ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    32 เข้าเฝ้าอีกครั้ง

                   “ ชุดนอนไม่ได้นอน เหตุใดจึงชื่อประหลาดเช่นนั้นเล่าน้องชาย?”        เถ้าแก่หลี่เอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย ในขณะที่เถ้าแก่เว่ยเองก็มีสีหน้าใคร่รู้เช่นกัน ดังนั้นอาหลงจึงช่วยให้ความกระจ่างกับเถ้าแก่ใหญ่ทั้งสองคน          “ สาเหตุก็เพราะว่า ถ้าอาซ้อสวมชุดนี้ตอนเข้านอน เกรงว่าพวกท่านคงจะไม่เป็นอันหลับอันนอนเป็นแน่ เอ่อ...ข้าว่าข้าอธิบายแค่นี้ดีกว่า ฮ่าฮ่าฮ่า”         ชายหนุ่มเอ่ยทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นี้ แล้วปล่อยให้คู่สามีภรรยาทั้งหลายคิดต่อเอาเอง ซึ่งหลังจากได้ยินคำอธิบายเมื่อครู่ อาซ้อทั้งสองก็เขินอายจนหน้าแดงหนักเข้าไปอีก ก่อนที่พวกนางจะเข้าไปทุบตีที่หน้าอกของสามีพวกนางเป็นพัลวัน        “ ท่านพี่ ท่านยังจะถามน้องหลงให้เป็นที่อับอายของพวกเราอีก แค่นี้ยังอับอายไม่พอหรือไร?”       หลี่ฮูหยินต่อว่าสามีของนางอย่างแง่งอนระคนความอายต่อน้องสามีของนางที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่อาหลงจะกล่าวแซวเถ้าแก่หลี่และอาซ้ออย่างอารมณ์ดี       “ ท่านพี่ อาซ้อ ถ้าอาซ้อจะลองใส่ชุดที่ว่า ก็ขอให้ใส่ตั้งแต่หัวค่ำหน่อยนะขอรับ”        “ อ้าว ทำไมล่ะน้องหลง เพราะเหตุต้องให้อาซ้อเจ้าใส่ตั้งแต่ตอนหัวค่ำด้วย?”        หลี่ปู้ฉินเอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสงสัย ว่าทำไมต้องให้ภรรยาของตนใส่ชุดพวกนี้ตั้งแต่หัวค่ำ ไม่ให้ใส่ตอนดึก ๆ         “ เป็นเพราะว่า ถ้าเกิดอาซ้อเกิดลองใส่ตอนดึก ๆ ผู้น้องเกรงว่าพรุ่งนี้เช้าพวกท่านอาจจะไม่มีแรงตื่นมารับจองถุงนำโชคนะสิขอรับ”          อาหลงเอ่ยแซวอีกฝ่ายอย่างติดตลก ก่อนที่คนทั้งหมดจะหัวเราะครืนออกมาพร้อมกัน จากนั้นอาหลงจึงขอตัวเพื่อไปเตรียมตัวเข้าเฝ้าถวายโอสถในช่วงเย็นนี้ ในขณะที่คู่สามีภรรยาทั้งสองคู่ก็ขอตัวกลับร้านของพวกตน เพื่อไปเตรียมงานในส่วนของพวกตนเช่นกัน        “ นายท่านเจ้าคะ วันนี้ที่ข้าร้องเพลงและเล่นดนตรีในตอนเที่ยง ข้าได้เงินพิเศษจากแขกเป็นจำนวนพอสมควร ข้าอยากจะแบ่งให้ทางโรงเตี๊ยมครึ่งหนึ่งจะได้ไหมเจ้าคะ?”         แม่นางเหลียนเอ๋อ นักร้องประจำห้องอาหารของโรงเตี๊ยมเอ่ยรายงานเหตุการณ์ในห้องอาหารเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ซึ่งมีแขกเข้ามาทานอาหารเป็นจำนวนมาก รวมทั้งการที่มีดนตรีมาแสดงขับกล่อมแขกที่มาทานอาหาร ทำให้สามารถดึงดูดลูกค้าเข้าร้านมากขึ้น ด้วยรูปร่างหน้าตาที่น่ารัก สะสวย ของแม่นางเหลียนเอ๋อ รวมทั้งเสียงที่ไพเราะเสนาะหูของนาง ดึงดูดหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ให้เข้ามาทานอาหารมากขึ้นเป็นเท่าตัว             “ เจ้าได้เงินมาจำนวนมากเท่าใดหรือ แม่นางเหลียนเอ๋อ?”        อาหลงเอ่ยถามนาง ก่อนที่นางจะตอบด้วยความตื่นเต้นดีใจว่านางได้มาถึง 10 ตำลึงเลยทีเดียว          “ เจ้าเก็บเงินส่วนนี้ไว้เถอะ  เผื่อเจ้าจะได้นำมันไปทำทุนในการการค้าของเจ้าเองในอนาคต ยังมีช่วงเย็นที่เจ้าจะได้เงินพิเศษพวกนี้เพิ่มอีก”         ชายหนุ่มยืนยันที่ให้นางเก็บเงินจากหยาดเหงื่อแรงงานของนางทั้งหมดไว้เอง ท้ายที่สุดนางจึงต้องจำใจทำตามที่เขาบอกโดยดี        “ นายท่าน ท่านรีบไปแต่งตัวเถอะขอรับ ตอนนี้หลู่กงกงส่งรถม้ามารอรับท่านที่หน้าโรงเตี๊ยมของเราได้สักครู่แล้วขอรับ”          อาห่าวเอ่ยรายงานเจ้านายของตน พร้อมทั้งแอบชำเลืองมองไปทางแม่นางเหลียนเอ๋อเป็นระยะ ๆ         “ ได้ ขอบใจมากอาห่าว เจ้าช่วยไปบอกให้คนของหลู่กงกงรอสักครู่ ข้าขอไปเปลี่ยนชุดไม่นาน แล้วข้าจะรีบออกไป”        ชายหนุ่มวานลูกศิษย์หนุ่มของตน ก่อนจะรีบขึ้นไปยังห้องพักชั้นบนเพื่อเปลี่ยนชุดแต่งกาย และรีบเดินทางไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้โดยไม่รอช้า        “ ท่านพี่ ขอโทษที่ข้าทำให้พวกท่านต้องรอนาน เราออกเดินทางกันเถอะ”        อาหลงเอ่ยขออภัยต่อเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมารับตัวเขาเข้าวัง ก่อนที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นจะรีบกล่าวอย่างนอบน้อมว่าไม่เป็นไรมิได้ พร้อมทั้งยังขอฝากเนื้อฝากตัวกับชายหนุ่ม ด้วยเห็นว่าเขากำลังเป็นที่โปรดปรานขององค์ฮ่องเต้เป็นอย่างมาก จากนั้นรถม้าคันดังกล่าวจึงรีบเร่งออกเดินทางเข้าวังหลวง          ณ วังหลวง แคว้นต้าหยาง        “ เบิกตัวที่ปรึกษาเจ้าเมืองเทียนหยาง เสียมหลอหลงเข้าเฝ้า”         หลู่กงกงเบิกตัวชายหนุ่มให้เข้าเฝ้ายังห้องทรงงานเหมือนกับเมื่อวาน ชายหนุ่มถวายพระพรองค์ไท่จง ก่อนที่พระองค์จะรับสั่งให้เขาลุกขึ้นได้ และทรงพระราชทานที่นั่งร่วมโต๊ะเสวยกับพระองค์  จากนั้นเขาจึงนำเม็ดโอสถออกมาถวาย และกราบทูลให้พระองค์เสวยเม็ดยาในทันที ซึ่งพระองค์ทรงทำตามที่เขากราบทูลทุกประการ          “ ยาเม็ดที่ท่านให้เรากินเมื่อวานได้ผลดีมาก เรารู้สึกกระชุ่มกระชวยเหมือนกลับไปเป็นหนุ่มอีกครั้ง รวมทั้งไม่มีอาการปวดหัวอีกเลย แถมเมื่อคืนเรายังนอนหลับสบายจนถึงเช้า ยาของท่านช่างวิเศษโดยแท้”          หยางไท่จงทรงรับสั่งกับอีกฝ่ายอย่างโสมนัส ก่อนที่พระองค์จะทรงเล่าเหตุการณ์ในห้องประชุมเมื่อเช้าให้เขาฟังอย่างเบิกบานพระทัยเป็นยิ่งนัก         “ เราอยากให้ท่านได้เห็นหน้าเหล่าขุนนางพวกนั้นยิ่งนัก หลังจากที่เราทำตามที่ท่านแนะนำ โดยนำผลส้มมาวางไว้ พร้อมทั้งบอกว่านี่คือทางออกของปัญหาเรื่องธงประจำสำนักบัณฑิต พวกเขาต่างพากันงุนงงสงสัย และกล่าวโจษจันกันเซ็งแซ่  แต่เมื่อเรานำหมึกสีแดงและสีเหลืองมาผสมเข้าด้วยกันจนกลายเป็นสีส้มท่ามกลางสายตาของพวกเขา พวกเขาเหล่านั้นก็ได้แต่กล่าวทรงพระปรีชา ทรงพระปรีชา ฮ่าฮ่าฮ่า ช่างสบอารมณ์ของเรายิ่งนักท่านกุนซือ”                      “ ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ”          เสียมหลอหลงกราบทูล ก่อนที่จะถูกพระองค์ท้วงติงกลับมาว่า พระองค์ต้องการขุนนางจงรัก ที่กล้าทูลถวายในเรื่องจริงและเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง ดังเช่นที่ถังไท่จงทรงมีเว่ยเจิงคอยเป็นคันฉ่องให้กับพระองค์ และพระองค์ไม่ต้องการขุนนางที่ประจบสอพลอ ซึ่งหาประโยชน์อันใดมิได้         “ ฝ่าบาท องค์หญิงใหญ่และองค์หญิงรองมารอขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”         หลู่กงกงเข้ามากราบทูล ก่อนที่พระองค์จะมีรับสั่งให้ทั้งสองพระองค์เข้ามาเข้าเฝ้าได้ จากนั้นหลู่กงกงจึงเบิกตัวองค์หญิงทั้งสองเข้าเฝ้าตามพระกระแสรับสั่ง         “ หม่อมฉันถวายพระพรเสด็จพ่อ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปีเพคะ”        องค์หญิงใหญ่ ต้วนถิงฟาง และองค์หญิงรอง ต้วนเซียนเอ๋อ กล่าวถวายพระพรพระบิดา ก่อนที่พระองค์จะรับสั่งให้หลู่กงกงเตรียมที่นั่งให้พวกนางร่วมโต๊ะเสวยด้วย                     “ น้องเฟยเอ๋อยังไม่มาเข้าเฝ้าถวายการดูแลเสด็จพ่ออีกหรือเพคะ?”          องค์หญิงใหญ่ทูลถามองค์หยางไท่จง ก่อนที่เสียมหลอหลงจะสะดุดกับคำว่าเฟยเอ๋อ จึงทูลถามองค์หญิงใหญ่ว่าวันนี้เป็นเวรขององค์หญิงองค์ใดที่ต้องมาถวายการดูแลพระบิดา          “ อ้อ วันนี้เป็นเวรขององค์หญิงห้า เฟยเอ๋อ  ท่านกุนซือคงจะยังไม่เคยพบกับนาง อีกสักครู่นางก็คงจะมาถึงแล้ว อีกเดี๋ยวท่านก็จะได้พบกับนาง”           องค์หญิงใหญ่รับสั่งตอบกุนซือหนุ่มอย่างแช่มช้อย พร้อมทั้งแอบชำเลืองมองที่ชายหนุ่มเป็นระยะ  ในขณะที่องค์หญิงรองเองก็ทรงแอบชำเลืองมาที่ชายหนุ่มเช่นกัน หากแต่ไม่บ่อยเหมือนพระภคินีของนาง                         “ เด็ก ๆ นำพระกระยาหารค่ำเข้ามาถวายฝ่าบาทได้”          หลู่กงกงเอ่ยต่อเหล่าขันทีที่มีหน้าที่ดูแลห้องเสวยให้นำอาหารค่ำเข้ามาถวายในห้องทรงงาน ซึ่งนอกจากนี้ยังมีอาหารและของหวานที่องค์หญิงใหญ่และองค์หญิงรองรับสั่งให้นางกำนัลนำมาจากตำหนักของพวกนางอีกด้วย       “ เสด็จพ่อทรงเสวยเยอะ ๆ นะเพคะ จานนี้หม่อมฉันเป็นผู้ปรุงด้วยตนเอง เพื่อเสด็จพ่อโดยเฉพาะ”       องค์หญิงรองกราบทูลพระบิดาของนางอย่างอ่อนโยน โดยนางมีฝีมือในการทำอาหารเป็นเลิศหาตัวจับได้ยาก ในขณะที่องค์หญิงใหญ่ก็ทรงตักอาหารใส่จานให้พระบิดาเพื่อเป็นการเอาพระทัยเช่นกัน         “ ท่านกุนซือ ตอนราษฎรประสบปัญหาทุกข์ยากไม่มีอันจะกิน เนื่องจากภัยแล้ง นอกจากนี้ฝูงตั๊กแตนนับล้านยังออกอาละวาดกัดกินผลผลิตของชาวบ้าน ท่านเห็นควรจัดการเรื่องนี้เช่นไร?”            หยางไท่จงรับสั่งถามกุนซือ พร้อมกับทรงรอคอยคำตอบของเขาอย่างมีความหวัง ส่าเขาจะสามารถทูลถวายคำแนะนำและทางออกที่ยอดเยี่ยมให้กับพระองค์เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา         “ ฝ่าบาท องค์หญิงทั้งสามมารอเข้าเฝ้าอยู่ที่ด้านนอกพ่ะย่ะค่ะ”           เป็นหลู่กงกงที่เข้ามาทูลถวายรายงาน ว่าองค์หญิงทั้งสามพระองค์ต้องการเข้าเฝ้าพระบิดาของพวกนาง พระองค์ทรงมีรับสั่งให้พวกนางเข้าเฝ้าได้ ในขณะที่อาหลงก็ตาเป็นประกาย ด้วยหวังว่าหนึ่งในนั้นจะมีองค์หญิงห้าที่เขาตั้งตารอจะพบเจอรวมอยู่ด้วย ซึ่งไม่กี่อึดใจองค์หญิงทั้งสามของแคว้นต้าหยางก็เสด็จเข้ามาถวายพระพรหยางไท่จง โดยองค์ไท่จงทรงมีรับสั่งให้เตรียมที่นั่งเพิ่มอีก 4 ที่ จากนั้นเสียมหลอหลงจึงถวายพระพรองค์หญิงทั้งสาม          “ มามา ลูกพ่อ วันนี้ถือว่าครอบครัวเราได้อยู่กันพร้อมหน้า จะขาดแต่เพียงเฟยเอ๋อที่ยังมาไม่ถึง”                        “ เหตุใดน้องห้าถึงยังมาไม่ถึงอีกเพคะ เสด็จพ่อ?”           องค์หญิงสี่ ต้วนหมิงเอ๋อ ทูลถามพระบิดาของนาง ก่อนที่พระองค์จะมีรับสั่งตอบว่า นางคงจะติดธุระจำเป็นอยู่ เพราะปรกตินางจะมาถวายการดูแลตั้งแต่หัวค่ำ          เมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็สร้างความผิดหวังให้กับชายหนุ่มอีกครั้ง ที่เขาจะยังไม่ได้พบกับองค์หญิงห้าที่เขารอคอยสักที         “ ท่านผู้นี้คงจะเป็นท่านกุนซือเจ้าเมืองเทียนหยาง เสียมหลอหลงใช่มั้ยเพคะเสด็จพี่?”        องค์หญิงสามต้วนฉี ทูลถามองค์หญิงใหญ่ ก่อนที่พระภคินีของนางจะพยักหน้าตอบรับ ทางด้านองค์หญิงหก ต้วนอิ๋งอิ๋งกลับรับสั่งถามชายหนุ่มออกมาตรง ๆ ตามลักษณะนิสัยของนางที่เป็นคนตรง ๆ จริงใจ ไม่เสแสร้ง ท่ามกลางความตกตะลึงของผู้คนรอบข้าง         “ ท่านกุนซือผู้นี้ อายุยังเยาว์ก็เป็นถึงที่ปรึกษาแล้ว ไม่ทราบท่านแต่งงานแล้วหรือไม่?”         เสียมหลอหลงถึงกับสะดุ้ง จนแทบจะสำลักน้ำที่เขาเพิ่งยกขึ้นดื่มเมื่อสักครู่ เมื่อเจอคำถามตรง ๆ ขวานผ่าซากขององค์หญิงหกเข้าไป                     “ อิ๋งเอ๋อ ลูกอย่าได้เสียมารยาทต่อท่านกุนซือ”         หยางไท่จงทรงปรามพระธิดาของพระองค์ ในขณะที่องค์หญิงองค์อื่น ๆ ต่างก็รอลุ้นคำตอบจากปากของกุนซือหนุ่มผู้มีเสน่ห์ผู้นี้  หลังจากที่ได้ฟังคำถาม เสียมหลอหลงครุ่นคิดสักครู่ ก่อนจะกราบทูลองค์หญิงหกตามตรง       “ หม่อมฉันยังไม่ได้แต่งงานมีครอบครัวพ่ะย่ะค่ะองค์หญิงหก”       จริง ๆ แล้ว ชายหนุ่มเกือบจะหลุดปากตอบออกไปว่าตนเองแต่งงานมีภรรยาแล้ว แถมยังมีบุตรอีกสองคนอีกด้วย เพียงแต่นั่นเป็นเรื่องในโลกปัจจุบันที่เขาจากมา ส่วนร่างของชายหนุ่มวัย 20 ปีที่เขาได้เข้ามาสวมรอยแทนในยุคนี้ ยังคงโสดและยังไม่ได้มีครอบครัวแต่อย่างใด       “ หม่อมฉันคิดไว้แล้วว่าท่านกุนซือจะต้องยังไม่ได้แต่งงาน เสด็จพี่ทั้งสี่ ทำไมพวกท่านถึงได้พากันอมยิ้มเช่นนี้ล่ะเพคะ?”        องค์หญิงหกทูลถามบรรดาพี่น้องของนางอย่างพาซื่อ ก่อนที่เหล่าบรรดาองค์หญิงทั้งสี่จะพากันพระพักตร์แดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่โดนองค์หญิงหกเปิดโปง       “ ยังดีที่พี่ห้ายังไม่มา อ้อ แต่ถึงนางจะมา นางก็คงไม่ยินดียินร้ายอะไร เพราะนางไม่เคยสนใจบุรุษคนไหนมาก่อน ใช่มั้ยเพคะเสด็จพ่อ?”          ต้วนอิ๋งอิ๋งเอ่ยถึงพี่ห้าของตน ก่อนจะหันไปทูลถามพระบิดาที่พระพักตร์เคร่งครึมและกำลังใช้สายพระเนตรปรามพระธิดาผู้แสนซนของพระองค์        “ อิ๋งเอ๋อ เจ้ากล่าววาจามากเกินไปแล้ว ดูเสด็จพี่ของเจ้าแต่ละคนสิ ทำหน้าไม่ถูกกันหมดแล้ว  เจ้าเป็นถึงขัตติยะนารีต้องสำรวมและรักษากิริยาให้มากกว่านี้ เข้าใจไหมองค์หญิงหก?”        ฮ่องเต้ต้าหยางรับสั่งปรามพระธิดาองค์เล็ก ก่อนจะหันไปรับสั่งกับกุนซือหนุ่มว่าอย่าได้ถือสาหาความกับคำพูดของนาง เพราะนางยังเด็กอยู่        หลังจากโดนเสด็จพ่อของนางดุเอา ทำเอาองค์หญิงหกถึงกับพระพักตร์ซีด แต่ก็ยังไม่วายทูลตอบโต้กับเสด็จพ่อของนางอย่างไม่ยอลดราวาศอก       “ หม่อมฉันไม่เด็กแล้วนะเพคะเสด็จพ่อ  มิเช่นนั้นพระองค์คงไม่ประกาศเลือกราชบุตรเขยให้กับหม่อมฉันเฉกเช่นเดียวกับเสด็จพี่ทั้งห้า”       “ น้องเล็ก เจ้าอย่าได้ก้าวร้าวและเสียมารยาทต่อเสด็จพ่อ หม่อมฉันขอประทานอภัยแทนน้องเล็กด้วยเพคะ”       องค์หญิงรองกราบทูลขออภัยโทษแทนน้องเล็กของนาง ก่อนที่หยางไท่จงจะแย้มพระสรวลอย่างไม่ถือสาในความซุกซนขององค์หญิงเล็ก จากนั้นจึงรับสั่งให้ทุกคนทานอาหารกันต่อ       “ พี่เขย ท่านทานเยอะ ๆ นะ จะได้มีแรงช่วยเสด็จพ่อคิดแผนดี ๆ เพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง”        องค์หญิงเล็กยังปากไวเผลอโพล่งออกมาด้วยความเคยชิน ก่อนที่นางจะโดนบรรดาเสด็จพี่ของนางทำตาเขียวใส่        “ น้องเล็ก เจ้ารู้ได้ยังไงว่าท่านกุนซือจะเป็นพี่เขยของเจ้า ไม่แน่ท่านกุนซืออาจจะกลายมาเป็นน้องเขยของพี่ก็ได้ ใครจะไปรู้?”         องค์หญิงสี่ ต้วนหมิงเอ๋อ รับสั่งหยอกเย้าน้องสาวคนเล็กของนางอย่างอารมณ์ดี ในความหมายว่าอิ๋งเอ๋อกับกุนซือหนุ่มอาจจะจับคู่กันเองก็เป็นได้ ทำน้องเล็กของนางหน้าแดงเป็นกุ้งนึ่ง ก่อนที่นางจะเฉไฉอย่างไม่ยอมรับ ทั้ง ๆ ที่นางเองก็แอบชื่นชมชายหนุ่มตรงหน้านี้ไม่น้อยทีเดียว        “ ถ้าเป็นน้องเขยของพี่สี่ แสดงว่าท่านกุนซือต้องอภิเษกกับพี่ห้าใช่มั้ยเพคะ?” ...................................................................................................................................คุยกันหลังฉาก .....มาแล้วนะครับสำหรับตอนที่ 32 อาจจะช้านิดนึง เพราะเมื่อคืนยังเขียนไม่เสร็จครับ  ต้องขอบคุณคุณ Linda 30466 แฟนพันธ์แท้ของอาหลง ที่ช่วยทวงต้นฉบับเมื่อคืน ทำให้ไรท์ต้องรีบปิดตอนและรีบอัพให้รีดได้อ่านโดยเร็ว สำหรับตอนนี้อาหลงของเราก็ได้เข้าเฝ้าอีกครั้ง รวมทั้งได้พบกับองค์หญิงองค์อื่น ๆ ที่เหลือ เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไปรอลุ้นในตอนต่อไปได้เลยครับ              ขอบคุณทุกท่านที่ยังติดตามอ่านด้วยดีเสมอมานะครับ  ขอบคุณจริง ๆ..................................................................................................................................สุดยอดข้อคิด พิชิตความสุขและความสำเร็จในชีวิต“ ข้าทำสิ่งที่ข้าอยากทำสำเร็จได้ทั้งนั้น ขอเพียงข้ายึดติดกับมันนานพอ”