ลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 บทที่ 61 ขอโชคความรัก

            "เช่นนั้นพระสนมทรงคิดว่า องค์ฮ่องเต้จะไม่ทรงเปลี่ยนรัชทายาทแล้วใช่หรือไม่? องค์ชายทรงขึ้นตำแหน่งเป็นรัชทายาทได้อย่างไรพวกเราต่างรู้เส้นสนกลในเป็นอย่างดีตอนนี้องค์ฮ่องเต้ก็ทรงพระชนมายุมากแล้วทรงเคยกล่าวกับพระสนมถึงเรื่องให้องค์ชายขึ้นสืบทอดราชบัลลังก์หรือยังพ่ะย่ะค่ะ?" จวินหวงถาม

            พระสนมกุ้ยเฟยมองจวินหวงอย่างตกตะลึงคำพูดที่กล่าวออกมาล้วนจี้ใจดำของนางพอดี หลายวันมานี้นางเคยลองพระทัยองค์ฮ่องเต้แต่ไหนเลยใต้ฝ่าพระบาทจะยอมแย้มพระโอษฐ์ถึงเรื่องนี้ทุกครั้งที่กล่าวถึงล้วนหลบเลี่ยงเห็นได้ชัดว่าทรงไม่ค่อยอยากจะให้ฉีเฉินเป็นผู้สืบทอดราชบัลลังก์หากไม่ใช่เพราะอุบายของเว่ยหลานอิ๋งมีหรือที่ใต้ฝ่าพระบาทจะมอบตำแหน่งรัชทายาทให้กับฉีเฉินง่ายๆ แบบนี้?

            นางนิ่งคิดอยู่สักพัก ถึงกดเสียงให้เบาลงมาเอ่ยปากถามขึ้น"เจ้ามีแผนดีๆ หรือไม่?"

            จวินหวงเหลือบตาขึ้นมาพระสนมกุ้ยเฟย"ข้ามียาพิษที่ออกฤทธิ์ช้าอยู่ชนิดหนึ่ง..."

            "ไม่ได้ หากองค์จักพรรดิรู้เข้า จะเป็นผลร้ายต่อเฉินเอ๋อร์"พระสนมกล่าวตัดบททันทีโดยไม่ต้องคิด พลางจ้องจวินหวงด้วยสายตาไม่พอใจ

            นางไม่รู้สึกเกรงกลัวสายตาของพระสนมกุ้ยเฟยสักนิดทั้งยังสงบนิ่งอย่างเห็นได้ชัด รอจนกระทั่งพระสนมกุ้ยเฟยพูดจบนางถึงค่อยกล่าวต่อ"ยาชนิดนี้ไม่มีสีไม่มีกลิ่น ใช้ทุกวันเพียงนิดเดียวก็สามารถทำให้คนค่อยๆอ่อนแอลงได้ แต่องค์ฮ่องเต้จะเพียงนึกว่าพระองค์ค่อยๆชราและอ่อนแอลงจากการกรำงานราชกิจแผ่นดิน นอกจากนี้ผู้น้อยได้ยินว่าช่วงนี้ตงอู๋มีประสงค์ต้องการสงบศึกจึงส่งสมุนไพรมาจำนวนหนึ่ง แม้ว่าองค์จักพรรดิจะเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆทุกคนก็จะนึกว่านี่เป็นเจตนาอันชั่วร้ายของแคว้นตงอู๋จะมีผู้ใดคิดมาถึงองค์ชายกันเล่า?"

            เมื่อได้ฟังจวินหวงกล่าวเช่นนี้ ใจของพระสนมกุ้ยเฟยเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อยพระนางมุ่นคิ้วมองจวินหวงอย่างหวาดระแวงแล้วถามขึ้น"เจ้าทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมายเช่นนี้เพื่ออะไร? มีวัตถุประสงค์ใดกันแน่?"

            จวินหวงยกมุมปากขึ้นยิ้ม"คนเราเกิดมาย่อมมีบางสิ่งบางอย่างที่อยากจะทำในชีวิต ผู้น้อยไม่มีใจฝักใฝ่ในกิจการราชสำนักแต่ก็ไม่อยากให้ความสามารถของตนเองถูกฝังไปพร้อมกับร่างนี้โดยเปล่าประโยชน์องค์ชายทรงเป็นโอรสสวรรค์อย่างแท้จริง หากได้ช่วยองค์ชายให้เป็นฮ่องเต้วันข้างหน้าชื่อของผู้น้อยย่อมได้จารึกลงในประวัติศาสตร์"

            จวินหวงกล่าวตามความรู้สึกนึกคิดของคนธรรมดาทั่วไปได้อย่างแนบเนียนไร้ช่องโหว่พระสนมกุ้ยเฟยจึงเชื่อมั่นในทันทีพระนางรับขวดกระเบื้องเคลือบสีขาวใบเล็กมากำไว้แน่นในอุ้งมือ หายใจเข้าลึกๆเฮือกหนึ่งแล้วพาคนรับใช้ของตนเองเดินจากไป จวินหวงส่งนางไปด้วยสายตารอยยิ้มที่มุมปากยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ

            แต่ทางฉีเฉินหลังจากที่ส่งพระสนมกุ้ยเฟยกลับไปแล้วก็มานั่งเล่นอยู่กับหนานกู่เยว่ในศาลา เขารินน้ำชาให้หนานกู่เยว่อย่างระมัดระวังยิ้มอย่างเบิกบานใจเขาไม่รู้เกี่ยวกับแผนการที่จวินหวงกับพระสนมกุ้ยเฟยสมรู้ร่วมคิดกันไว้

            "กู่เยว่ เจ้าคิดว่าพวกเราช่วยน้องเฟิงหาคู่ที่เหมาะสมสักคนดีหรือไม่?" ฉีเฉินถามขึ้น เขานั่งเอามือเท้าศีรษะมองมาที่หนานกู่เยว่

            "แต่เมื่อก่อนท่านบอกว่าเขาไม่สนใจเรื่องพวกนี้ไม่ใช่หรือ?" หนานกู่เยว่มุ่นคิ้วสงสัย

            ฉีเฉินหัวเราะเบาๆ ออกมา "แต่บุรุษอย่างพวกเราสุดท้ายแล้วก็ต้องการมีสตรีผู้หนึ่งอยู่เคียงข้างเอาอย่างนี้ดีไหมอีกสองวันพวกเราพวกเราจะไปวัดนอกเมืองเพื่อขอพรให้บุตรของพวกเราอยู่แล้วมิใช่หรือเราก็ถือโอกาสพาน้องเฟิงไปด้วย พวกเราก็ให้เขาไปขอโชคลาภด้านความรักแล้วก็ช่วยเขาหาคู่ที่เหมาะสมให้เขาสักคนในเร็ววัน เป็นอย่างไร"

            "แบบนี้ก็ดี" หนานกู่เยว่พยักหน้าเห็นด้วย   

            เมื่อตกลงได้ตามนี้แล้ว ช่วงเย็นฉีเฉินก็เลยไปบอกกล่าวกับจวินหวงน้ำใจเปี่ยมล้นยากจะปฏิเสธ นางเองก็ไม่กล้าขัดในความหวังดีของฉีเฉินเมื่อไม่มีทางเลือก จวินหวงจึงได้แต่ตอบตกลง ก็แค่ไปไหว้พระขอพรเรื่องความรักอย่างไรเรื่องนี้ยังเอาแน่เอานอนไม่ได้

            วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใส ฉีเฉินให้คนมาตะโกนเรียกจวินหวงแต่เช้าจวินหวงตื่นนอนมาได้สักพักแล้ว กำลังดื่มน้ำชายามเช้าเมื่อเห็นสาวใช้เดินเข้ามาในเขตเรือน เว่ยเฉี่ยนไม่รอให้จวินหวงออกไปก็เดินเข้าไปหาสาวใช้ผู้นั้น

            เว่ยเฉี่ยนสีหน้าเรียบเฉย เดิมนางก็เป็นผู้ที่ฝึกยุทธ์อยู่แล้วใบหน้านอกจากจะไม่มีความอ่อนโยนในแบบสตรียังมีความแข็งกร้าวเย็นยะเยือกชวนให้ขนหัวลุก "มีธุระอะไร?"

            สาวใช้หัวหดถอยหลังไปสองก้าว กลืนน้ำลายเอื๊อกก่อนจะตอบว่า "ไท่จื่อให้บ่าวมาแจ้งคุณชายว่าจะออกเดินทางเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ"

            จวินหวงเดินข้ามธรณีประตูออกมา ยืนพูดอยู่ที่ใต้ชายคา"เจ้าไปแจ้งกับฝ่าพระบาทว่าข้าจะไปถึงในไม่ช้า"

            เมื่อมองไปตามเสียงที่ได้ยิน ก็เห็นชายหนุ่มที่มีดวงตางดงามราวกับภาพวาดยืนถือถ้วยชาอยู่ในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่นดุจสายลมวสันต์ชุดคลุมตัวยาวสีครามบนร่างกายดั่งสายน้ำแห่งสรวงสวรรค์

            'โอ...ในโลกนี้ยังมีบุรุษที่งดงามราวกับเทพบุตรเช่นนี้อยู่ด้วยหรือนี่'

            สาวใช้มองตะลึงค้าง แต่เว่ยเฉี่ยนกลับไม่กล้ามอง หัวใจของนางเต้นเร็วจนคล้ายเสียงรัวกลอง

            กว่าสาวใช้จะได้สติกลับมาก็นานพอสมควร นางออกจากเรือนไปอย่างเร่งรีบเดินไปก็หันกลับมามองเป็นพักๆ จวินหวงรู้สึกจนใจเล็กน้อยนางก้มลงมองการแต่งตัวของตนเองก็ไม่เห็นว่าจะมีตรงไหนไม่เหมาะสมนางถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแล้วดื่มชาในถ้วยให้หมดจากนั้นถึงเดินออกไปที่โถงใหญ่อย่างไม่รีบร้อน

            ฉีเฉินประคองหนานกู่เยว่ กำลังมองบรรดาคนรับใช้เก็บสัมภาระจวินหวงรู้สึกสงสัยเล็กน้อย เดินเข้ามาถาม "ฝ่าพระบาทคิดจะไปกี่วันหรือ?"

             ฉีเฉินหันกลับไปมองจวินหวงด้วยรอยยิ้มแล้วกล่าวว่า "วัดเป็นสถานที่ที่ช่วยชำระล้างจิตใจคนมาแต่ไหนแต่ไรพอดีช่วงนี้ในราชสำนักก็ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรมากและข้าได้มอบหมายงานไว้กับผู้ใต้บังคับบัญชาไว้แล้วหากในวังมีเรื่องค่อยให้พวกเขามาหาข้า"

            จวินหวงแสดงท่าทางว่าเข้าใจ พยักหน้าและไม่กล่าวสิ่งใดอีกเพียงแค่แหงนศีรษะขึ้นมองท้องฟ้าสีครามช่างเข้ากับเสื้อผ้าที่ตนเองสวมใส่ในวันนี้จริงๆ

            รอจนกระทั่งพ่อบ้านอาวุโสจัดข้าวของเสร็จเรียบร้อยท้องฟ้าก็มีฝนตกลงมาปรอยๆ ฉีเฉินกำลังอารมณ์ดี เลยไม่สนใจฝนที่ตกลงมาเขาประคองหนานกู่เยว่เข้าไปในรถม้าก่อน ตอนที่จวินหวงก้าวขึ้นรถไปแล้วมองเข้าไปในจวนครู่หนึ่งบังเอิญเห็นเว่ยหลานอิ๋งวิ่งออกมา นางเลิกคิ้วขึ้นแต่กลับไม่พูดอะไร

            ฉีเฉินสังเกตเห็นจวินหวงมีสีหน้าผิดปกติหัวคิ้วของเขามุ่นเข้าหากันแล้วมองออกไปนอกรถม้า ทันทีที่เห็นเว่ยหลานอิ๋งสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป รอจนกระทั่งจวินหวงนั่งเรียบร้อยแล้วจึงสั่งให้คนขับรถม้า"รีบออกรถได้แล้ว"

            เมื่อฉีเฉินออกปากมาแล้ว คนขับรถม้าก็ไม่กล้าร่ำไรรีบก้าวขึ้นมานั่งที่ด้านนอกของรถม้าแล้วสะบัดแส้ลงไปอาชาสีขาวสองตัวที่อยู่ด้านหน้าก็วิ่งตะบึงไปข้างหน้าทันที 

            ลมพัดผ่านเข้ามาในรถม้าผ้าม่านที่อยู่ด้านบนพลิกเปิดขึ้นมาเห็นเว่ยหลานอิ๋งยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนสีหน้าแววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างชัดเจนจวินหวงเห็นแล้วก็อดรู้สึกสลดใจไม่ได้สาวใช้ของนางถือร่มวิ่งมากลับถูกนางผลักล้มลงไปที่พื้นสิ่งที่เปื้อนอยู่บนใบหน้าของนางไม่รู้ว่าเป็นน้ำตาหรือว่าน้ำฝน

            จวินหวงเบนสายตาไปที่ฉีเฉิน ฉีเฉินมองเห็นทั้งหมดอย่างชัดเจนแต่ใบหน้าของเขานิ่งงันไม่มีทีท่าใดๆ สักนิดเพียงแต่หันไปไถ่ถามทุกข์สุขร้อนหนาวของหนานกู่เยว่อย่างใส่ใจ จู่ๆนางก็คิดถึงตอนที่เว่ยหลานอิ๋งแต่งงานกับฉีเฉินใหม่ๆฉีเฉินก็เอาอกเอาใจทุกอย่างเช่นกัน แต่ตอนนี้ก็กลับกลายมาเป็นอย่างที่เห็นนางไม่กล้าจินตนาการเลยว่าต่อไปฉีเฉินจะปฏิบัติต่อหนานกู่เยว่อย่างไร

            หนานกู่เยว่มีจิตใจบริสุทธิ์ดีงาม ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะไม่ยอมให้หนานกู่เยว่ต้องถูกทำร้ายเหมือนกับเว่ยหลานอิ๋งแต่เรื่องดำเนินมาถึงขนาดนี้แล้ว ก็คงทำได้เพียงแค่อธิษฐานให้ฉีเฉินรักหนานกู่เยว่ขึ้นมาบ้างและจดจำความอ่อนโยนที่หนานกู่เยว่มีให้เขา ไม่หักหลังทำร้ายนาง

            "น้องเฟิงกำลังคิดอะไรอยู่หรือ?" ฉีเฉินถามขึ้นกะทันหันจวินหวงจึงได้สติกลับมาทันที นางหัวเราะพลางส่ายหน้าแล้วพูดชื่นชมความงดงามของทิวทัศน์นอกเมือง

            ตอนที่มาถึงวัดนอกเมืองฝนได้หยุดแล้ว จวินหวงลงจากรถแล้วมองไปรอบๆรู้สึกว่าที่นี่ดูวังเวงกว่าวัดในเมืองพอสมควรแต่ความรู้สึกแบบนี้ทำให้จิตใจสงบราวกับว่าความกลัดกลุ้มทั้งหมดพลันมลายหายสิ้น

            พอหันหน้ามาก็เห็นหน้าประตูวัดมีคนคนหนึ่งยืนอยู่เมื่อตั้งใจมองให้ดีถึงเห็นอย่างชัดเจนว่าที่แท้ก็คือหนานสวินจวินหวงตะลึงเพริดไปชั่วขณะ ในขณะที่นางกำลังประหลาดใจ หนานสวินก็เดินมาแล้ว

            ยังมีฉีเฉินอีกคนที่รู้สึกประหลาดใจเช่นกัน เขาเลิกคิ้วขึ้นมองหนานสวิน"เสด็จพี่ก็มาด้วยหรือนี่ พวกเราช่างมีวาสนาต่อกันจริงๆ"

            หนานสวินไม่ได้อยากจะมีวาสนามาพบพานอะไรอย่างที่ฉีเฉินกล่าวถึงจึงเพียงแค่พยักหน้า สีหน้าเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลงฉีเฉินรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย บังเอิญเจ้าอาวาสออกมาพอดีและพาเณรน้อยออกมาต้อนรับฉีเฉิน

            ขณะที่เข้าไปในวัด ฉีเฉินประคองหนานกู่เยว่เดินนำหน้าสุดจวินหวงและหนานสวินค่อยๆ ตามอยู่ด้านหลังเดินมาได้สักพักจวินหวงอดใจไม่ไหวกล่าวกระเซ้าคนข้างๆ

            "ไม่คิดว่าหวางเหย่จะเชื่อเรื่องเทพ ผี วิญญาณอะไรเทือกนี้ด้วย เอ...หรือว่าที่หวางเหย่ได้ชัยชนะตลอดมาล้วนเป็นคุณูปการของพระพุทธเจ้า"

            หนานสวินสำลักเบาๆ "แค่ว่างจากงานจึงออกมาเดินเล่นเท่านั้นไม่คิดว่าพวกเจ้าก็มาด้วย"

            จวินหวงยักไหล่ เดินเข้าไปด้านใน ขณะที่เดินผ่านวิหารหลวงก็คิดว่า ไหนๆก็มาแล้วควรจะเข้าไปไหว้สักหน่อยดีกว่า จึงหันมาพูดกับเว่ยเฉี่ยนที่อยู่ข้างๆ"เจ้าไปบอกไท่จื่อ ว่าข้าไปเดินเล่นรอบๆ"

            เว่ยเฉี่ยนพยักหน้าแล้วรีบเดินไป จวินหวงตรงเข้าไปในวิหารหลวงหนานสวินก็ไม่คิดจะแยกไปไหนอยู่แล้ว จึงตามนางเข้าไปในวิหารด้วย

            ด้านในของวิหารอบอวลไปด้วยควันธูป พระพุทธรูปปิดทองทั้งองค์ดูราวกับมีชีวิตบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่ถูกอาบย้อมด้วยกลิ่นอายโลกีย์จวินหวงรับธูปมาจากเณรน้อยที่อยู่ด้านข้าง ยกธูปขึ้นจบไหว้พระท่าทางเปี่ยมไปด้วยความเคารพบูชา หนานสวินที่ยืนอยู่ข้างๆ มองดูอยู่เงียบๆสายตาจับจ้องอยู่ที่จวินหวงอยู่ตลอด

            หลังจากกราบนมัสการครบสามครั้ง จวินหวงก็ปักธูปลงในกระถางบนโต๊ะด้านหน้าคุกเข่าบนเบาะรองแล้วโขกศีรษะกับพื้น เรือนผมสีดำที่ไม่ได้มุ่นขึ้นแผ่ลงไปบนพื้น สิ่งที่นางอธิษฐานอยู่ในใจไม่ใช่เพื่ออนาคตที่สดใสไม่ใช่เพื่อหาเนื้อคู่มาเคียงข้าง แต่ขอให้น้องชายตัวน้อยสุขภาพแข็งแรงและมีความสุขและขอให้นางได้แก้แค้นให้กับแว่นแคว้นและวงศ์ตระกูลได้ในเร็ววัน

            "ข้าให้พระสนมกุ้ยเฟยวางยาพิษองค์ฮ่องเต้" ผ่านไปชั่วครู่จวนหวงค่อยๆ ลืมตาขึ้นและเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            หนานสวินได้ยินเช่นนั้นหัวคิ้วผูกกันแน่นทันที นิ้วมือที่อยู่ภายใต้แขนเสื้อหลวมกำแน่นเขาจะนิ่งเฉยอยู่ได้อย่างไร องค์ฮ่องเต้เป็นผู้มีพระคุณดุจดังป๋อเล่อของเขาหากไม่ใช่เพราะองค์ฮ่องเต้ เขาจะสามารถขึ้นมาเป็นอ๋องได้อย่างไรและจะได้ออกไปต่อสู้ทำศึกสงครามทั่วทั้งสี่ทิศเพื่อแว่นแคว้นได้อย่างไร

            จวินหวงไม่ได้สนใจความนิ่งเงียบของหนานสวิน นางยังคงพูดต่อไป"เรื่องนี้ข้าคิดดีแล้ว ตงอู๋ตั้งใจจะสงบศึกแต่สันดานทะเยอทะยานเยี่ยงสุนัขป่าอย่างพวกเขา มีหรือจะปล่อยไปแบบนี้? ยิ่งไปกว่านั้น... เวลาของข้าก็เหลือไม่มากแล้ว"

            หนานสวินไม่กล่าววาจาใดออกมาเลย ในลำคอเต็มไปด้วยความขมฝาดเขาหายใจเข้าลึกๆ มองออกไปด้านนอก ที่กลางลานมีต้นไม้สูงตระหง่านอยู่ต้นหนึ่งใบไม้ร่วงปกคลุมไปทั่วลาน เณรน้อยหยิบไม้กวาดออกไปกวาดใบไม้เดินก้าวหนึ่งหยุดก้าวหนึ่งกวาดไปเรื่อยๆ

            ความเงียบของเขาก็คือการยอมรับในวิธีการของจวินหวงอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่รู้เพราะเหตุใดความตึงเครียดก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้วนางถอนหายใจด้วยความโล่งอก หันกลับไปมองหนานสวินด้วยดวงตากระจ่างใสงดงามใบหน้าแขวนรอยยิ้มบางๆ "ท่านวางใจเถอะ ยานั่นแค่ทำให้คนรู้สึกอ่อนเพลียไม่มีอันตรายถึงชีวิต" นางกล่าวอย่างสบายใจ

            "ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เจ้าต้องรู้จักระวังความปลอดภัยอย่าให้ใครรู้ได้ นี่เป็นโทษร้ายแรงถึงขั้นตัดหัวข้ากลัวว่าพอถึงเวลานั้นจะคุ้มครองเจ้าไม่ได้" หนานสวินกล่าวเรียบๆ

            จวินหวงหัวใจเต้นแรงขึ้น สีหน้าเริ่มแดงระเรื่อนางรีบหันหน้าไปด้านข้างไม่มองเขาอีก สูดลมหายใจลึกๆ แล้วผ่อนช้าๆระงับระลอกคลื่นที่โหมซัดอยู่ภายในใจ สักพักก็ยืนขึ้น ยกมือปัดๆ รอยยับบนอาภรณ์

            เมื่อนางหันมากลับยังเห็นสายตาที่ลึกซึ้งของหนานสวินมองตนเองอยู่นางตอบรับสายตาของหนานสวินอย่างเปิดเผย แต่ทว่าในใจกลับเหมือนอยู่ในม่านหมอกทึบผ่านไปครู่ใหญ่หนานสวินถึงเบนสายตาออกไป และเดินออกจากวิหารหลวงไปก่อนจากนั้นจวินหวงก็เดินตามไป 

    คล้ายกับเรื่องลิขิตหงสาเหนือปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452