ด้านกุฏิหลวงปู่มิ่ง ที่บัดนี้อิงๆได้ฟ้องและเล่าเื่ราวต่างๆที่เจอมาให้หลวงปู่ฟัง หลวงปู่จึงลดน้ำมนต์และพูกแขนให้ แถมยังหันไปหาสิตาแล้วพูดว่า ถึงเวลาแล้วสินะ หลวงปู่ท่านพูดแค่นั้นก็เดินเข้าไปในห้องท่าน ปล่อยให้ทั้งสองอย่างสิตาและอิงๆงงหนัก ว่าถึงเวลาอะไร รึว่าถึงเวลาที่หลวงปู่จะไปนั่งสมาธิ ทั้งสองต่างพากันคิดไปต่างๆนาๆ แต่ก็สลัดความคิดออกไปเมื่อ ผู้ใหญ่บ้าน มาชวนอิงๆและสิตาไปเดินเล่นที่หน้าอำเภอ ที่กำลังจัดงานขายสินค้าโอทอปมากมาย
ทั้งสองตอบตกลงอย่างรวดเร็ว งานพื้นบ้านรึงานที่จัดแบบนี้เป็อะไรที่แปลกใหม่สำหรับพวกเธอทั้งสองมาก จึงทำให้ทั้งสองต่างตื่นเต้นแต่ก็ไม่ลืมที่จะเตรียมเงินไปด้วยและรีบเดินขึ้นรถผู้ใหญ่ออกจากวัดไป
ครั้นมาถึงหน้างาน แสงสีเสียงตระกานตาที่เห็นสู่สายตาทั้งสองนั้นทำเอาทั้งสองร้องว๊าว
“คล้ายงานวัดมากเลยเนาะตา”
“ใช่ มีชิงช้า์ด้วย”
ผู้ใหญ่พาทั้งสองเดินเข้าไปทำงาน และแนะนำสินค้าต่างๆให้ทั้งสองรู้จัก อีกทั้งบางคนที่จำอิงๆได้ ก็เดินเข้ามาขอถ่ายรูปกัน แต่ก็ไม่ได้มาขอกันแทบทุกคน บางคนก็เกรงใจแค่ยิ้มให้ก็พอ
“ฉันอยากมีบ้านอยู่ที่นี่สักหลังจัง”
“เอามั้ยละ เดี๋ยวฉันให้ผู้ใหญ่บ้านหาที่ให้”
“เอาสิ ฉันชอบที่นี่”
อิงๆไม่ขัดศรัทธาเพื่อน เดินไปบอกผู้ใหญ่บ้านในสิ่งที่สิตาเพื่อนสาวเธอ้า และเมื่อผู้ใหญ่รับรู้ ก็พากันรีบซื้อของแล้วไปดูที่ ที่ชาวบ้านเขาจะขายทันที
“แล้วหนูตาอยากได้ที่ตรงไหนเป็พิเศษมั้ยลูก”
“ตาอยากได้ที่ติดริมแม่น้ำค่ะ ขอแบบเป็ สี่เหลี่ยมผืนผ้ายิ่งดี ”
“ได้ๆเดี๋ยวลุงจะพาไปดู”
ลุงผู้ใหญ่บ้านพาสองสาวขับรถวนดูที่แถวริมน้ำอย่างที่สิตา้า ขับได้ได้สักพักก็ประจวบเหมาะกับที่มีชาวบ้านเอาป้ายมาปักที่ๆหนึ่งว่าขายพอดี ลุงผู้ใหญ่บ้านจึงจอดรถลงไปถามว่าใครเป็เ้าของ เมื่อเ้าของที่ปรากฏตัวว่าเป็ฉันเอง จะขายเอาเงินไปใช้หนี้ ลุงผู้ใหญ่บ้านจึงเดินไปหาสิตาและอิงๆให้เข้ามาพูดคุยตกลงกัน
“ขายเท่าไหร่จ๊ะป้า”
“สามล้านห้าจ๊ะคุณ”
“ที่ดินนี้เป็ของคุณป้าเองเลยใช่มั้ยคะ”
“ใช่จ๊ะที่ดินฉันเอง ไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน”
“ตาตกลงค่ะ คุณป้าพร้อมโอนเลยมั้ย”
“พร้อมจ๊ะพร้อม ”
ป้าเ้าของที่จัดการถอนป้ายคำว่าขายออก แล้วขึ้นรถ ขับนำรถลุงผู้ใหญ่บ้านไปที่ว่าการอำเภอ ที่สิตามาซื้อของก่อนหน้า แล้วป้าก็พาทุกคนไปทำเื่โอนที่ดิน สิตาตื่นเต้นมาก ในหัวเธอคิดไปต่างๆนาๆว่าจะทำบ้านขึ้นมาในทรงแบบไหน และจะจัดส่วนยังไง
“เหมือนโชคชะตาเลยเนาะตา พอแกอยากได้ที่ริมน้ำ ก็เหมาะเจาะกับที่ป้าเขาตัดสินใจขาย ”
“ฉันก็คิดว่างั้น นี่อาจเป็โชคชะตาของฉันก็ได้ คงไม่มีอะไรที่บังเอิญแบบนี้บ่อยๆหรอก”
"แล้วก็เป็อย่างที่สาวๆทั้งสองคิด การที่ทุกอย่างช่างเหมาะเจาะแบบนี้เป็เพราะ สาครคอยช่วยอยู่อีกแรง และอันที่จริง ถ้าเป็ไปตามธรรมชาติโดยที่สาครไม่ยุ้งเกี่ยว ป้าคนที่จะขายที่นั้น จะติดป้ายประกาศขายในอีกสามวันข้างหน้านู้น
“สามล้านห้า โอนเรียบร้อยค่ะ ป้าเช็คเงินหน่อยค่ะ”
“เข้าแล้วค่ะ นี่ใบฉโนดของคุณ ขอบคุณมากนะคะ”
“ค่ะ”
ทุกคนแยกย้าย รถของลุงผู้ใหญ่ก็ขับมาส่งสาวๆที่วัดแล้วขับกลับบ้านไป สองสาวก็เข้าไปหาหลวงปู่เพื่อบอกกล่าวว่าจะกลับที่พักเช่นกัน
“ทำอะไรอยู่หรอตา”
“ตากำลังวาดแบบแปลนบ้านอยู่จ๊ะ ตาอยากได้บ้านแบบนี้”
“สวยดีนะ เป็โมเมเดิร์นผสมล้านนา แถมยังให้กลิ่นอายแบบญี่ปุ่น โอเคมากเลยอะ”
“สวยใช่มั้ยละ พรุ่งนี้อิงพาตาไปหาคนรับเหมาก่อสร้างหน่อยนะ ”
“ได้สิ เดี๋ยวอิงถามคนที่วัดดู เผื่อมีใครมีญาติเป็คนรับเหมาทำบ้าน”
“อื้ม งั้นนอนกันเถอะดึกแล้ว ตาทำแปลนบ้านนี้เสร็จพอดี”
ทั้งสองปิดไฟแล้วพากันหลับตาเข้าสู่การหลับไหล วันนี้เหนื่อยมาทั้งวัน ก็ไม่ต้องแปลกใจกันหรอกว่าทำไมสองสาวถึงหลับเร็วขนาดนี้ทั้งๆที่หัวพึ่งถึงหมอนไม่ถึง3นาที
่เวลา ตี2กว่าๆ ความเงียบสงบคืบคลานมา แต่ก็ยังมีเสียงแอร์ที่ทำงานดังอยู่ ทำให้สิตาที่สดุ้งตื่นขึ้นมาไม่รู้สึกวังเวงมากนัก และเมื่อลืมตามองเพดานได้สักพัก ก็หลับตาต่อไปเพราะตอนกลางวันเธอเพลียจัดมามากแล้ว
กูจะฆ่ามึง กูจะกินมึงให้ตาย!!!
แป้งสดุ้งตื่นอีกครั้งที่ได้ยินเสียงที่ะโอย่างดังนี้ เมื่อลืมตาขึ้นในความมืดก็หันมองหาเพื่อนที่นอนอยู่ข้างๆและเมื่อจะปลุกเพื่อนสายตาก็หันไปเห็นร่างๆหนึ่งเลื้อยเข้ามาอยู่ปลายเตียงและด้วยแสงจากตัวเลขบอกอุณหภูมิของแอร์ก็ทำให้เห็น ตัวที่เข้ามาชัดเจน ตัวมันดำเมี่ยมแบบแข็งกระด้าง อีกทั้งหัวที่สมควรจะงดงามกลับกลายเป็หัวที่หน้ากลัว ถ้าเปรียบเป็พญานาคคงไม่ใช่ เพราะความสง่างามและเศียรของพญานาคที่อินทร์เคยเล่าให้ฟังจะไม่ใช่เป็แบบนี้ แต่นี้หัวก็หัวงูธรรมดา ตาสีแดงปากสีแดงแถมยังมีกลิ่นที่สกปกเหม็นเอียนอีกด้วย
<กูจะฆ่าพวกมึง กูจะเอามึงไปเป็บริวานกู!!>
อสูรร้ายเลื้อยพุงเข้าหาสิตาที่มองตาค้างอยู่ที่เตียง แต่ก็ต้องร้องโอดโอยถอยกลับมาที่เดิม เมื่อมีแสงบางอย่างปกป้อง คุ้มครองครอบร่างของสิตาไว้ ครั้นเมื่อกระทำการพุ้งเข้าหวังจะไปทำร้ายอีกหน ก็ต้องแพ้ภัยตัวเองเมื่อแสงนั้นหาใช่แค่คุ้มครองไม่แต่แสงนั้นสท้อนกลับมาทำร้ายอสูรตัวนี้ได้อีกด้วย
<ฝากไว้ก่อน สักวันกูจะกลับมาเอาชีวิตพวกมึง>
งูตัวใหญ่ที่สิตาตีความหมายคืออสูรร้ายนั้น เลื้อยออกไปยังหน้าต่างห้องที่เปิดอยู่ จนกระทั้งผ่านไปประมานเกือบสองนาที แป้งถึงมีสติแล้วล้มตัวนอนเหมือนเดิม จนรุ่งเช้าตื่นขึ้นมา รีบเล่าให้เพื่อนสาวอิงๆฟังว่าเมื่อคืนฝันเห็นงูตัวใหญ่ มันเป็อสูรร้ายบอกว่าจะมาเอาชีวิตพวกเรา สิตาพูดไปหมดทุกอย่างให้อิงฟัง โดยคิดว่าสิ่งที่เห็นเมื่อคืนเป็เพียงความฝัน
“รึว่ามันจะเป็ ผีร้ายที่บ้านหลังนั้นที่อิงทะเลาะเมื่อวาน”
“ตาก็ไม่รู้เหมือนกัน เราอาบน้ำไปหาหลวงปู่ดีกว่า”
ทั้งสองต่างพลัดกันอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปยังวัดของหลวงปู่ ไปเล่าเื่ความฝันของสิตาให้ท่านฟัง และอีกอย่างที่ไม่ลืมคือไปหาคนรับเหมามาทำบ้านของสิตา