"ข้าว่าสถานการณ์มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดไว้แล้วนะท่านาุโที่ 14 กลับไปตั้งหลักที่สำนักก่อนดีไหม ยังไงเราก็ได้ของวิเศษมาแล้ว ภาระกิจเราเสร็จสิ้นแล้ว"
"ข้าว่ามันคงมีเื้ัที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน มันมีอุปกรณ์ที่แม้แต่นักประดิษย์ระดับสูงสุดในสำนักเรา ยังทำขึ้นมาไม่ได้เลยนะท่าน"
นักฆ่าอสูรทั้ง 9 ต่างใสุดขีด เพราะาุโลำดับที่ 30 หายไปต่อหน้าต่อตา ต่อให้เป็ผู้นำของพวกมันตอนนี้ก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้เพียงแค่กระบวนท่าเดียว
าุโที่ 14 เกิดอาการลังเล เพราะเงินตั้ง 5 แสนกว่าเหรียญทองมันคืองบประมาณทั้งปีของสำนัก
นักฆ่าอสูรทั้งหมดเริ่มประเมินสถานการณ์ จู่ๆชายหนุ่มก็เริ่มพูดขึ้นมาก่อน
"จะเอายังไง ! ถ้าพวกเ้าไม่เข้ามา ข้าจะเข้าไปหาเ้าเองหละนะ"
ยังไม่ทันได้สุดเสียงของชายหนุ่ม ร่างของชางอวิ๋นหายไปจากตรงที่เขายืน ทิ้งหลุมขนาดั์ไว้ด้านหลังของเขา
"พระเ้า !! แรงะเิบัดสบอันใดกัน" พวกมันทั้ง 9 ระส่ำระส่าย เพียงแค่ทะยานเท่านั้นกลับทิ้งหลุมที่กว้างกว่า 30 เมตรขึ้นได้
"ทั้งหมด !!! ตั้งค่ายกลแรงดึงดูด เราจะทุ่มพลังปราณทั้งหมดในการโจมตีครั้งนี้" กลุ่มนักฆ่าอสูรมีชื่อเสียงในด้านการล่าอสูร เพราะฉะนั้นท่าที่เอาไว้จับอสูรหรือสังหารคือท่า แรงดึงดูด 10 เท่า โดยที่ใครอยู่ในรัศมีจะทำให้การเคลื่อนไหวช้าลง และควบคุมพลังปราณได้ยากลำบากถึง 10 เท่า
"บูมมมมมมมม" เสียงค่ายกละเิรัศมีเป็วงกว้างถึง ครึ่งลี้
ค่ายกลอันนี้ แท้จริงแล้วต้องใช้ผู้ยอดยุทธ 10 คน ถึงจะสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อขาดาุโที่ 30 ไป ถึงพลังจะลดน้อยลงไปบ้าง "แต่ไม่เป็ไร แค่นี้ก็หยุดการเคลื่อนไหวมันได้ล่ะ !!"
แม่นางจากทวีปแดนเหนือยังอยู่ในรัศมี เธอก็โดนแรงดึงดูดกดทับเอาไว้ด้วย แต่เธอก็ยังเป็ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง (ออร่าสีฟ้า) จึงสามารถโคจรพลังป้องกันเอาไว้ได้ระดับหนึ่ง
"อึกก"!! เสียงกระอักเืที่มุมปากของนาง
"พวกมันคงรับรู้ได้ถึงอันตรายขีดสุด ไอ้ลูกเต่า !! ถึงรีบใช้วิชาไม้ตายก้นหีบั้แ่แรก"
ทันทีที่นางโคจรพลังป้องกัน คนทั้งหมดในที่นี้ก็รับรู้ถึงตัวตนของนางทันที ! แต่ชางอวิ๋นหาได้สนใจไม่ เป็เพราะเขารับรู้ได้ั้แ่นางออกจากโรงประมูลแล้ว
เมื่อพลังแรงดึงดูดแสดงผลสำเร็จเสร็จสมบูรณ์ ชางอวิ๋นได้หยุดการเคลื่อนไหว ลองขยับแขนและนิ้วมือดู 'เหอะ !! ร้อยเท่าข้ายังเคลื่อนไหวมาแล้ว อิแค่สิบเท่าคิดจะหยุดข้าได้อย่างนั้นรึ'
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เ้าคงพยายามที่จะเคลื่อนไหวอยู่สินะ ไอ้เด็กเหลือขอ วันนี้คงเป็วันตายของเ้า เตรียมหลุมฝั่งศพไว้ได้เลย . . . . . . ข้ามีทางเลือกให้เ้าอยู่ 2 ทาง"
"ทางแรก ถ้าเ้าอยากตายอย่างสงบ จงส่งเงิน 'ของข้า' และอุปกรณ์วิเศษที่เ้ามีอยู่ ส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้ แล้วข้าจะสงเคราะห์ให้เ้าได้ตายแบบไม่รู้สึกตัว"
"หรือถ้าเ้าอยากตายแบบทรมาน ข้าจะได้จัดให้เ้าได้สมใจอยาก"
!@#$%^& เงินของเ้า "เหอะ ! ไอ้โจรชั่วช้า นี่มันเงินของข้า ยังมีหน้ามาบอกว่าเป็เงินของพวกเ้าอีกเรอะ ถ้าอย่างงั้นเ้าไปเจรจาต่อรองกับมารดาของเ้าในนรกเถอะ ไอ้หน้าด้านไร้ยางอาย !"
ทันทีที่สุดเสียงของชางอวิ๋น นักฆ่าอสูรทั้ง 9 ทะยานอย่างรวดเร็วด้วยความโมโหสุดขีด มันไม่ใช่สถานการณ์ที่เด็กยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมจะมาดูถูกพวกเขาได้ ถึงแม้ความเร็วจะลดลงไปกับการใช้สร้างพลังของค่ายกล แต่ก็เพียงพอที่จะฆ่าจอมยุทธระดับ 4 ระดับ 5 ได้อย่างสบายๆ ถ้ายังอยู่ในเขตค่ายกลของพวกเขา
"ฟุบบ" !! ชางอวิ๋นเพียงขยับมือขึ้นอย่างช้าๆ ก็มีคลื่นพลังผ่านร่างของนักฆ่าอสูรทั้ง 5
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก" เสียงร้องะโโหยหวนก็ดังขึ้นอย่างน่าสยดสยอง ลากยาวไม่มีท่าทีว่าเสียงจะหยุดลง ดิ้นลงไปนอนอย่างคนไร้ค่า
ชางอวิ๋นเพียงแค่ส่งพลังปราณไป แขนทั้ง 5 คน ก็กระเด็นออกจากร่างทันที
"หนี !! อย่าไปยุ่งกับมัน . . . . มันเกินระดับของมนุษย์แล้ว" เมื่อผู้นำะโบอกอย่างสุดเสียง ด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ค่ายกลที่พวกเขาสร้างมาก็สลายในทันที
'มันคือปีศาจชัดๆ นี่มันอยู่ในระดับตำนาน(พลังปราณระดับ 8)อย่างนั่นรึ ป-ป-เป็ไปไม่ได้" !!
'ข้าไม่สามารถตรวจจับถึงระดับของมันได้เลย ข้าต้องรีบไปบอกท่าน 'จิวหลง' แล้ว' าุโที่ 14 คิดว่ายังไงเขาต้องหนีไปบอกผู้บัญชาการของเขาให้ได้ ไม่เช่นนั้นภายภาคหน้ากลุ่มของพวกมันอาจแตกสลายยับเยินก็เป็ได้
ทั้ง 4 คนที่เหลือ พุ่งหนีไปทิศทางเดียวกัน หันหน้าไปทางแดนประจิมในทวีปแดนเหนือ
ความเร็วที่พวกมันใช้ รวดเร็วดังฟ้าผ่า ปล่อยให้นักฆ่าทั้ง 5 นอนดิ้นอย่างเ็ป
"พลัง...ั...พิโรธธธธธธ" ชางอวิ๋นไม่รอช้าโคจรพลังัพิโรธ (วิชาระดับ3) ลำแสงเปลี่ยนจากสีฟ้าเป็ประกายสีทองพร้อมกับสายฟ้ามากมายล้อมรอบอยู่ พุ่งออกไปเป็ลำแสงขนาดใหญ่โตมโหฬาร
"ตูมมมมมมมมมม" เสียงะเิดังสนั่นเมื่อพลังไปกระทบกับูเาที่ใหญ่ที่สุดในเมืองตระกูลชาง
ูเาทั้งลูกหายไปไม่เหลือแม้แต่ซาก โดยทิ้งล่องหลุมขนาดั์เป็แนวทางของมัน ร่างทั้ง 4 แหลกสลายไปในกลางอากาศชั่วพริบตาเดียว
"ฟู่" ชางอวิ๋นปาดเหงื่อทำท่าทางเหมือนจะเหนื่อยแต่ทว่า พลังปราณของเขาไม่ลดลงเลยแม้สักนิด
เมื่อชางอวิ๋นเริ่มโคจรพลัง แม่นางจากทวีปแดนเหนือก็ตรวจจับพลังของเขาได้ทันที 'พลังปราณของเขาอยู่ในห้วงมิติพิภพ ขั้นที่ 1 เอง (ระดับ 4 ออร่าสีเหลือง) ซึ่งห่างกับนางราวฟ้ากับเหว ลูกแมวกับหมาป่า วัวกับสิงโต
'เหตุใดทำไมมันถึงทรงพลังได้ขนาดนี้ อาจเทียบเท่ากับผู้พิทักษ์เริ่มต้นได้เลย'
กลุ่มผู้พิทักษ์เริ่มต้นมีหน้าที่ปกป้องดินแดนเผ่ามนุษย์ จากการรุกรานของเผ่ามารและอสูร ซึ่งแต่ละกลุ่มก็จะมีหน้าที่ออกไปอีกเป็ร้อยเป็พันภาระกิจ แล้วแต่สถานการณ์ที่ดินแดนมนุษย์จะเจอ
"พวกเ้าทั้ง 5 คนจะให้ข้าทำยังไงดี"
นักฆ่าทั้ง 5 เห็นสภาพการตายอย่างอนาจของผู้นำแล้ว ก็หวังแต่ว่า ชีวิตของตัวเองจะต้องรอดต่อให้พิกลพิการอย่างนี้ก็ไม่เป็ไร
"โปรดไว้ชีวิตพวกข้าด้วย ข้ามีโอสถ เงินทอง ของอีกมากมายพร้อมกับรองเท้าปราณนภาของท่าน ข้ามอบให้ท่านทั้งหมดเลย เพียงแค่ไว้ชีวิตพวกเรา เราจะไม่ลืมบุญคุณอันใหญ่หลวงนี้ไปชั่วชีวิต"
"ข้าไม่้า ของสกปรกของพวกเ้าหรอก ไหนใครมันบอกว่าวันนี้คือวันตายของข้า จะทรมานข้า ห๊ะ" !!
กลุ่มนักฆ่าอสูรทั้ง 5 ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว แล้วาุโที่ 20 ก็เอ่ยขึ้น "ข-ข้ามีของระดับตำนาน ข้าขอมอบให้กับท่านด้วยการแลกกับชีวิตของข้าได้หรือไม่"
สิ่งที่มันหยิบออกมาคือ หินรักษาดวงจิต ซึ่งชางอวิ๋นก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร แต่ถ้ามีอะไรที่เกี่ยวข้องกับดวงจิต เขาก็ขวนขวายที่จะตามหามาช่วย "ซูเหม่ย"
"ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง ขอข้าดูมันหน่อยสิ" !
เมื่อาุโที่ 20 หยิบหินขึ้นมา ออร่าแสงสีแดงที่ห่อหุ้มก็กระจายออกมาทั่วบริเวณนี้ ชางอวิ๋นจึงรีบเข้าไปตรวจสอบพบว่ามันคือหินระดับตำนานอย่างที่พวกมันกล่าวไว้จริงๆ 'มูลค่าของมันคงสูงมาก แต่ถึงยังไง ข้าก็คงปล่อยพวกเ้าไปไม่ได้หรอก ข้าไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายในภายภาคหน้า'
เมื่อชางอวิ๋นได้ของทั้งหมด พวกมันทั้ง 5 ก็ทะยานพุ่งหนีทันที แต่หารู้ไม่ว่าชางอวิ๋นนั้นะเิออร่า ออกมาอย่างรุนแรงปลดปล่อยหมัดจ้าวพิภพ 50 เท่าทันที เพื่อเปิดเผยพลังที่แท้จริงๆ
จิตสังหารของชายหนุ่มสูงขึ้นทวีคูณ ทำให้พื้นที่บริเวณนี้ทั้งหมดอึดอัดและไม่สามารถขยับเขยื่อนได้เลยแม้แต่น้อย
เขาไม่พูดอะไรมาก เพียงแค่อัดคลื่นพลังลมปราณ ทำให้เกิดคลื่นลมที่รุนแรงขึ้นไม่มีใครได้ทันเห็น ร่างกายทั้งหมดทั้ง 5 คน ก็เกิดะเิอย่างรุนแรงหายไปไม่เหลือแม้แต่กระดูกเลยซักชิ้น
เมื่อเหตุการณ์ทั้งหมดจบลง ชางอวิ๋นก็เอ่ยขึ้น
"ออกมาได้แล้ว !! เ้ามีเหตุอันใดถึงตามข้ามา"
นางมีท่าทีที่กลัวอย่างมาก ความบ้ากระหายเืแบบนี้นางไม่เคยเจอมาก่อน แต่ด้วยคำสั่งที่ฟาดเข้ามาตรงกลางใจ เธอจึงลุกขึ้นอย่างช้าๆแล้วเดินออกมาจากหลังต้นไม้
"ข-ข-ข้าตามกลุ่มนักฆ่าอสูร แต่พอมาถึงกลับเห็นพวกมันล้อมท่านเอาไว้แล้ว ข้าไม่ได้คิดจะตามท่านแต่อย่างใด"
"แล้วเ้ามีธุระอะไรกับมันพวกนี้" ชางอวิ๋นเริ่มมองไปที่ร่างกายของนาง ให้ความรู้สึกถึงดอกไม้ที่สวยสดงดงามแต่แฝงไปด้วยหนามที่แหลมคม
"ข้าแค่อยากได้รองเท้าปราณนภาของเ้า แต่ไอ้กลุ่มนักฆ่าอสูรประมูลได้มันไป ข-ข-ข้าก็แค่อยากจะแบ่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญในกลุ่มของข้าหาวิธีการผลิต เท่านั้นเอง"
นางมีอาการสั่น กล้าๆกลัวๆ ทั้งที่นางเป็คนที่มีพลังเหนือกว่า 'หลินเฟย' เ้าวังของตระกูลหลินซะอีก แต่กลับต้องมานอบน้อมให้กับเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า
"เ้ามีนามว่าอะไร . . ."
"ข้ามีนามว่า 'เสี่ยวอิง' อยู่ในทวีปแดนเหนือ ถ้าท่านไม่ว่าอะไร ข้าขอตัวกลับไปก่อนนะ" เสี่ยวอิงถือโอกาสในการหนีจากปีศาจตนนี้ เพราะตอนนี้นางแทบจะไม่มีแรงที่จะยืนอยู่ตรงนี้อีกต่อไปแล้ว
"เดี๋ยว !! ข้ายังคุยกับเ้าไม่จบ"
!@#$%^ "เสี่ยวอิงได้ยินเสียงะโของชางอวิ๋นทำให้นางฉี่เล็ดออกมาทันที