รถม้าคันหรูที่แยกออกจากขบวนกองทัพก่อนหน้ากำลังเคลื่อนที่มุ่งสู่จวนหลังใหญ่ทางทิศตะวันตกของเมือง โดยมีชายหนุ่มรูปงามขี่อาชาสีขาวบริสุทธิ์ขนาบข้าง
ขบวนรถม้าเดินทางมาได้ไม่นานก็หยุดจอดลงหน้าจวนหลังใหญ่ สองประตูด้านหน้าเปิดออกกว้างข้างทางยาวมีบ่าวไพร่ยืนคอยรอต้อนรับผู้เป็นายทั้งสองที่ไม่ได้กลับจวนมาเป็เวลานาน
"นายท่านเชิญขอรับ"
"ขอบใจ" ร่างสูงโปร่งก้าวลงจากรถม้าคันหรู ยืนมองสำรวจจวนตนเองโดยรอบก่อนจะก้าวเดินเข้าด้านใน
เจียงฮุ่ยเหอมีหน้าที่เป็กุนซือให้กับกองทัพเพราะมีาระหว่างแคว้นทำให้ต้องอาศัยอยู่ชายแดนหลายปีแม้จะมีโอกาสกลับเมืองหลวงมาบ้างเป็ครั้งคราว ทว่าครั้งล่าสุดนั้นหากนับเวลาดูแล้ว ก็น่าจะเป็ระยะเวลาร่วมสามปีเห็นจะได้
ร่างสูงโปร่งเดินนำบุตรชายเข้าสู่ห้องโถงกว้างสายตาคมมองสำรวจโดยรอบห้องโถงอีกครั้ง บุคคลที่เขาคิดว่าจะได้พบกลับไม่ได้พบคราแรกไม่เห็นนางที่หน้าประตูจวน เลยคาดเดาว่านางอาจจะมารอเขาอยู่ที่ห้องโถงแต่นี่กลับไร้วี่แวว
"ซินเอ๋อร์อยู่ที่ใด"
"เอ่อออ คุณหนูออกได้ข้างนอกขอรับ แต่ไม่ทราบว่าไปที่ใด"พ่อบ้านฟู่ตอบผู้เป็นายได้ไม่เต็มปาก เขาเองก็ไม่ทราบว่าคุณหนูไปที่ใดก่อนออกไปก็แจ้งไว้เพียงจะรีบกลับมาเท่านั้น
"หรือซินเอ๋อร์น่าจะออกไปรอรับพวกเราข้างนอกท่านพ่องั้นประเดี๋ยวข้าจะไปตามหาน้องเองเราอาจคาดกันที่ตลาดระหว่างทางมาก็เป็ได้" เยว่เล่อตั้งข้อสงสัยอย่างเป็กังวลหากน้องสาวออกไปรอรับพวกเขาจริง ป่านนี้นางคงทุกข์ใจที่หาพวกเขาไม่พบเป็แน่
"เ้าจะออกไปตามหาน้อง เ้ารู้หรือว่าตอนนี้น้องมีหน้าตาเป็เช่นไร"
"เื่นั้น...." ชายหนุ่มชะงักกับคำถามบิดา เป็จริงอย่างบิดากล่าวมาเขาที่ห่างหายจากบ้านเป็สิบปี ครั้งสุดท้ายที่ได้เจอน้องสาวตอนนั้นนางมีอายุเพียงหกปีเท่านั้น ยามนี้นางคงโตเป็สาวเต็มวัยอาจเป็ไปได้ที่เขาจะหาน้องมิเจอ
"พ่อบ้านฟู่ข้าวางใจท่านให้ช่วยดูแลบุตรสาวระหว่างที่ข้าไม่อยู่ตอนนี้นางไปที่ใดท่านกลับมิรู้ท่านปล่อยปละละเลยบุตรสาวข้าเยี่ยงนี้ได้อย่างไร" ฝ่ามือใหญ่ตบโต๊ะดัง 'ปัง' เสียงเข้มเอ่ยถามพ่อบ้านชราอย่างเกรี้ยวกราด
พ่อบ้านฟู่อยู่ดูแลด้วยกันมาั้แ่รุ่นบิดาเขาเลยวางใจให้ดูแลจวนและบุตรสาว แต่นี่บุตรสาวเขาออกจากจวนไปกลับไม่รู้ว่านางไปที่ใด
"ท่านพ่อใจเย็นก่อนเถิดประเดี๋ยวข้านำบ่าวไพร่ที่รู้จักใบหน้าซินเอ๋อร์ไปด้วย คงจะตามหาน้องเจอ"เยว่เล่อพูดให้บิดาสงบความโกรธลง หลังเห็นพ่อบ้านฟู่ที่แก่ชราใคุกเข่าลงกับพื้นร้องขออภัยกับบิดาจนน่าเห็นใจ
พ่อบ้านฟู่มีส่วนเลี้ยงดูเขามาั้แ่ยังเล็กเลยอดไม่ได้ที่ชายหนุ่มจะเห็นใจบ่าวชราผู้นี้
"เสียงดังอันใดกันหรือเ้าคะ"
เสียงหวานจากหน้าประตูห้องโถงเรียกความสนใจจากสองบุรุษที่นั่งอยู่ด้านใน ใบหน้าหญิงสาวประดับไปด้วยรอยยิ้มหวานเรือนร่างเล็กก้าวเดินเข้าหาบุรุษทั้งสอง ก่อนจะย่อกายคำนับอย่างอ่อนน้อม
"ลูกคาระวะท่านพ่อ คาระวะพี่ชายเ้าค่ะ"
ฮุ่ยเหอที่เคยเจอบุตรสาวมาบ้างแล้วจึงรับรู้ได้ว่าสตรีตรงหน้าเป็ผู้ใดผิดกับเยว่เล่อที่กำลังตกตะลึงกับความงามของหญิงสาว
ชายหนุ่มมองสำรวจอย่างมิเชื่อสายตาเขายอมรับว่า น้องสาวครั้งที่ยังเป็เด็กน้อยนั้นใบหน้านางน่ารักน่าเอ็นดูแต่มิคิดว่า เติบใหญ่ขึ้นมานางจะงดงามดั่งเทพธิดามาโปรดได้ถึงเพียงนี้
"ซินเอ๋อร์ไปที่ใดมา พ่อกับพี่ชายเ้ากลับมาบ้านทั้งทีเ้ากลับมิอยู่รอคอยต้อนรับ"
"ลูกจำได้ว่าพี่ชายชอบทานขนมกุ้ยฮวา เลยไปตามหาซื้อมาให้เ้าค่ะกว่าจะหาร้านโปรดที่พี่ชายเคยชอบทานเจอ เลยใช้เวลานานกว่าที่คิดไว้ อย่าบอกว่าที่ท่านพ่อเสียงดังเมื่อครู่ เพราะเหตุนี้หรือเ้าคะ ลูกขออภัยด้วยเ้าค่ะ ท่านพ่ออย่าโกรธลุงฟู่เลย"ร่างเล็กย่อกายขออภัยกับบิดาอีกครั้ง เสียงหวานเอื้อนเอ่ยด้วยความรู้สึกผิด
ลั่วอี้สาวใช้ข้างกายหลังจากได้ยินคำจากเ้านายสาวได้แต่เพียงคิดในใจ ว่าคุณหนูของนางเก่งเื่พูดจาโป้ปดยิ่งนัก ร้านขนมกุ้ยฮวานั้นก็ตั้งอยู่ที่เดิมมิได้ใช่เวลาให้การหาสักนิด ที่กลับมาช้าเพราะคุณหนูมั่วแต่นั่งลอยชายอยู่ที่โรงเตี้ยมเท่านั้น
"ซินเอ๋อร์ น้องโตขึ้นจนพี่จำแทบไม่ได้"ใช้เวลาพักใหญ่กว่าเยว่เล่อจะหาเสียงตนเองเจอเอ่ยทักทายน้องสาวที่ไม่ได้พบหน้ากันมานาน
"พี่ชาย ซินเอ๋อร์เองเ้าค่ะ"หญิงสาวรับขนมจากสาวใช้ก่อนเดินเข้าหาพี่ชาย มือเรียวขาวยื่นขนมให้อย่างเขินอายด้วยความห่างเหินที่ไม่ได้เจอกันมานานเมื่อยามพบหน้ากันอีกครั้งจึงมีความไม่คุ้นชิน
"แล้วของพ่อเล่า ซินเอ๋อร์มิมีส่วนของพ่อบ้างหรือ"ฮุ่ยเหอเมื่อได้เห็นบุตรสาว ความโกรธเมื่อครู่ก็มลายหายดั่งมิเคยเกิดขึ้นทวงถามบุตรสาวถึงขนมกุ้ยฮวาในส่วนของตนบ้าง
เพียงสามปีที่มิได้กลับมาบุตรสาวเขาดูเหมือนจะเติบโตขึ้นจากเดิมมากนักมีแววซุกซนดื้อร้นทว่ากลับดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมในเวลาเดียวกัน พอมาคิดดูแล้ว ยิ่งทำให้เขารู้สึกผิดต่อนาง
ปีก่อนพิธีปักปิ่นที่มีครั้งเดียวในชีวิตของหญิงสาวบิดาอย่างเขากลับติดภารกิจอยู่ชายแดนมาร่วมงานมิได้ มีเพียงญาติสนิทเท่านั้นที่จัดทำพิธีการให้
กลับมาครานี้เขาจึงคิดจะชดเชยเวลาที่เสียไปให้นางอย่างเต็มที่ เติมเต็ม่เวลาที่ขาดหายไป
"ของท่านพ่อลูกทำอาหารจานโปรดให้แล้วเ้าค่ะ มิรู้ว่าอาหารที่ลูกจำได้นั้นยังเป็อาหารจานโปรดของท่านพ่ออยู่หรือไม่"
"ขอเพียงซินเอ๋อร์ทำ พ่อล้วนชอบ"
หญิงสาวขยับจากพี่ชายเข้าหาบิดาอย่างออดอ้อนริมฝีปากบางขยับเจื้อยแจ้วเล่าส่งที่เกิดขึ้นระหว่างที่ทั้งคู่ไม่อยู่ให้ฟังทั้งยังสลับกับถามเื่เกี่ยวกับบิดาและพี่ชายถึงตอนอยู่ชายแดนจนกระทั่งทั้งสามคนกลับมาพูดคุยกันได้อย่างสนิทสนม เป็ครอบครัวที่ดูรักใคร่ เหมือนกับหลายปีก่อนที่เคยอยู่กันพร้อมหน้า
ทางด้านพ่อบ้านฟู่หลังจากตนเองพ้นภัยแล้ว จึงค่อยถอนตัวออกมาจากวงสนทนา กลับมายืนอยู่ในที่ของตนมองดูครอบครัวตระกูลเจียงที่มิได้พบหน้ากันมานานพูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนถึงมื้ออาหารเย็น คุณชายที่ดูจะเห่อน้องสาวยิ่งนักต้องถูกนายท่านเอ่ยห้ามถึงยอมปล่อยให้คุณหนูกลับเรือน
"คุณหนูคืนนี้เราก็จะทำกันหรือเ้าคะ นายท่านกับคุณชายอยู่จวนเช่นนี้ หากได้ยินเสียงขึ้นมา..."
"ยิ่งตื่นเต้น เ้ายิ่งชอบมิใช่หรือหากเ้ากลัวเสียงดังก็หาผ้ามาอุดปากตนเองเสีย เท่านั้นก็มิมีเสียงแล้ว"มือเรียวขาวเลือกสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะ โดยไม่สนใจความตื่นกลัวของสาวใช้
"ว่าอย่างไร ไป๋เซ่อของข้า เ้าก็ชอบใช่หรือไม่เ้าก็อย่าส่งเสียงดังไปเล่า"เสียงหวานเอ่ยชมชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงปลายเท้าของนาง ที่ทำหน้าที่ของตนได้ดี
ริมฝีปากร้อนชายหนุ่มจุมพิตเท้าขาวด้วยความหลงใหลมือใหญ่ลูบวนขาเนียนบีบนวดหวังเอาใจหญิงสาว
"อาหงวันนี้ข้าเลือกเป็อันนี้ให้ เ้าชอบหรือไม่"
"ชอบขอรับ ขอเพียงคุณหนูมอบให้ข้าล้วน้า"ชายหนุ่มอีกคนที่ถูกเรียกหา เดินเขามารับเข็มขัดหนังจากเ้านายสาวก่อนจะเดินเข้าหาลั่วอี้ที่กำลังถูกชายหนุ่มอีกคนช่วยถอดอาภรณ์ให้จนร่างเล็กเปลือยเปล่า
ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาช่วยใส่เข็มขัดหนังที่ได้รับมาไว้กับเอวบางลั่วอี้จนตอนนี้ทำให้กลางกายของนาง มีแท่งหยกแข็งตั้งชี้โด่งรูปร่างเช่นเดียวกับท่อนเอ็นของพวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับบทสวาทที่กำลังจะดำเนินต่อไป
เมื่อทุกสิ่งพร้อมสรรมุมริมฝีปากบางจึงยกยิ้มอย่างพึงใจเป็รอยยิ้มที่ดูแตกต่างจากเมื่อตอนกลางวันยิ่งนัก
ทว่านี่กลับเป็รอยยิ้มแสดงถึงตัวตนที่แท้จริงของนาง