"เปาเป่า"
หลี่เจินนางเอ่ยเรียกเด็กน้อยเสียงเบา มองสบแววตากลมโตคู่นั้นอย่างไม่อาจที่จะบรรยายความรู้สึก แล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของนางเต้นแรง
"มาหา...แม่สิ"
เมื่อเปล่งคำนั้นออกไป นางรับรู้ถึงความเต็มตื้นในจิตใจ รู้สึกรักและผูกพันกับเด็กชายตรงหน้าขึ้นมาอย่างประหลาด มือผอมบางทั้งสองค่อยๆ ยกขึ้น ยื่นไปด้านหน้า นางมองสบตาเด็กน้อยอย่างรอคอย
เ้าตัวเล็กนั้นจ้องมองการกระทำของสตรีตรงหน้าด้วยดวงตาสั่นไหว เขาเป็เพียงเด็ก แค่เพียงเห็นความอ่อนโยนของคนตรงหน้าก็ลดอาการเกร็งตัวและหวาดกลัวลง ลืมเลือนความเ็ปที่เคยได้รับจนหมดสิ้น ยิ่งคนตรงหน้าคือมารดา คือคนที่เขาโหยหาอ้อมกอดและอยากจะเป็ที่รักของนางมากที่สุด เขาจึงไม่ลังเลเลยที่จะโผเข้าหาอ้อมแขนนั้น
ร่างเล็กที่พุ่งเข้ามากอดนางเอาไว้แน่น ทำให้หลี่เจินผละไปด้านหลังเล็กน้อยกับแรงปะทะนั้น แม้จะใบ้างในคราแรก แต่ต่อมานางก็ยิ้มและหัวเราะออกมา เมื่อรับรู้ถึงความยินดีของเ้าตัวน้อย เอ่ยกับเ้าลูกแมวที่ซุกใบหน้าอยู่ในอ้อมแขนของนางเสียงสั่นเครือ
"ขอโทษ แม่...ขอโทษนะเปาเป่า"
เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างสั่นเครือ รู้สึกจุกแน่นร้าวไปทั้งอก น้ำตาหลั่งไหลออกมาอย่างไม่อาจอดกลั้น นั่นคือความรู้สึก จิตสำนึกและความ้าของร่างนี้ เพียงเอ่ยมันออกมาราวกับว่านางได้ยกหินก้อนใหญ่ที่ถ่วงอยู่ในจิตใจทั้งหมดออก เปาเป่าเมื่อรับรู้ถึงแรงสะอื้นของมารดา จึงแหงนเงยใบหน้าช้อนตาขึ้นมอง มือเล็กๆ ยกขึ้นเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้านวลของมารดา เอ่ยด้วยใบหน้าเศร้าหมอง เขาไม่เคยโกรธเคืองผู้เป็มารดาเลย ไม่เคยเลยสักครั้งเดียว
"ท่านแม่ อย่าร้องไห้"
นางมองใบหน้าเล็กๆ ตรงหน้า ริมฝีปากแดงเรื่อจิ้มลิ้มเอ่ยขึ้นเสียงเบา เขาส่งยิ้มให้นาง แววตาของเด็กน้อยแดงก่ำ
"ข้าไม่เคยโกรธเคืองท่านแม่แม้แต่น้อย"
หลี่เจินยกฝ่ามือบอบบางขึ้นลูบใบหน้าเล็กนั้นอย่างเอ็นดู เด็กคนนี้ช่างเป็เด็กรู้ความ เขาน่ารักมาก
"เปาเป่า เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ แม่สัญญาว่าต่อไปมันจะไม่เป็เช่นที่ผ่านมาอีก แม่จะดูแลเ้าให้ดีที่สุด"
"ขอรับ ท่านแม่"
ใบหน้าเล็กมอมแมมนั้นพยักหน้ารับ ดวงตาเปล่งประกายแห่งความสุข ก่อนที่ศีรษะเล็กๆ นั้นจะซุกลงกับอกของนาง ออดอ้อนราวกับลูกแมวตัวน้อย
"เ้าคงหิวแล้วใช่หรือไม่ ไป เราไปกินข้าวกัน แม่ทำไว้รอเ้าแล้ว"
หลี่เจินจับจูงมือเล็กๆ ของบุตรชาย มันผอมจนนางรู้สึกใจหาย ต่อไปนางจะขุนเ้าลูกแมวน้อยตัวนี้ให้อ้วนกลม แต่เดินไปเพียงแค่สองก้าวก็ต้องหยุดชะงัก เพราะเ้าของมือเล็กนั้นฝืนกายเอาไว้
"มีอะไรหรือเปาเป่า"
หลี่เจินหันมามองร่างเล็กด้านหลัง เอ่ยถามคนที่ไม่ยอมก้าวเดินด้วยความสงสัย นางสังเกตเห็นว่าใบหูเล็กและปลายจมูกของเด็กน้อยนั้นแดงก่ำ
"ข้า...รักท่านแม่นะขอรับ"
เปาเป่าน้อยเอ่ยบอกมารดาด้วยความเขินอาย
หลี่เจินได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มกว้าง ยื่นมือไปลูบศีรษะทุยเล็กอย่างอ่อนโยน บอกตอบเขาด้วยรอยยิ้ม
"แม่ก็รักเปาเป่า รักมากที่สุด"
สองแม่ลูกเดินจับจูงกันมาด้านนอกด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
หลี่เจินนางพาเ้าตัวเล็กมาล้างมือก่อนจะทานอาหาร ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควรกว่ามันจะสะอาด มองดูเล็บที่ยาวนั้นก่อนจะตัดใจ รอให้กินข้าวเสร็จก่อนแล้วกัน แล้วนางจะจัดการกับมัน
เปาเป่ามองอาหารบนโต๊ะตาเป็ประกาย กลิ่นหอมของมันทำให้เขาต้องกลืนน้ำลาย นี่เป็อาหารมื้อแรกหลังจากที่ผู้เป็บิดาจากไป เขามองมือของมารดาที่ตักข้าวใส่ถ้วยส่งให้เขา สูดดมกลิ่นหอมของข้าวต้มด้วยใบหน้าเป็สุข
"หอมมากขอรับท่านแม่"
"หอมมากใช่หรือไม่ ลองกินดู มันอร่อยมาก เ้าต้องกินให้เยอะๆ"
หลี่เจินกล่าวพร้อมกับแกะเนื้อปลาส่งให้เขา เด็กน้อยดูมีความสุขมาก เขากินข้าวถึงสองถ้วย เปาเป่านั้นเป็เด็กรู้ความ เขาสามารถช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว ไม่เหมือนเด็กอายุสามขวบบางคนที่เวลาทานอาหารยังคงต้องป้อน
หลังจากอาหารมื้อแรกของทั้งสองจบลง หลี่เจินนางจึงพาบุตรชายกลับเข้าไปในห้อง นางอยากจะสำรวจดูว่าตอนนี้นางมีทรัพย์สินใดเหลืออยู่บ้างและเพื่อเป็การย่อยอาหารไปในตัว แล้วจึงจะอาบน้ำให้บุตรชาย
ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน นางต้องวางแผนการใช้ชีวิต ตอนนี้นางไม่เพียงต้องเอาชีวิตรอดในสถานที่และยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย แต่นางยังต้องรับผิดชอบอีกหนึ่งชีวิต ซึ่งมันไม่ใช่เื่ง่ายเลยกับการจะเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้มีชีวิตที่ดี
หลี่เจินนางจึงลงมือรื้อข้าวของภายในหีบทันที โดยมีเ้าตัวน้อยนั่งมองอยู่ไม่ห่าง ในหีบใบแรกนั้นด้านในเต็มไปด้วยผ้าพับเนื้อดีอยู่เต็มหีบ ซึ่งเป็เื่ที่ดีมาก นางจะนำผ้าเหล่านี้มาตัดเย็บเป็เครื่องนอนชุดใหม่และตัดชุดใหม่ให้บุตรชาย เพราะเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่นั้นมันมีรอยปะชุนเต็มไปหมด
"เปาเป่า แม่จะตัดชุดใหม่ให้เ้าดีหรือไม่"
หลี่เจินนางหันไปถามเ้าตัวน้อยด้วยรอยยิ้ม
"ดีขอรับท่านแม่"
เปาเป่าไม่ว่ามารดาจะว่าอย่างไร เขาล้วนว่าดี มองดูมือของท่านแม่ที่ยื่นมาลูบใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยน เสียงอันนุ่มนวลของท่านแม่เอ่ยกับเขา
"เด็กดี"
เขามีความสุขเหลือเกิน
หลี่เจินเมื่อนางสำรวจดูผ้าพับเ่าั้จนพอใจก็เปิดดูอีกหีบ หีบอีกใบด้านในนั้นเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ของสตรี ทั้งเครื่องหอม น้ำมันหอมและเครื่องประทินผิว แม้จะไม่หลากหลายเช่นเครื่องสำอางในปัจจุบัน แต่ทุกอย่างล้วนเป็ของดี หากนางจะเพิ่มเติมบางอย่างเข้าไปก็ไม่ใช่เื่ยาก และยังมีสิ่งที่นาง้าใช้ที่สุดในตอนนี้อีกด้วย มันคือชุดอุปกรณ์ทำเล็บครบครัน มีมีดเล็ก กรรไกรเล็ก ตะไบเล็ก แปรงเล็ก ตะไบแบบปลายงอ และตลับใส่น้ำมัน ทั้งหมดนี้ทำจากเงินสีขาวสะอาด นางยังพบว่าในโถกระเบื้องอีกใบมีสบู่อัดแน่นอยู่ด้านใน มันคือสบู่ที่ทำจากไขมันสัตว์ ซึ่งส่วนประกอบบางอย่างนางก็ไม่แน่ใจนัก แต่มีกลิ่นหอมของดอกเหมยกุยฮวากำจายออกมา นั่นถือว่าเป็สิ่งที่น่าพอใจมากแล้ว อย่างไรก็ดีกว่าการใช้หินเนื้อหยาบขัดผิว
เมื่อได้ของที่้า จึงได้ชวนบุตรชายไปอาบน้ำชำระกาย นางจะจัดการกับเ้าลูกแมวมอมแมมตัวนี้ก่อนแล้วจะกลับมาสำรวจดูข้าวของอีกที ยังมีสินเดิมของเ้าของร่างที่ไม่รู้ว่ามีเหลืออยู่มากน้อยเพียงใด