“ตั้งแต่ฉันกับแม่ย้ายเข้าบ้านตระกูลซูเธอก็เอาแต่ขับไล่และกลั่นแกล้งพวกเรา แม่บอกฉันว่าคงเป็นเพราะเธอยังทำใจเรื่องที่เพิ่งเสียแม่ไปไม่ได้ ให้ฉันยกโทษให้เธอ เห็นใจเธอเดี๋ยวพอเวลาผ่านไปทุกอย่างก็คงดีขึ้น”
ซูหยวนหยวนร้องไห้โฮร่างผอมบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าซูเจี่ยนอันสะอึกสะอื้นจนตัวสั่น ดูอย่างไรก็เหมือนหญิงสาวที่ทนถูกกลั่นแกล้งรังแกมานานหลายปีทำให้คนที่เห็นอดสงสารไม่ได้
ซูเจี่ยนอันมองตาเธอใช้มาสคาร่ายี่ห้ออะไรเนี่ย บีบน้ำตาร้องไห้เสียเหมือนจริงขนาดนี้ยังไม่เลอะสักนิด
“แต่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเธอก็ยังเหมือนเดิม” ซูหยวนหยวนยังคงร้องไห้ระบายความเจ็บช้ำต่อไป“เธอไม่เปลี่ยนไปเลย ที่แม่เธอตายไม่เกี่ยวกับแม่ฉันสักนิดแต่เธอกลับเอาความโกรธแค้นมาลงที่แม่ฉันจนหมด เธอจะรังแกฉันฉันไม่ว่าแต่ทำไมเธอต้องมาดูถูกแม่ฉันต่อหน้าทุกคนในที่แบบนี้ด้วย! พี่เจี่ยนอัน ไม่สิฉันจะไม่เรียกเธอว่าพี่สาวอีกแล้ว ซูเจี่ยนอัน เธอทำเกินไปแล้วนะ!”
“ฉันเคยบอกเธอตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอว่าแม่ฉันมีลูกแค่สองคนคือฉันกับพี่ชาย ฉันไม่มีน้องสาว”สายตาของซูเจี่ยนอันเต็มไปด้วยความประชดประชัน “เธอเพิ่งเข้าใจหรือไง”
เฮอะพี่สาวอะไรกัน เวลาไม่มีคนอื่นอยู่ ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำเป็นแสนดีหลอกชาวบ้านซูหยวนหยวนเรียกชื่อแซ่เธอ ด้วยน้ำเสียงอย่างกับตัวเองต่างหากที่เป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลซูตัวจริง
“เธอ...”น้ำตาของซูหยวนหยวนยิ่งไหลออกมา “เธอจะใจดำเกินไปแล้ว”
ซูเจี่ยนอันยิ้ม“เจี๋ยงเสวี่ยลี่แม่ของเธอรู้อยู่เต็มอก ว่าซูหงเยวี่ยนมีลูกมีเมียแล้วแต่ก็ยังจะแอบคบกับเขาเป็นสิบๆ ปีจนมีเธอ ตอนที่อาการของแม่ฉันทรุดหนักที่สุดแม่เธอกลับพาเธอเข้ามาที่บ้าน แล้วบอกว่าพ่อฉันมีอีกบ้านมาโดยตลอดหลายปีที่ผ่านมาแม่ฉันกระทบกระเทือนจิตใจอย่างมาก จนท่านทรุดหนักกว่าเก่าและจากฉันไป ซูหยวนหยวนเธอยังกล้าบอกว่าแม่เธอไม่เกี่ยวข้องกับการตายของแม่ฉันอีกงั้นเหรอที่จริงแล้วพวกเธอสามคนนั่นแหละคือฆาตกร”
“ไม่ใช่นะ...”น้ำตาของซูหยวนหยวนยังคงไหลเป็นทางดูน่าสงสารจับใจ “ไม่ใช่แบบนั้นนะเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแม่ฉันสักนิด”
ซูเจี่ยนอันยิ้มเย็นอย่างไม่อาจทนอีกต่อไป
“พอได้แล้วซูหยวนหยวน เลิกแสดงสักที”
“พี่เขยคะ”จู่ๆ ซูหยวนหยวนก็วิ่งเข้าไปหาลู่เป๋าเหยียน “พี่เห็นหรือยังว่าพี่เจี่ยนอันเป็นคนยังไง เธอไม่ใช่คนดีเหรอนะ เธอ...”
“คุณหนูซู”ลู่เป๋าเหยียนพูดขัดซูหยวนหยวนเสียงเย็น “ผมรู้นิสัยของภรรยาผมดีกว่าคุณ”
“...”ซูหยวนหยวนอึ้งไปเสียจนลืมร้องไห้
“แต่ว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่เราคงต้องเคลียร์กัน” ลู่เป๋าเหยียนมองซูหยวนหยวนด้วยสายตาเย็นเยียบเจือความน่ากลัว
ซูหยวนหยวนเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี“เรื่องอะไรคะพี่เขย มีเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า”
“การที่คุณปล่อยข้อมูลและรูปภาพของซูเจี่ยนอันลงบนอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องเข้าใจผิด?”
ซูหยวนหยวนหน้าซีดเผือดเธอถึงกับพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ถลึงตามองซูเจี่ยนอัน
เรื่องที่ซูเจี่ยนอันโดนตามล่าหลายคนยังคงจำได้แต่นึกไม่ถึงเลยว่า คนที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดจะเป็นซูหยวนหยวน
คราวนี้ภาพลักษณ์อันน่าสงสารของซูหยวนหยวนพังทลายลงภายในพริบตา
“ดูไม่ออกเลยนะว่าเธอคนนี้จะร้ายขนาดนี้...”
“เฮ้อเมื่อกี้ยังพูดพี่คะพี่ขาอยู่เลย ฉันเกือบจะโดนเธอหลอกแล้วไหมล่ะ”
“ยัยแพศยา!”
...
ซูหยวนหยวนได้ยินคำวิจารณ์ด่าทอเธอต่างๆนานา เธอกำมือแน่นด้วยความโกรธ ใบหน้าขาวซีดของเธอบิดเบี้ยวเสียจนไม่น่ามอง
เธออุตส่าห์สมัครไอดีใหม่เพื่อแฉเรื่องนี้โดยเฉพาะนึกไม่ถึงเลยว่าจะมีคนจับได้
ลู่เป๋าเหยียนหันมาถามซูเจี่ยนอันด้วยน้ำเสียงห่วงใยอย่างรักใคร่
“จะให้จัดการยังไงดี”
“ฉันไม่อยากเห็นเธออีก”ซูเจี่ยนอันตอบ
ลู่เป๋าเหยียนพยักหน้าไม่นานก็มีตำรวจสองนายเดินเข้ามาหาซูหยวนหยวนและชูบัตรประจำตัว
“คุณหนูซูคุณเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่นโดยมิชอบ ช่วยตามพวกผมไปให้ปากคำที่โรงพักด้วยครับ”
“ฉันไม่ได้...”ซูหยวนหยวนเริ่มกลัวขึ้นมา “ฉันเปล่านะ”
“เป็นการกระทำของคุณจริงหรือไม่เป็นหน้าของพวกเราที่จะสืบสวนครับ โปรดให้ความร่วมมือด้วยครับคุณหนูซู”
ซูหยวนหยวนตั้งท่าเหมือนจะวิ่งหนีไปแต่นายตำรวจรั้งตัวเธอไว้ทัน
“คุณหนูซูถ้าคุณยังขัดขืน ผมคงต้องใส่กุญแจมือนะครับ”
จบคำซูหยวนหยวนหันมามองซูเจี่ยนอันอย่างตื่นตระหนก
“ซูเจี่ยนอันเธอจะทำแบบนี้ไม่ได้ เธอจะจับฉันส่งตำรวจไม่ได้นะ”
ซูเจี่ยนอันเคลื่อนตัวมาหยุดลงตรงหน้าซูหยวนหยวนมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
“เธอก่อกวนฉันมาตั้งหลายครั้งมีครั้งไหนที่ฉันยอมปล่อยเธอไปบ้างล่ะ”
ซูหยวนหยวนถึงกับคอตกอย่างหมดแรงนายตำรวจอาศัยโอกาสนั้นรีบพาเธอออกจากห้องจัดเลี้ยงไปเจี๋ยงเสวี่ยลี่เองก็วิ่งตามไปติดๆ
เมื่อเห็นลูกสาวตนถูกพาออกไปแบบนั้นโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ซูหงเยวี่ยนเดินไปหาซูเจี่ยนอันอย่างบันดาลโทสะ
เพี้ยะ!เขาตบหน้าซูเจี่ยนอันอย่างเต็มแรง
ความปวดแสบบนใบหน้าต่อให้เจ็บมากแค่ไหนก็คงไม่อาจเทียบได้กับความหมดหวังที่คืบคลานเข้ามาเต็มหัวใจของซูเจี่ยนอันในเวลานี้
นัยน์ตาของลู่เป๋าเหยียนแผ่รังสีอันตรายออกมาเขารีบดึงเธอมาไว้ข้างหลังอย่างปกป้องรอยแดงที่เห็นเด่นชัดบนพวงแก้มขาวใสของเธอทำเอาเขาใจหาย
บรรยากาศรอบตัวของเขาเย็นเยียบความหนาวสุดขั้วหัวใจปกคลุมไปทั่วห้องจัดเลี้ยง
ทุกคนต่างรู้ดีว่าหากลู่เป๋าเหยียนโมโหขึ้นมาแล้วละก็ ผลลัพธ์นั้นน่าหวาดหวั่น
แต่ขณะที่ทุกคนกลั้นใจรอชมผลลัพธ์ที่จะตามมาอยู่นั้นซูเจี่ยนอันกลับจับมือลู่เป๋าเหยียนไว้เชิงห้ามปรามแล้วเดินผ่านเขาไปหยุดตรงหน้าซูหงเยวี่ยน
“ซูหงเยวี่ยนนับจากนี้ไป ฉันไม่ใช่ลูกของคุณ” สีหน้าของซูเจี่ยนอันเรียบสนิทแม้แต่น้ำเสียงก็ไม่สั่นสักนิด “ต่อจากนี้ พวกเราขาดกัน”
ซูหงเยวี่ยนดูเหมือนจะเสียใจในการกระทำของตัวเองอยู่บ้างแต่ในตอนนั้นเอง เจี๋ยงเสวี่ยลี่ก็เดินร้องไห้กลับมาจากด้านนอก
“ลูกสาวฉันถูกจับไปโรงพัก!”เจี๋ยงเสวี่ยลี่จ้องซูเจี่ยนอันอย่างกินเลือดกินเนื้อ “เพราะเธอทั้งหมดเป็นเพราะเธอ!”
พูดจบเธอก็ง้างมือเตรียมจะตบซูเจี่ยนอัน
ลู่เป๋าเหยียนรีบคว้ามือเจี๋ยงเสวี่ยลี่ทันใดถังอวี้หลันเห็นดังนั้นจึงรีบพูดขึ้นว่า
“คุณซูคุณนายซู ในฐานะที่ฉันเป็นแม่งานในครั้งนี้ หากพวกคุณก่อความวุ่นวายคงต้องขอเชิญให้กลับออกไป ที่นี่ไม่ต้อนรับพวกคุณ”
ซูหงเยวี่ยนทนอยู่ต่อไปไม่ไหวจึงรีบพาเจี๋ยงเสวี่ยลี่เดินออกไป
แขกทั้งหลายเองก็ต่างรู้งานพวกเขาไม่ปล่อยให้บรรยากาศดูน่าอึดอัด ต่างคนต่างพากันคุยเล่นเฮฮาราวกับเมื่อครู่ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น
ลู่เป๋าเหยียนจูงซูเจี่ยนอันเดินไปที่ระเบียง
ต่อให้ฟ้ามืดแต่เมืองนี้ก็ยังคงไม่หลับใหลตึกสูงที่เปิดไฟเรืองรองตรงเขตเศรษฐกิจฝั่งตรงข้ามแม่น้ำ เขตที่อยู่อาศัยหรูหราที่ดูงดงามของฝั่งนี้ไม่ไกลกันนักก็เป็นถนนคนเดินที่ขายของนานาชนิดดูคึกคักสนุกสนาน
ซูเจี่ยนอันยืนมองภาพตรงหน้าพลางคิดว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่ไม่ปล่อยให้ใครหยุดนิ่งเสียจริง
ลู่เป๋าเหยียนยกมือลูบแก้มที่ยังคงมีรอยแดงของเธอเบาๆ
“ยังเจ็บมากหรือเปล่า”
“ไม่เจ็บแล้วล่ะ”ซูเจี่ยนอันเท้าแขนกับที่กั้นระเบียง พูดอย่างไม่ใส่ใจ“ฉันกำลังหาเหตุผลมาตัดขาดกับเขาอยู่เลยความจริงฉันอยากจะทำแบบนี้ตั้งแต่ตอนที่แม่ฉันเสียแล้วด้วยซ้ำ”
เก้าปีแล้วช่วงที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าซูเจี่ยนอันไม่มีโอกาสตัดสัมพันธ์พ่อลูกกับซูหงเยวี่ยนเพียงแต่เธอยังไม่ได้พูดมันออกมา เธอลังเลอะไรอยู่นั้น ลู่เป๋าเหยียนรู้ดีแต่ทว่าฟางเส้นสุดท้ายแห่งความหวังของซูเจี่ยนอันถูกฝ่ามือเดียวของซูหงเยวี่ยนทำลายเสียแหลกไม่มีชิ้นดี
ถึงแม้ฤดูร้อนจะใกล้เข้ามาแล้วแต่ตอนกลางคืนก็ยังมีลมเย็นพัดมาอยู่บ้างเพราะส้นสูงเปลือยหน้าเท้าที่สวมอยู่ทำให้ซูเจี่ยนอันเริ่มรู้สึกหนาวขึ้นมาเธอจึงยกมือขึ้นกอดอกเพิ่มความอบอุ่นให้กับตัวเอง
เมื่อเห็นดังนั้นลู่เป๋าเหยียนจึงถอดเสื้อนอกออก แล้วคลุมให้เธอ
ซูเจี่ยนอันรู้สึกถึงความอุ่นวาบจากด้านหลังเธอหันกลับไปมองลู่เป๋าเหยียนอย่างประหลาดใจ แล้วจึงสวมเสื้อนอกของเขา
“ขอบคุณนะ”
เธอนึกว่าชีวิตนี้จะไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างสุภาพบุรุษจากลู่เป๋าเหยียนเสียแล้ว
“จริงสินายรู้ได้ยังไงว่าซูหยวนหยวนเป็นคนทำ”
“ฉันสืบมา”
คืนวันเกิดเรื่องเขาให้เสิ่นเยว่ชวนไปสืบหาตัวคนทำ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ได้ IP ของคนร้ายมา ปรากฏว่าเป็นที่อยู่ของบ้านตระกูลซู ซูหยวนหยวนเป็นคนทำ
“เธอก็รู้ว่าซูหยวนหยวนเป็นคนทำ?”
หนึ่งเดือนที่ผ่านซูเจี่ยนอันไม่เห็นพูดอะไร เขานึกว่าเธอไม่รู้เรื่องเสียอีก
“แน่นอนว่าฉันรู้”ซูเจี่ยนอันกระชับเสื้อนอกของเขาให้แน่นขึ้นพลางสูดกลิ่นกายที่คุ้นเคย“นอกจากลั่วเสี่ยวซี มีไม่กี่คนที่รู้ข้อมูลส่วนตัวฉันละเอียดขนาดนั้นรูปที่แชร์ออกไปก็เป็นรูปสมัยม.ปลายที่วางอยู่ที่บ้านตระกูลซูซูหงเยวี่ยนไม่มีทางทำเรื่องพวกนี้ เจี๋ยงเสวี่ยลี่เล่นเน็ตไม่เป็นคนเดียวที่โกรธเกลียดฉันตั้งแต่เด็กจนทำเรื่องแบบนี้ได้ก็เหลือแค่ซูหยวนหยวน”
ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว“เกลียดตั้งแต่เด็ก?”
“ทำไงได้”ซูเจี่ยนอันแบมือพลางทำหน้าช่วยไม่ได้ “คนเราพอเก่งมากไปเพอร์เฟคไปก็มักถูกอิจฉา”
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มนิ้วเรียวยาวค่อยๆ จับหน้าของเธอให้หันกลับมา แก้มด้านขวาของเธอเริ่มบวมขึ้นแล้ว
“กลับไปประคบน้ำแข็งด้วยนะ”
แสงไฟจากริมแม่น้ำที่ส่องสะท้อนใบหน้าลู่เป๋าเหยียนยิ่งทำให้เขาดูหล่อกว่าครั้งไหนๆซูเจี่ยนอันถามออกไปแบบไม่คิดอะไร
“ลู่เป๋าเหยียนนายเองก็น่าจะโดนคนเกลียดมาเยอะล่ะสิ”
ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว“พวกเขาไม่กล้าหรอก”
ไม่กล้า? ที่ไม่กล้าเพราะไม่มีใครเก่งกว่าเขา คนพวกนั้นเลยทำได้แค่ประจบ?
ซูเจี่ยนอันยิ้มออกมา“ได้แต่งงานกับนายถือว่าฉันโชคดีนะเนี่ย”
ซี้ด...เธอยกมือกุมแก้ม เพราะยิ้มมากเกินไป จนแก้มขวาเจ็บแปลบขึ้นมา
คิ้วลู่เป๋าเหยียนขมวดยุ่งเขายื่นมือมาให้เธอ “เดี๋ยวฉันพาเธอกลับบ้าน”
“รีบกลับไปทำไม”ซูเจี่ยนอันค้าน
เธอหลับตั้งแต่บ่ายเมื่อวานยันเช้าวันนี้ตอนนี้ไม่เหนื่อยสักนิด เธอยังไม่อยากกลับเลย
“ถ้าไม่กลับ”ลู่เป๋าเหยียนพูดพลางขยับเข้ามาชิดซูเจี่ยนอัน“งั้นพวกเราสานต่อเรื่องเมื่อกี้ดีไหม”
สานต่อ...เรื่องเมื่อกี้?
ซูเจี่ยนอันเผลอนึกไปถึงริมฝีปากที่ดุดันแต่อ่อนโยนในเวลาเดียวกันของลู่เป๋าเหยียนเมื่อครู่ใบหน้าขาวนวลก็แดงเป็นลูกตำลึงขึ้นมาในทันที