ความมืดมิดใน "หุบเหวดาราตก" ไม่ใช่ความมืดปกติที่เกิดจากการไร้แสงสว่าง แต่มันคือ "ความมืดแห่งสสาร" ที่เกิดจากมวลสารและพลังปราณที่หนาแน่นจนแสงไม่สามารถเดินทางผ่านได้ มันหนักอึ้ง เย็นเยียบ และบีบคั้นทุกอณูขุมขน
ร่างกายของ "หลง ชิงเทียน" ราชันย์ัผู้เพิ่งก้าวสู่ระดับ "จิติญญา์ะ" (หนึ่งร้อยยุค) สั่นเทาอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะความหนาวเหน็บ แต่เพราะแรงโน้มถ่วงที่เพิ่มขึ้นทวีคูณทุกๆ หนึ่งพันเมตรที่ดิ่งลงไป
กร๊อบ... แกรก...
เกล็ดัระดับมหายุคที่เพิ่งงอกใหม่เริ่มส่งเสียงร้าว แรงกดดันนี้เทียบเท่ากับมีดาวฤกษ์ขนาดใหญ่สิบดวงวางทับอยู่บนหลัง เืสีน้ำเงินเริ่มซึมออกมาตามรอยแตกของิั
"นะ... นายท่าน... ข้า... ข้าจะไม่ไหวแล้ว..." หลง ชิงเทียนกัดฟันพูด เสียงของเขาขาดห้วงเพราะปอดถูกบีบอัด "แรงโน้มถ่วงที่นี่... มันจะบดขยี้กระดูกข้าจนแหลกเหลว!"
สุริยันที่ลอยตัวลงมาด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับขนนกที่ล่องลอยในพายุ (เพราะเขาใช้วิชา 'สลายแรงโน้มถ่วง' หุ้มกาย) หันมามองลูกน้องด้วยสายตาตำหนิ
"เ้ากำลัง 'ต้าน' มันอีกแล้ว ชิงเทียน" สุริยันกล่าวสอนด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าบอกแล้วไงว่าอย่าใช้กล้ามเนื้อรับน้ำหนัก จงใช้ 'เจตจำนง' รับน้ำหนัก... จินตนาการว่าจิติญญาของเ้าหนักแน่นยิ่งกว่าขุนเขา หนักแน่นยิ่งกว่าดวงดาว แล้วแรงโน้มถ่วงรอบข้างจะกลายเป็เพียงสายลมที่พัดผ่าน"
ยังไม่ทันที่หลง ชิงเทียนจะทำความเข้าใจหลักการอันลึกซึ้ง เสียงคำรามก้องโลกานั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง ใกล้กว่าเดิมร้อยเท่า!
"ผู้... บุก... รุก..."
ครืนนนนนนนนน!
ที่ก้นเหวลึกเบื้องล่าง ปรากฏแสงสีแดงฉานสองดวงสว่างวาบขึ้นท่ามกลางความมืด มันไม่ใช่ดวงอาทิตย์ แต่มันคือ "ดวงตา" ของสิ่งมีชีวิตขนาดั์!
เมื่อแสงตาของมันส่องสว่าง ทำให้เห็นรูปร่างที่แท้จริงของ "เ้าถิ่น"
มันคือ "ราชันย์เต่าทมิฬแบกโลก"
ขนาดของมันใหญ่โตมโหฬารจนคำบรรยายใดๆ ก็ดูเล็กจ้อย กระดองของมันกว้างใหญ่กว่าทวีปเอเชียทั้งทวีป! สีดำสนิทเหมือนสร้างจากแร่เหล็กไหล บนกระดองนั้นไม่ได้ราบเรียบ แต่มี "เทือกเขา" ที่สูงเสียดฟ้า และ "ซากปรักหักพังของเมืองโบราณ" ตั้งอยู่จริงๆ ราวกับมันแบกโลกใบย่อมๆ ไว้บนหลังมานับล้านปี!
กลิ่นอายที่แผ่ออกมาคือระดับ "เทพ์ ขั้นต้น" (ห้าสิบมหายุค / ห้าพันล้านปี)!
นี่คือตัวตนระดับเทพเ้า! ระดับพลังที่สามารถเป่ากาแล็กซี่เล็กๆ ให้หายไปได้ด้วยการหายใจเพียงครั้งเดียว!
"มดปลวก..." เสียงของเต่าทมิฬดังก้องในจิติญญา "กล้าดียังไงมารบกวนนิทราของข้า! จงกลายเป็ฝุ่นผงซะ!"
วูบ!
เต่าทมิฬอ้าปากกว้าง ดูดกลืนอากาศ มวลสาร และแรงโน้มถ่วงรอบด้านเข้าไปจนเกิดพายุหมุน แล้วพ่นออกมาเป็ "ะุแรงโน้มถ่วงอัดเม็ด"
ะุสีดำขนาดเท่าดวงจันทร์ พุ่งแหวกความมืดขึ้นมาหาพวกเขา ความเร็วของมันไม่เร็วมาก แต่ "มวล" ของมันมหาศาลจนบิดเบี้ยวพื้นที่รอบข้าง ทุกสิ่งที่อยู่ในรัศมีหนึ่งหมื่นลี้ ถูกดูดเข้าไปหาลูกะุนั้นเพื่อถูกบดขยี้!
"จบกัน! ตบะห้าสิบมหายุค! ต่อให้ข้ามีเก้าชีวิตก็ตายหมด!" หลง ชิงเทียนกรีดร้องด้วยความสิ้นหวัง แรงดึงดูดของะุทำให้เขาขยับหนีไม่ได้ ร่างกายกำลังจะถูกดูดเข้าไปบดขยี้เป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
แต่สุริยันกลับแสยะยิ้ม
"เ้าเต่าโง่... ยังใช้วิธีโจมตีทื่อๆ เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน"
สุริยันพุ่งตัวลงไปขวางหน้าหลง ชิงเทียน เขาไม่ได้ขยายร่าง ไม่ได้ะเิพลังให้ยิ่งใหญ่ แต่เขายกมือขวาขึ้นมา แบมือออก แล้วหมุนข้อมือเบาๆ เป็วงกลม
เคล็ดวิชาลับระดับเหนือเอกภพ : วัฏจักรย้อนกลับ - สลายมวลสาร
วิ้ง!
วงเวทสีขาวบริสุทธิ์ขนาดเล็กเพียงหนึ่งฝ่ามือ ปรากฏขึ้นตรงหน้าสุริยัน ลวดลายภายในวงเวทหมุนวนในทิศทางตรงกันข้ามกับการหมุนของจักรวาล
เมื่อะุแรงโน้มถ่วงขนาดั์พุ่งเข้ามาปะทะกับวงเวทเล็กจิ๋วนั้น สิ่งที่น่าเหลือเชื่อก็เกิดขึ้น!
แทนที่จะะเิ ะุั์กลับถูก "แยกส่วน" ออกทีละชั้นเหมือนปอกหัวหอม! พลังงานแรงโน้มถ่วงที่อัดแน่นถูกคลี่คลายออก แล้วเปลี่ยนสภาพกลายเป็ "ละอองแสง" ที่ไร้พิษสง ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วหุบเหวราวกับหิมะตกที่งดงาม
"หือ?" เต่าทมิฬส่งเสียงในลำคอด้วยความประหลาดใจ ดวงตาั์หรี่ลง "วิชาสลายกฎเกณฑ์? เ้าไม่ใช่ผู้ฝึกตนธรรมดา... เ้าเป็ใคร?"
สุริยันลอยตัวลงไปหยุดอยู่ตรงหน้าจมูกของเต่าทมิฬ ห่างกันเพียงร้อยเมตร ซึ่งเมื่อเทียบกับขนาดตัวแล้ว สุริยันเล็กยิ่งกว่าฝุ่นผง
"ข้าคือเ้าหนี้เก่าของเ้านายเ้า" สุริยันตอบเสียงเรียบ "หลีกทางไป เ้าเต่าโง่ ข้าจะเอาของที่อยู่ใต้ท้องเ้า"
"สามหาว!!"
เต่าทมิฬโกรธจัด เสียงคำรามของมันทำใหู้เาบนหลังถล่มลงมา "ข้าคือผู้พิทักษ์แห่งราชันย์า! ไม่มีใครผ่านข้าไปได้! อาณาเขตเทพ์ : โลกธาตุทับถม!"
ตึง!!
กฎเกณฑ์ในหุบเหวเปลี่ยนไปทันที! เต่าทมิฬปลดปล่อยอาณาเขตของตนออกมา ทำให้แรงโน้มถ่วงที่หนักอยู่แล้ว เพิ่มขึ้นอีก หนึ่งล้านเท่า!
หลง ชิงเทียนที่อยู่้า ร่วงลงมากระแทกพื้นกระดองเต่าทันที โครม! กระดูกทั่วร่างส่งเสียงลั่น เขาขยับไม่ได้แม้แต่นิ้วเดียว นอนแนบนิ่งเหมือนถูกูเาทับ เืทะลักออกปาก
แม้แต่สุริยัน ร่างกายก็สั่นสะท้าน เข่าทรุดลงเล็กน้อย พื้นหินใต้เท้าแตกละเอียดเป็ผงแป้ง
"แรงดีนี่..." สุริยันกัดฟัน ยืดตัวขึ้นยืนตรงอย่างทุลักทุเล "แต่เ้าน่าจะรู้ว่า... ยิ่งน้ำหนักมากเท่าไหร่ จุดศูนย์ถ่วง ก็ยิ่งสำคัญเท่านั้น"
สุริยันหลับตาลง รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่ "จิติญญาระดับผู้สร้าง" ของเขา จิตของเขาพุ่งทะลุเกราะกระดองหนาเตอะของเต่าทมิฬ เข้าไปค้นหาจุดสมดุลภายใน
"จิตมาร์ : ควบคุมวัตถุ"
เขาไม่ได้พยายามยกตัวเต่า (ซึ่งเป็ไปไม่ได้ด้วยตบะแปดสิบยุค) แต่เขาเจาะจงไปที่ "แกนโลกจำลอง" ที่หมุนวนอยู่ภายในกระดองของมัน ซึ่งทำหน้าที่รักษาสมดุลของน้ำหนักมหาศาล!
"บิด!" สุริยันตวาดลั่น พร้อมบิดมือขวาอย่างรุนแรง
กึก!
ภายในกระดองของเต่าทมิฬ เกิดความปั่นป่วนอย่างหนัก! จุดศูนย์ถ่วงที่เคยเสถียรถูกสุริยันกวนจนเสียสมดุล! แกนโลกจำลองหมุนเหวี่ยงไปผิดทิศทาง!
"อะ... อะไรกัน! ข้า... ข้าทรงตัวไม่ได้!"
เต่าทมิฬร้องลั่นด้วยความตื่นตระหนก ร่างกายขนาดมหึมาของมันเริ่มเอียงวูบ! เหมือนคนแบกของหนักที่สะดุดขาตัวเอง!
"ตอนนี้แหละ ชิงเทียน! โจมตีที่ 'จุดชีพจรดารา' ใต้คอมัน! ตรงนั้นเกราะบางที่สุด!" สุริยันะโสั่ง
หลง ชิงเทียนที่นอนบี้แบนอยู่ ได้ยินคำสั่งก็กัดลิ้นเรียกสติ รีดพลังเฮือกสุดท้ายออกมาจากแก่นชีวิต
"ข้าจะไม่ยอมเป็ตัวถ่วง!"
หลง ชิงเทียนแปลงร่างเป็ "หอกสายฟ้า" พุ่งทะยานฝ่าแรงโน้มถ่วงล้านเท่า (ซึ่งตอนนี้เบาลงเพราะเต่าเสียสมดุลและอาณาเขตเริ่มรวน) พุ่งตรงเข้าใส่จุดสีขาวเล็กๆ ใต้คอของเต่าทมิฬ!
"ทะลวงจุดตาย : ัพิฆาตเทพ!"
ฉึก!
หอกสายฟ้าแทงทะลุิัที่อ่อนนุ่มที่สุดของเต่าทมิฬ เืสีทองคำสาดกระเซ็นออกมา!
"อ๊ากกกกกกกก!"
เต่าทมิฬร้องโหยหวนด้วยความเ็ปและความอับอาย ร่างั์ของมันหงายท้องตึง! โครมมมมมม! เสียงกระแทกพื้นดังะเืไปทั่วทั้งเขตแดนา ก่อให้เกิดแผ่นดินไหวระดับสิบ!
เมื่อเต่าหงายท้อง มันก็เหมือนขุนเขาที่ล้มลง ไม่สามารถพลิกตัวกลับได้ในทันที ขาป้อมๆ ทั้งสี่ตะเกียกตะกายในอากาศอย่างน่าเวทนา
สุริยันพุ่งตัวลงไปยืนบนท้องนิ่มๆ ของมัน แล้วเรียก "กระบี่โลหิตมาร" (ที่ยึดมาจากเจี้ยน อู๋ิ) ออกมาจากแหวนมิติของหลง ชิงเทียน
เขาปักกระบี่ลงไปที่กลางอกของเต่าทมิฬ... แต่ไม่ได้แทงให้ตาย แค่จ่อไว้ที่ตำแหน่ง "หัวใจ"
"ยอมแพ้ซะ" สุริยันกล่าวเสียงเย็น "ไม่งั้นข้าจะใช้กระบี่มารเล่มนี้ ดูดเืเ้าจนแห้งเหือด... เืระดับเทพ์ห้าสิบมหายุค น่าจะทำให้ข้าเลื่อนระดับได้เยอะทีเดียว"
เต่าทมิฬหยุดดิ้นทันที ดวงตาขนาดั์มองดูมดตัวจ้อยที่ถือกระบี่จ่อหัวใจตนด้วยความหวาดกลัว
"เ้า... เ้ารู้จุดอ่อนข้า... เ้ารู้วิธีทำลายสมดุลแรงโน้มถ่วง... เ้าเป็ใครกันแน่?"
"ข้าชื่อ อัศวเทพ สุริยัน" สุริยันตอบ "แต่ในอดีต... คนเขารู้จักข้าในนาม 'จักรพรรดิเอกภพ นิรันดร์'"
ดวงตาของเต่าทมิฬเบิกโพลงจนแทบถลน ความทรงจำอันเลือนลางจากยุคาผุดขึ้นมา... ภาพของชายผู้หนึ่งที่เคยยืนเหยียบหัวเ้านายของมัน... ชายผู้ที่แม้แต่์ยังต้องก้มหัวให้
"ทะ... ท่านจักรพรรดิ์!? ท่านยังไม่ตาย!?"
"ข้าแค่หลับไปงีบหนึ่ง" สุริยันถอนกระบี่ออก "ทีนี้... ส่ง 'เศษเสี้ยวหัวใจจักรวาล' มาให้ข้า แล้วกลับไปนอนซะ ข้าสัญญาว่าจะไม่เอาเ้าไปทำซุปเต่า"
เต่าทมิฬตัวสั่นเทาด้วยความเคารพยำเกรง มันรีบคลายผนึกที่ช่องท้อง เผยให้เห็นแสงสว่างสีรุ้งเจิดจ้าที่ส่องประกายออกมาจากใต้เกล็ด
วัตถุทรงกลมขนาดเท่าลูกแก้ว ลอยออกมาจากร่างของเต่า มันหมุนวนด้วยพลังงานที่บริสุทธิ์ที่สุด... พลังงานที่เป็ต้นกำเนิดของจักรวาล
"เศษเสี้ยวหัวใจจักรวาล"
สุริยันยื่นมือไปรับมันไว้ ทันทีที่ัั พลังงานมหาศาลก็ไหลบ่าเข้าสู่ร่างของเขา ราวกับแม่น้ำไหลลงสู่มหาสมุทร
"ดี... ดีมาก..." สุริยันหลับตาพริ้ม ร่างกายของเขาส่องแสงสว่างจ้าจนกลบความมืดมิดของหุบเหว
ตบะของเขาเริ่มพุ่งทะยานอีกครั้ง!
จาก "ุ์ะ (แปดสิบยุค)"...
ทะลุ "ราชันย์ะ (เก้าสิบยุค)"...
ทะลุ "จักรพรรดิ์ะ (เก้าสิบเก้ายุค)"...
และพุ่งชนกำแพง "เขตแดนจิติญญา์ะ (หนึ่งมหายุค)" อย่างรุนแรง!
เพล้ง!
กำแพงระดับพลังแตกกระจาย!
สุริยันลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาไม่มีตาขาวหรือตาดำอีกต่อไป แต่กลายเป็ "จักรวาลจำลอง" ที่มีดาราจักรหมุนวนอยู่ภายใน
ระดับปัจจุบัน: "จิติญญา์ะ ขั้นกลาง (ห้ามหายุค / ห้าร้อยล้านปี)"!
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าตัวเลข คือ "ความเข้าใจกฎเกณฑ์" ที่ฟื้นคืนมาพร้อมกับพลัง!
"ขอบใจมาก เ้าเต่า" สุริยันกล่าวพร้อมกับโยนโอสถระดับเทพ (ที่เขากลั่นจากพลังงานส่วนเกินเมื่อครู่) เข้าปากเต่าทมิฬเพื่อรักษาแผล
เต่าทมิฬพลิกตัวกลับมาหมอบกราบ "ข้าน้อยสมควรตายที่ล่วงเกินท่านจักรพรรดิ์!"
"ช่างเถอะ" สุริยันโบกมือ "ชิงเทียน ไปกันได้แล้ว เป้าหมายต่อไป... 'สุสานเทพา' ข้า้าอาวุธคู่กายข้าคืน"
หลง ชิงเทียนที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตะลึงงัน รีบวิ่งตามนายท่านผู้ยิ่งใหญ่ไปอย่างไม่คิดชีวิต
การผจญภัยในเขตแดนาเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น... และชื่อของ "อัศวเทพ สุริยัน" กำลังจะกลายเป็ฝันร้ายของทุกตระกูลในจักรวาลนี้!
(จบตอนที่ 7)