ตกกลางคืน ผิงหลางจำต้องทำตามสัจจะนางติดตามองค์ชายหกเข้าไปในหอโคมเขียวด้วยความจำใจ
“นายท่านแม่นางเผิงเจินรอท่านตั้งนาน เชิญทางนี้เ้าค่ะ” แม่เล้ารีบออกมาต้อนรับลูกค้าประจำ
“วันนี้เรามากับสหายบริการเขาให้ดีด้วยล่ะ” องค์ชายหกตรัสยิ้มๆ
“ได้สิเ้าคะ ข้าจะบริการเขาเป็อย่างดี”แม่เล้ารู้สึกถูกใจในความหล่อเหลาของผิงหลาง
“เอ่อ ไม่ให้ข้าเลือกเลยงั้นหรือ”ผิงหลางยิ้มเจื่อนๆ
“ข้าล้อเล่น! เด็กๆ มาอวดโฉมให้นายท่านเลือกหน่อยเร็วเข้า บริการเขาให้ดีด้วยล่ะเขาเป็สหายของลูกค้าประจำของพวกเรา” แม่เล้าเรียกสาวงามให้ออกมาต้อนรับแขกหน้าใหม่
“เ้าค่ะ” กลุ่มสาวงามรีบออกมาต้อนรับผิงหลางทันที
“ข้าไปหาเผิงเจินก่อนนะตามสบายเลยนะลู่ผาย” องค์ชายหกเสด็จไปที่ห้องประจำเพื่อไปหาขาประจำของพระองค์
“เดี๋ยวสิท่านตงฟาง” ผิงหลางใที่สหายสูงศักดิ์หนีนางไปหาสาวงามเสียแล้ว
“ตื่นเต้นอย่างนั้นหรือเ้าคะเป็ไงถูกใจใครหรือไม่” แม่เล้าสังเกตได้
“ข้าขอเลือกแม่นางชุดเหลืองก็แล้วกัน”ผิงหลางเลือกส่งๆ ไปอย่างนั้นเอง
“ท่านมีสายตาเฉียบคมมากนางเป็ดาวเด่นของที่นี่เลยนะ นางมีชื่อว่า เสิ่นหงเ้าค่ะ” แม่เล้าแนะนำ
“ไปกันเลยมั้ยเสิ่นหง” ผิงหลางไม่อยากเสียเวลา
“แหม ใจร้อนจังเลยนะเ้าคะเสิ่นหงบริการนายท่านให้ดีด้วยล่ะ” แม่เล้าหันไปสั่งหญิงชุดเหลือง
“เ้าค่ะ” เสิ่นหงเดินเข้าไปควงแขนของผิงหลางทันทีจนผิงหลางถึงกับสะดุ้ง
“เอ่อเ้าเดินนำไปที่ห้องพักเลยดีกว่านะ” ผิงหลางแกะแขนสาวงามออกเพื่อให้นางเดินนำทาง
******************************
ผิงหลางเดินตามเสิ่นหงไปที่ห้องพักระหว่างที่เดินไปนั้นนางก็สังเกตเห็นว่าองค์ชายหกทรงเสด็จเข้าไปในห้องพักที่อยู่ติดกับห้องของนางไม่เพียงเท่านั้นนางยังเห็นคนที่นางอยากเจอมากที่สุด นั่นก็คือ ท่านหยางสือแต่เขาเดินไปพร้อมกับองค์ชายสามและขุนนางอีกสองคนแล้วเข้าไปในห้องที่อยู่ด้านในสุด
“เอ่อ แม่นางเสิ่นหงห้องด้านในสุดเป็ห้องอะไรงั้นหรือ ข้าไม่เห็นว่าจะมีสาวงามเข้าไปบริการหนุ่มๆ เลย”ผิงหลางรีบถาม
“ท่านอย่าพูดเสียงดังไปห้องนั้นเป็ห้องประชุมขุนนาง เหล่าขุนนางห้ามไม่ให้พวกเราเข้าไปยุ่มย่ามแถวนั้นไม่เช่นนั้นอาจตายโดยไม่รู้ตัว” เสิ่นหงพูดแกมกระซิบ
“งั้นหรือ” ผิงหลางพูดในลำคอ
“รีบเข้าไปในห้องกันเถิดเ้าค่ะ”เสิ่นหงรีบควงแขนผิงหลางเพื่อให้นางรีบเข้าไป
พอเข้าไปในห้องสาวงามไม่รอช้านางรีบจู่โจมหมายจะช่วยถอดเสื้อผ้าให้แขกหน้าใหม่รูปงาม
“เ้าจะทำอะไรน่ะ” ผิงหลางใรีบถอยหลังหนี
“อ้าว รู้แล้วยังมาถามอีกเ้าค่ะข้าจะบริการท่าน ท่านไม่ต้องเหนื่อยเลยเ้าค่ะ” เสิ่นหงพร้อมบริการอย่างเต็มที่และเต็มใจ
“อย่าเข้าใกล้ข้า” ผิงหลางพูดแกมตวาด
“ท่านมาที่นี่เพื่อเสพสุขไม่ใช่หรือหรือว่าท่านกลัว” เสิ่นหงไม่เข้าใจ
“หยุดอยู่ตรงนั้นพวกเรามาตกลงกัน ข้าจะให้เ้าแสดงละคร ทำทีว่าพวกเรามีอะไรกันด้วยการส่งเสียงร้องครางอยู่ในห้องนี้เท่านั้น ข้าจะไปทำธุระข้างนอกข้ากลับมาเ้าค่อยหยุดร้อง แล้วข้าจะมอบอัฐให้เ้าหมดนี่เลย” ผิงหลางโชว์อัฐให้ดู มันเยอะพอสมควร
“ให้ข้าทำแค่นั้นจริงๆ งั้นหรือ”เสิ่นหงตาโตเมื่อเห็นอัฐเป็จำนวนมากแต่นางแปลกใจที่ชายผู้นี้ทำเพียงแค่ให้นางแกล้งแสดงละครเท่านั้น
“แสดงให้สมจริงด้วยล่ะถ้าถูกใจข้า ข้าอาจเพิ่มให้อีกก็ได้” ผิงหลางกล่าว
“ท่านทำเพื่อตบตาสหายของท่านที่อยู่ห้องข้างๆหรือเ้าคะ” เสิ่นหงเดาออก
“อย่าถามมาก จะเอาไม่เอาถ้าไม่เอา ข้าไปล่ะ” ผิงหลางกำลังจะเดินหนี
“ช้าก่อนเ้าค่ะ เอาสิเ้าคะแล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านจะไม่หลอกข้า” เสิ่นหงไม่เชื่อใจ
“อะนี่ ค่ามัดจำครึ่งหนึ่งข้ากลับมาเมื่อไหร่จะมอบส่วนที่เหลือให้” ผิงหลางแบ่งส่วนอัฐครึ่งหนึ่งให้กับสาวงาม
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ” เสิ่งหงไม่รอช้า รีบรับอัฐมาเก็บไว้ทันที
“แสดงให้เหมือนด้วยอย่าให้ใครจับได้เด็ดขาด” ผิงหลางกำชับ
“เ้าค่ะข้าจะแสดงให้เนียนที่สุดเลยเ้าค่ะ” เสิ่นหงรับคำ
หลังจากที่ผิงหลางมอบอัฐให้เสิ่นหงครึ่งหนึ่งสาวงามก็ร้องซะเหมือนมาก จนผิงหลางคิดในใจว่า “คนข้างห้องจะไม่ว่าข้าซาดิสต์อย่างนั้นหรือ”
ผิงหลางนั้นอยู่ชั้นที่สามนางเปิดประตูด้านหลังห้องออกไปก็พบว่ามันเป็ระเบียง นางค่อยๆเลาะไปตามระเบียงของแต่ละห้องไปเรื่อยๆ จนถึงห้องด้านในสุดนางหมายว่าจะเฝ้าดูเหตุการณ์ในห้องประชุมจากตรงระเบียง เมื่อเลาะมาถึงนางก็รีบเจาะผนังบานประตูหลังเพื่อแอบดูด้านในห้องประชุมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างจนพบว่า…
“ท่านชิงไห่ล่ะพะย่ะค่ะ” ท่านหยางสือสงสัย
“เขาตายแล้ว” องค์ชายสามตรัสสั้นๆ
“อะไรนะพะย่ะค่ะ เขาตายเพราะอะไรก่อนไปหาขุมทรัพย์ เขายังดีๆ อยู่เลย” ท่านหยางสือใ
“ไม่น่าเชื่อว่าในถ้ำจะมีกลไกด้วยน่ะสิเขาถูกหอกแทงตายอย่างน่าอนาถ” องค์ชายสามตรัสอย่างสลดพระทัย
“ไม่น่าเลยจริงๆ พะย่ะค่ะ”ท่านหยางสือรู้สึกเสียใจและเสียดาย
“พวกเรามาทานอาหารกันก่อนเถิด”องค์ชายสามตรัส
จากนั้นทุกคนในห้องก็เลยพากันรับประทานอาหารที่ตั้งไว้พร้อมอยู่แล้ว
ระหว่างที่ทานไป ท่านหยางสือก็เกริ่น “เอ่อกระหม่อม้าระดมสรรพกำลังทางการทหาร เพื่อกอบกู้บัลลังก์ครั้งนี้กระหม่อมพร้อมที่จะสนับสนุนให้พระองค์ได้ปกครองแคว้นฉินอย่างเต็มกำลังพะย่ะค่ะ”
“เราดีใจนะที่เ้ายกย่องสนับสนุนเราแบบนี้แต่ฝ่าาพระองค์นี้ก็ทรงปกครองแคว้นมาด้วยดีนี่ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย” องค์ชายสามตรัส
“ฝ่าาพระองค์นี้ทรงอยู่ภายใต้อำนาจของกษัตริย์แคว้นหลีทุกเดือนทางฉินจะต้องส่งเครื่องบรรณาการไปให้แคว้นหลีดังนั้นพระองค์ก็เลยมีรับสั่งให้ขุนนางเก็บภาษีจากปวงชนไปมากมายเพื่อการนี้ไม่เพียงเท่านั้นพระองค์ยังทรงงมงายเชื่อคำทำนายของฮองเฮาแทบทุกอย่างเลยพะย่ะค่ะพระองค์ทรงยอมทำทุกอย่างเพื่อแก้เคล็ดตามคำแนะนำของฮองเฮาแม้สิ่งนั้นจะต้องแลกด้วยชีวิตของชาวประชา พระองค์ก็ทรงยอมทำ” ท่านหยางสือรู้สึกเป็ห่วงชีวิตของปวงชน
“เ้าเองก็เชื่อคำทำนายของหมอดูเหมือนกันหมอดูอะไรนะ อ้อใช่หมอดูที่ชื่อเหวยเหนียงเลยนี่เ้าตามหาเราและจอมยุทธ์ชิงไห่จนเจอเพราะคำทำนายของนางแถมยังจะไปหาบัณฑิตมู่เหรินฟุที่ถ้ำแห่งนั้นตามคำทำนายนั่นอีก” องค์ชายสามตรัส
“กระหม่อมยอมรับว่ากระหม่อมเองก็งมงายเพราะไม่มีทางเลือกแต่ในที่สุดกระหม่อมก็ไม่เจอตัวท่านมู่เหรินฟุที่ถ้ำแห่งนั้นเลยนั่นแสดงให้เห็นว่าหมอดูก็คือหมอเดาพะย่ะค่ะ” ท่านหยางสือพิสูจน์แล้วว่าเหวยเหนียงทำนายไม่แม่นยำ
“เ้าผิดแล้วท่านมู่เหรินฟุอยู่ที่ถ้ำแห่งนั้นนั่นแหละ” องค์ชายสามทรงยอมรับในตัวหมอดูเหวยเหนียง
“หมายความว่ายังไงพะย่ะค่ะ จะเป็ไปได้อย่างไรกันในบรรดาผู้เข้าแข่งขันไม่เห็นว่าจะมีท่านมู่เหรินฟุเลยสักนิด” ท่านหยางสือแปลกใจ
“ก็เขากลายเป็ศพไปแล้วต่างหาก”องค์ชายสามตรัสเสียงเย็น
“อะไรนะ! นี่เขาตายไปแล้วงั้นหรือพะย่ะค่ะ”ท่านหยางสือใ
“ใช่! เขาตายก็เพราะเขาตั้งตนเป็ศัตรูต่อเสด็จพี่รองเหมือนกันกับเ้าอย่างไรล่ะเขาถึงมีจุดจบแบบนั้น” องค์ชายสามตรัสด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม
“อย่าบอกนะพะย่ะค่ะว่าพระองค์เป็ผู้บงการสังหารท่านมู่เหรินฟุ”ท่านหยางสือเริ่มเข้าใจเหตุการณ์
“ถูกแล้วท่านหยางสือ” องค์ชายสามทรงยอมรับ
“นี่พระองค์ทรงร่วมมือกับองค์ชายรองล้มอำนาจฝ่าาพระองค์ก่อนและยอมสวามิภักดิ์ต่อท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีงั้นหรือพะย่ะค่ะ” ท่านหยางสือไม่อยากจะเชื่อ
“ใช่แล้ว” องค์ชายสามทรงยอมรับเช่นเคย
“ท่านอ๋อง ทะทำไมท่านถึงอยู่ที่นี่” ท่านหยางสือมองเห็นผู้มาใหม่
“เราจะพาหยางสือไปสอบเค้นหาผู้ร่วมอุดมการณ์เองขอบใจมาก ฟางหยาง” ท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีตรัสกับองค์ชายสามหรือฟางหยาง
“อย่าลืมทองคำที่จะมอบให้กระหม่อมนะพะย่ะค่ะ”องค์ชายสามตรัสย้ำเตือน
“เราไม่ลืมอยู่แล้วเ้ากลับไปเถิด ที่นี่เราจัดการเอง เดี๋ยวมีใครสงสัย” ท่านอ๋องตรัส
“กระหม่อมทูลลาพะย่ะค่ะ” องค์ชายสามและขุนนางทั้งสองทำท่าคารวะแล้วรีบออกไปจากห้องประชุม
ท่านหยางสือกำลังจะลุกและรีบวิ่งหนีแต่ทว่าเขาเพิ่งรู้ตัวว่าถูกวางยาสลบ ผ่านไปไม่นานเขาก็ล้มไปกองกับพื้น
“ทหาร! พาตัวมันกลับแคว้นหลีต้องมีคนร่วมมือกับมันอีกแน่” ท่านอ๋องตรัสสั่ง
“พะย่ะค่ะ” ทหารรับคำ
ผิงหลางอยากจะไปช่วยท่านหยางสือแต่นางรู้ตัวดีว่านางมีฝีมือด้อยกว่าท่านอ๋องมากถึงสู้ไปนางก็เป็ฝ่ายพ่ายแพ้อยู่ดีไม่เพียงเท่านั้นนางอาจต้องถูกจับตัวไปเป็พระชายาของพระองค์อีกด้วยนางจึงเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ เพื่อตั้งหลักวางแผนดีๆ เสียก่อน แต่ทว่าอยู่ดีๆ ท่านอ๋องก็เสด็จมาที่ประตูด้านหลังห้องหมายจะเปิดประตู
ผิงหลางใจเต้นแรงนางพยายามกลั้นหายใจสุดฤทธิ์และคิดในใจว่า “หวังว่าข้าจะโชคดีนะ”
“ทูลท่านอ๋องรถม้าพร้อมแล้วพะย่ะค่ะ” ที่ปรึกษาเข้ามารายงาน
“น่าเสียดาย! ข้าไม่อาจทำนายหาตัวผิงหลางได้เลย นางไปอยู่ที่ไหนกันนะ” ท่านอ๋องตรัส
“ในเมื่อนางเป็เนื้อคู่ของพระองค์ยังไงพระองค์ก็ทรงต้องเจอตัวนางอีกเป็แน่พะย่ะค่ะ” ที่ปรึกษากล่าว
“เราก็หวังเช่นนั้น ไปกันเถอะ”ท่านอ๋องทรงยอมละจากประตูหลังห้องแล้วเสด็จออกไปจากห้องประชุมทันที
พอท่านอ๋องเสด็จออกจากห้องประชุมในหอนางโลมไปแล้วผิงหลางถึงสามารถหายใจได้ทั่วท้อง นางคิดในใจว่า “แย่แล้วท่านหยางสือโดนจับตัวไป ข้าจะทำอย่างไรดี”
ตอนนี้ผิงหลางค่อยๆปีนระเบียงเพื่อกลับไปที่ห้องของตน พอถึงที่หมาย นางกำลังจะเปิดประตูแต่ทว่านางกลับได้ยินเสียงขององค์ชายหกกับแม่นางเผิงเจินกำลังคุยกัน ผิงหลางคิดในใจว่า “อ้าวกรรม!ข้าจะเข้าผิดห้องหรือนี่ ดีนะที่ชะงักทัน” ผิงหลางกำลังจะปีนกลับไปที่ห้องของตัวเองแต่นางได้ยินทั้งสองกำลังกล่าวถึงตน นางก็เลยหยุดแอบฟัง
“หม่อมฉันนวดให้นะเพคะ” เผิงเจินกำลังจะนวดไหล่ให้พระองค์
“ก็ดีเหมือนกันวันนี้เราเมื่อยมากเลย เราต้องสำรวจถ้ำเพื่อค้นหาทองเสียทั่ว” องค์ชายหกทรงบ่น
“แต่อย่าดีกว่าในเมื่อพระองค์ทรงไม่ได้ชอบหม่อมฉัน พระองค์ทรงออกตามหาคนรักเสียทั่วนี่เพคะ”เผิงเจินกล่าวอย่างน้อยใจ
“ใครบอกเ้ากันล่ะผิงหลางไม่ใช่คนรักของเราเสียหน่อย ที่เราอยากตามหานางก็เพราะเราคิดว่านางต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลอบสังหารองค์รัชทายาทต่างหากนางติดตามเสด็จพี่ของเราไปที่เมืองสุ่ยหวินด้วยเราไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างเราเพียงรู้ข่าวว่าองค์รัชทายาททรงถูกวางยาพิษซึ่งอาจเป็ฝีมือของหญิงชั่วคนนั้นเราแค้นนางมาก เรา้าชำระความกับนางเพื่อแก้แค้นให้เสด็จพี่ของเราก็เท่านั้นเอง”องค์ชายหกยอมตรัส
“เหตุใดถึงสงสัยนางล่ะเพคะ”เผิงเจินสงสัย
“นางเป็คนรักของท่านอ๋องแห่งแคว้นหลียังไงนางก็ต้องยอมทำทุกอย่างเพื่อชายในดวงใจอยู่แล้ว” องค์ชายหกทรงทราบข่าวที่ท่านอ๋องทรงหมายปองผิงหลาง
“ให้คนของหม่อมฉันฆ่านางเลยมั้ยเพคะ”เผิงเจินเสนอ
“ยังก่อนเราอยากสอบถามนางให้แน่ชัดเสียก่อนค่อยฆ่าก็ยังไม่สาย” องค์ชายหกตรัส
“งั้นหม่อมฉันจะดีดพิณให้พระองค์ฟังนะเพคะ”เผิงเจินเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียดจึงหาวิธีผ่อนคลาย
“ดีเหมือนกันเราจะได้ผ่อนคลายด้วย” องค์ชายหกทรงอยากฟัง
โดยแท้จริงแล้วแม่นางเผิงเจินก็คือจอมยุทธ์บุปผาที่รับจ้างตามหาคนนางแฝงตัวเข้าไปทำงานในหอนางโลมและคอยส่งข่าวให้ผู้ว่าจ้างในสถานที่เริมรมย์แห่งนี้นั่นเอง
ผิงหลางที่ได้ยินความทั้งหมดนางรู้สึกผิดหวังที่ฝ่ายชายเข้าใจนางผิดและผิดหวังที่ฝ่ายชายไม่เคยมีใจให้กับนางการที่พระองค์ตรัสว่าจะตามหาคนรักก็ทรงทำเพียงเพื่อตบตาใครบางคนเท่านั้น
พอไปถึงที่ห้องผิงหลางจึงวางอัฐที่เหลือให้หญิงสาวที่แสดงได้ดีเกินคาด “เ้าหยุดร้องได้แล้วนี่คือค่าจ้างของเ้า ข้าขอตัวก่อน”
“อ้าวท่านจะไม่รอสหายของท่านก่อนงั้นหรือ” เสิ่นหงสงสัย
“บอกเขาว่า ข้ากลับแล้วก็แล้วกัน”ผิงหลางกล่าว
“ครั้งหน้าใช้บริการข้าอีกนะเ้าคะ”เสิ่นหงคิดว่ามันเป็งานสบาย
“อื้อ ข้าไปล่ะ” ผิงหลางพูดไปเช่นนั้นเองนางคิดว่านางคงไม่เหยียบเข้ามาในหอโคมเขียวอีกแล้ว
ผิงหลางกลับไปที่ที่พำนักขององค์ชายหกเพื่อไปเอาอาวุธและเก็บข้าวของเตรียมออกเดินทางไปที่แคว้นหลีนางหมายว่าจะไปช่วยชีวิตท่านหยางสือให้จงได้
นางออกมาจากที่พำนักขององค์ชายหกแล้วและกำลังจะขี่ม้า แต่ทว่า
“เ้าจะไปไหนน่ะ ลู่ผาย”
“องค์ชายหก!เอ่อ คือ กระหม่อม….”