อนาเธอร์ก้าวเดินขึ้นบันไดไปยังห้องส่วนตัวของเขาที่ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของคฤหาสน์
เมื่อเขามาถึงห้องพักส่วนตัว ประตูไม้ที่แกะสลักอย่างงดงามเปิดออกสู่พื้นที่กว้างขวาง ภายในห้องนี้มีการตกแต่งที่สวยงามตามแบบฉบับของชนชั้นสูง หน้าต่างบานใหญ่เปิดออกสู่ระเบียงที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของูเาและป่าไม้ได้อย่างชัดเจน
“...............”
อนาเธอร์นั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ใกล้กับหน้าต่าง เขาหลับตาลงชั่วครู่ ปล่อยให้ลมเย็นพัดผ่านเข้ามาจากหน้าต่างและไหลผ่านผมสีขาวของเขา
ความเงียบสงบนี้เป็สิ่งที่เขาชื่นชอบที่สุด มันเป็่เวลาที่เขาสามารถทบทวนความคิดและวางแผนสำหรับอนาคตของเขาได้อย่างอิสระ
แม้ว่าเขาจะไม่มีพลังอาชีพหรือระดับเลเวลเหมือนกับคนอื่น แต่เขารู้ดีความหวังยังคงมีเสมอ และมันต้องมีซักทางนึง
“สักวันหนึ่ง...”
อนาเธอร์พึมพำเบาๆกับตัวเอง สายตาเริ่มจับจ้องไปยังท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เบื้องหน้า ความหวังและความมุ่งมั่นในใจของเขายังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง ถึงเส้นทางของเขาจะแตกต่างจากคนอื่น แต่ตนเองก็ยังคงเชื่อว่าวันหนึ่งต้องค้นพบวิธีที่จะเปิดเผยพลังที่แท้จริงของเขา
เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็วในคฤหาสน์ที่เงียบสงบแห่งนี้ ขณะที่อนาเธอร์นั่งอยู่ที่หน้าต่าง ความคิดต่างๆยังคงหมุนเวียนอยู่ในหัวของเขา
ทุกความคิดล้วนมีเป้าหมายเดียวคือการค้นหาคำตอบว่าทำไมเขาถึงแตกต่างจากคนอื่น และกำลังมองหาวิธีที่ชายหนุ่มจะสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตัวเองได้
“เอาเถอะ.. ขอนอนก่อนละกัน”
ในชั่วพริบตา วันเวลาก็ได้ล่วงเลยผ่านไปเป็เดือนๆ อนาเธอร์ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกฝนตนเองตามลำพัง และบางครั้งเขาก็จะปลอมตัวสวมชุดคลุมสีดำพร้อมหมวกกันน็อค ออกไปจ้องมองบริเวณแท่นพิธีกรรมการเปลี่ยนอาชีพเสมอ
แม้จะรู้ดีว่าตนเองไม่มีวันเปลี่ยนอาชีพได้ แต่การเฝ้ามองผู้คนที่ก้าวขึ้นไปบนแท่นและได้รับพลังใหม่ๆ กลับย้ำเตือนถึงความอ่อนแอและความไม่สมบูรณ์ของตนเอง
ทุกครั้งที่เขายืนอยู่ในเงามืด ความคิดถึงความแตกต่างระหว่างเขากับพี่น้องและผู้คนรอบข้างนั้นกัดกินหัวใจของเขาอย่างไม่สิ้นสุด
“โอ้? อัศวินศักดิ์สิทธิ์ นั่นมันอาชีพลับเลยไม่ใช่เรอะ? ชายคนนี้พลิกผันสถานะของตนเองแล้ว”
“อาชีพอัศวินศักดิ์สิทธิ์มีทั้งพลังโจมตี แถมยังบัพเพิ่มคุณสมบัติให้กับคนอื่นได้อีก”
ในทุกๆวัน เขาได้เห็นผู้คนพัฒนาตัวเองและเพิ่มพูนพลัง มองเห็นการเปลี่ยนอาชีพ จ้องมองพวกเขาด้วยแววตาที่ลุกวาวและตื่นเต้น
ไม่นานนัก วันสำคัญก็ใกล้เข้ามา วันเกิดครบรอบอายุ 17 ปีของเขา ทายาทคนสุดท้องแห่งตระกูลซิกฟรีด ตระกูลที่ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจมากที่สุดตระกูลหนึ่งในประเทศัและของโลก
อนาเธอร์รู้สึกได้ถึงความกดดันที่มากขึ้นเมื่อวันเกิดของเขาใกล้เข้ามา แม้เขาจะเป็ที่รักและห่วงใยของครอบครัว แต่การที่เขาไม่สามารถเป็ผู้เล่นได้ ทำให้เขายังคงรู้สึกห่างเหินจากความคาดหวังและหน้าที่ที่ตระกูลได้วางไว้ให้
งานวันเกิดครั้งนี้ไม่ได้ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โต ไม่มีการเฉลิมฉลองอย่างหรูหรา ไม่มีแขกจากตระกูลอื่นๆมาร่วมงาน
นั่นเป็เพราะตัวของอนาเธอร์ได้ขอให้จัดงานแบบเรียบง่ายเอง เขาไม่้าให้ใครเห็นถึงความแตกต่างในฐานะทายาทคนสุดท้องที่ไม่มีพลังเหมือนพี่น้องของเขา
“เข้าใจแล้วลูกรัก.. ยังไงพ่อก็ตามใจตัวเ้าทุกอย่างอยู่แล้ว”
ผู้นำตระกูลที่ทรงอำนาจและเป็บิดาของอนาเธอร์ย่อมเห็นด้วยกับคำขอลูกชายของตน เพราะเขาไม่เคยปฏิเสธอะไรเลยทั้งสิ้น
ซิกฟรีด คาน เป็ชายวัยกลางคนที่มีท่าทางน่าเกรงขาม ใบหน้าของเขาประดับไปด้วยหนวดเคราสีดำที่ดูขรึมคมคาย ดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยประสบการณ์และความเด็ดเดี่ยวในฐานะผู้นำตระกูลซิกฟรีด เขาเป็ชายที่เข้มแข็งและเป็ที่เกรงขามในหมู่ผู้เล่นระดับสูงทั่วประเทศั แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าครอบครัว เขาก็กลับเป็พ่อที่รักใคร่และห่วงใยลูกชายคนสุดท้องเสมอ
“เป็ยังไงบ้างละลูกรัก วันก่อนแม่ได้ยินมาว่าเ้าออกไปยังแท่นพิธีกรรมอีกแล้วหรอ?”
ส่วนแม่ของอนาเธอร์ เธอเป็หญิงสาวผู้งดงาม ผมสีทองยาวสลวย ดวงตาสีเขียวมรกตที่สะท้อนถึงความมั่นใจและพลังอันยิ่งใหญ่
เธอเป็ที่รู้จักในฐานะผู้สืบสายเืแห่งั ซึ่งเป็สายเืที่หายากและทรงพลังที่สุดในโลก เธอได้รับสายเืนี้หลังจากผ่านภารกิจระดับสูงที่มีความเสี่ยงมหาศาลใน่ที่เธอยังเป็นักผจญภัยผู้เล่น และเป็หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เธอกลายเป็ผู้เล่นที่ทรงพลังในปัจจุบัน
วันเกิดของอนาเธอร์จึงกลายเป็วันรวมตัวของครอบครัว ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและความรักที่ทุกคนมีให้กัน ภายในห้องโถงที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้และของตกแต่งเรียบง่าย
ซิกฟรีดคานและมารดาของอนาเธอร์ได้เตรียมของขวัญพิเศษไว้ให้ลูกชาย
ซึ่งเป็ของขวัญที่พวกเขาเชื่อว่าเหมาะสมกับทายาทของตระกูลซิกฟรีด
“นำสิ่งนั้นมาซะ!”
เมื่อถึง่เวลาที่ทุกคนต่างรอคอย พ่อและแม่ของอนาเธอร์ก็นำของขวัญออกมา
มันเป็อุปกรณ์ระดับสูงที่หาได้ยาก ซึ่งถือว่าเป็หนึ่งในอุปกรณ์ที่ดีที่สุดในโลกของผู้เล่น อุปกรณ์เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นจากวัสดุที่หายากและผ่านการสร้างด้วยพลังของเวทมนตร์ระดับสูง ทำให้มันมีความสามารถในการเพิ่มพลังให้กับผู้เล่นอย่างมหาศาล
“นี่เป็ของขวัญที่เราเตรียมไว้ให้เ้า”
ซิกฟรีด คานกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและภาคภูมิใจ เขามองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความคาดหวัง
“นี่คือเกราะผ้าไหมที่แม่ได้มาจากภารกิจทำเมื่อนานมาแล้ว”
ขณะที่มารดาของอนาเธอร์ก็ยืนอยู่ข้างๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า เธอหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากกล่องและยื่นให้กับอนาเธอร์
“อุปกรณ์ไอเท็มระดับตำนาน?”
อนาเธอร์รับของขวัญจากมือของแม่ด้วยความเคารพ แม้จะรู้สึกขอบคุณในใจอยู่ลึกๆ ความรู้สึกของเขากลับเต็มไปด้วยความเ็ปเล็กน้อย พวกท่านคงลืมไปแล้วว่าตนไม่ใช่ผู้เล่น อุปกรณ์ระดับสูงเช่นนี้ไม่สามารถใช้ได้หากไม่มีสถานะผู้เล่นหรืออาชีพที่เหมาะสม
เขาเพียงแค่ยิ้มให้พ่อแม่อย่างอบอุ่น และกล่าวขอบคุณพวกเขาด้วยความนอบน้อม
“ขอบคุณท่านพ่อและท่านแม่”
“ผมจะเก็บสิ่งนี้ไว้เป็ที่ระลึก”
ถึงของเหล่านี้จะไม่มีประโยชน์ต่อเขา แต่พวกมันก็ยังเป็สิ่งของคุณค่าทางจิตใจ
ไม่นาน บรรยากาศภายในงานวันเกิดยังคงดำเนินไปอย่างอบอุ่น ไม่มีเสียงพูดถึงความแตกต่างของเขากับพี่น้อง ไม่มีใครมาทำให้เขารู้สึกแตกแยก เขารู้ดีว่าครอบครัวของเขารักและห่วงใยเขามาก แต่ความรู้สึกโดดเดี่ยวในใจของเขายังคงอยู่
ไม่ใช่เพราะความรักที่ขาดหาย แต่เพราะความสามารถที่ตัวของเขานั้นไม่มีต่างหาก