หากหลี่ซื่อได้ประโยชน์ในส่วนนี้เช่นนั้นภายหน้านางไม่ใช่จะสามารถหาประโยชน์ได้สักหน่อยหรือ?
คิดมาถึงตรงนี้รอยยิ้มของฮูหยินเฉิงกั๋วกงยิ่งแจ่มชัดขึ้นหลายส่วน
นางกำลังอดทนเกลี้ยกล่อมหลี่ซื่อไม่ให้ปล่อยองค์ชายห้าไปให้แก่ผู้อื่นก็ได้ยินเสียงอ่อนหวานของหญิงสาวบอบบางดังลมฤดูใบไม้ผลิดังออกมาจากประตูทางเข้าภายหลังจึงเห็นซ่งิเยว่เดินนวยนาดเข้ามาในห้อง
ใบหน้างดงามแฝงไว้ด้วยความอ่อนวัยที่สง่างามตอนนั้นกลับปรากฏความมืดครึ้มขึ้นหลายส่วน อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นฮูหยินเฉิงกั๋วกง ซ่งิเยว่ก็เหมือนคนที่ตามหาสิ่งสำคัญเจอโถมตัวเข้าหาอ้อมกอดของฮูหยินเฉิงกั๋วกง
“ท่านอา!” นางโดนรังแกเหมือนกับเด็กๆที่ซ่อนน้ำตาฟ้องเมื่อถูกขัดใจก็ไม่ปาน “ญาติผู้พี่ไม่สนใจข้า!”
ฮูหยินเฉิงกั๋วกงมีเพียงฟางจิ้งซูเป็บุตรชายคนเดียวตัวเองไม่มีบุตรสาวอ่อนหวานช่างออดอ้อนแม้แต่คนเดียวก็เสียใจเป็อย่างมากมาโดยตลอดแม้ว่านางเป็คนมุทะลุทว่าก็ไม่คิดโง่ๆนำบุตรของอนุภรรยามาเลี้ยงดังเช่นบุตรของตัวเอง ด้วยเหตุนี้จึงถือเอาซ่งิเยว่ที่ตลอดมาช่างพูดช่างคุยทั้งยังช่างออดอ้อนเป็ดั่งบุตรสาวแท้ๆของตัวเองตอนนี้เมื่อเห็นซ่งิเยว่ถูกขัดใจนางก็ยิ้มและโอบกอดบ่าเล็กบอบบางของซ่งิเยว่เอาไว้พร้อมทั้งยิ้มและพูดกับหลี่ซื่อว่า“ดูสิ ที่จริงสนิทกับข้าที่สุด! หากเปลี่ยนเป็เ้าคุณหนูสี่ของพวกเราคงจะไม่สนิทกับเ้าอย่างนี้!”
หลี่ซื่อถูกนางแทงซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่าข่มใจฝืนยิ้มให้ไป
มือขาวซีดใช้แรงกดลงฟูกนอนที่อยู่บนเตียงไม่อย่างนั้นหลี่ซื่อเกรงว่าตัวเองจะพลั้งยกมือตบหน้าฮูหยินเฉิงกั๋วกงไปฉาดสองฉาด!
อย่างนี้แล้วย่อมไม่สามารถเหยียบย่ำความโป้ปดของนางมิใช่หรือ?
“แต่ว่า ญาติผู้พี่ของเ้าล่ะ?” ฮูหยินเฉิงกั๋วกงให้ซ่งิเยว่นั่งข้างตัวเองเปิดปากถามออกไป
พูดถึงเื่นี้ขึ้นมาั์ตาของซ่งิเยว่พลันแดงเรื่อ หยิบผ้าเช็ดหน้าอันงดงามละเอียดลออเช็ดที่หัวตาของตัวเองพูดว่า“พี่สาม้าพูดกับญาติผู้พี่ เขาเดินไปพร้อมนางแล้วเ้าค่ะ!”
“อะไรนะ?!” ฮูหยินเฉิงกั๋วกงโมโหขึ้นทันทีตบโต๊ะร้องขึ้นว่า “สารเลว!”
“พี่สามไม่ได้พบญาติผู้พี่นานแล้ว ยังมีคำพูดหลายคำ้าพูดกับญาติผู้พี่ก็เป็เื่ที่สมควรเพียงแต่ญาติผู้พี่เห็นแก่นางจึงไม่ยอมให้ข้าตามเขาไป ท่านอา ข้าเสียใจยิ่งนัก” ซ่งิเยว่ทั้งพูดบิดเบือนใส่ร้ายซ่งิหลานต่อหน้าฮูหยินเฉิงกั๋วกงทั้งรีบร้อนปลอบนางดังเช่นลูกกตัญญูอย่างนั้น พูดอย่างอ่อนแอว่า “พี่สามงดงามอย่างนั้น ข้าย่อมไม่สามารถเทียบพี่สามได้ญาติผู้พี่ชอบที่จะพูดคุยกับพี่สาม...ล้วนเป็เพราะข้าไม่ดี ไม่ควรไร้ตาเข้าไปรบกวนพี่สามกับญาติผู้พี่” ใบหน้านางหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างนั้นทว่าทำให้ใบหน้างดงามของฮูหยินเฉิงกั๋วกงเหมือนมีไฟกองใหญ่สุมอยู่
“นังจิ้งจอก นังจิ้งจอกคนนี้!” นางร้องถามหลี่ซื่อเสียงสูง“ดูท่านางยังคิดจะยั่วยวนคุณชายใหญ่บ้านข้า?! ใช่แล้วต่อไปนางยังจะเป็ฮูหยินใหญ่ของจวนกั๋วกง!”
“จวนกั๋วกงในเมืองหลวงไม่เป็รองใครกระทั่งจวนโหวของพวกเรายังไม่รุ่งเรืองเท่าจวนกั๋วกงคุณหนูสามจะใฝ่สูงสักหน่อยก็ไม่ใช่เื่แปลก” หลี่ซื่อนั่งอยู่ข้างๆจำใจพูดขึ้นมา“เพียงแต่คุณชายใหญ่ปฏิบัติต่อทุกคนอย่างสุภาพสง่างาม ข้าก็แค่กังวล...”
“กังวลอะไร?” ฮูหยินเฉิงกั๋วกงถามขึ้นอย่างร้อนใจ
“อย่างไรพวกเขาก็โตแล้ว แม้ตอนเด็กจะชอบพอกันอยู่หน่อยทว่าก็คงเป็เพียงการเล่นสนุกอย่างเด็กๆ” หลี่ซื่อพูดอย่างเอาจริงเอาจังและยุติธรรมที่สุดกล่าวกับฮูหยินเฉิงกั๋วกงด้วยความเป็ห่วงว่า “หลายปีไม่ได้พบหน้าอาจพอที่จะทำให้หัวใจและสายตาของคุณชายใหญ่สามารถมองข้ามพี่สาวน้องสาวคนอื่นๆที่อยู่ข้างกายเขาไปได้บ้างเพียงแต่เ้าต้องคิดให้ดี หากมีเื่วุ่นวายตามมา ดูได้เสียที่ไหน ถูกผู้อื่นประณามอยู่ข้างนอกก็คงจะมีเพียงคุณชายใหญ่ผู้เดียวแล้ว” นางถอนหายใจเบาๆ “คุณหนูสามขาดการอบรมกระทั่งมารยาทเพียงเล็กน้อยก็ยังไม่เข้าใจ หากเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ อาจเพราะคุณชายใหญ่้าดีต่อนาง้าแต่งนาง...”
“ไม่มีทางเด็ดขาด!”
“คุณชายใหญ่เป็ผู้สืบทอดจวนกั๋วกง หากมีใจ้านางเ้าจะห้ามได้หรือ?” หลี่ซื่อรินชาจากข้างๆพูดโน้มน้าวใจฮูหยินเฉิงกั๋วกงโดยไม่สนใจความหงุดหงิดงุ่นง่านของซ่งิเยว่กล่าวเสียงอ่อนโรยออกไป
ตอนนี้ฮูหยินเฉิงกั๋วกงพลันพูดไม่ออกแล้ว
นางขยับริมฝีปาก รู้สึกโมโหขึ้นหลายส่วนทันใดนั้นก็ดีดตัวลุกขึ้นพูดน้ำเสียงเร่งร้อนว่า “ไม่ได้ข้าจะไม่ยอมให้นางยั่วยวนคุณชายใหญ่ได้อย่างเด็ดขาด” นางเป็คนนิสัยพูดคำไหนเป็คำนั้นเห็นหลี่ซื่อยิ้มบางๆมองมาที่ตัวเองฉับพลันเหมือนคิดบางอย่างออกเปลี่ยนเป็บ่นอย่างไม่พอใจแกมซักถามไปในตัวว่า “ที่จริงแล้ว เ้าอย่างไรเสียก็นับว่าเป็แม่ของนางทำไมนางถึงไม่เคารพเ้าเลยล่ะ ตรงกันข้ามกลับให้นังเด็กนั่นเหยียบขึ้นมาบนหัว?! ถ้าปกติเ้าเคร่งครัดสักหน่อยใช้จารีตและมารยาทอบรมให้นางเข้าใจเหตุผล นางจะเหลวไหลได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? นำหม้อดำมาให้คนในบ้านเ้าช่างไร้ประโยชน์เสียจริง! ”
นางนิสัยหุนหันพลันแล่นมาแต่ไหนแต่ไรตอนนี้ยิ่งตวาดต่อหน้าโครมๆ ทำให้ใบหน้าของหลี่ซื่อพลันซีดขาวลง
“ท่านอา” แม้ซ่งิเยว่รักใคร่มารดาทว่าความ้าแต่งให้แก่ญาติผู้พี่ฟางจิ้งซูมีมากกว่า ด้วยเหตุนี้จึงไม่กล้าตั้งตัวเป็ปรปักษ์กับฮูหยินเฉิงกั๋วกงเกรงว่าฮูหยินเฉิงกั๋วกงจะไม่ชอบนางไม่ยินยอมให้นางแต่งเข้าบ้านด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้เอ่ยปากเพื่อหลี่ซื่อ
หลี่ซื่อถูกพ่นด้วยน้ำลายจนเต็มหน้าอัดอั้นตันใจเต็มทน เบื้องหน้าพลันดำมืด
นางรู้สึกว่าตัวเองล้วนสามารถป่วยต่อไปได้แล้วในตอนนี้!
“นางก็สิบเจ็ดแล้วในเมื่อกลับมาแล้ว เ้าก็รีบๆหาคนให้นางแต่งออกไปซะไม่เพียงแต่เพื่อความสงบสุขของจวนโหว เ้าเองก็ไม่จำเป็ต้องทนแบกรับบทแม่เลี้ยงใจร้ายรังแกลูกเลี้ยงย่อมดีกว่าไม่ใช่หรือ?”
ฮูหยินเฉิงกั๋วกงรู้สึกว่าตัวเองฉลาดกว่าหลี่ซื่ออยู่มากเหลือบมองนางพร้อมทั้งกล่าวชี้แนะ
หลี่ซื่อล้วนพูดไม่ออก พยักหน้าเบาๆ
เห็นนาง “ถูกอบรม” แล้ว ฮูหยินเฉิงกั๋วกงก็พอใจเป็อย่างมากพาสาวใช้เดินจากไป
นางถูกเลี้ยงดูมาในจวนโหวท่ามกลางความสูงส่งถูกโอ๋อย่างตามใจมาั้แ่ยังเล็ก ด้วยเหตุนี้จึงชื่นชอบความหรูหรา ตอนเดินจากไปที่ประตูทางเข้าประกายวิบวับของไข่มุกและเพชรพลอยล้วนส่องสะท้อนจนทำให้ผู้อื่นสายตาพร่ามัวนางยังชอบจัดขบวนอย่างเกรียงไกร สาวใช้ใบหน้างดงามรูปร่างสวยงามที่ติดตามกลุ่มนั้นทำให้นางเป็ดั่งเดือนที่ถูกล้อมไว้ท่ามกลางดวงดาวก็มิปานเป็ขบวนที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรไร้ผู้เปรียบเปรย หลี่ซื่อผลักบานหน้าต่างเล็กๆออกมองย้อนแสงตระการตาไปยังฮูหยินเฉิงกั๋วกงผู้ยิ่งยโสและทะนงตนจากนั้นจึงล้มตัวลงนอนบนเตียงของตัวเอง ก้มลงก็อาเจียนเอาเืสดออกมาหนึ่งคำ
กระอักเืเป็อาการหนึ่งของการาเ็อยู่แล้วซ่งิเยว่หวาดหวั่นจนหัวใจเต้นแรง
“ท่านแม่นี่คืออะไรกัน?!”
“โง่ขนาดนี้ ยังกล้ามาสั่งสอนข้า” หลี่ซื่อกอดซ่งิเยว่ที่น้ำตาคลอพูดเสียงอ่อนแรงว่า“นางจะไปรู้อะไร!”
ใบหน้างดงามของนางพลันบิดเบ้ขึ้นหลายส่วน
หรือว่านางไม่อยากจะจัดการซ่งิหลานหรือ?
นางเด็กนั่นกลับถึงจวนก็แสดงอำนาจกับนางตอนนี้ยิ่งดี หลบอยู่ในจวนฮูหยินผู้เฒ่า ทำให้แผนการใดๆของนางไม่อาจใช้ได้ผล วีรบุรุษไร้สนามรบที่จะแสดงฝีมือ
ไม่พูดถึงประเด็นนี้ก็ยังมีสาวใช้บ่าวรับใช้เ่าั้ ล้วนอยู่ใต้หนังตาของฮูหยินผู้เฒ่าต่างไม่กล้าต่อหน้าทำอย่างลับหลังทำอย่างต่อซ่งิหลานทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแต่ต้องดีที่สุด ไม่กล้าทำอย่างเสียไปทีแม้แต่นิดเดียวปรนนิบัติซ่งิหลานสมกับที่นางเป็คุณหนูของฮูหยินใหญ่จวนโหวปรนนิบัติเด็กนั่นอย่างยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบ หน้าตาสดใสเปล่งประกายยังมีเสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องประดับและอาหารการกินพรั่งพร้อม ไม่มีขาดตกบกพร่อง กระทั่งซ่งิหลานอยู่ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังมีศักดิ์ฐานะและหน้าตาสูงส่งขึ้นเหนือกว่าฐานะของซ่งิเยว่ขึ้นไปมาก ในใจหลี่ซื่อเกลียดจนต้องกัดฟันทว่าไม่มีปัญญาจัดการ แค่อาศัยเพียงแผนการของซ่งิหลานนางก็อย่าหวังว่าจะหลอกนางให้ออกมานอกเรือนได้
หากอยู่ที่อื่นหลี่ซื่อดูแลทุกอย่างภายในจวน นางย่อมต้องมีร้อยแปดพันวิธีที่จะทำให้นางอยู่ไม่สู้ตาย!
“นังเด็กนั่นเปลี่ยนเป็มากเล่ห์อย่างนี้ั้แ่เมื่อไหร่” เมื่อก่อนยังเป็แค่เด็กสาวอ่อนแอบอบบาง ทำไมพอกลับมาครั้งนี้กลับลงมือได้เหี้ยมโหดอย่างนี้หลี่ซื่อไม่เข้าใจจริงๆ
นางทั้งใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดคราบเืที่มุมปากทั้งถามเสียงต่ำเบาว่า “ญาติผู้พี่ของเ้ากับนางดีต่อกันมากจริงๆหรือ?”
“ญาติผู้พี่ชอบนางมากอย่างนั้น แต่ว่านางกลับเ็าใส่ ดูเหมือนไม่สนใจญาติผู้พี่แล้ว”
ซ่งิเยว่คิดมาถึงตรงนี้ก็โมโหขึ้นมา
นางไล่ตามฟางจิ้งซูด้วยความเลื่อมใสและอ่อนโยน ยกใจทั้งดวงให้เขา ฟางจิ้งซูรู้สึกเฉยๆก็แล้วไปเถอะทว่ากับซ่งิหลานที่ทั้งด่าทั้งทำร้ายเขา ยังคงไม่ยอมถอยห่างจากนางเหมือนเก่า
“แสร้งปล่อยเพื่อจับ ก็คงเพราะเหตุผลนี้” หลี่ซื่อย่อมเคยผ่านมาก่อนเมื่อก่อนแย่งชิงจงจิ้งโหวมาอย่างไร วันนี้เอาตัวเองเป็บรรทัดฐานก็พอจะรู้ว่าซ่งิหลาน้าทำอะไรแค่นหัวเราะ “นางยิ่งทำแบบนี้ ญาติผู้พี่ของเ้ายิ่งไม่อาจถอยห่างนาง”
ความใกล้ชิดก็ไม่ใช่ห่างไกลก็ไม่เชิงสามารถกุมหัวใจผู้ชายไว้ได้ ทำให้พวกเขากระวนกระวาย ผู้ชายคนนั้นยังจะไม่ถูกซ่งิหลานกุมหัวใจไว้ในอุ้งมือนางอีกหรือ?
หลี่ซื่อคิดมาถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจเบาๆหนึ่งครั้ง ครู่หนึ่งจึงหันไปมองใบหน้าบุตรรักของตัวเอง
รูปร่างบอบบางนิ่มนวลใบหน้างดงามละเอียดอ่อนเมื่อมองคิ้วตาอันนุ่มนวลน่ารักนั่นยิ่งทำให้ผู้อื่นอยากทุ่มเทความรักให้แต่ทว่า...
“เ้าวางใจเถอะ” เห็นซ่งิเยว่มีท่าทีกังวลใจอย่างนั้นใบหน้าอิดโรยทว่างดงามของหลี่ซื่อปรากฏแววชั่วร้ายออกมากุมมือบุตรสาวคนโตไว้พูดเสียงกระซิบว่า “ไม่ว่าอย่างไรจวนเฉิงกั๋วกงย่อมต้องเป็ของเ้าอย่างแน่นอน! เ้าประจบเอาใจท่านอาของเ้าให้มากหน่อยขอเพียงท่านอาของเ้าชอบเ้า คุณชายใหญ่ย่อมไม่สามารถทำไม่ดีต่อเ้าได้” เห็นบุตรสาวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ทว่าใบหน้ายังคงเคร่งขรึมและคับแค้นใจหลี่ซื่อรู้ว่าบุตรสาวคนโตไม่ได้สืบทอดความเ้าแผนการของตัวเองเมื่อปีนั้นมาเลยตอนนั้นก็เสียใจอยู่บ้าง ได้แต่พูดอย่างสงสารว่า “สำหรับคุณหนูสามข้าย่อมมีวิธีจัดการ ไม่ให้นางขวางทางเ้าได้อย่างเด็ดขาด”
“ท่านแม่?”
“ข้าจะหาผู้ชายดีๆสักคนให้นาง” หลี่ซื่อเห็นซ่งิเยว่มองมาที่ตัวเองด้วยความแปลกใจใบหน้างดงาม ค่อยๆปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบ
“ผู้ชายดีๆ?” ซ่งิเยว่กระทืบเท้าทันใด“ท่านแม่ ข้าไม่้า ข้า้าให้นางอยู่ไม่สู้ตาย!”
ระหว่างนางและซ่งิหลานเปรียบดังฟันบนและฟันล่างที่ไม่เสมอกัน* จะสามารถทนเห็นซ่งิหลานมีความสุขได้อย่างไรให้นางแต่งกับผู้ชายดีๆออกไปหรือ
“เด็กคนนี้นี่! ต่อให้ไม่ดีอย่างไรยังไงก็เป็พี่สาวเ้า ในใจเ้าเกลียดชังนางก็ไม่ต้องรีบ เพียงแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าจำเป็ต้องรักษาสัมพันธ์อันดีของพี่สาวน้องสาวไม่เพียงแต่ท่านพ่อจะรักใคร่เอ็นดูเ้า ด้านฮูหยินผู้เฒ่า เห็นเ้ารู้จักวางตัวก็จะยิ่งรักใคร่เอ็นดูเ้าขึ้นอีกหลายส่วน คุณหนูสามดูเหมือนร้ายกาจอย่างนั้น แต่เ้ารอก่อนเถอะความทุกข์ทรมานรอเ้าอยู่ในทางข้างหน้า” โชคดีซ่งิเยว่ไม่ต้องแต่งให้องค์ชายในราชวงศ์ ไม่อย่างนั้นหลี่ซื่อคงได้แต่เป็กังวลเพราะนางตอนนี้ได้แต่พูดอย่างนุ่มนวลและกำชับกำชาว่า “เ้าทำดีต่อนางแต่นางไม่ดีต่อเ้า ให้ผู้อื่นเห็น นั่นล้วนเป็ความผิดของนางแล้ว แค่นี้เ้าก็ไม่เข้าใจหรอกหรือ?”
“แต่ว่าท่านหมายตาบ้านไหนเอาไว้?” ซ่งิเยว่ระงับความร้อนใจไม่ได้เอ่ยปากถามออกไป
หลี่ซื่อหยุดไปครู่หนึ่งค่อยปรากฏรอยยิ้มลุ่มลึก
“คุณหนูสามเป็เด็กดี แม่น่ะหรือ คงจะให้นางแต่งเป็ฮูหยินกั๋วกง!”
ในเมื่อซ่งิหลานมักใหญ่ใฝ่สูงและจองหองอวดดีคนโน้นก็ไม่ใช่คนนี้ก็ไม่ดี เช่นนั้นนางจะช่วยให้สมปรารถนาเอง
คนที่นางแต่งด้วยย่อมเป็คนของจวนกั๋วกงที่สูงส่งแน่นอน ไปเป็ฮูหยินกั๋วกงให้ดีเถอะ
*深有龃龉ฟันบนและฟันล่างที่ไม่เสมอกันหมายความว่า ไม่ถูกกัน เข้ากันไม่ได้
***ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/cbd7c044802f07a826abd2eff68d73da
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่ยอดพธูแห่งยุคที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #ยอดพธูแห่งยุค #readAwriteด้วยน้า