ตอนที่11 อาหารมื้อแรก
อย่างไรก็ตามด้วยกลิ่นหอมของอาหารหลากหลายชนิดบนโต๊ะรับแขกซึ่งอยู่ห่างจากตัวไม่ไกลมากนักกลิ่นหอมโชยกระทบจมูกน้อย ๆ เข้าอย่างจัง เทพผู้อาภัพพยายามขยายปีกจมูกให้บานมากที่สุดแล้วสูดกลิ่นเข้าไปเต็มแรงด้วยตาเป็ประกาย
โอ้!นั่นมันกลิ่นอาหารของพวกมนุษย์ในภพโลกเหรอ ช่างเรียกน้ำลายข้าดีซะจริงแต่ตอนนี้ข้าคงต้องดื่มนมไปก่อนสินะ ไว้ข้าโตกว่านี้เสียก่อน แล้วก็ต้องรอให้กระเพาะอาหารแข็งแรงด้วยเมื่อนั้นข้าจะกินทุกอย่างให้เรียบเลย หึ ๆ
เทพซุนเสวี่ยมี่หรี่ตาเ้าเล่ห์มีความหมายนางคิดวางแผนรับประทานอาหารในอนาคตพลางอ้าปากรับการป้อนน้ำนมจากพี่ชายจำเป็อย่างผ่อนคลายทั้งยังลอบหัวเราะพอใจต่อแผนการใช้ชีวิตอยู่ในภพโลกด้วยการรับประทานทุกอย่างที่ขวางหน้าเนื่องจากตระหนักได้ว่าอาหารคาวหวานทั้งหลายอาจช่วยให้ตนแข็งแกร่งเร็วขึ้นซึ่งช่วยทดแทนพลังปราณอันมีอยู่แร้นแค้นในภพนี้ด้วย
ประการสำคัญเทพซุนเสวี่ยมี่ยังปรารถนาให้การรับประทานอาหารไปกระตุ้นเนตร์ให้ฟื้นตื่นเร็วขึ้นเช่นกันเหตุเพราะเคยทดลองใช้อิทธิฤทธิ์เนตร์เพียงแค่เศษเสี้ยวยังพบว่าสามารถมองเห็นสถานที่เก็บซ่อนสมบัติได้ดังนั้นด้วยคุณสมบัติเหนือจินตนาการของเนตร์อันเป็สมบัติ์ล้ำค่าย่อมช่วยให้มีโอกาสกลับคืนสู่แดนเซียนได้แน่นอน
เทพผู้อาภัพคิดว่าการมีพี่ชายคอยดูแลไม่ห่างกายก็เป็เื่ดีอีกอย่างหนึ่งถึงแม้จะเป็เป็เพียงคนธรรมดาซึ่งไม่มีฤทธิ์เดชอะไรแต่คิดว่าสามารถฝึกฝนพี่ชายทั้งสามคนให้แข็งแกร่งขึ้นได้ ด้วยสถานะเกิดใหม่ในภพอันต่ำต้อยที่สุดของจักรวาล
“ค่อย ๆ กินนะใจเย็น ๆ เหยี่ยนเอ๋อร์”
ซูหนิงหลงพยายามเตือนน้องสาวเป็ระยะเขาใช้ร่างกายยืนบังสายตาชายชราไว้เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นอัตราการดื่มนมอันรวดเร็วเหนือทารกทั่วไปเนื่องจากกังวลว่าชายชราอาจหวาดกลัวแล้วจะมีผลต่อการสร้างตัวตนใหม่ของทุกคนฉะนั้นจึงต้องปิดบังบางเื่ไว้ก่อนจนกว่าจะถึงเวลาเหมาะสมหรือชายชราสามารถรับความจริงบางอย่างอันแสนพิสดารของน้องสาวได้
รู้แล้วน่าก็ข้าหิวนี่นา อยากยกดื่มเองด้วยซ้ำไป แต่ติดตรงที่กระดูกร่างใหม่ยังอ่อนแออยู่ไม่งั้นข้าจะแสดงกำลังภายในให้เ้าชมเป็ขวัญตา
เทพน้อยลอบกลอกตามองบนต่อการย้ำเตือนของพี่ชายพลางทอดตาเห็นชายชราแอบมองตนบ่อยครั้งจึงเข้าใจได้ถึงความกังวลใจของเขา นางพยายามสะกดกลั้นความหิวโหยแล้วดื่มนมให้ช้าลงมากที่สุดทั้งรู้ดีว่าพี่ชายไม่อยากป้อนนมเร็วเกินไปเพราะอาจสำลักจนทำให้ปอดมีปัญหาได้
ซูหนิงหลงป้อนนมน้องสาวพร้อมลอบสังเกตท่าทีของเ้าก้อนแป้งไปด้วยเขาพบสีหน้าท่าทางแสดงอารมณ์คล้ายผู้ใหญ่หลายอย่าง หากไม่ติดว่าน้องอยู่ในร่างทารกแรกเกิดเพิ่งคลอดไม่นานนักจะต้องคิดว่าตนกำลังมองผู้ใหญ่คนหนึ่งซึ่งกำลังอยู่ในห้วงอารมณ์วิเคราะห์สถานการณ์รอบตัวอย่างเคร่งเครียดอยู่
อ้าว!มองอยู่นั่นแหละ จะมองข้าให้ทะลุปรุโปร่งหรือยังไง เหอ ๆยังไงเ้าก็คาดเดาไม่ได้หรอกว่าข้าเป็ใคร หรือมาจากที่ไหน
เทพน้อยลอบอมยิ้มพอใจต่อท่าทีจับสังเกตของพี่ชายตรงหน้านางรู้สึกสนุกต่อการเผชิญหน้ากับพี่ชายคนรองเพราะััได้ว่าเขาฉลาดหลักแหลมที่สุดซึ่งเหมาะสมต่อการฝึกฝนเป็เซียนยิ่งนักทั้งยังช่วยให้ตนรู้สึกได้ว่าภพโลกไม่ได้ไร้ผู้เก่งกาจเท่าใด
ด้านชายชราซูเกอเหลือบมองทารกน้อยด้วยความห่วงใยเพราะไม่มั่นใจว่าเด็กหนุ่มจะสามารถป้อนนมทารกจากขวดโดยตรงได้ขณะทารกแรกเกิดควรดูดนมจากเต้าหรือขวดนมอันเหมาะสมมากกว่าทว่าพอเห็นทารกดื่มนมทีละอึกช้า ๆ โดยไม่มีการสำลักหรือผิดปกติใดจึงหันหน้ามาพูดคุยกับหลานชายอีกสองคนพร้อมรับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุขต่อไป
เมื่อซูหนิงหลงเห็นว่าน้องสาวดื่มนมหมดสองขวดแล้วเขาพูดเสียงแ่เบากับน้องอย่างมีความหมายเพราะตระหนักได้ว่าน้องจะต้องเข้าใจเจตนาของตนแน่นอนว่า
“เหยี่ยนเอ๋อร์น้องหยุดกินนมชั่วครู่ได้ไหม แล้วพี่จะพาไปป้อนนมอยู่อีกห้องตอนนี้น้องดื่มหมดไปสองขวดแล้ว เดี๋ยวปู่เกอจะใเอาได้ถ้าเข้าใจที่พี่บอกก็ยิ้มให้ดูหน่อยสิ”
เฮ้อ! ต้องแสดงท่าทางอีกแล้วเหรอเนี่ยเอาก็เอา อย่างน้อยข้าก็ยังได้ดื่มนมต่ออีก อดใจรอสักหน่อยก็ได้
เทพซุนเสวี่ยมี่ลอบถอนหายใจด้วยความเสียดายพลางยิ้มกว้างโชว์เหงือกแดงอย่างเข้าใจ นางไม่อยากขาด่ดื่มนมแม้เสี้ยววินาทีทว่าเข้าใจได้ถึงความจำเป็ของสถานการณ์จึงยินยอมให้พี่ชายหยุดป้อนแล้วแสดงท่าทีตอบรับตามคำขอ
พี่รองของกลุ่มใช้ปลายนิ้วไล้แก้มนุ่มขาวผ่องของน้องสาวด้วยสายตาเอ็นดูเขารู้สึกดีเมื่อพบว่าน้องฉลาดหลักแหลมเหนือกว่าเด็กทารกทั่วไปฉะนั้นการเลี้ยงดูในอนาคตย่อมไม่ยากเย็นเหมือนกับทารกคนอื่นทั้งคิดว่าเหตุการณ์ร้ายแรงที่ผ่านมาอาจกลายเป็โชคชะตาพลิกผันให้ต้องมาอยู่ร่วมกันซึ่งตนยินดีดูแลน้องน้อยจนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต
นั่นปะไร.....ว่าแล้วจะต้องหลงรักข้าในร่างทารกแบบนี้อันที่จริงเกิดใหม่ในร่างเ้าก้อนแป้งก็ไม่เลวเหมือนกันแฮะ อย่างน้อยก็มีคนดูแลไม่ต้องทำอะไรเอง แต่มันก็ช้าเกินไป ไม่ได้ดั่งใจเลยนี่สิ ข้าอยากกลับแดนเซียนเร็วๆ เหลือเกิน!
เทพตัวน้อยถอนหายใจอีกครั้งแล้วปล่อยให้พี่ชายอุ้มออกไปจากห้องโถงพร้อมขวดนมที่เหลืออีกสี่ขวดอย่างสบายใจนางนอนหลับตาพริ้มอย่างมีความสุขเพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานจะได้ดื่มนมอีกสี่ขวดที่เหลือจนหมดทั้งรู้สึกดีเพราะรสชาตินมในภพโลกหวานมันอร่อยยิ่งกว่านมแพะซึ่งเคยดื่มในงานเลี้ยงของเผ่าเหมันต์มาก่อน
สิ่งสำคัญนางพบว่าหลายคนเมื่อได้ใกล้ชิดร่างใหม่ในรูปแบบทารกแรกเกิดแล้วต่างพากันหลงรักในภาพลักษณ์อันบริสุทธิ์ขาวสะอาดซึ่งช่วยให้ตนไม่ต้องลำบากลงมือทำทุกอย่างเองถึงแม้จะมีเื่ให้หงุดหงิดใจเป็ระยะก็ตาม
ซูหนิงหลงกลัวว่าปู่เกอจะสงสัยต่อการกระทำของตนจึงบอกถึงเจตนาในการพาน้องออกไปดื่มนมอยู่อีกห้องด้วยท่าทางปกติว่า
“ปู่เกอครับน้องดื่มนมไปเยอะแล้วคงจะท้องอืด เดี๋ยวผมจะพาไปเดินเล่นผายลมก่อนนะครับแล้วจะมาทานข้าวด้วย แต่ถ้าพี่น้องคนไหนอิ่มแล้วก็มาเปลี่ยนกับผมได้นะครับ”
ชายชราซูเกอเงยหน้าขึ้นจากวงรับประทานอาหารพลางเหลือบเห็นขวดนมเปล่าสองขวดแล้วตาโตใเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าหลานสาวคนใหม่จะกินจุขนาดนี้เขากังวลต่อความผิดปกติที่เกิดขึ้นจึงโบกมือให้ออกไปด้วยความเข้าใจว่า
“ออกไปเลยเสี่ยวหลงไม่แน่ว่าอาจจะอ้วกออกมาก็ได้ กินนมเข้าไปเยอะขนาดนั้นได้ไงระวังท้องน้องจะขยายจนแตกเอาได้นะ”
พี่ใหญ่และน้องเล็กต่างลอบสบตากันด้วยความเข้าใจพอเห็นว่าชายชรากล่าวแนะนำเสร็จเรียบร้อยพี่ใหญ่จึงพูดอาสาออกไปให้นมแทนน้องรองเพราะอยากอยู่ใกล้ชิดน้องสาวคนเดียวบ้างว่า
“โอเคพี่ใกล้อิ่มแล้ว เดี๋ยวจะไปเปลี่ยนให้น้องรองมากินข้าว”
ซูหนิงหวงยิ้มกว้างเข้าใจแทนคำพูดใดๆ เขาได้รับสัญญาณมาจากพี่ใหญ่แล้วจึงรู้ว่าพี่ใหญ่จะเป็คนไปดูแลน้องสาวแทนดังนั้นตนจึงสามารถรับประทานอาหารต่อได้อย่างสบายใจ
ครั้นซูหนิงหลงเห็นว่าชายชราและพี่น้องเข้าใจเจตนาตนดีแล้วจึงอุ้มน้องสาวออกไปพร้อมขวดนมที่เหลือยังห้องติดกันซึ่งมีประตูปิดกั้นไว้เขา้าพาน้องไปยังห้องมิดชิดเนื่องจากกังวลต่อท่าทีสงสัยของชายชราเป็อย่างยิ่งพอวางตัวน้องลงบนโต๊ะไม้โบราณทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส แล้วหยิบขวดนมออกมาเพียงหนึ่งขวดขณะมีสองขวดกลายเป็ขวดนมว่างเปล่าเพราะน้องดื่มไปหมดสิ้นก่อนหน้า
เมื่อพี่รองของกลุ่มนำขวดนมใหม่จ่อปากโดยยังไม่เริ่มต้นป้อนนมให้น้องทีละนิดตามเทคนิคป้องกันสำลักเขาต้องหันขวับไปมองยังทิศทางประตูเข้าห้อง พลางถอนหายใจโล่งอกเพราะเห็นเป็ซูหนิงอันเปิดประตูห้องเข้ามาทว่าพี่ใหญ่กลับยืนนิ่งอ้าปากค้างตกตะลึงก่อนชี้นิ้วตรงไปยังน้องน้อยแล้วพูดออกมาด้วยความตื่นใว่า
“อ๊ะ! นั่นเหยี่ยนเอ๋อร์กินเองก็เป็ด้วยเหรอทำไมกินนมเร็วแบบนี้ล่ะ”
ซูหนิงอันปราดเข้ามายืนชิดโต๊ะไม้พร้อมกับน้องรองหันขวับกลับมามองน้องสาวพอเห็นว่าน้องใช้มือขาวเล็กป้อมทั้งสิบนิ้วประคองขวดนมจ่อปากพร้อมห่อปากดูดดื่มน้ำนมเองจนหมดขวดในเวลาอันรวดเร็วพี่ใหญ่และน้องรองต่างพากันอ้าปากค้างอย่างคาดไม่ถึงในทันที
พวกเ้ายังไม่ชินที่เห็นข้าดื่มเยอะเหรอยังไงมองกันอยู่นั่นแหละ รีบเอาขวดนมใหม่มาให้ข้าเร็วสิ ขวดนี้มันหมดแล้วนะ!
เทพซุนเสวี่ยมี่เหลือบมองพี่ชายจำเป็สองคนด้วยความหงุดหงิดใจทั้งคิดว่าการเปิดเผยทักษะดื่มนมเร็วออกไปก่อนหน้าคงช่วยทำให้ทั้งคู่ยอมรับความผิดปกติได้แล้วทว่านางกลับคาดไม่ถึงว่าทั้งคู่ยังคงตกตะลึงอยู่คล้ายกำลังดูสิ่งแปลกประหลาดอัศจรรย์ใจ
ซูหนิงหลงได้สติก่อนพี่ใหญ่เขารีบเปิดขวดนมใหม่ไปจ่อปากน้องสาวตัวน้อยทันทีพร้อมหยิบขวดเก่าออกมาด้วย โดยมีพี่ใหญ่ช่วยหยิบขวดเก่าออกไปรวมใส่ถุงกับขวดนมเปล่าอีกสองขวดก่อนหน้า
ซูหนิงอันเห็นว่าน้องสาวคงดื่มหมดในเวลาอันสั้นทั้ง้าถ่วงเวลาอยู่พูดคุยกับน้องสาวไปพลาง ด้วย้าให้น้องรองไปรับประทานอาหารมื้อแรกอย่างเป็ทางการกับปู่คนใหม่จึงบอกน้องรองอย่างมีน้ำใจว่า
“น้องรองไปกินข้าวซะเถอะปล่อยหน้าที่ดูแลเหยี่ยนเอ๋อร์ให้พี่ก็ได้ รับรองว่าน้องจะไม่ร้องงอแงแน่นอนเหยี่ยนเอ๋อร์เป็เด็กรู้ความั้แ่เกิดแบบนี้ พี่ไม่หนักใจที่จะต้องดูแลหรอกน่า”
พี่ใหญ่จับบ่าสองข้างของน้องรองพร้อมดันให้หมุนตัวเดินจากไปเขารู้ดีว่าน้องรองรักและผูกพันกับน้องสาวตัวน้อยมากที่สุดเนื่องจากเป็คนตัดสินใจวิ่งเข้าไปอุ้มทารกมาจากพื้นในศาลเ้าร้างแล้วยังทำหน้าที่ดูแลน้องมาโดยตลอด ฉะนั้นจึงเข้าใจได้ถึงความกังวลและห่วงใยในทีทว่าเขาก็มั่นใจในความสามารถดูแลน้องสาวต่างสายเืเช่นกัน
“ดูน้องให้ดีนะฉันไปกินข้าวไม่นานหรอก เดี๋ยวจะกลับมา”
ซูหนิงหลงชี้นิ้วกำชับพี่ใหญ่อย่างเคร่งเครียดเขากลัวว่าพี่ใหญ่จะทำให้ความลับในการกินจุของน้องน้อยถูกเปิดเผยก่อนเวลาอันควรก่อนยินยอมเดินจากไปร่วมรับประทานอาหารกับชายชราด้วยความเต็มใจ
ครั้นชายชราซูเกอเหลือบเห็นหลานชายอีกคนกลับมาจากการป้อนนมหลานสาวแล้วเขากวักมือเรียกให้มาร่วมรับประทานอาหารหลากหลายชนิดด้วยกันโดยไม่มีท่าทางขึงขังดังเดิมว่า
“อ้าว! มาแล้วเหรอเสี่ยวหลง มา ๆมานั่งข้างปู่นี่ อาหารมีแต่อร่อย ๆ ทั้งนั้นเลย พวกเรากินให้เต็มที่เลยนะ”
“ครับปู่เกอ”
ซูหนิงหลงพยักหน้ารับพลางเดินไปนั่งบนเก้าอี้หัวโล้นข้างชายชราอย่างนอบน้อมเขาเริ่มลงมือรับประทานอาหารพร้อมชวนชายชราพูดคุยเื่จิปาถะ ซึ่งท่าทางพูดมากจนผิดเพี้ยนไปจากเดิมมีน้องเล็กจ้องมองไม่วางตาด้วยความประหลาดใจเป็อย่างยิ่ง
แปลกแฮะ! ั้แ่กลุ่มเรามีเหยี่ยนเอ๋อร์เข้ามาอยู่ด้วยพี่รองพูดมากจนกลายเป็คนละคนกับแต่ก่อน แต่เป็อย่างนี้ก็ดีเหมือนกันอย่างน้อยฉันก็รู้ว่าพี่รองกำลังคิดอะไรอยู่
ซูหนิงหวงยักไหล่อย่างไม่กังวลใจเท่าใดนักต่อพฤติกรรมของพี่รองซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากเขาลงมือรับประทานอาหารต่อพร้อมทั้งพูดคุยกับชายชราและพี่รองอย่างออกรสโดยละเื่ความกังวลใจทั้งหลายออกไป