากพ่อหย่ากับแม่ ก็ถูกย่าจางบังคับให้แต่งงานกับครูสาวคนหนึ่ง ซึ่งเคยมาดหมายทาบทามไว้ให้กับพ่อั้แ่แรก แม้หญิงคนนั้นจะอายุเลยวัยแต่งงานมามากแล้ว แต่ย่าก็ยังอยากให้พ่อแต่งงานด้วย
จางอี้หนิงก็เคยสงสัยอยู่ว่า เพราะอะไรที่ย่าจางตัดสินใจแบบนั้น ทั้งๆ ที่ หากอยากได้หลาน ก็ควรเลือกหญิงสาวที่ยังอ่อนเยาว์มาแต่งกับพ่อไม่ดีกว่าหรือ ตอนนั้นพ่อเองก็ยังหนุ่มแน่น หน้าตาหล่อเหลา มีตัวเลือกดีๆ อีกมากมายให้เลือก กลับเลือกหญิงสาวที่กำลังจะขึ้นเลขสามแล้ว
ตอนนี้เธอเข้าใจแล้ว ว่าน่าจะเป็ฝีมือป้าสะใภ้ใหญ่นั่นเอง
เธอเห็นสายตาของทั้งคู่ที่ลอบส่งความนัยถึงกัน
แต่ทำไม…ทำไมป้าสะใภ้ใหญ่ถึงต้องทำเช่นนี้ด้วย มีความแค้นเคืองอะไรเธอกับแม่นักหรือ
สวีเจียวมี่ ผู้หญิงคนนี้ ภายนอกดูอ่อนหวาน บอบบาง น่ารัก แต่จริงๆ แล้วเธอเป็คนโหดร้ายมาก จางอี้หนิงก็เคยถูกเธอกลั่นแกล้งตอนอยู่ที่โรงเรียนหลายครั้ง ในตอนนั้นเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไม คุณครูสวีถึงไม่ชอบ และจงเกลียดจงชังเธอ และคอยหาเื่เธอตลอด ภายหลังที่พ่อและแม่หย่ากัน เธอได้ยินข่าวว่าพ่อแต่งงานใหม่ และคนนั้นคือครูสวี เธอยังใเลย
แต่ตอนนี้ พอเธอเห็นสายตาของครูสวีที่มองพ่อ เธอก็รู้แล้ว
ครูสวีแอบชอบพ่อมาก่อนนี่เอง
เพราะเหตุนี้จึงเกลียดแม่ พาลถึงตัวเธอด้วย
หรือว่า…ต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่ต้องหย่ากันก็คือเธอคนนี้?
แววตากลมโตวาวระยับ จับจ้องมองหญิงสาวที่แสร้งทำตัวอ่อนโยน บอบบางอย่างไม่วางตา
เมื่อได้โอกาสย้อนกลับมาอีกครั้ง ครานี้เธอจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้ รวมถึงใครก็ตามทำลายครอบครัวของเธอได้อีก
“สวัสดีครับ จางลู่ซือครับ” จางลู่ซือเอ่ยทักทายตามมารยาท เขาพอจะรู้จักผู้หญิงคนนี้ แม้จะไม่เคยเจอหน้ามาก่อน แต่เคยได้ยินชื่อนี้ เธอคือคนที่แม่อยากให้เขาแต่งงานด้วยนั่นเอง แต่ตอนนั้นเขาคบหากับฮัวเหลียนฮวา ภรรยาของเขาก่อนแล้ว จึงปฏิเสธไป
ตอนนั้นแม่และพี่สาวคนรอง รวมถึงพี่สะใภ้ พยายามบังคับให้เขาไปดูตัวกับผู้หญิงคนนี้ แต่เขาหาทางหลบเลี่ยง หรือไม่ก็แอบหลบออกไปก่อนตลอด โดยยังไม่ทันได้เห็นแม้แต่หน้าของหญิงสาวด้วยซ้ำ
หญิงสาวคนนี้มีรูปร่างได้สัดส่วน เอวคอดบาง ใบหน้าอ่อนหวานเหมือนชื่อของเธอ บุคลิกนุ่มนวล ดูใจดีสมกับเป็คุณครู แต่เขาไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษใดๆ กับเธอเลย แม้ให้เลือกได้อีกครั้ง เขาก็ยังคงตกหลุมรักภรรยาของเขาอยู่ดี
“ฉันรู้จักสนิทสนมกับพี่สาวฮุ่ยเฟินมานาน เราก็เหมือนคนกันเอง ฉันขอเรียกว่าพี่ลู่ซือได้ไหมคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานกับท่าทางเอียงอาย น่าทะนุถนอมที่ชายใดมาเห็นคงอยากจะประคองไว้ในฝ่ามือ แต่จางลู่ซือเพียงตอบด้วยท่าทีนิ่งเฉย
“ขอโทษครับ พวกเราเพิ่งรู้จักกัน คงไม่เหมาะเท่าไหร่นัก คุณครูสวี เรียกผมว่าจางลู่ซือเถอะครับ”
คำตอบที่เ็าห่างเหินนั้นทำเอาหญิงสาวหน้าเสีย ป้าสะใภ้รองจึงพูดกู้สถานการณ์
“เอาล่ะๆ รู้จักกันแล้ว งั้นเราไปเริ่มทำงานกันเถอะ อี้หนิงมากับป้ามา เดี๋ยวลู่ซือตามน้องเจียวมี่ไปนะ เธอจะอธิบายว่าต้องทำอะไรบ้าง”
“อี้หนิงจะไปกับพ่อค่ะ” จางอี้หนิงจับมือพ่อไว้ไม่ยอมปล่อย
เหอะ เื่อะไรจะปล่อยให้อยู่กับนางจิ้งจอกนี่สองต่อสอง พ่อของฉันจะโดนปู้ยี่ปู้ยำอะไรก็ไม่รู้ เธอไม่ได้ไม่ไว้ใจพ่อนะ แต่เธอไม่ไว้ใจยัยจิ้งจอกนี่
“หนูจ้ะ เดี๋ยวคุณพ่อต้องไปทำงาน ไม่มีใครคอยอยู่ดูแลหนู หนูไปกับคุณป้าดีกว่านะจ้ะ ตรงนั้นมีขนม มีของเล่นด้วย หนูจะได้ไม่เบื่อไงจ้ะ”
สวีเจียวมี่พูดด้วยท่าทางใจดี หากใครมาได้เห็น ก็คงเชื่อว่าเธอเป็ครูสาวที่อบอุ่บอ่อนโยน และรักเด็กแน่นอน แต่ไม่ใช่สำหรับจางอี้หนิงที่เห็นธาตุแท้ของเ้าหล่อนมาแล้ว
จางอี้หนิงจึงเงยหน้าไปส่งสายตาออดอ้อนผู้เป็พ่อ พร้อมกับเข้าไปกอดขาผู้เป็พ่อไม่ยอมปล่อย
“ให้อี้หนิงไปกับผมเถอะครับ ผมคอยดูลูกได้” จางลู่ซือทนเห็นสายตาเศร้าของลูกสาวไม่ได้ อีกอย่างเขาก็ไม่อยากห่างจากลูกด้วย ให้อยู่ในสายตาดีกว่า
สุดท้ายจางอี้หนิงก็ได้ทำตัวเป็ก้างพุงกลมได้สมใจ
"พักดื่มน้ำก่อนค่ะ คุณจาง" สวีเจียวมี่ยื่นขวดน้ำให้ พร้อมพูดเสียงหวานหยดปานน้ำผึ้ง
"ไม่เป็ไรครับ ผมยังไม่เหนื่อย อยากรีบทำให้เสร็จเร็วๆครับ" จางลู่ซือไม่รับน้ำใจสาวสวย เขาอยากทำให้เสร็จ จะได้รีบกลับ
"พ่อขา คุณแม่เตรียมชาไว้ให้ ดื่มชากินค่ะ" เสียงเล็ก พร้อมรอยยิ้มแป้นจากลูกสาว ทำให้เขาหันไปยิ้มอย่างอ่อนโยน
"เด็กดี" มือหนาลูบศีษระทุยอย่างรักใคร่ แล้วรับกระบอกน้ำมา เทชาใส่ถ้วย แล้วยกขึ้นจิบ
การกระทำนั้นถือเป็การตบหน้าหญิงสาวอย่างแรง เธอบีบขวดน้ำแน่น แต่แทนที่จะโกรธชายหนุ่ม เธอกลับเกลียดยัยเด็กหน้าแป้นแล้นมากกว่า
เหมือนจงใจหักหน้าเธอชัดๆ
ดู...แล้วยังส่งยิ้มใสซื่อมาให้เธออีก หากไม่คิดว่าเด็กนี่อายุแค่ห้าขวบ เธอต้องคิดว่า มันจงใจเยาะเย้ยเธอแน่ๆ
จางอี้หนิงลอบหัวเราะในใจอย่างสะใจ
เหอะ งานอะไรก็แค่ข้ออ้างเท่านั้นแหละ
ก็อย่างที่จางอี้หนิงคิดไว้แต่แรกไม่ผิด สวีเจียวมี่แค่พาพ่อไปที่หอประชุมเล็ก ช่วยยกนั่น ยกนี่ จัดวางเก้าอี้เล็กๆ น้อยๆ คิดว่าเธอไม่รู้เหรอ งานประจำปีของโรงเรียน จะจัดที่หอประชุมใหญ่ เพราะนักเรียนทั้งโรงเรียนจะเข้าร่วมงานพร้อมกัน
และถึงแม้จะต้องใช้งานหอประชุมเล็กจริง ก็ไม่จำเป็ต้องให้พ่อเธอมาทำเลยด้วยซ้ำ
ที่โรงเรียนนี้มีครูผู้ชายหลายคนที่สามารถจัดการเองได้ หรือแม้กระทั่งสามารถเรียกนักเรียนชายชั้นมัธยมมาช่วยงานได้ ทำไมต้องเป็พ่อของเธอ คำตอบก็ชัดอยู่แล้ว
ชาติก่อนเธอยังเด็กมากไม่รู้ความ แม่ก็ท้องแก่ เลยไม่ได้รู้เื่ราวเลยว่า มีคนแอบเจาะกำแพงบ้านพวกเธอ และก็ทำสำเร็จเสียด้วย
ชาตินี้ไม่มีวันซะล่ะ
จางอี้หนิงทำตัวเป็มารพจญ ขัดขวางคุณครูสาวที่คอยตีเนียนหาโอกาสใกล้ชิดพ่อของเธอหลายครั้งหลายครา โดยไม่สนใจสายตาเชือดเฉือนที่มองเธออย่างมาดร้ายสักนิด
แบร่ ไม่กลัวหรอก
หลังจากผ่านไปครึ่งวัน พ่อที่เห็นว่าไม่น่าจะมีอะไรให้ช่วยทำแล้ว เขาก็ขอตัวลากลับ โดยปฏิเสธคำชวนทานข้าวของทั้งพี่สะใภ้และคุณครูสวี
เขาเองไม่ใช่คนโง่ เขาก็พอมองออกว่า เขาไม่จำเป็ต้องมาช่วยด้วยซ้ำ แต่เหมือนนัดมาเจอกับครูสาวเสียมากกว่า จึงจูงมือลูกสาวกลับบ้านอย่างรีบร้อน เป็ห่วงเมียจะแย่แล้ว
“พี่คะ ทำไมเด็กนั่นถึงมาด้วยได้” สวีเจียวมี่หลุดมาดครูสาวผู้อ่อนโยน ขบเคี่ยวเคี้ยวฟัน ถามอย่างขุ่นเคือง
“พี่ก็ไม่รู้ อยู่ๆ ก็ขอตามมาเอง ตอนแรกพี่ก็พยายามห้ามแล้ว แต่พ่อเขาตกลงจะพามาเลยต้องเลยตามเลย” หวังฮุ่ยเฟิน ก็ไม่คิดว่าจะผิดแผนไปหมดแบบนี้ เพราะเด็กบ้านั้นแท้ๆ
“พี่เคยบอกว่า อีกไม่กี่เดือน เด็กนั่นก็เข้าโรงเรียนแล้วใช่ไหม”
“ใช่ เข้าเรียนพร้อมอาหลินนั่แหละ สองคนนี้เกิดปีเดียวกัน ห่างกันไม่กี่เดือน”
ดี…อยากเป็ก้างนักใช่ไหม
จะเล่นงานทั้งคนแม่ ทั้งคนลูกให้หนักเลย อยากมาแย่งผู้ชายของฉันไป ฉันจะเอาคืนให้สาสม
ดวงตาเรียวสวยทอประกายอำมหิต ทำให้ใบหน้าหวานสวยนั้นดูเหี้ยมโหด ผิดจากท่าทีปกติ ที่ดูอ่อนหวาน หวังฮุ่ยเฟินที่ได้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงนั้นก็ลอบกลืนน้ำลาย แต่ในเมื่อร่วมหัวจมท้ายไปแล้ว ก็ต้องไปต่อให้สุด
เธอจะไม่ยอมให้ใครมาโดดเด่นเกินหน้า ลูกๆ ของเธอหรอก
……………………….