ตอนดึกของวันนั้นเอง
ตื๊ดดดด!! ตื๊ดดดด!! เสียงโทรศัพท์ดังอยู่ไม่นานคนที่อยู่ปลายสายก็กดรับพร้อมกับกรอกเสียงตามสายมาให้ได้ยิน
‘ฮัลโหลว่าไงตะวัน’
“ฮัลโหลศรรัก คือว่า เื่เมื่อตอนบ่ายฉันขอโทษนะ” ตะวันรีบเอ่ยขอโทษเพื่อนอย่างรู้สึกผิด ซึ่งน้ำเสียงที่อยู่ปลายสายก็ได้โกรธสักนิดเดียว
'ไม่เป็ไรหรอก ฉันก็แค่ใเท่านั้น ว่าแต่ตะวันเถอะเป็อะไรรึเปล่า ฉันขอโทษแทนอาทิตย์ด้วยนะ’
“อื้อ!! ฉันไม่เป็ไรหรอกไม่ต้องเป็ห่วง”
‘ถ้าอย่างงั้นก็ดีแล้ว ว่าแต่ตะวันมีเื่กลุ้มใจอะไรรึเปล่า บอกฉันได้นะ”
“เอ๊ะ!! เปล่านี่ไม่มีอะไร”
...ถ้าเื่ของอาทิตย์ล่ะก็ ฉันเอาใจช่วยเต็มที่เลย...
“เกี่ยวอะไรกับหมอนั้นด้วยล่ะ”
‘ก็ตะวันชอบอาทิตย์อยู่ไม่ใช่หรอ’
ตะวันเงียบไปพักหนึ่ง “แต่หมอนั้นชอบนาย” ตะวันบอกเสียงอ่อน ศรรักจึงรีบปฏิเสธ
“มันไม่ใช่แบบนั้นที่ตะวันคิดหรอกนะ ฉันไม่รู้จะอธิบายยังไงดี แต่ฉันกับอาทิตย์เราเป็เหมือนครอบครัวเดียวกันมากกว่า และอีกอย่างฉันเองก็มีคนที่รักมากแล้วด้วย” คำพูดในตอนท้ายตะวันรู้สึกได้เลยว่าคนพูดกำลังเขินอยู่
“เื่ของฉันช่างมันเถอะ ถึงยังไงก็เป็ไปไม่ได้อยู่ดี”
“ทำไมจะเป็ไปไม่ได้ล่ะ ก็ทั้งสองคนใจตรงกันไม่ใช่หรอ”
“ใจตรงกัน หึ!! นายเข้าใจผิดแล้วล่ะ มันก็แค่รักข้างเดียวเท่านั้นแหละ”
“ตะวัน!!”
“แค่นี้ก่อนนะศรรัก ขอบใจนายมากนะ เอาไว้เจอกันที่มหาลัย” ว่าแล้วตะวันก็กดวางสายไปก่อนที่ศรรักจะทันได้พูดอะไร
“ฉันไม่ได้เข้าใจผิดไปหรอก อาทิตย์น่ะชอบนายจริงๆ นายอาจจะไม่รู้...”
ศรรักยืนนิ่งหวนนึกถึงเื่เมื่อวันก่อน ตอนที่ตะวันไม่สบาย และเขาได้เห็นเข้าโดยบังเอิญ อาทิตย์ที่นั่งเฝ้าตะวันอยู่คนเดียว เอื้อมมือไปจับแก้มที่แดงเพราะพิษไข้ ไม่พอแค่นั้น เ้าตัวยังก้มหน้าลงไปจูบที่หน้าผากของตะวันอีกด้วย
ตอนที่เห็นเขาได้แต่ยืนนิ่งใ ไม่คิดว่าอาทิตย์จะทำอะไรที่อ่อนโยนแบบนั้น แถมสายตาที่มองตะวันในเวลานั้นก็ไม่ใช่สายตาที่มองแบบเพื่อน และไม่ใช่สายตาที่มองครอบครัวแบบเขาด้วย
ทว่าเขาก็ไม่แน่ใจในสิ่งที่คิดอยู่ดี ฉะนั้นเื่นี้จะต้องไปถามกับเ้าตัวซะแล้ว!!.....
...........................................................................................................................................................................................