วันเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก หลางผิงเย่เรียนรู้วิชากระบี่เฟิงเย่ได้อย่างรวดเร็ว ไม่เสียชื่อพระเอกของเื่ แต่มีอยู่เพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้นที่ไม่ว่าผมสอนยังไงเขาก็ไม่เคยจำสักที
"ผิงเย่ นี่คือกระบวนท่าตั้งรับของเ้าหรือ อาจารย์จำได้ว่ามิได้เขียนกระบวนท่านี้ลงในเคล็ดวิชาที่มอบให้แก่เ้า"
ผมพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งภายใต้ระบบ oocถึงแม้จะอยากหลั่งน้ำตาออกมาสักแค่ไหน แต่สิ่งที่แสดงออกมาได้ก็มีเพียงแค่เชิดหน้ามองต่ำราวกับตนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกเท่านั้น เฮ้อ!..
"ขออภัยขอรับศิษย์โง่เขลาไร้ความสามารถ ไม่อาจทำได้ดั่งที่ท่านอาจารย์คาดหวัง"
ผมได้แต่มองพระเอกด้วยสีหน้าเ็า หากถามว่าในใจผมรู้สึกสงสารเขาไหม นั่นก็มีบ้าง แต่เอาจริงๆ ผมไม่คิดเลยว่าทักษะการเรียนรู้ของพระเอกมันจะเข้าขั้นย่ำแย่ถึงขนาดนี้
ผมว่ามันต้องมีอะไรสักอย่างผิดพลาดแน่ๆ ในเมื่อนิยายต้นฉบับของผม ผมเซตค่าให้พระเอกเป็อัจฉริยะั้แ่กำเนิดด้วยซ้ำ ไม่มีทางที่อัจฉริยะอย่างเขาจะมาพลาดกระบวนท่าง่ายๆ แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็แน่
นี่ระบบผมว่าพระเอกของผมมันแปลกๆ นะเขาติดบัคหรือเปล่าน่ะ ช่วยตรวจสอบให้ทีซิ
[ระบบไม่พบความผิดปกติใดๆ ของพระเอก ขอให้คุณสบายใจและดำเนินเื่ราวไปตามปกติ]
[กรุณาเลือกบทลงโทษของหลางผิงเย่ เพื่อสะสมแต้ม]
[1.อ่อนหัดนักจงไปวิ่งรอบเขาสิบรอบโดยห้ามใช้พลังปราณเด็ดขาด หากยังวิ่งไม่ครบห้ามพัก
2.เมื่อรู้ว่ายังไร้ความสามารถก็จงไปสำนึกตนในถ้ำเหมันต์นิรันดร์ให้ครบหกชั่วยามเสีย….
เชิญคุณเลือกเลยครับ]
'ไม่ว่าจะเลือกทางไหนมันก็แย่พอกันไม่ใช่เหรอ'
[ถูกต้องครับ ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็จะถูกหลางผิงเย่ สถานะพระเอกของเื่จดบัญชีแค้นเอาไว้ในหัวอย่างแน่นอน]
'เรือหายแล้ว!! ..ฉันขอไม่เลือกได้ไหม'
[ไม่สามารถทำได้ การรนหาที่ตายเป็สกิลของตัวร้ายที่จะได้ตายอย่างภาคภูมิในอนาคต..]
[โปรดเลือกคำตอบภายใน 5 วินาที 5 4 3 2…]
'ขะ ข้อ2 ฉันเลือกข้อ 2'
"เมื่อรู้ว่ายังไร้ความสามารถก็จงไปสำนึกตนในถ้ำเหมันต์นิรันดร์ให้ครบหกชั่วยามเสีย ไปได้แล้ว"
"ขอรับท่านอาจารย์"
[ระบบขอแสดงความยินดีด้วย คุณได้รับ+100 แต้มจากค่าความลึกลับด้านจิตใจ รวม 220 แต้ม ขอให้คุณพยายามรนหาที่ตายต่อไป~]
'นี่ฉันต้องพยายามรนหาที่ตายอีกกี่รอบถึงจะปลดล็อก ooc ได้เนี่ย'
[แต้มที่ใช้ปลดล็อกฟังก์ชัน ooc คือ 220/5000 ขอให้คุณพยายามรนหาที่ตายต่อไป..ระบบจะอยู่เคียงข้างคุณ]
'.....'
ผมเบื่อที่จะเถียงกับไอ้ระบบเฮงซวยนี่จึงเลือกที่จะเดินกลับอาศรมเพื่อไปนอนเหยียดแข้งเหยียดขาอยู่ในนั้นสักพัก แต่พอกลับมานอนได้ไม่นานนักผมก็รู้สึกเบื่อเลยอยากหาอะไรทำฆ่าเวลาสักหน่อย
ผมคิดได้ว่าผมให้พระเอกไปนั่งสำนึกผิดอยู่ในถ้ำเหมันต์นิรันดร์ ผมเลยอยากจะไปดูให้เห็นกับตาตัวเองสักหน่อยว่าพระเอกที่แสนเทพทรูของผมจะใช้วิธีไหนเพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็ก้อนน้ำแข็งในถ้ำนั่นก่อนจะครบกำหนดเวลาหกชั่วยาม
'ระบบผมอยากจะไปดูผิงเย่หน่อย ไม่รู้ว่าป่านนี้พระเอกที่แสนเทพทรูของผมจะกลายเป็ก้อนน้ำแข็งไปแล้วหรือยัง'
[ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากฟังก์ชัน ooc ยังไม่ได้รับการปลดล็อก]
'..ก็แค่จะแอบไปดูเท่านั้น แค่ไปแบบไม่ให้เขารู้ตัวก็น่าจะพอแล้วนี่นา'
[..เข้าใจแล้ว ถ้าหากหลางผิงเย่ไม่รู้ ระบบจะทำเป็ไม่เห็นการoocของคุณ]
'ขอบใจนะระบบ~~'
เมื่อได้ยินดังนั้นผมจึงไม่รอช้าที่จะหยิบเอาเสื้อคลุมขนจิ้งจอกเงินตัวหนา ก่อนออกไปดูสภาพพระเอกลูกรักของผมสักหน่อย
แล้วก็เป็อย่างที่คิดจริงๆ ด้วย นี่ขนาดผมยืนอยู่ปากถ้ำยังรู้สึกถึงความเย็นเสียดกระดูก แล้วพระเอกลูกรักของผมที่ต้องไปนั่งคุกเข่าอยู่ในถ้ำล่ะจะเป็ยังไง ผมพยายามทำใจให้สงบก่อนเดินเข้าไปในถ้ำอย่างไร้สุ้มเสียง
สิ่งแรกที่มองเห็นคือหลางผิงเย่นั่งคุกเข่าใช้มือทั้งสองข้างกอดตัวเองเพื่อคลายความหนาว มันช่างเป็ภาพที่น่าเวทนาเหลือเกิน โถ่ พระเอกลูกรักผมจะช่วยอะไรเขาได้บ้างไหมเนี่ย
[คำเตือนความคิดของคุณเป็การละเมิดกฎ ooc อย่าได้คิดที่จะทำเป็อันขาด ไม่เช่นนั้นคุณจะถูกลงโทษ…]
'รู้แล้วน่าแต่มันก็…'
[สิ่งที่คุณควรทำที่สุดตอนนี้คือออกไปจากที่นี่]
'....'ผมรู้อยู่แล้วล่ะว่าการออกไปจากที่นี่คือสิ่งที่ผมควรทำที่สุด แต่ว่าพอได้เห็นพระเอกในสภาพนี้แล้วมันก็เหมือนมีอะไรไปสะกิดแผลเก่าของผม..ในฐานะหนูทดลองที่เคยถูกนำไปทรมานทุกรูปแบบ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนถึงขีดจำกัดของร่างกายที่ถูกแปรสภาพเป็สิ่งอื่น
ไม่ว่าจะเป็การถูกนำไปเผา นำไปแช่แข็ง นำไปอยู่ในห้องปิดตายที่ไม่มีอากาศ นำไปทดสอบขีดจำกัดการต้านพิษ และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายจนผมแทบจะไม่กล้าเรียกตัวเองว่ามนุษย์คนหนึ่งเสียด้วยซ้ำ…
เมื่อได้มองภาพของหลางผิงเย่ที่กำลังนั่งคุกเข่ากอดตัวเองด้วยความหนาว ในวินาทีนั้นผมกลับมองเห็นภาพของs0027ซ้อนทับกับภาพของเขาราวกับเป็หนึ่งเดียวกัน
ผมไม่ลังเลเลยที่จะเดินไปหาเขา โดยยังคงคาแรคเตอร์เดิมของอวีเฟิงเอาไว้ให้ได้มากที่สุด ในสายตาของผมไม่ได้มองเห็นพระเอกอยู่ในนั้น แต่สิ่งที่ผมมองเห็นคือ s0027..เงามืดที่อยู่ในจิตใจของผมเรื่อยมา
ผมโยนเสื้อคลุมขนจิ้งจอกคลุมร่างเล็กๆ นั่นเอาไว้ แล้วพยายามใช้วาจาเย้อหยิ่งติดแข็งกระด้างว่ากล่าวเขา
"ช่างโง่งมนักไม่รู้หรือว่าถ้ำเหมันต์นิรันดร์นั้นหนาวเย็นเพียงใด เหตุใดจึงใส่เสื้อผ้ามาเพียงเท่านี้ หรืออยากหนาวตายที่นี่เพียงเพื่อให้คนทั้งใต้หล้าประณามว่าข้าผู้นี้ทำเป็เพียงทรมานลูกศิษย์หรือ"
แต่ทว่าสิ่งที่อยู่ภายในใจกลับแตกต่างจากเสียงที่พูดออกมาลิบลับ
..ไม่ต้องกลัวแล้วนะ ทุกอย่างมันจบสิ้นลงแล้ว S0027 กับศูนย์วิจัยนั่นถูกทำลายไปหมดแล้ว ไม่เป็ไรแล้วนะ ทุกอย่างจะดีขึ้น..นายยังเป็คนคนหนึ่ง เป็มนุษย์คนหนึ่งที่ยังมีสิ่งที่ปรารถนา ยังคงมีลมหายใจ และยังคงมีความรู้สึก..เหมือนกับมนุษย์คนอื่นๆ เช่นกัน
[..คุณทำการoocระบบทำการหัก-100แต้ม คงเหลือ120แต้ม]
ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจที่ถูกระบบหักแต้มเลยแม้แต่นิดเดียว อันที่จริงผมไม่ได้สนใจเื่แต้มอะไรนั่นเลยด้วยซ้ำ..ในตอนนี้ผมมองเห็นเงาของ s0027 ซ้อนทับกับหลางผิงเย่ไปแล้ว ในเมื่อมันเป็แบบนั้นแล้ว จะให้ผมทนยืนดูอยู่เฉยๆ ได้ยังไง..
หลางผิงเย่ "ศิษย์ขออภัย แต่นี่คือเสื้อผ้าที่หนาที่สุดของศิษย์แล้วขอรับ"
..ไม่แตกต่างกันเลย มันช่างเหมือนกันเหลือเกิน ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพไหน s0027 ในศูนย์วิจัยนั้นก็จะสวมใส่เพียงชุดบางๆ ที่นักวิจัยเป็ผู้จัดหาให้ ทั้งในตอนที่อากาศหนาวเสียดกระดูกเขาก็ไม่เคยมีเสื้อผ้าอุ่นๆ ให้สวมใส่ ในตอนที่ร้อนมากๆ กระทั่งน้ำเย็นสักแก้วยังไม่เคยได้ดื่ม..
"..."ผมมองร่างเล็กๆ ที่ยังคงนั่งอยู่บนพื้นน้ำแข็งเล็กน้อยก่อนเดินออกจากถ้ำไปเงียบๆ ในตอนนี้ผมไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น แต่หลังจากนี้ผมจะดูแลเขาให้ดี อย่างน้อยก็จะให้เขามีที่นอนที่สะอาดและมีเสื้อผ้าที่อบอุ่น และผมจะไม่ปล่อยให้เขาต้องทนหิวเหมือนอย่างที่ s0027 เคยประสบพบเจอมา..
_
..วันนี้ข้าได้เข้ารับการทดสอบวิชากระบี่เฟิงเย่จากท่านอาจารย์ ข้าสามารถพูดได้เต็มปากว่าวันนี้ข้าไม่มีสมาธิเลยแม้แต่น้อย จะพูดให้ถูกคือข้าไม่อาจสงบใจได้ เมื่อเห็นใบหน้าเรียบนิ่งของท่านอาจารย์ที่มองมายังตัวข้า
กระบวนท่าตั้งรับที่ต้องแบ่งพลังให้สมดุลกับขาทั้งสองข้าง แต่ข้าดันเผอเรอใส่พลังมากไปจนกลายเป็พุ่งเข้าไปกอดแทนการตั้งรับด้วยกระบี่ ทั้งๆ ที่กระบวนท่านี้ข้าฝึกฝนจนชำนาญแล้วแท้ๆ
"....."
"ศิษย์ขออภัยขอรับ"แต่ในใจลึกๆ แล้วข้าหาได้รู้สึกผิดไม่ กลับกันข้ากลับอยากทำพลาดเช่นเดิมอีกหลายๆ ครั้ง จนสุดท้ายท่านอาจารย์ก็ทนไม่ไหว
"ผิงเย่ นี่คือกระบวนท่าตั้งรับของเ้าหรือ อาจารย์จำได้ว่ามิได้เขียนกระบวนท่านี้ลงในเคล็ดวิชาที่มอบให้แก่เ้า"แล้วลงโทษข้าให้ไปสำนึกผิดในถ้ำเหมันต์นิรันดร์
ข้านั่งอยู่ไม่นานนักก็ััได้ถึงเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวหนาที่ถูกโยนลงมาคลุมตัวข้าเอาไว้ มันอบอุ่นและหอมมาก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกเหมยทำให้ข้ารู้ว่าเสื้อคลุมขนสัตว์ตัวนี้จะเป็ของใครไปไม่ได้นอกจากท่านอาจารย์
ถึงแม้อาจารย์จะต่อว่าข้า แต่ข้ากลับรู้สึกถึงความห่วงใยลึกๆ ที่ท่านมีต่อข้า นี่ข้าคงบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่คิดเช่นนั้น ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วแท้ๆ ว่าท่านอาจารย์มองข้าเช่นไร แต่ข้าก็ยังเพ้อฝันอยู่เช่นนั้น ฝันว่าสักวันหนึ่งท่านอาจารย์จะมองมาที่ข้า แล้วบอกว่าข้าคือศิษย์ที่อาจารย์ภาคภูมิใจที่สุด
และถึงแม้ข้าจะไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงหรือไม่ แต่ข้าเชื่อว่าข้าสามารถมีความสุขได้ตราบเท่าที่ข้ายังคงมองเห็นและััตัวตนของท่านอาจารย์ได้
..และความจริงอีกอย่างก็คือ ข้าจงใจใส่เสื้อผ้าไม่หนามากเพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรท่านอาจารย์ก็ต้องมาอย่างแน่นอน ตลอดเดือนที่ผ่านมาแม้ว่าท่านอาจารย์จะไม่แสดงออกอย่างชัดเจน แต่ข้าก็รู้สึกได้ว่าท่านเป็ห่วงและคอยช่วยเหลือข้าอยู่เงียบๆ มาตลอด
อ่าา การที่ข้ามีอาจารย์ที่เป็เช่นนี้ก็ถือว่าไม่ใช่เื่ที่เลวร้ายอะไร แถมยังรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ่อยๆ ที่ต้องเดาใจอาจารย์ให้ออก หึ นี่ข้าคงบ้าไปแล้วจริงๆ ที่คิดเช่นนี้….
ขอบคุณสำหรับการติดตามผลงานของนามิ
รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ
จากใจ
นามิแค่อยากอ่านนิยาย
จุ๊บๆ