“ซินเยว่! ฟางซินเยว่” เฉินเฮ่าจงะโเรียกฟางซินเยว่ พร้อมกับรีบเดินไปหาเธออย่างดีใจ หากฟางซินเยว่กลับมาจากชนบท ก็เท่ากับว่าหลินซูลี่ก็ต้องกลับมาจากชนบทแล้วเหมือนกันน่ะสิ
ฟางซินเยว่หันกลับไปตามเสียงเรียกก็เป็ว่าเป็เฉินเฮ่าจงกำลังเรียกเธออยู่ เธอจึงหยุดรอเขาอย่างจำใจ วันนี้เธอกับพี่ชายคนโตตั้งใจจะออกมาหาบ้านเช่าหลังเล็กสักหลังเพื่อย้ายออก หรือหากมีบ้านสักหลังที่พวกเธอพอจะสู้ราคาไหว เธอก็พร้อมที่จะออกเงินให้พี่ชายยืมไปก่อนเพื่อซื้อมัน เธอต้องรีบหาที่อยู่ให้พี่ชายให้ได้ก่อนที่น้องชายคนเล็กจะแต่งงานและก่อนที่เธอจะย้ายเข้าไปอยู่หอพักในมหาวิทยาลัย “พี่ใหญ่ไปรอฉันที่ร้านขายบะหมี่ร้านโน้นก่อนนะคะ ฉันขอคุยกับเพื่อนก่อน แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นค่ะ”
เฉินเฮ่าจงมองฟางซินเยว่อย่างพิจารณาเมื่อเห็นว่าพี่ชายของเธอเดินห่างออกไปแล้ว “เป็เธอจริงๆ หรือเนี่ยซินเยว่ เธอกลับมาเมืองหลวงั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมฉันถึงไม่รู้เื่นี้เลย แต่จะว่าไปเธอดูเปลี่ยนไปมากเลยรู้ไหม ดูดีกว่าเมื่อก่อนตั้งเยอะ ดูท่าแล้วชีวิตในชนบทก็คงไม่ได้แย่เหมือนที่คนอื่นเขาพูดกันสินะ”
ฟางซินเยว่ขมวดคิ้ว ทำไมเมื่อก่อนเธอถึงไม่รู้ว่าเฉินเฮ่าจงเป็คนยึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกและยังพูดจาไม่เกรงใจใครอย่างนี้กันนะ เธอไปหลงชอบผู้ชายแบบนี้ได้ยังไงกัน มิน่าล่ะหลินซูลี่ถึงตัดใจจากเ้าหมอนี่ได้เร็วนัก ก็ซ่งจื่อหยวนทั้งหล่อทั้งสุภาพกว่าเป็ไหนๆ แม้แต่เหวินเฉียวยังดูนิสัยดีกว่าเ้าคนหลงตัวเองคนนี้เสียอีก
“ชีวิตในชนบทมันลำบากมากเกินกว่าที่นายจะจินตนาการได้อีกนะเฉินเฮ่าจง แต่ฉันขอถามหน่อยเถอะว่าเมื่อก่อนนี้ฉันดูแย่มากขนาดนั้นเลยหรือ”
“แน่นอนสิ ตอนที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายด้วยกัน ฉันรู้มาตลอดนั่นล่ะว่าเธอแอบชอบฉัน เพียงแต่ตอนนั้นฉันชอบซูลี่มากกว่า เพราะซูลี่สวยกว่าเธอเยอะเลย”
“นายรู้ได้ยังไงว่าฉันแอบชอบนาย”
“เธอเคยเขียนจดหมายสารภาพรักให้ฉันไม่ใช่หรือไง แล้วฉันก็รู้ด้วยว่าตอนนั้นเธอกับซูลี่แย่งกันจีบฉันอยู่ ขอโทษด้วยนะที่ฉันไม่ได้เลือกเธอ” เฉินเฮ่าจงยิ้มอย่างภูมิใจ
“จดหมายของฉันอยู่ที่นายเองหรือ นายเป็คนเก็บหนังสือฉันได้เองหรือเนี่ย แล้วทำไมตอนนั้นนายถึงไม่เอาจดหมายมาคืนฉัน”
“เก็บได้อะไร? หนังสืออะไร?” เฉินเฮ่าจงสงสัย “ฉันได้จดหมายของเธอมาจากน้องเว่ยฉิงต่างหากล่ะ”
“หลินเว่ยฉิงเอาจดหมายของฉันให้นายหรือ!”
“ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นฉันจะรู้ได้ยังไงว่าเธอกับซูลี่แย่งกันจีบฉันอยู่ แต่จะว่าไป...ไม่ว่ายังไงตอนนั้นฉันก็ต้องเลือกซูลี่อยู่แล้ว เพราะฉันชอบซูลี่ั้แ่ก่อนที่จะรู้เื่ของพวกเธอเสียอีก”
“นายมีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะ ฉันยังต้องไปทำธุระที่อื่นต่อ” ฟางซินเยว่ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ตอนนี้เธอรู้สึกโมโหใครบางคนมากทีเดียว ตอนนั้นที่หลินเว่ยฉิงรู้ว่าเธอแอบชอบเฉินเฮ่าจงเพราะจดหมายฉบับนั้นล่ะสินะ จากนั้นนังงูพิษนั่นก็มาหลอกใช้เธอเพื่อให้เธอช่วยขัดขวางความรักของหลินซูลี่กับเฉินเฮ่าจง ใช้ทั้งเงินทั้งความจริงใจเข้ามาล่อ หว่านล้อมให้เธอตัดใจจากเฉินเฮ่าจงอยู่สารพัดวิธี ส่วนตัวเธอก็โง่สิ้นดีที่ไปหลงเชื่อแผนการเด็กๆ จากคนพรรค์นั้นได้
“อย่างเธอมีธุระอะไรที่ต้องรีบไปทำด้วยล่ะ ที่บ้านก็ไม่ได้มีกิจการอะไรให้ต้องไปดูแลเสียหน่อย หรือว่าเธอกำลังมองหางานอยู่ ฉันแนะนำร้านอาหารของเพื่อนแม่ฉันให้เอาไหม ทำงานเป็พนักงานต้อนรับไปก่อน สวยๆ อย่างเธอก็เหมาะที่จะยืนต้อนรับแขกอยู่หน้าร้าน บางทีโชคดีเธออาจจะเจอลูกค้ากระเป๋าหนักก็ได้”
‘ยัยซินเยว่โง่เง่าเอ๊ย เมื่อก่อนเธอไปชอบไอ้ผู้ชายปากเสียคนนี้ได้ยังไงเนี่ย’ ฟางซินเยว่ด่าตัวเองอยู่ในใจ
“ตกลงว่านายไม่มีธุระอะไรกับฉันใช่ไหม งั้นฉันขอตัวก่อนนะ” ฟางซินเยว่ทำท่าจะเดินหันหลังกลับ
“เดี๋ยวสิ เธอนี่ยังใจร้อนไม่เปลี่ยนเลยนะ” เฉินเฮ่าจงเริ่มเห็นสีหน้าไม่พอใจของเพื่อน “เธอกลับมาจากชนบทั้แ่เมื่อไหร่”
“สิบกว่าวันแล้ว”
“ซูลี่ล่ะ ซูลี่กลับมาพร้อมเธอหรือเปล่า”
“อืม”
“อ้าว...ถ้างั้นทำไมซูลี่ถึงไม่ไปหาฉันล่ะ หรือว่าคุณป้ากับน้องเว่ยฉิงไม่อนุญาต” เฉินเฮ่าจงทำท่าคิด
“คุณเฉินเฮ่าจงคะ ที่ซูลี่ไม่ไปหาคุณมันก็ถูกต้องแล้วไม่ใช่หรือคะ ตอนนี้คุณกับเธอไม่ได้เป็อะไรกันแล้ว และคุณยังเป็คู่หมั้นของน้องสาวเธออีก คุณคิดว่ามันจะเหมาะสมหรือคะที่เธอยังจะติดต่อกับคุณอยู่น่ะ” ฟางซินเยว่พูดอย่างประชดประชัน “ทำไมคะ ยังอยากได้เธอไปเป็บ้านเล็กของคุณอยู่อีกหรือ”
“นี่!...เธอรู้เื่นี้ได้ยังไง”
“ทีนายยังอ่านจดหมายของฉันได้เลย แล้วทำไมฉันจะอ่านจดหมายของนายไม่ได้บ้าง”
“เธอแอบอ่านจดหมายของฉันกับซูลี่อย่างนั้นหรือ ยัยผู้หญิงขี้เหร่ ยัยผู้หญิงไม่มีมารยาท เสียแรงที่เรียนจบถึงชั้นมัธยมปลาย จดหมายคือเื่ส่วนตัวนะ เธอไม่รู้หรือไงว่าเธอไม่ควรไปอ่านจดหมายของคนอื่น” เฉินเฮ่าจงพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ
“ฉันไม่ได้แอบอ่านซะหน่อย ซูลี่เป็คนเอาจดหมายฉบับนั้นให้ฉันอ่านเองต่างหาก” ฟางซินเยว่ยิ้มที่มุมปาก “ทำไมหรือ ที่ทำท่าทางไม่พอใจอยู่นี่เพราะว่าฉันรู้นิสัยที่แท้จริงของนายว่าเป็คนเห็นแก่ตัวขนาดไหนอย่างนั้นสิ”
เฉินเฮ่าจงไม่สนใจท่าทางของฟางซินเยว่ ไหนๆ เธอก็รู้เื่นี้แล้ว เขาก็ไม่อยากแก้ตัวให้เสียเวลา “ถ้างั้นก็แสดงว่าซูลี่เห็นด้วยกับเื่นี้น่ะสิ ก็ดีเหมือนกัน ฉันก็หลงไปเครียดอยู่ตั้งนาน”
“เห็นด้วย! โอ้โหคุณเฉิน วันนี้นายทำให้ฉันตาสว่างขึ้นมากทีเดียว ทำไมเมื่อก่อนฉันถึงไม่รู้ว่านายจะเป็คนน่าไม่อายขนาดนี้นะ”
“เธอกำลังอิจฉาซูลี่อยู่ใช่ไหมที่ฉันรักซูลี่มากกว่าเธอ และฉันก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่กับซูลี่”
“ผู้ชายเฮงซวยอย่างนายน่ะหรือที่ซูลี่จะสนใจ คนรักของซูลี่น่ะดีกว่านายตั้งเยอะ” ฟางซินเยว่ทนไม่ไหว เธอรีบเดินหนีออกไปจากตรงนั้นทันที ไม่อย่างนั้นล่ะก็...วันนี้เธอคงได้ลงไม้ลงมือกับใครจริงๆ
“ส่งฉันแค่ตรงนี้ก็พอค่ะ” หลินซูลี่บอกกับซ่งจื่อหยวน
“ผมยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้เลย”
“ยังไงเราก็ต้องได้เจอกันทุกวันอยู่แล้วนี่คะ คุณอย่าลืมสิว่าฉันต้องไปเรียนทำขนมกับคุณแม่ ต่อไปพอเราย้ายกลับไปอยู่เมือง H เราก็จะเปิดร้านขายขนมควบคู่ไปกับมินิมาร์ทเล็กๆ ของเรา คุณเชื่อไหมว่าในอนาคตขนมโบราณสูตรดั้งเดิมจะขายดีมาก กว่าจะถึงตอนนั้นร้านของเราก็จะกลายเป็ร้านขนมที่เก่าแก่ที่สุดในย่านนั้นแล้วค่ะ”
“ไม่รู้ล่ะ ผมไม่คิดไปไกลขนาดนั้น ผมรู้แค่ว่าตอนนี้ผมอยากอยู่ใกล้คุณทุกวัน”
หลินซูลี่มองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใคร เธอก็รีบหอมแก้มแฟนหนุ่มอย่างเร็ว “พอใจหรือยังคะ”
“ดีขึ้นมานิดหน่อย” ซ่งจื่อหยวนอมยิ้ม “ผมจะยืนรออยู่ตรงนี้ รอให้คุณเข้าไปในบ้านก่อนแล้วผมถึงจะกลับ”
“จื่อหยวนคะ ฉันรู้ว่าคุณเป็ห่วงฉันนะคะ แต่คุณอย่าลืมสิว่าฉันสามารถเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในมิติได้ อย่างน้อยก็ฉันก็เข้าไปอยู่ในนั้นได้หลายชั่วโมงเลยนะคะ”
หลินซูลี่เพิ่งค้นพบเื่นี้มาเหมือนกัน นั่นคือ่ที่เธอเพิ่งกลับเข้ามาอยู่ที่บ้านใหม่ๆ ตอนนั้นห้องนอนของเธอสกปรกเกินไป เธอก็เลยเข้าไปนอนในมิติระหว่างที่ยังทำความสะอาดห้องไม่เสร็จ แต่ปรากฏว่าเธอจะพักอยู่ในนั้นได้แค่สามชั่วโมงเท่านั้น หลังจากนั้นระบบก็จะผลักเธอออกมาข้างนอกทันที