ตอนที่ 9
เริ่มต้นการค้าขาย (9)
ด้านหน้าของเด็กน้อยมันเป็ซอกมุมเล็กๆแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างถนนเส้นหลักของเมืองอู่หนาน
จูเฟยมองร้านที่มันตั้งอยู่ด้านในอย่างฉงน นางสงสัยเพราะว่าจมูกของนางได้กลิ่นหอมๆของบางอย่างพัดโชยออกมาตามสายลมแล้วมาเตะเข้ากับจมูกของนาง
มันเป็กลิ่นหอมเหมือนกับเครื่องยาจีนที่นางเคยได้กลิ่นเมื่อครั้งก่อนที่จะมาอยู่ในร่างนี้ เด็กน้อยอดกลั้นความสงสัยของตัวเองไม่ได้นางเลยพากายของตนเองเดินตรงเข้าไป
บริเวณตรอกซอกซอยนี้มันไม่ค่อยมีอะไรเลยส่วนใหญ่ก็เป็แต่บ้านผู้คนแต่ว่ามีเพียงแค่ร้านแห่งนั้นเท่านั้นที่มีป้ายด้านหน้าเหมือนกับร้านขายอะไรสักอย่าง
จูเฟยเดินไปหยุดเท้าทั้งสองข้างของตนเองลงตรงด้านหน้าร้านดวงตาอันกลมโตของนางเหลือบไปมอง้าก็เห็นชื่อของร้าน
ร้านสมุนไพรหมื่นชนิด
“ ร้านสมุนไพร... ” จูเฟยเอียงคอสงสัย ตอนแรกนางก็คิดว่าอยู่แล้วว่านางได้กลิ่นเหมือนหอมเครื่องยาจีนแต่ไม่คิดว่ามันจะลอยมาจากร้านสมุนไพร
เพราะว่าโดยปกติหรือทั่วไปแล้วสมุนไพรที่นางได้กลิ่นภายในยุคของนางมันจะมีกลิ่นแรงและกลิ่นฉุนจนแสบจมูก
เมื่อรู้ว่าร้านแห่งนี้เป็ร้านสมุนไพรแต่เมื่อดูแล้วไม่น่าใช่ร้านธรรมดาเด็กน้อยก็เริ่มอยากจะเดินเข้าไปชมด้านใน ตอนนี้นางกำลังหาความคิดใหม่ๆในการทำธุรกิจอยู่บางทีเข้าไปด้านในอาจจะได้บางอย่างหยิบฉวยกลับมาเป็ความคิดก็ได้
เด็กน้อยวัย 6 ปีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูย่างกายเข้าไปภายในร้านด้วยความงุนงง นางได้ตีหน้าใสซื่อทำเป็เดินเข้าไปแล้วมองซ้ายทีขวาที
ด้านในเป็ร้านสมุนไพรที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักรอบบริเวณก็เต็มไปด้วยชั้นขนาดใหญ่ที่มีตัวสมุนไพรวางเอาไว้ตามช่องต่างๆ มันไม่ได้ดูแตกต่างจากร้านสมุนไพรทั่วไปสักเท่าไหร่
แต่ว่าสิ่งที่มันเชื้อเชิญให้จูเฟยเดินเข้ามามันเป็กลิ่นของเครื่องหอมยาจีนต่างหากมันเป็กลิ่นหอมที่นางไม่คิดว่ามันจะมาอยู่ในร้านขายสมุนไพรหรือขายยาได้
ดวงตากลมโตกวาดมองรอบข้างเพื่อเก็บรายละเอียดอย่างรวดเร็วก่อนที่จะไปพบเจอกับท่านตาผู้หนึ่งที่กำลังนั่งสัปหงกอยู่ตรงโต๊ะด้านหน้า
เด็กน้อยถือโอกาสเดินเข้าไปแล้วส่งเสียงเล็กๆเรียกท่านตาผู้นั้น
“ ท่านปู่เ้าคะ~ ” เสียงเล็กหวานส่งเสียงเรียกดังแว่วเข้าไปภายในหูของตาเท่าที่กำลังนั่งสัปหงก
เมื่อได้ยินเสียงของผู้ใดสักคนดังแว่วเข้ามาภายในหูชายผู้นั้นก็ถึงกับสะดุ้งตื่นดวงตาของเขากวาดมองตามระดับสายตาของตนเองแต่ก็ไม่พบเจออันใดเลยทำใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน
เขายังอยู่ในภวังค์แห่งความงัวเงียมือทั้งสองข้างยกขึ้นมาขยี้ดวงตาทั้งสองข้างอีกครั้งก่อนที่จะกวาดมองจากระดับสายตาก็ยังไม่เห็นผู้ใดที่เป็เ้าของเสียงนั้น
“ อยู่นี่เ้าค่ะ~ ” เสียงของจูเฟยร้องเรียกอีกครั้ง คราวนี้ตาเฒ่าที่นั่งอยู่บนบนโต๊ะต้อนรับก้มมองต่ำลงเล็กน้อยพบเห็นเข้ากับร่างของเด็กน้อยเพศหญิงวัยประมาณ 5-6 ปีที่กำลังแหงนมองเขาด้วยดวงตากลมโต
“ ยัยหนูเข้ามาั้แ่เมื่อไหร่กันเนี่ย ” ตาเฒ่าเ้าของร้านเอ่ยถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ
“ ข้ามาั้แ่ท่านหลับ.. ” จูเฟยใช้นิ้วเล็กๆชี้ไปที่หน้าของท่านปู่ผู้นั้นแล้วทำท่าเอียงคอสงสัย มองดูแล้วก็น่ารักน่าเอ็นดู
“ แฮ่ม!! ” ท่านปู่เ้าของร้านกระแอม 1 ทีเพื่อแก้เขิน
“ แล้วยังไงยัยหนูเข้ามาภายในร้านของข้าอยากได้อันใดหรือเปล่า ”
เด็กน้อยที่ยืนอยู่ด้านหน้าใช้ดวงตากลมโตกวาดมองไปที่รอบร้านอีกครั้งก่อนที่นางจะเอ่ยขึ้นมา “ ข้าเข้ามาเพราะว่าเห็นร้านมันเงียบๆท่านไม่ขายของหรือเ้าคะ~ ”
“ ขายสิ!! ” ท่านตาเ้าของร้านพยักหน้าตอบรับ
เมื่อได้คำตอบมันยิ่งทำให้เด็กน้อยสงสัยขายของที่ไหนกันในยามกลางวันเช่นนี้แทนที่ผู้คนจะเดินเข้ามาแต่กลับไร้ซึ่งผู้คน คงต้องบอกว่าการที่เป็อย่างนี้มันคงเป็เพราะทำเลการตั้งที่เข้ามาอยู่ด้านในตรอกซอกซอยเช่นนี้ถ้าผู้คนไม่สังเกตดูดีๆก็คงไม่เห็น
“ เพราะเหตุใดถึงไม่มีผู้คนหรือเ้าคะแล้วเช่นนี้ท่านจะขายได้เช่นไร ” เด็กน้อยแสร้งถามอย่างฉงน
“ หึ หึ หึ ” ท่านตาผู้นั้นส่งเสียงหัวเราะในลำคอก่อนที่จะยกยิ้มที่มุมปากแล้วเอ่ยออกมา “ ขายได้สิก็ส่วนใหญ่ข้าก็ไม่ได้ขายหน้าร้านอยู่แล้ว หน้าร้านแห่งนี้ข้าเพียงแค่เปิดไว้เป็พิธีเท่านั้นแหละ ”
“ เอ๊ะ!!! ไม่ได้ขายหน้าร้านแล้วขายที่ใดกันเ้าค่ะ~ ” ดวงตากลมโตฉายความสงสัยอันน่ารักน่าเอ็นดูเมื่อเห็นว่าเป็เด็กชายชราเ้าของร้านก็ไม่คิดจะปกปิด
“ ข้าขายให้กับคนที่รับซื้อจากต่างเมืองเลยไม่จำเป็ต้องมาหวังกำไรกับการเปิดหน้าร้านเช่นนี้ ”
จูเฟยหูตาตื่นขึ้นมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าเขาทำการค้าขายกับพ่อค้าต่างเมืองแบบตรงๆ เพราะเช่นนี้เองอีกฝ่ายถึงไม่ต้องรอกำไรจากการค้าขายหน้าร้านเพราะว่าอย่างไรเสียสมุนไพรภายในร้านแห่งนี้ก็มีคนรอรับซื้ออยู่แล้ว
ยัยหนูจูตัวน้อยกลับไปทำท่าทางครุ่นคิดอย่างขะมักเขม้นเมื่อนางฟังคำพูดของเถ้าแก่ผู้นี้แล้วก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ นางอยากจะเจรจาซื้อขายสมุนไพรกับเถ้าแก่ผู้นี้
“ ท่านปู่เ้าคะ~ ” จูเฟยทำเสียงหวานๆลากยาวทันที
ท่านตาเ้าของร้านก็กระพริบตามองปริบๆกับท่าทางของเด็กน้อยที่เปลี่ยนไป “ อันใดของเ้ายัยหนู ”
“ คือว่าข้ามีญาติผู้หนึ่งที่กำลังเพาะปลูกสมุนไพรอยู่แล้วยังไม่มีที่ขายไม่ทราบว่าท่านปู่้าสมุนไพรอะไรบ้างหรือเ้าคะ หรือว่ามีสมุนไพรอันใดที่กำลังขาดอยู่ ” จูเฟยนางเริ่มแสร้งโกหกออกไปทันที เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายทำการค้าขายกับพ่อค้าต่างเมืองโดยตรงภายในหัวน้อยๆของนางก็คิดแผนการออกมาอย่างเสร็จสรรพั้แ่บทสนทนายาวไปจนถึงการเพาะปลูกและการหาสมุนไพรมาให้ท่านปู่ผู้นี้
ดวงตากลมโตจ้องมองท่านปู่ผู้นั้นอย่างมีความหวัง
ดูเหมือนว่าท่านตาเ้าของร้านสมุนไพรก็จะตกกับดักอันใสซื่อที่เด็กน้อยผู้นี้สร้างขึ้น ถ้าเป็ผู้อื่นมาเจรจาเช่นนี้ ตาเฒ่าผู้นี้คงจะตอบปฏิเสธไปแต่นี่เป็เด็กน้อยที่หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูและก็ไม่มีท่าทางหรืออาการที่จะแสดงความโกหกออกมาเลยสักนิด
ท่านปู่เ้าของร้านที่ยืนอยู่ก็แสดงท่าทางครุ่นคิดถึงสมุนไพรที่ตนเองนั้นกำลัง้าและขาดสนอยู่ แน่นอนว่าเขานั้นต้องหยุดคิดสมุนไพรที่เขาทำการค้าขายกับพ่อค้าต่างเมืองมันมีตั้งนับร้อยชนิดผู้ใดจะจำหมด
จูเฟยเริ่มมองท่านตาผู้นั้นด้วยสายตาแห่งความคาดหวังมันก็เหมือนเพิ่มความกดดันให้กับเถ้าแก่ร้านผู้นั้นมากขึ้น
หลังจากที่หยุดคิดมาเป็เวลานานเขาก็ได้คำตอบเลยพยักหน้าขึ้นลงก่อนที่จะต่อไป “ ตอนนี้ข้าขาดสมุนไพรอยู่ 2 อย่างที่เป็ที่้าอย่างมาก ”
“ สมุนไพรอันใดหรือเ้าคะ ”
“ ข้าขาดสมุนไพรพฤกษาน้ำและก็ต้นหญ้าเลื้อยคลาน ”
ชื่อสมุนไพรที่ถูกพูดออกมามันทำให้ภายในหัวของเด็กน้อยหมุนติ้วราวกับว่าโลกนั้นกลับตาลปัตร นางเกิดมาแล้วใช้ชีวิตในยุคก่อนที่นางจากมาก็ร่วม 30 ปีไม่เคยได้ยินชื่อสมุนไพรนี้มาก่อนเลยมันคือสมุนไพรอะไรกัน
“ มันคือสมุนไพรอะไรหรือเ้าคะแล้วหาซื้อเมล็ดได้ที่ไหนข้าจะได้นำกลับไปให้ญาติของข้าดู ” จูเฟยแสร้งถามออกไปอย่างใสซื่อตามประสาเด็ก
“ ที่ร้านขายเมล็ดประจำเมืองก็น่าจะมีเมล็ดขายอยู่จำนวนมากเ้าลองไปดูเอาเถอะ ญาติของเ้าพร้อมมาขายให้ข้าเมื่อใดก็บอกข้ารับซื้ออยู่ทุกเมื่อและก็รับซื้อเป็จำนวนมากด้วย ”
“ จริงหรือเ้าคะ!! ” ดวงตาของจูเฟยเปล่งประกายเป็เงินขึ้นมาทันที
หลังจากนี้นางคิดสิ่งที่นางจะกระทำเอาไว้หมดแล้ว น่าจะใช้ที่ดินของท่านยายหวังที่สามารถทำให้พืชเติบโตได้รวดเร็วให้เป็ประโยชน์โดยการนำสมุนไพรเ่าั้ไปปลูกและนำมาขายให้กับท่านตาพรุ่งนี้เพื่อทำเงินให้นางในอีกทางหนึ่ง
แม้ว่าจะเหนื่อยไปหน่อยแต่ว่ามันก็ช่วยให้เงินของนางงอกเงยได้โดยที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของนางเอง
“ แล้ว~ ”
“ อันใดอีกงั้นหรือยัยหนู ”
“ เื่ราคาละเ้าคะ ” ยังไม่ลืมจะไถ่ถามเื่ราคาการซื้อขายมันจะเป็ไปได้ก็ต้องไถ่ถามเื่ผลประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับก่อนว่ามันคุ้มหรือไม่คุ้ม ถ้าผลประโยชน์มันได้น้อยมากเกินไปนางก็ไม่จำเป็ต้องลงแรงให้เหนื่อยเปล่าสู้ไปเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า สิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับมนุษย์นั่นคือเวลานางจะไม่ปล่อยให้เวลาของนางเสียไปโดยได้ผลตอบแทนกลับมาเพียงน้อยนิดอย่างแน่นอน
“ ข้าให้ต้นละ 5 อีแปะ ” เถ้าแก่ตอบกลับ
จูเฟยกลับมาอยู่ในท่าทางครุ่นคิดนางกำลังพยายามคิดอยู่ว่ามันคุ้มหรือเปล่า และนางเองก็ไม่รู้ด้วยว่าพืชสมุนไพร 2 ชนิดนั้นมันมีการเจริญเติบโตและการขยายพันธุ์ที่รวดเร็วเพียงใด
นางไม่เคยเห็นสมุนไพร 2 ชนิดนั้นเลยไม่รู้ว่ามันเจริญเติบโตได้รวดเร็วเพียงใด แน่นอนถ้ามันเจริญเติบโตได้รวดเร็วและสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้รวดเร็วต้นละ 5 อีแปะมันก็สามารถทำกำไรก้อนโตให้กับนางได้เพื่อที่จะไปเริ่มต้นธุรกิจขนาดใหญ่
ตอนนี้นางยังคิดไม่ออกว่าจะทำธุรกิจอันใดที่จะปักรากฐานขนาดใหญ่ให้นางได้ เพราะฉะนั้นการเพาะปลูกสมุนไพรด้วยทรัพยากรที่ตนเองมีอยู่มันก็ถือว่าเป็ทางเลือกที่ดี
อย่างไรเสียการค้าขายผักที่ตลาดมันก็จบลงตอนประมาณก่อนเที่ยงวันอยู่แล้วแล้วก็ต้องกลับไปเพาะปลูก โดยตอนนี้หน้าที่ของนางก็มีแค่การหว่านเมล็ดมันเลยทำให้มีเวลาว่างนางอาจจะเอาเวลานั้นไปปลูกสมุนไพรและนำมาขายได้
“ ข้าจะไปบอกญาติของข้าให้นะเ้าคะท่านปู่!!! ”
เด็กน้อยรีบวิ่งออกจากร้านทันทีนางตรงไปที่ร้านขายเมล็ดประจำเมืองที่ตั้งอยู่บนถนนเส้นหลักนางเคยเห็นมันผ่านๆตาอยู่บ้างเลยพอจำเส้นทางที่จะเดินทางไปถึงได้
จบตอน