เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาในห้องอาหารสุดหรูของคฤหาสน์ รินดานั่งจิบกาแฟดำด้วยท่วงท่าสง่างาม
ฝั่งตรงข้ามคือคุณหญิงดาริกาที่กำลังทาแยมบนขนมปัง ส่วนหัวโต๊ะคือธันวา พ่อเลี้ยงหนุ่มที่กำลังอ่านข่าวเศรษฐกิจบนไอแพด
รินดาลอบมองใบหน้าคมคายของเขาภายใต้กรอบแว่นตาใส ภาพความดิบเถื่อนเมื่อวานยังคงฉายชัดอยู่ในหัวจนเธอเผลอยิ้มมุมปาก
"วันนี้รินจะออกไปไหนหรือเปล่าลูก" ดาริกาเอ่ยถามลูกสาวเพื่อทำลายความเงียบ
"คงไม่ออกค่ะคุณแม่ รินเพิ่งกลับมา ยังอยากพักผ่อนอยู่บ้านชิลๆ มากกว่า" เธอตอบเสียงหวาน พลางปรายตามองไปทางพ่อเลี้ยง
"ดีเลยลูก เดี๋ยวบ่ายนี้แม่ต้องเข้าไปคุยงานที่มูลนิธิ คงกลับค่ำๆ ฝากคุณธันวาดูแลน้องด้วยนะคะ" ดาริกาหันไปยิ้มให้สามีหนุ่ม
ธันวาพยักหน้ารับคำ "ได้ครับคุณหญิง เดี๋ยวผมให้ป้าสายเตรียมของว่างไว้ให้รินดาตอนบ่ายด้วย"
รินดาแแกล้งใช้ปลายเท้าเขี่ยเบาๆ ที่หน้าแข้งของธันวาใต้โต๊ะอีกครั้ง ชายหนุ่มชะงักไปนิดนึงแต่พยายามปั้นหน้านิ่ง
"ขอบคุณค่ะคุณพ่อ... หวังว่าบ่ายนี้คุณพ่อจะว่าง 'ดูแล' รินอย่างที่แม่ฝากฝังนะคะ"
รินดาเน้นเสียงคำว่าดูแลจนธันวาต้องเงยหน้าขึ้นมามองสบตา ความอึดอัดก่อตัวขึ้นเงียบๆ ระหว่างคนทั้งสอง
่บ่ายคล้อย รถตู้ประจำตัวของคุณหญิงดาริกาแล่นออกจากคฤหาสน์ไปแล้ว ทิ้งให้บ้านหลังใหญ่ตกอยู่ในความเงียบสงบ
รินดาในชุดเสื้อกล้ามครอปสีขาวกับกางเกงขาสั้นอวดเรียวขา เดินตรงไปยังห้องทำงานของธันวา
เธอไม่ได้เคาะประตู แต่เลือกที่จะบิดลูกบิดแล้วแทรกตัวเข้าไปด้านในทันทีพร้อมกับกดล็อกกลอนประตูเสียงดัง 'กริ๊ก'
ธันวาที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารอยู่เงยหน้าขึ้นมองลูกเลี้ยงสาวด้วยแววตาตำหนิ "รินดา... เข้ามาทำไมไม่เคาะประตู"
"ก็แค่จะเข้ามาดูว่าคุณพ่อกำลังยุ่งอยู่... หรือว่ากำลังเล่นสนุกกับเลขาฯ อยู่กันแน่คะ" รินดาตอบหน้าตาเฉย
ปากกาในมือของธันวาร่วงหล่นลงบนโต๊ะทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูสุขุมแปรเปลี่ยนเป็ตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"นี่เธอพูดเื่อะไรของเธอ รินดา" เขาพยายามคุมเสียงให้เรียบปกติที่สุด แม้หัวใจจะเริ่มเต้นแรงด้วยความกังวล
รินดาเดินกรีดกรายเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ วางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะแล้วโน้มตัวเข้าไปหาเขา
"เมื่อวานรินลงมาหาน้ำดื่ม... แล้วก็บังเอิญเห็นคุณพ่อกำลัง 'ลงโทษ' คุณเลขาฯ อยู่บนโต๊ะตัวนี้ ดุเดือดเชียวนะคะ"
คำพูดของลูกเลี้ยงสาวทำเอาธันวาหน้าชาวาบ เขาเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าความลับที่เขาปิดบังมาตลอดจะถูกล่วงรู้โดยเด็กคนนี้
"นี่เธอแอบดูผู้ใหญ่ทำเื่ส่วนตัวงั้นเหรอ! นิสัยเสียจริงๆ" ธันวาตวาดเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความผิด
"อย่ามาตวาดกลบเกลื่อนหน่อยเลยค่ะคุณธันวาลองคิดดูสิคะว่าถ้าแม่รู้เื่นี้... คุณจะโดนไล่ออกจากบ้านตัวเปล่าหรือเปล่า"
รินดายิ้มเยาะ เธอเปลี่ยนสรรพนามการเรียกเพื่อแสดงให้เห็นว่าตอนนี้เธอมีอำนาจเหนือกว่าเขาอย่างสมบูรณ์
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามตั้งสติ เขาเป็นักธุรกิจที่ผ่านการเจรจามานับไม่ถ้วน เขาต้องคุมเกมนี้ให้ได้
"โอเคนะรินดา... เธอ้าอะไร พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า" ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ กอดอกมองลูกเลี้ยงสาว
"อยากได้บัตรเครดิตใบใหม่ไม่จำกัดวงเงินไหม? หรือรถสปอร์ตสักคัน ฉันจะซื้อให้เธอพรุ่งนี้เลย ขอแค่เธอรูดซิปปากเื่นี้ซะ"
ธันวาเสนอผลประโยชน์ก้อนโต เขาเชื่อว่าเด็กสาวเพิ่งจบใหม่ที่ชอบความหรูหราอย่างรินดาต้องยอมตกลงแน่นอน
แต่รินดากลับหัวเราะเสียงใส ร่างระหงเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของเขา
มือเรียวสวยค่อยๆ ลูบไล้ไปตามลาดไหล่กว้างและแผงอกแกร่งของพ่อเลี้ยงหนุ่มอย่างเชื่องช้า
"คุณคิดว่ารินอยากได้ของพวกนั้นจริงๆ เหรอคะ รินเป็ลูกสาวคนเดียวของแม่ สมบัติทุกอย่างในบ้านนี้ก็เป็ของรินอยู่แล้ว"
เธอโน้มใบหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูของเขา ลมหายใจร้อนๆ รินรดต้นคอจนธันวาขนลุกซู่
"สิ่งที่ริน้า... เงินของคุณซื้อไม่ได้หรอกค่ะ"
ธันวาหันขวับมามองหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคูู่ยู่ห่างกันเพียงคืบ "แล้วเธอ้าอะไรกันแน่รินดา!"
รินดากัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ สายตาฉ่ำเยิ้มทอดมองริมฝีปากของชายหนุ่ม ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้เขาต้องเบิกตากว้างด้วยความช็อก
"รินอยากให้คุณ... ทำกับรินเหมือนที่ทำกับเลขาฯ บนโต๊ะตัวนี้... ทำให้รินเสียวจนแทบขาดใจเหมือนผู้หญิงคนนั้นค่ะคุณพ่อ"