ไตเติ้ลเห็นท่าทางดีอกดีใจของเฮียฮั้วที่หนักข้อจนฟังคนอื่นพูดไม่รู้เื่แล้วก็ได้แต่ยกมือขึ้นปาดเหงื่อแม้จะนั่งอยู่ในห้องแอร์เย็นเฉียบก็ตามที
ลูกสาวเฮียเพิ่งจะสามเดือนอยู่ในท้องแม่ ลูกพลับก็เพิ่งจะเจ็ดขวบแถมมีจิตมารสิงอยู่ในตัว จะอยู่รอดปลอดภัยไปจนโตหรือเปล่าก็ไม่รู้แล้วจะมาสวยได้พ่อหล่อได้แม่อะไรกันฟะเนี่ย แถมยังมีตกลงกับป้าวิภาไปแล้วเรียบร้อยอีกไม่คิดจะถามลูกสาว(ที่ยังไม่เกิด)ของตัวเองก็ไม่ว่าหรอก แต่ก่อนที่จะตกลงกันเนี่ยได้ถามเขากับลูกพลับแล้วสักคำรึยังคร้าบบบบเฮี๊ยยยย!
“ทำไม? อย่าบอกนะว่าทิดรังเกียจลูกสาวเฮีย?”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบ(อึ้ง)ไปเฮียฮั้วก็ซักด้วยหน้าตาเอาเื่
“เอ่อ… คุณหนูยังไม่เกิดเลยนะครับเฮียลูกพลับเองโตมาก็อาจจะเป็เด็กเกเร ไม่เหมาะสมกับคุณหนูก็ได้นะครับ” ภานุวัฒน์ตอบด้วยสีหน้าเหงื่อตก
“ลูกพลับจะเป็เด็กดี จะไม่เกเรแน่นอนเลยครับ”
เด็กชายที่ฟังผู้ใหญ่คุยกันแบบมึน ๆ มานานถึงแม้จะไม่ค่อยรู้เื่อะไรแต่พอได้ยินชื่อตนเองว่ากำลังถูกป๊ะป๋ากล่าวหาก็รีบแก้ต่างทันที
“เห็นไหม ลูกพลับออกจะน่ารักลูกของทิดวัฒน์ไม่มีทางที่จะโตมาเป็เด็กไม่ดีไปได้หรอก” เฮียฮั้วมัดมือชก
‘ลูกพลับเอ๊ยยยย! ป๊ะป๋ากำลังช่วยหนูอยู่นะเฟ้ยจะมาพูดแทรกได้จังหวะอะไรเอาตอนนี้เนี่ย’
“ทิดไม่ต้องกลัว ไม่ได้จะให้แต่งกันตอนนี้สักหน่อยก็หมั้น ๆ กันไว้ก่อน โตมาค่อยตบแต่งกันก็ได้”
‘หมั้น!? เด็กอายุครรภ์สามเดือนกับเด็กเจ็ดขวบเฮียจะรีบจับน้องเค้าหมั้นกันไปทามม๊ายยยย’
ไตเติ้ลแทบจะหลั่งน้ำตาอยู่ในใจหากที่ไม่พูดตอบอะไรออกไปนั้นเป็เพราะกำลังอึ้งงันจนไม่อาจจะสรรหาคำพูดใดมาโต้ตอบได้ในเวลานี้
“เอาน่า อนาคตยังอีกไกล ทิดอย่ากังวลไปเลย มาตรงนี้มานั่งคุยกันก่อน”
เฮียฮั้วตบบ่าชายหนุ่มแล้วกวักมือเรียกให้เดินตามไปนั่งคุยกันที่โต๊ะทำงาน
ไตเติ้ลพยักหน้าทั้งที่ยังร้องไห้อยู่ในใจพูดมาได้นะว่าอนาคตยังอีกไกล อย่ากังวลก็ตัวเองเป็คนเริ่มเื่ก่อกำเนิดความกังวลให้เขาเองแท้ ๆ เลยนะ
“เฮียอยากให้ทิดช่วยตั้งชื่อลูกสาวเฮียหน่อย”
เ้าของโรงพิมพ์ว่าพร้อมกับส่งสมุดไดอารี่เล่มสวยกับปากกาปาร์คเกอร์[1]ด้ามหรูให้อีกฝ่าย
“ทำไมเป็ผมล่ะครับ เฮียน่าจะให้หลวงตา…”
“ให้ทิดแหละดีแล้ว ลูกสาวคนนี้เฮียได้มาเพราะทิดเลยนะ”เฮียฮั้วแทรก
ห๊ะ? ได้มาเพราะเขาเขาไปช่วยเฮียฮั้วทำลูกั้แ่เมื่อไหร่? ตอนไหนกันวะ?
“ไม่ต้องมาทำหน้างง วันนี้ออกจากโรงพยาบาลมาเฮียก็พาคุณวิภาไปหาหมอดูเ้าประจำเขาเคยดูเอาไว้ว่าเฮียกับคุณวิภาไม่ว่ายังไงก็จะไม่มีลูกด้วยกันแน่ ๆพอมีขึ้นมาเฮียเลยต้องพาเมียอุ้มท้องไปเยาะเย้ยเสียหน่อยปรากฏพอไปถึงหมอดูนั่นดูฤกษ์ยามเรียบร้อยแล้วก็บอกว่า จริง ๆแล้วเฮียกับคุณวิภาน่ะ ไม่มีลูกหรอก แต่เป็เพราะว่าพวกเราทำบุญเยอะมาก ผลบุญเลยส่งให้เราได้ลูกอย่างใจปรารถนา”เฮียฮั้วเล่า
‘ห๊ะ? แบบนี้ก็ได้เหรอ?หมอดูหรือหมอแถกันฟะเนี่ย’ ไตเติ้ลคิดปรามาสอยู่ในใจ
“เฮียก็เลยรู้ว่าจะต้องเป็บุญจากข้าวสารปลากระป๋องเครื่องยาทั้งหลายที่ทิดขอจากเฮียไปบริจาคให้คนอื่นตอนน้ำท่วมแน่ๆ เนี่ย กิจการก็ดีขึ้น แถมยังได้ลูกสาวด้วยทั้งหมดทั้งสิ้นเป็เพราะคำแนะนำของทิดแท้ ๆ เพราะฉะนั้นมาตั้งชื่อลูกสาวให้เฮียเลยจะได้เป็มงคล”
ฟังที่เฮียฮั้วเล่าชายหนุ่มถึงกับสตั๊นไปอีกรอบเฮียฮั้วคิดแบบนี้ต่อไปพวกนักต้มตุ๋นคงทำมาค้าขึ้นกันหมดแน่ ๆ
ไอ้เ้าหมอดูนั่นมันก็แค่ดูไม่แม่นเลยหาเื่แถไม่ใช่เหรอคร้าบบบบเฮี๊ยยยยย!
“ทำไม หรือว่ารังเกียจ ไม่อยากตั้งชื่อให้ลูกสาวอั๊วเหรอ?”เฮียฮั้วหน้าตาดุดันขึ้นมาอีกครั้ง
“เปล่าครับ ผมแค่ทึ่งในเื่ที่เฮียเล่า” ภานุวัฒน์รีบส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่เหงื่อตกซิก ๆ
ชายหนุ่มนิ่งเงียบครุ่นคิดอยู่นิดนึงก็ตัดสินใจเขียนชื่อของผู้หญิงชื่อหนึ่งลงไปในสมุดไดอารี่
เด็กผู้หญิงคนนั้นจากที่ภานุวัฒน์มองเห็นิญญาของเด็กน้อยเป็สีขาว สว่างไสว หากเกิดมาแล้วจะต้องเป็เด็กดี เลี้ยงง่ายและทำให้ชีวิตของพ่อกับแม่สว่างไสวรุ่งเรืองพิจารณาตามสภาพความของิญญาที่กำลังจะเกิดมาอันเขาเห็นทั้งหมดแล้วไตเติ้ลก็ตัดสินใจตั้งชื่อเด็กน้อยอายุครรภ์สามเดือนคนนั้นว่า
“รวิภา?” เฮียฮั้วอ่านชื่อในสมุดไดอารี่เล่มนั้น
“ครับ รวิภา แปลว่า แสงอาทิตย์เด็กคนนี้พอเกิดมาแล้วจะได้เปรียบเสมือนแสงสว่างของพ่อและแม่ ทำให้พ่อกับแม่รุ่งเรืองสว่างไสวได้เหมือนกับพระอาทิตย์ครับ”ภานุวัฒน์ตอบ
แล้วก็ให้นึกคุ้น ๆ อยู่ในใจ ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยคิดชื่ออะไรที่มีความหมายแบบนี้บ้างหรือเปล่าหว่ารู้สึกอย่างกับเดจาวูยังไงพิกล
“เออดี ๆ รวิภา แปลว่า แสงอาทิตย์ ส่วนภานุภัทร แปลว่าเจริญด้วยแสงสว่าง เป็ชื่อที่เข้ากัน เหมาะสมกันมากจริง ๆ”
เฮียฮั้วยิ่งยิ้มหน้าบานลองตั้งชื่อให้พ้องกันได้แบบนี้แปลว่าทิดวัฒน์ยอมรับแม่หนูรวิภาเป็ลูกสะใภ้อย่างแน่นอนแล้วสินะ
ฉิบหาย!
ก็ว่าอยู่ว่าทำไมรู้สึกเหมือนเดจาวูที่ไหนได้ความหมายของชื่อมันไปพ้องกับชื่อภานุภัทรที่เป็ชื่อของเ้าลูกพลับเองหรอกหรือนี่!
‘ลูกพลับ… ป๊ะป๋าขอโทษป๊ะป๋าไม่ได้ตั้งใจจะหาเมียให้หนูั้แ่อายุวัยแค่นี้เลยจริง ๆ นะ’
ทิดวัฒน์ผู้ศักดิ์สิทธิ์หลั่งน้ำตาอยู่ในใจอีกครั้งพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหัวลูกชายเบาๆ เป็การปลอบใจ
ลูกพลับที่นั่งตาแป๋วอยู่เคียงข้างป๊ะป๋ายังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชะตาชีวิตของตนเองรู้แค่ว่าป๊ะป๋ากำลังลูบหัวเขาอยู่ และเขาก็ชอบมาก ๆ เลยเวลาที่ป๊ะป๋าลูบหัวของลูกพลับแบบนี้เด็กชายจึงยิ้มหน้าบานแข่งกับเฮียฮั้วทำให้เฮียเ้าของโรงพิมพ์ยิ่งเข้าใจผิดไปใหญ่เลยว่าเ้าหนูลูกพลับนั้นดีใจยินดีที่จะได้ลูกสาวของตนไปเป็เ้าสาว
“ทิดวัฒน์นี่เก่งนะ รู้ด้วยว่าลูกของเฮียเป็ลูกสาว”
เฮียฮั้วเริ่มยิงเข้าตรงประเด็น ภานุวัฒน์ชะงักมือค้างนิ่งอยู่บนหัวกลมๆ ของลูกชายได้ฉับพลัน
“เอ่อ…ผม…”
“อย่าบอกว่าแค่รู้สึกหรือพูดไปเรื่อยเหมือนอย่างทุกทีเชียวนะ”
เฮียฮั้วดักคอไตเติ้ลที่กำลังจะอ้าปากหาข้อแก้ตัวก็เลยนิ่งค้างไปแบบนั้น
“เื่โรงพิมพ์รอดจากไฟไหม้ได้หวุดหวิดนั่นก็ไม่บังเอิญเื่ที่น้ำจะท่วมนั่นก็ไม่บังเอิญ เฮียตั๊วะผัวเจ๊พรเกือบจะหัวฟาดเครื่องซีลพลาสติกนั่นก็ไม่บังเอิญรู้ว่าคุณวิภาท้องได้นั้นก็ไม่มีทางว่าแค่เพราะดูออกก็ขนาดหมออัลตราซาวด์ยังบอกว่าตอนนี้ยังแยกเพศเด็กไม่ได้แต่ทิดรู้ก่อนหมออัลตราซาวด์อีกนะ ว่าลูกของเฮียเป็ผู้หญิง”
เ้าของโรงพิมพ์ดักคอมาเป็ชุดไตเติ้ลนั่งเหงื่อตกซิก ๆ เพราะไม่รู้ว่าเฮียฮั้วจะมาไม้ไหนกันแน่
“อย่าคิดว่าจะมาตบตาคนแก่ได้เฮียผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ดูออกหรอกน่าว่าทิดไม่ใช่ไอ้เ้าขี้เมาเดชาคนเดิม ไหน!มันมีอะไร เกิดอะไรขึ้น? ได้ตาทิพย์มาได้ยังไง มาเปิดอกคุยกันตรงนี้เล่าให้เฮียฟังให้ละเอียดหน่อยสิ”
“เฮียครับ…” ภานุวัฒน์ลากเสียงอ่อน
ไอ้เล่าให้เฮียฟังน่ะ มันก็พอจะเล่าได้อยู่หรอกแต่ที่ไม่อยากเลยก็คือหลังจากที่มันแพร่งพรายออกไปเขาอาจจะกลายเป็ เติ้ลญาณทิพย์ทิดวัฒน์จิตัั มือปราบสำมะเลเทเมา แล้วมีแต่คนแห่มาขอหวย ขอให้ตามหาศพหรือต้องไปคุยกับผีปอบ ไล่พังศาล ตัดต้นไทร ไอ้แบบนั้นมันก็ไม่ไหวนะ
ความฝันที่จะได้ใช้ชีวิตชิลด์ ๆอยู่ในบ้านพักคนชราอย่างสงบสะดวกสบายนั้นคงจะหายวับไปในทันทีแน่ ๆหากความสามารถพิเศษของเขาเผยแพร่ออกไป
“เฮียไม่เอาไปพูดหรอกน่า ดูออกว่าทิดชอบปิดทองหลังพระไม่ชอบอวดอ้างตัวเอง แต่ทิดก็ต้องจริงใจกับเฮียหน่อย มีอะไรก็พูดก็บอกกันบ้างเฮียช่วยเหลืออะไรได้ก็จะช่วยเต็มที่”
“ที่ผ่านมาเฮียก็ช่วยเต็มที่จนเกินพอแล้วล่ะครับ ผมตอบแทนทั้งชาติไม่รู้ว่าจะหมดหรือเปล่า”
ทิดวัฒน์ยกมือไหว้แสดงกิริยาขอบคุณด้วยความนอบน้อม
“งั้นก็ตอบแทนด้วยการเล่าความจริงมาซะ มันเป็ยังไงมีอะไรเกิดขึ้น เ้าขี้เมาเดชาถึงเปลี่ยนแปลงไปได้อย่างกับเป็คนละคนกันอย่างนี้”
เฮียฮั้วยังไล่ต้อน ซักถามอย่างจริงจัง.
[1]ปาร์คเกอร์ ยี่ห้อของปากกาหมึกซึมที่ดังมากในยุค 70-80โดยเฉพาะปาร์คเกอร์ด้ามทองอันเนื่องมาจากว่าถึงนิยายจะย้อนไปยุคเก้าศูนย์แต่จริง ๆแล้วเฮียฮั้วเป็ผู้ใหญ่ในยุค 80 ก็เลยยังเห่อปากกาปาร์คเกอร์อยู่ค่ะ