┏━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┓
เื่นี้หยกจะลงให้ทุกคนอ่านฟรีจนจบเลยน้า
หากลงครบ 50% แล้วหยกจะทำการติดเหรียญในครึ่งแรก
ส่วนครึ่งหลังหยกก็จะลงให้อ่านฟรีต่อจนจบไปเลยจ้า
และเมื่อลงจนจบแล้วหยกจะทำการติดเหรียญทั้งหมดในทันที
เพราะงั้นทุกคนอย่าลืม กดหัวใจ กับ กดเพิ่มเข้าชั้น เอาไว้กันด้วยน้า
┗━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━┛
“คุณหนูครับทางแล็บพึ่งส่งข้อความมาแจ้งว่าของที่คุณหนู้าได้แล้วนะครับ” ขณะที่รถกำลังเคลื่อนที่ไปตามทางของมัน จู่ ๆ ยอดที่เอาแต่เงียบมาทั้งวันก็ถึงเวลาที่เขาจะเอ่ยพูดขึ้นมาสักที เพราะเด่นรับหน้าที่เป็คนขับรถอยู่ ยอดจึงต้องเป็ฝ่ายรายงานสิ่งต่าง ๆ ที่เขาสามารถทำได้ ไม่งั้นรถคันนี้คงอยู่บนความอันตรายแทนหากจะให้เด่นทำทุกหน้าที่
ส่วน ‘ของ’ ที่ว่าก็คงไม่พ้นสิ่งนั้นสินะ
“ถ้าอย่างงั้นให้ผมขับไปที่แล็บเลยไหมครับคุณหนู” เด่นจ้องมองหน้าของฉันเพียงแป๊บเดียวผ่านกระจกของรถที่ติดอยู่ตรงกลางเพื่อเอาไว้มองทางด้านหลัง ซึ่งเป็ของที่รถธรรมดาทั่วไปมักจะมีกันหมดอยู่แล้ว รวมถึงรถหรูที่ฉันนั่งอยู่ด้วยเช่นกัน
“ไม่ต้อง...ตอบกลับไปว่าให้ยกเลิกการทำของพวกนั้นและทิ้งไปได้เลย” ว่าจบยอดก็พยักหน้ารับคำสั่งของฉันก่อนจะก้มหน้าลงไปมองที่มือถือของตัวเองเพื่อพิมพ์ตามที่ฉันพึ่งบอกไปเมื่อกี้
“…” ฉันหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาวางไว้บนหน้าตักจากนั้นก็เปิดดูด้านในพลางคิดถึงเื่ก่อนหน้านี้ที่เป็เหตุผลหลัก ๆ ทำให้ฉันต้องสั่งยกเลิกเื่เมื่อกี้ไป
หลายนาทีก่อน
“มีอีกหรือเปล่า?” ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานของเฉินเพื่อรอให้ผู้ติดตามของตัวเองเข้ามาตามอยู่ ดูเหมือนเ้าของห้องซึ่งไม่ยอมไปไหนนอกจากนั่งรอเป็เพื่อนฉันก็เอ่ยถามถึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา
มีอีกหรือเปล่า…เขากำลังหมายถึงอะไร จู่ ๆ คิดอยากจะพูดอะไรก็พูดโดยไม่มีทอปปิกแบบนี้ใครมันจะไปตอบได้กัน
“จะเอาอะไร” ฉันถอนหายใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองหน้าของเขาตรง ๆ ตามด้วยสายตาที่ไม่คิดปกปิด นั่นคือสายตาของความเบื่อหน่าย
“…” อีกฝ่ายทำแค่ท่าทางชูสองนิ้วขึ้นมา จากนั้นก็แตะไปที่ริมฝีปากของตัวเองด้วยอิริยาบถแบบนั้นจึงทำให้ฉันเข้าใจความหมายที่เขา้าจะสื่อทันทีโดยที่เขาไม่ต้องพูดอะไรสักคำ จะว่าไปเื่นี้ฉันยังไม่ได้เคลียร์กับเขาเลยนี่นา
“ฉันแค่ไม่ชอบกลิ่นของมันที่เหมือนกับของทั่วไป” ฉันเริ่มอธิบายให้เขาฟังโดยไม่คิดจะตอบคำถามก่อนหน้าของเขา แต่ตอนนี้ฉันกำลังยัดเยียดให้เขามานั่งฟังคำแก้ตัวที่แสนแเีของตัวเองแทนมากกว่า
“อย่างแรก...ผมไม่ชอบผู้หญิงสูบบุหรี่” และเขาเองก็ไม่คิดจะฟังคำแก้ตัวของฉันเหมือนกัน เพราะในขณะที่ฉันกำลังจะพูดต่อให้จบ ทว่าอีกฝ่ายกับแทรกขึ้นมาก่อน
“ต่อให้จะถูกออกแบบมาให้ส่งผลกับสุขภาพน้อยมากที่สุดยังไง...แต่ผมก็ไม่ชอบ” เขาเอาแต่พูดย้ำคำว่าไม่ชอบให้ฉันได้ยินหลายรอบ นอกจากคำพูดพวกนี้แล้วยังมีสีหน้าท่าทางของเขาด้วยที่เหมือนกับคนกำลังไม่พอใจ
ขนาดเขายังสูบแถมนอกจากจะเอาบุหรี่ของฉันไปสูบแล้วระหว่างที่ฉันกำลังนั่งรอในห้องนี้อยู่ เขาก็เดินออกไปสูบบุหรี่ของตนเองด้วยฉันก็เห็นกับตา แต่ยังกล้ามาสั่งสอนคนอื่นได้แบบนี้ต้องเป็คนที่หน้าหนามากแค่ไหนกันนะ
“นายก็สูบ เพราะงั้นอย่ามาสั่งสอนคนอื่น” ว่าจบฉันก็ละใบหน้าหันไปทางอื่นแทน เพราะทนเหม็นขี้หน้าหมอนี่ไม่ไหว เด่นกับยอดมัวทำอะไรกันอยู่นะถึงได้ใช้เวลานานแบบนี้
“หลังจากวันนี้ไปผมจะไม่สูบ...คุณเองก็ด้วย” เขาเอ่ยเสียงเข้มจนฉันคิดว่าตัวเองกำลังนั่งอยู่กับแฟนปลอม ๆ หรือนั่งอยู่กับคนในครอบครัวกันแน่
“ดีล!” เพราะความรำคาญฉันจึงเอ่ยออกไปเพียงคำเดียวที่มีความหมายตรงใจของเขา และฉันเองก็ไม่ได้อยากสูบอยู่แล้วแต่แรก ที่ทำก็เพราะคำสั่งของแม่ทั้งนั้น ส่วนการที่เขามาพูดแบบนี้ฉันจึงยินดีที่จะละเลิกให้โดยไม่ได้แยแสอะไร แต่จะเป็ตัวเขาเองหรือเปล่าที่จะลำบากเอาในตอนหลัง
“แต่ถ้าทนไม่ไหวก็ไม่จำเป็ต้องทน ถ้านายอยากทำอะไรก็ทำเถอะ ส่วนเื่บุหรี่ฉันจะไม่ยุ่งให้โอเคแล้วใช่ไหม?” อันที่จริงที่ฉันพูดย้อนเขากลับเื่สูบบุหรี่ก็เพื่อแค่อยากจะเอาชนะไม่ได้อยากให้เขาต้องมาทำอะไรเพื่อฉันอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็ที่เขาต้องมาทำอะไรแบบนี้สักนิด
“ใจดีจัง~ แต่ผมเป็คนถ้าคายอะไรออกมาแล้วมักจะไม่ชอบเอากลับเข้าปากอีกรอบ...”
“แล้วแต่นายแล้วกัน” ฉันส่ายหัวไปมากับคำเปรียบเทียบที่เขาพูดออกมา รูปประโยคทำไม...ฟังแล้วชวนพะอืดพะอมยังไงก็ไม่รู้ แค่พูดว่าตัวเองเป็คนพูดอะไรออกมาแล้วไม่คืนคำแค่นี้ก็ได้แล้วไหม
สงสัยคงต้องส่งไปเรียนภาษาไทยเพิ่มแล้วมั้งแบบนี้
ปัจจุบัน
บ้านภูสิทธ์พลังกร
“ป๊า!” ก้าวขาลงจากรถยังไม่ทันครบสองเท้า แต่เมื่อหางตาคลับคล้ายคลับคลาเหมือนเห็นร่างที่คุ้นเคย ฉันก็ดีดเด้งตัวเองออกจากรถพร้อมเอ่ยะโเรียกหาคนที่ฉันไม่คิดว่าจะเจอท่านได้ในเวลานี้ เพราะเวลาส่วนใหญ่ของท่านจะเอาไปลงที่งานตามคำสั่งของแม่อยู่เสมอ ทำให้เราสองคนไม่ได้เจอกันบ่อยครั้งแม้จะอยู่ในบ้านหลังเดียวกันก็ตาม
“อย่าวิ่งสิลูก” ชายท่าทางดูใจดีในสายตาของฉันเสมอั้แ่เด็กยันโตกำลังยกแขนทั้งสองข้างขึ้นตามด้วยการย่อตัวลงเล็กน้อยจากนั้นก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาหาฉันเพราะกลัวว่าฉันอาจจะสะดุดล้มได้ทุกเมื่อ ไม่ใช่ใคร...แต่เป็พ่อของฉันเอง
“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะป๊า หยุดทำแบบนี้เลยเดี๋ยวแม่ก็บ่นป๊าอีกหรอก” แม้จะทำหน้ามุ่ย แต่ฉันก็เดินเข้าไปกอดพ่อของตัวเองอยู่ดีเพราะความคิดถึง และท่านก็กอดฉันตอบพร้อมกับลูบหัวของฉัน ส่วนพวกคนดูแลและคนติดตามคนอื่น ๆ ก็ต่างไปทำหน้าที่ของตัวเองโดยที่ไม่มีใครกล้ามองหรือสนใจเราสองคน
“เข้าไปในบ้านกันเถอะลูกเดี๋ยวจะไม่สบาย”
“วันนี้ทำไมกลับบ้านไวจังเลย แล้วแม่ล่ะ แม่อยู่ไหนอะป๊า” เอ่ยถามคนตรงหน้าจบฉันก็เดินตามท่านพร้อมสอดส่องมองหาแม่ของตัวเอง ทุกครั้งพ่อกับแม่มักอยู่ด้วยกันตลอด ยกเว้นแค่ตอนแม่ฉันจะเข้าบ้านส่วนตัวของแม่ที่เอาไว้ปลดปล่อย ทว่านอกเหนือจากสิ่งที่พูดท่านทั้งสองก็มักจะอยู่ด้วยกันตลอดเลยนะ ยกเว้นก็แค่ตอนนี้ที่ฉันกำลังถามหาอยู่นี่แหละที่ทำให้ต้องแปลกใจว่าทำไมถึงไม่มีเสียงแม่บ่นออกมาหากฉันทำตัวเหมือนอย่างเมื่อกี้กับพ่อ เพราะมันอาจจะทำให้พวกคนอื่นที่เห็นเอาไปพูดและไม่เกรงกลัวได้ตามที่แม่มักจะบ่นอยู่เสมอ
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛
ฝากกดติดตามกันด้วยน๊า : เพจ Sunisayok
(https://www.facebook.com/sunisayok310540/)
♡⃛ ─────────────────── ♡⃛