เมื่อหยิบโน้ตบุ๊กและเทปบันทึกกล้องวงจรปิดจากโรงแรมมาได้ ก็เป็เวลาดึกมากแล้ว เหยาหย่วนแวะร้านสะดวกซื้อข้างทางเพื่อซื้ออาหารจานด่วนมาเป็มื้อค่ำ แต่เมื่อสุนัขตำรวจได้ขึ้นรถก็เริ่มงีบหลับ ไม่สนใจอาหารเลยแม้แต่น้อย
หรือมันไม่ทานอาหารมนุษย์กันนะ ในเวลาแบบนี้จะไปหาอาหารสุนัขได้จากไหนกัน มือข้างหนึ่งของเหยาหย่วนถือขนมปังสอดไส้เผือก ส่วนมืออีกข้างถือขนมปังสอดไส้ถั่วแดง เขากินไปด้วยพลางใช้หัวคิดไปด้วย
หลังจากทานอาหารลวกๆ ซึ่งเป็ตามปกติของตำรวจสอบสวนกลางที่ทำงานนอกสถานที่แล้ว เขาก็ขับรถกลับสอบสวนกลาง แล้วยื่นคอมพิวเตอร์และฮาร์ดดิสก์ให้กับตำรวจสอบสวนกลางแผนกเทคโนโลยีที่อยู่เวร แล้วยังกรอกใบขออนุญาตรวบรวมข้อมูลบันทึกการโทรของโรเบิร์ตอีกด้วย
เพราะสุนัขตำรวจดูไม่กระปรี้กระเปร่าเท่าไร เหยาหย่วนเลยเดาว่าคงเพราะเหนื่อยจากอาการเจ็ทแล็ก ดังนั้นจึงปลดปลอกคอออกให้ด้วยความเข้าใจ แต่เมื่อขับรถมาถึงบ้านพักตำรวจ แล้วพบว่าเรียกเท่าไรสุนัขตำรวจก็ไม่ตื่น จึงรู้สึกว่ามันแปลกเสียแล้ว
ตอนเด็กๆ บ้านของเหยาหย่วนเคยเลี้ยงสุนัขมาก่อน จึงรู้ถึงลักษณะที่พวกมันเกิดง่วงเหงาแบบนี้ดี ส่วนใหญ่จะป่วย แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะเปรียบเทียบสุนัขข้างกายที่ต่างจากสุนัขทั่วไปตัวนี้กับสัตว์เลี้ยงในบ้านได้หรือไม่
ดังนั้นเขาจึงลูบตัวสุนัขตำรวจเบามือ แล้วเปิดไฟในรถเพื่อมองดูได้ถี่ถ้วน จึงพบาแใหม่ที่ได้รับการดูแลแบบลวกๆ ใต้ชายโครงซึ่งถูกขาหน้าบังเอาไว้ค่อยๆ ปริออก
“ตายแล้ว จะอักเสบไหมเนี่ย!” ตำรวจหนุ่มรีบติดเครื่องยนต์จะขับไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด แต่พอคิดอีกครั้ง แม้จะมีเอกสารรับรอง แต่โรงพยาบาลปกติก็รักษาสุนัขไม่ได้นี่นา
โชคดีที่ระหว่างทางมาทำงานเขาเคยเห็นโรงพยาบาลสัตว์เลี้ยงที่ชื่อว่า ‘บ้านพักน้องหนูโฮ่งโฮ่ง’ อยู่ใกล้ๆ ดังนั้นจึงหันหัวรถไปทางด้านนั้นทันที
เมื่อรถมาหยุดอยู่ใต้ป้ายโรง’บาลสีชมพูวาววับที่มีรูปรอยเท้าสุนัข ในที่สุดสุนัขตำรวจก็ลืมตาขึ้นอย่างเฉื่อยชา
“คุณาเ็ พวกเราต้องไปรักษาาแใหม่ครับ” เหยาหย่วนว่าพร้อมสวมปลอกคอให้สุนัขตำรวจอีกครั้ง
เนื่องจากสุนัขตัวใหญ่ที่มีใบหน้าดุร้ายดูราวกับยังไม่ตื่นดี ทำให้ขั้นตอนการสวมปลอกคอดูราบรื่นกว่าปกติ แต่ครั้นลงจากรถแล้วมองเห็นป้ายโรง’บาลขนาดใหญ่ที่ดูน่ารักตะมุตะมิแล้ว สุนัขตำรวจก็ทำเหมือนอยากจะกัดใครสักคนขึ้นมา
“เด็กดี ต้องหาหมอนะครับ” เหยาหย่วนคิดถึงเมื่อก่อนตอนพาน้องหมาที่บ้านมาฉีดวัคซีน ดังนั้นจึงใช้น้ำเสียงที่ใช้คุยกับสัตว์เลี้ยงโดยไม่รู้ตัว ผลลัพธ์ก็เหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ สุนัขตำรวจแยกเขี้ยวกัดสายจูง ลากตัวเ้าบื้อให้ถอยหลังหลายก้าว
“กลัวหมอแบบนี้ไม่ได้นะ!” เหยาหย่วนและสุนัขตำรวจเล่นชักเย่อสูสีกันอยู่หน้าประตู ‘บ้านพักน้องหนูโฮ่งโฮ่ง’ ตอนสืบคดีสุนัขตำรวจหัวสมองดีมีปัญญา แต่ตอนนี้ ‘นิสัยเ้าอารมณ์’ ของมันกลับเหมือนนิสัยสัตว์เลี้ยงที่กลัวหมอในสายตาของเหยาหย่วนไปเสียแล้ว
หากเป็เมื่อหลายชั่วโมงก่อน เหยาหย่วนคงจะใจนหนีเตลิดไปกับท่าทางบ้าคลั่งของสุนัขตำรวจแล้ว แต่เขาได้พบกับความเป็มืออาชีพและความสามารถในการสื่อสารที่เหนือธรรมดาของสุนัขใหญ่ตัวนี้เข้า สภาพจิตใจจึงเปลี่ยนแปลงโดยไม่รู้ตัว
“แค่ทำแผลเท่านั้น...ไม่ได้ฉีดยาสักหน่อย...แล้วก็นะ ถึงจะต้องฉีดยาก็ต้องฉีด...ป่วยแล้วต้องหาหมอสิ!” เหยาหย่วนพูดแต่ละประโยคเสียงขาดห้วงพลางลากหมาตัวใหญ่หนักสามสิบสี่สิบกิโลกรัมเข้าไปในโรงพยาบาลอย่างยากเย็น
พนักงานเคาน์เตอร์ที่เข้ากะอยู่มองเห็นาคนกับสุนัขจากที่ไกลๆ แต่ในฐานะผู้เชี่ยวชาญซึ่งทำงานกับสุนัขอยู่บ่อยๆ เธอรู้ดีว่าโดเบอร์แมนเป็สุนัขพันธุ์ดุ แล้วยังเป็ประเภทก้าวร้าวอีก หากอยู่ในสภาพที่ไม่ได้สวมตะกร้อครอบปาก เธอก็ไม่กล้าเดินดุ่มๆ เข้าไปช่วย
เมื่อทั้งหมาและคนเข้าประตูโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ก็เห็นใบหน้าหล่อเหลาหมดจดของคนหนุ่มที่สวมเครื่องแบบแดงก่ำไปหมด ในดวงตาโตที่หางตาตกเล็กน้อยมีความดื้อรั้นและอับจนเต็มประดา พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะดุว่า “ทำไมคุณพูดไม่ฟังแบบนี้ การไม่ให้ความร่วมมือในการรักษาถือว่าไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่นะ!”
พยาบาลสาวที่มองดูก็สองจิตสองใจ เพราะปกติแล้ว ถ้าเป็สุนัขพันธุ์ดุที่ไม่ให้ความร่วมมือแบบนี้ โรงพยาบาลจะไม่ต้อนรับ แต่พยาบาลสาวเห็นแก่ที่อีกฝ่ายเป็เ้าหน้าที่สุดหล่อ ไม่สิ เป็ตำรวจผู้รับใช้ประชาชน จึงถามก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกทีว่าจะเอาอย่างไร
สำหรับเหยาหย่วนนั้น คนคนนี้เป็พวกไม่ยอมแพ้ แถมชอบดื้อด้านอีกต่างหาก แม้เขาจะขี้กลัวก็จริง แต่เมื่อหมายมั่นปั้นมือเื่ที่ต้องทำแล้ว ก็ไม่ยอมประนีประนอม ไม่ต้องพูดถึงสุนัขตำรวจตรงหน้าเลย ต่อให้เป็ผู้กำกับจ้าว เขาก็ต้องพาเข้าไปทำแผลในโรงพยาบาลให้เรียบร้อยแล้วค่อยว่ากัน
อย่างที่ลุงหลิวคลังพัสดุว่าไว้ หากสุนัขตัวนี้ไม่ได้รับาเ็จนอาการไม่ค่อยดีละก็ เขาไม่มีทางลากไหวหรอก เมื่อคิดได้แบบนี้ เหยาหย่วนยิ่งรู้สึกว่าต้องพามันพบหมอให้ได้
เขาเดินมายังหน้าเคาน์เตอร์อย่างง่ายดาย ตำรวจหนุ่มฝืนยิ้มพร้อมทำท่าชักเย่อเอาไว้แล้วสอบถามว่ามีคุณหมอเข้ากะที่จะช่วยรักษาาแให้ได้ไหม
สาวน้อยสวมชุดพยาบาลสีชมพูพยักหน้าอย่างเขินอาย เมื่อเห็นตัวหนังสือคำว่า ‘สุนัขตำรวจ’ บนตัวโดเบอร์แมนชัดเจน จึงค่อยต่อสายภายในเพื่อยืนยันกับหมอ
จากนั้นก็พูดพร้อมรอยยิ้มว่า “สักครู่นะคะ” แล้วไปหยิบ ‘ตะกร้อครอบปาก’ ที่ใช้สำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่โดยเฉพาะจากห้องข้างๆ ออกมาแล้วส่งให้ตำรวจหน้าตาดี จากนั้นเอ่ยเสียงหวานเชื่อมว่า “พันธุ์ดุร้ายต้องสวมตะกร้อก่อนนะคะถึงจะพบแพทย์ได้ หากไม่มีติดตัวมาด้วย คุณสามารถซื้อยี่ห้อชั้นนำ ‘XX’ ที่ทางโรงพยาบาลของเรามีได้นะคะ เดี๋ยวดิฉันจะให้ราคาพนักงานกับคุณเองค่ะ”