"ให้ตายเถอะ! ในที่สุดก็จบสักที!"
กวาจื่อ เช็ดเหงื่อที่หน้าผากพร้อมกับพูดขึ้นว่า: "คราวหน้าอย่าได้มาแหยมกับาุโคนนี้!"
มู่จื่อหาน สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพูดว่า "เราใช้เวลาไปนาน ผู้เล่นของวิหารสังหารคงใกล้จะมาถึงแล้ว ในตอนนี้มีข่าวจากสมาชิกเยว่หานเิ ที่อยู่นอกหุบเขาป่างูเขียว ว่าไม่พบเงาผู้เล่นของวิหารสังหาร พวกนั้นอาจจะเข้ามาในหุบเขางูเขียวแล้ว เราต้องรีบเร่งมือ ด้วยจำนวนทีมสี่คนเราน่าจะสามารถฆ่าบอสได้ในเวลา 10 นาที "
เยว่เอ๋อ หัวเราะเบา ๆ : "เธอไม่เห็นเหรอว่า กวาจื่อลากงูฟ้าว่องไวเกือบสามสิบตัวไปที่ปากอุโมงค์ ถ้าผู้เล่นจากวิหารสังหารมา ด้วยจำนวนมอนสเตอร์เหล่านี้คงเพียงพอสำหรับการต้านพวกเขาไว้ กว่าจะฆ่าเสร็จก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 6 ถึง 7 นาที ถ้าเราเร่งมือให้เร็วขึ้นก็อาจจะฆ่าบอสได้ทันก่อนพวกจื้อลี่ชาวฉุนจะมาถึง จากนั้นก็เก็บอุปกรณ์ไอเท็มกลับเข้าเมือง"
พวกเย่ฮวาไม่ได้มองโลกในแง่ดีเหมือนกับ เยว่เอ๋อ แต่ถึงกระนั้นพวเขาก็มาถึงแท่นบูชา เพราะการฆ่าบอสสำคัญกว่าสิ่งใดๆ
พวกเขาสี่คนสบตากัน ก่อน มู่จื่อหาน จะก้าวไปข้างหน้าระหว่างกระชับหอกในมือตรงไปที่แท่นบูชาซึ่งมีศิลาก้อนหนึ่งตั้งอยู่เหนือแท่นบูชา จากนั้น มู่จื่อหานที่ก้าวขึ้นไปก็ก้มลงมองศิลาก้อนนั้น
แต่แล้วขณะที่ มู่จื่อหาน ซึ่งะโลงไปยังแท่นบูชา แท่นบูชาทั้งหมดก็พังทลาย ฉับพลันเธอรีบดีดตัวกลับออกมาพร้อมกับที่เธอะโขึ้นมาว่า " ถอยออกไป! "
หลังจากได้ยินคำพูดของ มู่จื่อหาน เย่ฮวากับกวาจื่อก็รีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วน เยว่เอ๋อ ง้างคันธนูในมือของเธอจนกลายเป็รูปพระจันทร์เต็มดวง เสมือนว่าเธอพร้อมจะยิงศรน้ำแข็งทุกเมื่อ เพื่อทำให้เป้าหมายช้าลง
เยว่เอ๋อ จ้องมองไปยังแท่นบูชาที่แตกออกเป็เสี่ยงๆ ระหว่างที่สังเกตสถานการณ์ขณะที่ฝุ่นฝุ้งกระจาย และใต้ฝ่าเท้าของเธอก็ััได้ถึงแรงสั่นะเื
มู่จื่อหานวิ่งไปข้างหน้า ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขาแล้วพูดขึ้นว่า: "บอสกำลังจะปรากฏ ทุกคนเตรียมสู้!"
"ฟ่อ...ฟ่อ..."
เสียงที่เย็นะเืและน่ากลัวดังผ่านเข้ามาในหู ก่อนเงาจะปรากฏขึ้นภายใต้ฝุ่นที่ลอยตลบ เห็นได้ชัดว่ามันคืองูขนาดใหญ่
งูเหลือมขนาดั์ที่ปกคลุมด้วยเกล็ดสีขาวทั่วทั้งร่างกาย ราวกับว่าอาวุธธรรมดาทั่วไปไม่สามารถเจาะผ่านิั และที่บริเวณหน้าผากมีแสงสีแดงส่องกะพริบราวกับดวงตาที่แปลกประหลาด ระหว่างที่ของเหลวสีม่วงไหลออกจากปากต่อเนื่อง
กวาจื่อถึงกับสูดลมหายใจเข้าอยู่หลัง: "มันต้องมีความยาวอย่างน้อยๆ 50 เมตร และดีไม่ดีอาจเขมือบพวกเราสี่คนได้ในครั้งเดียว"
"ใครสน! มันกล้ากินฉันเหรอ ? ฉันนี่แหละจะเป็คนถลกหนังของมัน! " เยว่เอ๋อพูดด้วยน้ำเสียงสมเพช
เย่ฮวาไม่ได้ตอบ แต่รีบทำการตรวจสอบค่าคุณสมบัติของงูเหลือมตรงหน้า
【เหลือมขาวเกล็ดมรณะ】(บอสระดับบรอนซ์)
Lv: 23
โจมตี: 385-464
ป้องกัน: 130
พลังชีวิต: 20,000
สกิล: [ออร่ามรณะ] [คลื่นมรณะ]
ข้อมูล: งูเหลือมขาวอาศัยอยู่ในป่าโดยมีชีวิตอยู่อย่างน้อยพันปี แล้ววันหนึ่งก็มีมนุษย์บังเอิญเข้าไปในถ้ำมรณะของมัน พยายามที่จะขโมยไข่งูการต่อสู้ที่ดุเดือดจึงเกิดขึ้น ส่งผลให้นักรบจำนวนมากรวมถึงคนชั่ว้าฆ่ามัน แต่พวกเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ และแล้วก็มีจอมเวทย์ที่ทรงพลังและชั่วร้ายทำให้มันสูญเสียตัวตนสัตว์ป่า ด้วยเวทมนตร์คาถาชั่วร้าย จนกลายมาเป็หุ่นเชิดของจอมเวทย์ผู้ชั่วร้าย จากนั้นก็ได้ทิ้งมันไว้ที่นี่เพื่อปกป้องศิลาิญญา ไม่ให้มีคนมาขัดขวางรบกวนการแปลงสภาพของศิลาิญญา
...
มู่จื่อหาน ขมวดคิ้วและพูดว่า: "ฉันกับ เย่ฮวาจะล่อบอส , เยว่เอ๋อ เธอต้องควบคุมบอส กวาจื่อถ้าสบโอกาสก็ให้ลงมือโจมตี โดยอาศัยความว่องไวของนาย!"
"ตกลง!"
พูดจบ เยว่เอ๋อ ก็ปล่อยมือซ้ายออกจากสายธนูที่ง้าง และยิงศรน้ำแข็งตรงไปที่ศีรษะเหลือมขาวเกล็ดมรณะ-
"137"
หลังจากได้การโจมตี ร่างของเหลือมขาวเกล็ดมรณะก็ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งอย่างฉับพลันและติดสถานะชะลอตัว แต่แล้วเหลือมขาวเกล็ดมรณะที่ถูกโจมตีก็พุ่งเข้าหาทั้งสี่คนด้วยความรวดเร็ว
แม้ว่าเหลือมขาวเกล็ดมรณะจะติดสถานะชะลอตัวลง แต่ความเร็วของมันก็ถือว่าเร็วมาก บวกกับความแตกต่างด้านเลเวลของ เยว่เอ๋อและค่าสถานะที่ซ่อนอยู่ของ BOSS ทำให้ประสิทธิภาพของสถานะชะลอตัวลดลงไปมาก ดังนั้นศรน้ำแข็งของ เยว่เอ๋อ จึงแทบไม่มันมีผลกระทบอะไรกับเหลือมขาวเกล็ดมรณะ
มู่จื่อหาน หันมาเอ่ยกับเย่ฮวา "ไป!"
"อ่า"
เย่ฮวาพยักหน้ารีบตามไป มู่จื่อหานกระชับหอกด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนก้าวเท้าซ้ายพร้อมกับโน้มตัวลงเล็กน้อย แล้วร่างเธอก็หายไปพร้อมกับเสียง พรึบ
สกิลพุ่ง!
ผู้เล่นอัศวินคลาสแรกและผู้เล่นนักดาบคลาสสองสามารถเรียนรู้สกิลที่เรียกว่า พุ่ง คือการล็อกเป้าแล้วเคลื่อนไปปะทะด้วยความเร็วสูงทำให้เกิดความเสียหายและยังสามารถสตั๊นเป้าหมายอย่างฉับพลัน เย่ฮวาแปลกใจมากที่ มู่จื่อหาน ใช้สกิลนี้ออกมา เขาคิดว่าเธอน่าจะใช้มันเมื่อเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายเท่านั้น คาดไม่ถึงเลยว่าเธอจะใช้สกิลในการเปิดฉากสู้กับบอส
แม้ว่าอาชีพของ มู่จื่อหาน จะเป็อาชีพลับ แต่ประเภทอาวุธของเธอคือหอก ดังนั้นสกิลจะต้องมีความเชื่อมโยงกับอัศวินโดยแยกกันไม่ออก นี่น่าจะเป็เหตุผลที่เธอสามารถใช้สกิลนี้ได้
"203"
การโจมตีของ มู่จื่อหาน นอกจากจะสร้างความเสียหายให้กับเหลือมขาวเกล็ดมรณะ ยังทำให้มันติดสถานะสตั๊น ดูท่าว่าเธอจะโชคดีอย่างมาก!
เมื่อมาถึงจุดนี้ เขาไม่รอช้ารีบพุ่งออกไปพร้อมกับสบัดดาบยาวในมือ เปิดใช้สกิล กระแทก + ฟาดฟันต่อเนื่อง มุ่งตรงไปยังร่างของเหลือมขาวเกล็ดมรณะ
"71"
"88"
"82"
"172"
ในเวลาเดียวกัน กวาจื่อ ก็เริ่มโจมตี เมื่อกริชที่คมกริบเชือดเฉือนเกล็ดของเหลือมขาวเกล็ดมรณะ ก่อให้เกิดเป็เสียงปะทะกันของโลหะดังขึ้น
แล้วลูกธนูก็ถูกยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนมู่จื่อหาน ก็ทำการโจมตีใส่ไม่ยั้ง เนื่องจากสถานะ สตั๊น มีผลแค่ระยะ 1 วินาที
เย่ฮวา มีแค่สองสกิลคอมโบ ฟาดฟันและกระแทก เท่านั้น อีกทั้งตอนนี้สกิลยังอยู่ใน่คูลดาวน์ จึงทำได้เพียงโจมตีแบบปกติ แล้วทันใดนั้นเหลือมขาวเกล็ดมรณะก็เคลื่อนร่างกายส่วนหางก่อนจะฟาดลงมา
"297"
ค่าพลังชีวิตของเขาลดลงไปกว่าครึ่ง!
บ้าฉิบ! ค่าคุณสมบัติแบบนี้มันจะโกงไปแล้ว! ด้วยพลังทำลายเช่นนี้มันสามารถฆ่าเขาได้ด้วยการโจมตีเพียง 3 ครั้ง
ในเวลานี้ มู่จื่อหาน ง้างหอกขึ้นมาและทะลวงไปที่ดวงตาของเหลือมขาวเกล็ดมรณะ
"348!"
คริติคอล! แรงโครตตตต!
จุดอ่อนของมอนสเตอร์เกือบทั้งหมดอยู่ที่บริเวณดวงตา เมื่อโจมตีใส่จุดดังกล่าวของมอนสเตอร์มักจะทำให้เกิดความเสียหายที่รุนแรง นี่คือวิธีการอย่างหนึ่งของ มู่จื่อหาน
หลังจากถูกการโจมตีนี้ เหลือมขาวเกล็ดมรณะก็อ้าปากของมัน แล้วง้างหัวขึ้น จากนั้นแสงสีแดงที่เหมือนดวงตาบนหน้าผากของมันก็ส่องสว่างขึ้น มันหันหัวของมันไปทาง มู่จื่อหาน พร้อมกับอ้าปากเตรียมขย้ำ!
มู่จื่อหาน ยกหอกของเธอขึ้นเพื่อทำการบล็อกการโจมตี แต่พลังของเหลือมขาวเกล็ดมรณะช่างรุนแรงนัก จึงทำให้ร่างของมู่จื่อหานถอยร่นกลับไปด้วยแรงปะทะครั้งนี้
"181"
พลังป้องกันของ มู่จื่อหาน แน่นอนว่าสูงอยู่แล้ว และยังใช้การบล็อกเข้ามาลดทอนพลังโจมตีของเหลือมขาวเกล็ดมรณะ กระนั้นเธอก็ยังได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่ก็ไม่ถึงกับชีวิต
กวาจื่อ โจมตีอยู่ด้านข้างของเหลือมขาวเกล็ดมรณะ ด้วยร่างกายขนาดใหญ่ของเหลือมขาวเกล็ดมรณะ มันจึงต้องจัดวางร่างในลักษณะของตัว "L" เวลาที่ต่อสู้ กวาจื่อ จึงเลือกโจมตีในตำแหน่งลำตัวที่ราบติดกับพื้น ทำให้หางของมันไม่สามารถโจมตีเขาได้ ในขณะเดียวกันส่วนหัวที่เหลือมขาวเกล็ดมรณะใช้โจมตีจำเป็ต้องม้วนกลับมา ทำให้เขามีเวลาในการตอบสนองเหลือเฟือ
ตราบใดที่ มู่จื่อหานและเขาสามารถทนรับการโจมตีของเหลือมขาวเกล็ดมรณะ เหลือมขาวเกล็ดมรณะก็ไม่สามารถหันไปโจมตีกวาจื่อได้ เว้นแต่ว่าความเสียหายที่เหลือมขาวเกล็ดมรณะได้รับจะสูงเกินไป จนดึงดูดความเกลียดชังของมัน เยว่เอ๋อ เองก็อยู่ไม่ไกลจากเขาและมู่จื่อหาน ลูกธนูถูกยิงออกไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสกิลศรน้ำแข็งและล็อกกระแทก โดยเล็งไปยังบริเวณศีรษะของเหลือมขาวเกล็ดมรณะ มีหลายครั้งที่โจมตีถูกดวงตาทำให้เกิดอัตราการคริติคอลบ่อยครั้ง จำนวนตัวเลขค่าความเสียหายจากฝีมือ เยว่เอ๋อ มันเจ๋งมากๆ!
หากมองภาพรวมแล้วการต่อสู้ถือว่าค่อนข้างราบรื่นและเย่ฮวาก็ยังมีโพชั่น 5 ระดับในกระเป๋าสัมภาระสะพายหลัง นอกจากนี้ยังพร้อมใช้มันโดยไม่คิดจะงก นี่ก็เพื่อฆ่าเหลือมขาวเกล็ดมรณะให้สำเร็จ!
ในไม่ช้าพลังชีวิตของเหลือมขาวเกล็ดมรณะก็ลดลงมากกว่า 40% แต่แล้วสิ่งเลวร้ายก็ได้เกิดขึ้น
จื้อลี่ชาวฉุนะโใส่พวกเขาจากด้านนอก: "สารเลว! ในที่สุดฉันก็พบพวกแกแล้ว! วันนี้ฉันจะฆ่าพวกแกให้ได้!"
ด้านหลังยังมีหว๋อเปิ่นซานเหลียง เจียวเยี่ยนยวี่ตี้และผู้เล่นอีกเจ็ดถึงแปดคน ดูเหมือนว่าแผนการของกวาจื่อจะทำให้อีกฝ่ายต้องพบกับความสูญเสียอย่างหนัก จากกลุ่มคนจำนวนเกือบ 40 ชีวิต ตอนนี้เหลือรอดมาเพียงแค่สิบ
"288"
ในเวลานี้การโจมตีของเหลือมขาวเกล็ดมรณะ ทำให้เขาต้องถอยออกมา เห็นแบบนั้น มู่จื่อหานที่อยู่ข้างๆเย่ฮวาก็แทงหอกออกไป แล้วพูดว่า: "อย่าเสียสมาธิ เราต้องฆ่าบอสก่อน เพราะพวกเขาไม่ใช่เป้าหมายของเรา! "
เยว่เอ๋อ ยิ้มขึ้นด้วยใบหน้าเย้ยหยัน: "เชื่อมั่นในตัวเสี่ยวหาน ขณะที่พวกมันถูกมอนสเตอร์ขัดขวางไม่สามารถเข้ามาได้ ฉันจะอาศัยจังหวะนั้นเก็บสองสามคน!"
มู่จื่อหาน ไม่ได้พูดอะไร เยว่เอ๋อ ถือเป็ผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในเกมมากพอสมควร เธอรู้ว่าต้องทำอะไร
เยว่เอ๋อ รีบวิ่งไปที่อุโมงค์ ในเวลานี้จื้อลี่ชาวฉุนได้นำผู้เล่นที่เหลือไปสังหารงูฟ้าว่องไวในปากอุโมงค์ ในบรรดาผู้เล่นเหล่านี้มีนักบวช นักเวทย์ขั้นต้น และอาชีพสายเกราะหนักหลายคน นอกเหนือไปจากเจียวเยี่ยนยวี่ตี้และนักธนู ก็ไม่มีอาชีพสายเกราะเบาอื่น ๆ
อาชีพเกราะเบามีการป้องกันและพลังชีวิตต่ำ ย่อมต้องถูกฆ่าเมื่อเข้าสู่แผนที่ลับ ดังนั้นผู้เล่นสายเกราะเบาในกลุ่มจึงหายาก เกราะหนักก็เช่นเดียวกัน ในการต่อสู้การขาดผู้เล่นสายเกราะเบาก็อาจส่งผลให้ผู้เล่นสายเกราะหนักจำนวนมากต้องตาย นี่จึงเป็เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมผู้เล่นจากวิหารสังหารถึงเหลือไม่มาก
เวลานี้ผู้เล่นอยู่กลางฝูงงูฟ้าว่องไว อีกด้านหนึ่ง เยว่เอ๋อ ก็ง้างสายคันธนู ไม่ช้าลูกศรก็พุ่งเข้าใส่ผู้เล่นที่อยู่แถวหน้า เมื่อศรน้ำแข็งปักใส่ ความเร็วของเขาก็ลดลงไป ทว่าการต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป ทำให้นักบวชต้องคอยฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างหนัก สุดท้ายก็ล้มเหลว ส่งผลให้นักรบคลั่งล้มลง
เนื่องจากนักธนูและนักเวทย์ มีระยะการโจมตี 30 หลา ดังนั้นนักธนูและนักเวทย์จึงมักจะอยู่รั้งท้าย ทำให้ผู้เล่นเกราะหนักต้องอยู่ข้างหน้า เยว่เอ๋อ จึงทำการโจมตีผู้เล่นจากวิหารสังหารที่แถวหน้า, นอกจากนี้นักธนูและนักเวทย์ที่เป็ผู้เล่นจากกิลด์วิหารสังหารก็ไม่ใช่คู่มือของเยว่เอ๋อ
ระยะสกิลการพุ่งของอัศวินมีระยะเพียง 6 หลา ซึ่งมันไม่สามารถเข้าถึงตัวงู หนำซ้ำอีกฝ่ายยังประจันหน้ากับงูทำให้ถูกตรึงกำลังไว้ ด้วยเหตุนี้ผู้เล่นจากวิหารสังหารจึงไม่สามารถทำอะไรเยว่เอ๋อได้
อย่างไรก็ตามผู้เล่นจากวิหารสังหารไม่ใช่คนโง่ ทุกคนต่างถอยหลังออกไปจากบริเวณหน้าอุโมงค์ เป็เพราะมีงูขวางเส้นทางอยู่ เยว่เอ๋อ จึงไม่สามารถไล่ตามหรือโจมตีพวกเขาได้ เธอจึงมุ้ยปากขึ้นแล้วบ่นว่า: "น่าเบื่อชะมัด!"
หลังจากพูดจบ เยว่เอ๋อก็วิ่งกลับเข้ามาหาพวกเขาและเข้าร่วมการต่อสู้อีกครั้ง!
จบตอน