"มันเป็ศิษย์ที่มาที่นี่เพื่อเลือกกระบี่หรือ?"มู่หรงเสวียนพึมพำขณะมองไปยังฉู่ควงเหริน
ด้วยเหตุผลอันใดมิทราบได้เขามีความรู้สึกว่าบุคคลผู้นี้คือสาเหตุเื้ัความเคลื่อนไหวอันแปลกประหลาดของเหล่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์
เมื่อรวมกับรัศมีอันสูงส่งผิดธรรมดาของอีกฝ่ายเขาก็มิอาจอดที่จะเหลือบมองอีกคราด้วยแววตาที่แฝงไว้ซึ่งความขึงขังและความสงสัยใคร่รู้
ฉู่ควงเหรินก้าวเข้าสู่เขตแดนของเหล่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์แล้วและเจตจำนงกระบี่ก็กำลังโอบล้อมรอบกายเขา
ทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจก็คือเจตจำนงกระบี่นี้มิได้ทำให้เขาสะทกสะท้านแม้แต่น้อยในทางกลับกัน มันกลับคล้ายดั่งสายลมแห่งวสันตฤดูที่พัดผ่านใบหน้าอย่างนุ่มนวล
ฉู่ควงเหรินเดินเข้าหาเหล่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ทีละก้าว
ในไม่ช้าเขาก็เข้าใกล้จุดหมายปลายทาง
มู่หรงเสวียนที่กำลังกุมสว่านโลหิตไว้มิอาจอดที่จะเบิกตากว้างจ้องมองได้
เกิดอันใดขึ้นกัน?
สำหรับเขานั้นการข้ามผ่านเขตแดนแห่งเจตจำนงกระบี่มันช่างเหนื่อยยากอย่างไม่น่าเชื่อแต่บุคคลตรงหน้ากลับทำมันได้อย่างง่ายดายราวกับกำลังเดินทอดน่องความแตกต่างระหว่างพวกเขามันช่างห่างไกลกันเกินไปนัก!
มู่หรงเสวียนมองไปยังเหล่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่
เขาตระหนักได้ว่าการสั่นะเืของศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ได้ทวีความรุนแรงขึ้น
พวกมันแสดงอาการตื่นเต้นราวกับมีอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์
บัดซบ!
หรือว่ากระบี่พวกนี้จงใจอำนวยความสะดวกให้แก่มัน!?
ความคิดอันไร้สาระนี้พลันผุดขึ้นมาในใจของมู่หรงเสวียน
เหล่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ได้อยู่บนูเากระบี่มานานหลายปีและผู้ฝึกตนที่มาที่นี่โดยหวังจะได้รับการยอมรับจากพวกมันนั้นมีจำนวนนับไม่ถ้วนทว่าเขาไม่เคยเห็นศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ลดแรงกดดันจากเจตจำนงกระบี่ของพวกมันลงแม้แต่น้อยพวกมันปฏิบัติต่อผู้ฝึกตนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
ทว่าพวกมันกลับกำลังเปิดทางให้แก่ฉู่ควงเหริน!
"นี่มันจะเป็ไปได้อย่างไร?"
มู่หรงเสวียนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ขณะที่ความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อผุดขึ้นมาในใจ
เหล่านักพรตคนอื่น ๆในบริเวณนั้นก็ตกตะลึงเช่นกัน
"ข้าได้ยินมาว่าบุคคลผู้นี้มีดวงใจกระบี่เก้าทวารอันวิจิตรซึ่งเป็วรธาตุมรรคาสูงสุด เมื่อวรธาตุของเขาถูกปลุกขึ้นกระบี่ทั้งหมดบนูเากระบี่ต่างพากันไปคำนับเขา ทีแรกข้าก็ไม่เชื่อข่าวลือนี้แต่ดูแล้วท่าว่าจะเป็ความจริงอย่างยิ่ง"
"บัดซบดวงใจกระบี่เก้าทวารอันวิจิตรนี่มันจะร้ายกาจถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?"
"วรธาตุมรรคาสูงสุดนี่มันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว"
...
ฉู่ควงเหรินข้ามผ่านอาณาเขตเจตจำนงกระบี่ที่ทอดยาวนับพันฟุตได้อย่างง่ายดายเขาเหลือบมองมู่หรงเสวียนก่อนเป็อันดับแรก พลางหรี่ตาลงเล็กน้อย
ว่ากันตามตรงบนศีรษะของเขามีสุริยันดวงน้อยหลายดวงปรากฏอยู่
เขาพยักหน้าให้อีกฝ่ายเล็กน้อย"คารวะศิษย์น้อง"
ศ-ศิษย์น้อง???
มู่หรงเสวียนตะลึงจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
เขาเป็ถึงนักพรตผู้ยิ่งใหญ่และมีตำแหน่งเป็รองเพียงแค่เหล่าผู้าุโและเ้าสำนักแห่งสำนัก์ทมิฬเท่านั้นไม่เคยมีผู้ใดเรียกเขาว่าศิษย์น้องมาก่อนเลย
"เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือผู้ใด?"
สีหน้าของมู่หรงเสวียนมืดครึ้มลงเล็กน้อย
"ข้ารู้ ท่านนักพรตมู่หรงเสวียน"
ฉู่ควงเหรินพยักหน้าเขาเคยเห็นอีกฝ่ายหลายครั้งแล้ว แต่ในตอนนั้นมู่หรงเสวียนหาได้สังเกตเห็นศิษย์สายนอกชองสำนักเช่นเขาไม่
"เช่นนั้นเ้ากล้าดีอย่างไรถึงเรียกข้าเช่นนี้?!"
"นั่นก็เพราะว่าข้าคือศิษย์เอกคนใหม่ฉู่ควงเหริน เ้าควรจะเรียกข้าว่าศิษย์พี่" ฉู่ควงเหรินกล่าวอย่างเฉยเมย
หลังจากนั้นเขาก็มองไปยังศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์สองสามเล่มที่ปักอยู่บนหินปูน
ราวกับว่าพวกมันััได้ถึงสายตาของฉู่ควงเหรินเหล่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์จึงบินออกจากหินปูนด้วยตัวเองและมาลอยอยู่ข้างกายเขา
แม้แต่กระบี่สว่านโลหิตที่มู่หรงเสวียนเพิ่งได้มาอย่างยากลำบากก็สั่นไหวอยู่ครู่หนึ่งมันดิ้นหลุดออกจากมือของมู่หรงเสวียนและบินตรงไปยังฉู่ควงเหริน
ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งเก้าเล่มลอยวนอยู่รอบกายฉู่ควงเหรินและเปล่งประกายแสงกระบี่อันเจิดจ้าออกมามันเป็ภาพที่งดงามตระการตาอย่างยิ่งยวด ขณะที่สายธารแห่งอักขระมรรคาหลั่งไหลออกมาไม่ขาดสาย
"เป็ไปได้อย่างไรกัน?!"
สีหน้าของมู่หรงเสวียนเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่ออย่างที่สุด
เขาอุตส่าห์ทำให้ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ยอมจำนนต่อเขาได้ด้วยความยากลำบากยิ่งนักเขาถือมันไว้ได้ไม่ทันไร มันกลับรีบวิ่งไปประจบสอพอผู้อื่นเสียแล้ว?
ถูกต้องแล้วความรู้สึกที่ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้มอบให้แก่มู่หรงเสวียนก็คือพวกมันกำลังประจบสอพอและหวังที่จะได้รับความสนใจจากฉู่ควงเหริน
หากศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้สามารถพูดได้...
พวกมันคงจะะโว่า 'เลือกข้า'และ 'ได้โปรดเถิด เลือกข้า' อย่างแน่นอนในตอนนี้
เหล่านักพรตบนฟากฟ้าต่างก็มองด้วยความตกตะลึงเช่นกัน
"นี่มันเหลือเชื่อโดยสิ้นเชิง"
"นี่คือเหล่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ที่พวกเรารู้จักแน่หรือ?"
"บัดซบเหล่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์นี่ก็ลำเอียงเช่นกันรึ?"
จากที่พวกเขารับรู้มาเหล่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์นั้นมิอาจล่วงละเมิดและมิอาจแตะต้องได้พวกมันปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเ็า แม้แต่กับเ้าสำนักแห่งสำนัก์ทมิฬทว่าบัดนี้พวกมันทั้งหมดกลับรายล้อมฉู่ควงเหรินราวกับนกยูงที่กำลังรำแพนหาคู่พลางอวดความงดงามและความเจิดจรัสของพวกมันอย่างเต็มที่...
มู่หรงเสวียนมีสีหน้างุนงงแต่ก็เห็นได้ชัดว่าเขาไม่พอใจอย่างยิ่ง
บัดซบเขานั้นทั้งรูปงามและหล่อเหลาเป็เลิศ!
เขาอุตส่าห์บำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากและเพิ่งจะทำให้ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์อย่างสว่านโลหิตยอมรับได้ทว่าเมื่อมันเห็นฉู่ควงเหริน มันกลับวิ่งเข้าไปหาเขาในชั่วพริบตาเพื่อประจบเอาใจ
ราวกับว่าความพยายามทั้งหมดของเขานั้นเป็เพียงเื่ตลกสิ้นดี
บางคนได้รับสิ่งที่เขาพากเพียรอย่างหนักแต่กลับถูกไล่ตามมาอย่างง่ายดาย
เมื่อคิดถึงเื่นี้จิตมรรคาของมู่หรงเสวียนก็แทบจะแตกสลาย
เขาไม่ใช่เพียงคนเดียวเหล่านักพรตคนอื่น ๆ บนฟากฟ้าก็ไม่ได้รู้สึกดีไปกว่ากันนัก
อย่างไรก็ตามฉู่ควงเหรินไม่ได้คิดจะใส่ใจความรู้สึกของเหล่านักพรตคนอื่น ๆ ในขณะนี้เขามองไปที่กระบี่ทั้งเก้าเล่มและมีสีหน้างุนงงเล็กน้อย
‘ข้าควรจะเลือกเล่มใดดี?’
‘ทั้งหมดเลยดีหรือไม่?’
นั่นเป็เพียงเื่ตลกอาจารย์ของเขาคงทุบตีเขาจนตายเป็แน่หากเขาทำเช่นนั้น
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้โลภมากถึงเพียงนั้น
ฉู่ควงเหรินจนปัญญา
เขาหารู้ไม่ว่าสีหน้าที่สับสนของเขานั้นในสายตาของเหล่านักพรตแล้วมันคือการทำร้ายจิตใจพวกเขาอีกระลอกหนึ่ง
นี่คือศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์!ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ในโลกอาจไม่เคยได้เห็นมันมาก่อนเลยด้วยซ้ำแต่บุรุษผู้นี้กลับมีให้เลือกมากเกินไปจนเลือกไม่ถูกงั้นรึ?
"การเปรียบเทียบช่างทำให้ผู้คนขุ่นเคืองใจเสียจริง"
เมื่อจนซึ่งคำพูดและการกระทำเหล่านักพรตทำได้เพียงหัวเราะให้แก่ตนเอง
ครู่ต่อมา
ฉู่ควงเหรินจับจ้องไปที่ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เล่มหนึ่งซึ่งห่อหุ้มด้วยแสงสีขาวทั้งมวลมันเป็ประกายระยิบระยับและโปร่งแสงพร้อมด้วยลวดลายประดับอันวิจิตรงดงามที่สลักอยู่บนตัวกระบี่
ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์สีขาวเล่มนั้นยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นราวกับััได้ว่าฉู่ควงเหรินกำลังมองมันอยู่อักขระนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นและแสงอันเจิดจรัสก็โคจรอยู่รอบตัวมัน
ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เล่มอื่น ๆปลดปล่อยเจตจำนงกระบี่ของพวกมันออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับกำลังร้อนรน
พวกมันถึงกับ้าร่วมมือกันเพื่อกดข่มศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ราวกับหยกขาวเล่มนั้น
ราวกับว่าพวกมัน้าใช้โอกาสนี้เพื่อแสดงแสนยานุภาพของตนเอง
อย่างไรก็ตามสายตาของฉู่ควงเหรินยังคงจับจ้องอยู่ที่ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์สีขาวเล่มนั้นเขายื่นมือออกไปและส่งจิตััไปยังศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์สีขาวเล่มนั้น"มานี่"
ฟุ่บ...
ศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์สีขาวบินเข้าสู่ฝ่ามือของฉู่ควงเหรินในทันทีมันเก็บเจตจำนงกระบี่ตนเองกลับไปอย่างสงบเสงี่ยมราวกับเด็กที่เชื่อฟังเพราะกลัวว่าจะทำร้ายฉู่ควงเหรินแม้แต่น้อยนิด
ฉู่ควงเหรินใช้นิ้วลูบไล้ใบกระบี่ของศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์สีขาวอย่างแ่เบาใบกระบี่ของมันนุ่มนวลอย่างหาที่เปรียบมิได้ราวกับว่ามันถูกแกะสลักขึ้นมาจากหยกขาว
นี่เป็กระบี่ที่งดงามยิ่งมันวิจิตรตระการตามากจนสามารถนับเป็เครื่องประดับศักดิ์สิทธิ์ชิ้นหนึ่งได้
ทว่าฉู่ควงเหรินสามารถััได้ถึงเจตจำนงกระบี่อันคมกล้าไร้ขอบเขตที่ซ่อนอยู่ภายในกระบี่เล่มนี้ราวกับว่าพลังของมันสามารถฉีกกระชากผืนดินให้แยกออกจากกันได้
มีอักษรเล็ก ๆสองตัวสลักอยู่ที่โคนของใบกระบี่
"สืบญาณ..."ฉู่ควงเหรินอ่านมันออกมา และศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์สืบญาณก็สั่นสองครั้งเช่นกันราวกับว่ามันกำลังตอบสนองเขา
ฉู่ควงเหรินยิ้ม"ข้าเลือกเ้า"
ทันทีที่เขากล่าวคำนั้นศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ที่เหลืออยู่ก็ปลดปล่อยกระแสเจตจำนงกระบี่ออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับ้าให้ฉู่ควงเหรินเปลี่ยนใจ
อย่างไรก็ตามฉู่ควงเหรินได้ตัดสินใจเลือกสืบญาณแล้วศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์สองสามเล่มนี้มีพลังใกล้เคียงกัน แต่สืบญาณเป็เล่มที่น่าดึงดูดใจที่สุดหากไม่เลือกเล่มที่เขากำลังถืออยู่ แล้วเขาจะเลือกเล่มใดเล่า?
"เอาล่ะ ข้ากลับล่ะ!"
ฉู่ควงเหรินมองไปยังศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เล่มอื่นๆ แล้วโบกมือให้พวกมัน
แม้ว่าศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์เล่มอื่นๆ จะไม่เต็มใจยอมรับชะตากรรมของพวกมัน แต่เมื่อเห็นว่าเขาตัดสินใจแล้วพวกมันก็มิอาจทำอันใดได้ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกลับเข้าไปในหินปูนอย่างหงอยเหงา
ในทางกลับกันสว่านโลหิตก็กลับคืนสู่มือของมู่หรงเสวียนอีกครั้ง
ทว่าในขณะนี้มู่หรงเสวียนกลับดูไม่ยินดีสักเท่าใดนัก
เขารู้สึกเหมือนกำลังเก็บของที่บุรุษอื่นไม่้า
สว่านโลหิตเป็ของเขาก็เพียงเพราะฉู่ควงเหรินไม่้ามันเท่านั้น
ความรู้สึกเช่นนี้ทำให้เขาอึดอัดอย่างยิ่งและบึ้งตึงเป็อันมาก
"เ้าคือศิษย์เอกคนใหม่ฉู่ควงเหริน" มู่หรงเสวียนกล่าวขณะกำสว่านโลหิตไว้แน่น
"ใช่ นั่นคือข้าเอง"
"ดีมากข้าได้ยินมาว่าศิษย์เอกคนใหม่มีวรธาตุมรรคาสูงสุดให้ข้าได้ประจักษ์ถึงความเก่งกาจของเ้าหน่อยเถิด!"มู่หรงเสวียนกล่าวอย่างเ็า