"ลูกผู้ชาย"
โลลิต้าทวนคำพูดของธามไท มันช่างน่าขำที่เขายังกล้าเรียกตัวเองว่าลูกผู้ชายอยู่อีกเมื่อเทียบกับความเ็ปทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่ง
"ฉันคงต้องขอบคุณในความเป็ลูกผู้ชายของคุณสินะคะ" โลลิต้ายิ้มเยาะ.
"ขอบคุณอีกทีค่ะ" เธอประชดเขา.
"คุยอะไรกันอยู่หรอครับ"
เสียงของชยางกูรดังขึ้น เขาเดินเข้ามาในร้านพอดีและบังเอิญได้เห็นโลลิต้ากำลังยืนคุยอยู่กับธามไททั้งที่ก่อนหน้านี้หญิงสาวยังดูเกร็งๆ อยู่ แสดงว่าต่อไปทั้งคู่คงจะร่วมงานกันได้โดยไม่ต้องอึดอัดแล้วสินะ
"เปล่าค่ะ" โลลิต้ารีบปฎิเสธพร้อมกับหยิบกระเป๋าสะพายของเธอขึ้นมา.
"ยังพอมีเวลาอยู่ ลี่ขอตัวไปหายัยสิที่ร้านก่อนนะคะ" ลิลลี่บอกกับชยางกูรเพราะไม่สามารถทนเห็นหน้าคนเลวได้แม้แต่วินาทีเดียวอีกแล้ว.
"วันนี้พี่กินเวลาพักเที่ยงของเธอมาเยอะเลย งั้นวันนี้พี่อนุมัติให้เธอเลิกก่อนเวลาก็แล้วกัน" ชยางกูรบอกหญิงสาวเพราะหลายวันมานี้เขาเองก็ใช้งานโลลิต้าหนักไปเช่นกัน
"ขอบคุณค่ะ" เธอขอบคุณชยางกูร
"ผมเองก็ต้องขอตัวเหมือนกัน พอดีมีธุระต่อ"
"ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะครับ"
ธามไทเอ่ยขึ้นหลังจากโลลิต้าเดินออกจากร้านไปแล้วและมื้อนี้ชยางกูรเป็คนออกเงินเลี้ยงทุกคนเอง จากนั้นชายหนุ่มก็เดินมาที่รถ แต่สายตาคมกลับเหลือบไปเห็นโลลิต้ากำลังยืนโบกรถแท็กซี่อยู่เพราะตอนมาที่นี่เธอมารถคันเดียวกับชยางกูร
"ตามแท็กซี่คันนั้นไป"
จู่ๆ ธามไทก็เปลี่ยนใจแล้วออกคำสั่งกับผู้ช่วยหนุ่มเมื่อโลลิต้าขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้ว.
"แต่เ้านายต้องรับคุณปริมาไปเลือกชุดออกงานและดินเนอร์คืนนี้นะครับ" กิตติเตือนเ้านายหนุ่มเพราะมันใกล้ถึงเวลาที่คุณหญิงกัลยาใส่ตารางมาให้แล้ว นี่คือหน้าที่ของธามไทที่ต้องดูแลคู่หมั้นของเขา
"เดี๋ยวฉันค่อยส่งข้อความบอกน้องปริมเอง"
ธามไทบอกคนขับรถหนุ่มแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความส่งหาปริมา กิตติจึงจำใจต้องขับตามรถแท็กซี่ตามที่เ้านายหนุ่มสั่งและอดที่จะเห็นใจปริมาคู่หมั้นสาวผู้ไม่เคยได้รับความใส่ใจจากธามไทไม่ได้.
.
.
.
.
@โรงเรียนสอนบัลเล่ต์
"อ้าว น้องปริมยังไม่กลับอีกหรอจ้ะ"
เพื่อนครูสอนบัลเล่ย์ด้วยกันถามปริมาเมื่อเห็นว่าหล่อนยังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานทั้งๆ ที่ถึงเวลาเลิกงานแล้ว ปริมาเป็ลูกสาวเ้าของโรงเรียนสอนเต้นบัลเล่ย์ชื่อดัง ด้วยความที่หล่อนชอบกิจกรรมทางด้านนี้ ท่าน สส. นักการเมืองชื่อดังพ่อของหล่อนจึงลงทุนเปิดโรงเรียนนี้เพื่อเอาใจลูกสาวสุดที่รักเพียงคนเดียว.
"อ๋อ พอดีปริมมีนัดกับพี่ธามน่ะค่ะพี่แพร ป่านนี้คงกำลังมา" ปริมาบอกกับครูแพรพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อนึกถึงคู้หมั้นของตน.
"อ๋อ งั้นตามสบายนะคะ" ครูแพรพยักหน้าเข้าใจ.
"น้องแพรนี่โชคดีจริงๆ เลยนะคะ"
"นอกจากจะสวย รวยและเก่งแล้ว ยังมีคู่หมั้นที่หล่อมากและเอาใจใส่ขนาดนี้อีก"
"น้องปริมกับคุณธามเป็คู่ที่เหมาะสมกันมากที่สุดเท่าที่พี่เคยเห็นมาแล้วล่ะค่ะ" ครูแพรกล่าวขึ้นด้วยความชื่นชม ใครบ้างที่จะไม่รู้จักธามไท.
แต่หลังจากครูแพรออกไปได้ไม่นาน ข้อความของธามไทก็ถูกส่งเข้ามา ปริมาจึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดู จากสีหน้าที่เคยสดใส มีความสุขจึงดูเศร้าหมองลงทันทีที่ได้อ่านข้อความจากเขา.
'พี่มีธุระด่วน วันนี้คงไปไม่ได้แล้ว ขอโทษด้วยนะ'
.
.
.
.
@Sima Cafe'
"ว่าไงนะ! วันนี้แกเจอไอ้พี่ธามไทหรอ?? " ศศิมาเอ่ยถามเพื่อนสาวอีกครั้งด้วยความใ.
"จะเสียงดังไปทำไมกันล่ะ" โลลิต้าดุเพื่อนสาวที่ใเว่อร์จนลูกค้าในร้านพลอยใตามไปด้วย.
"ไม่ใช่แค่เจอนะ แต่ฉันยังต้องร่วมงานกับเขาจนจบโปรเจคด้วย" โลลิต้าเริ่มเล่าให้ศศิมาฟังรวมทั้งเื่ที่ธามไทคือหนึ่งในหุ้นส่วนบริษัทที่เธอทำงานอยู่ด้วยและหญิงสาวก็เพิ่งจะทราบเื่นี้.
.
.
ด้านธามไท....
"เ้านายจะเข้าไปรึเปล่าครับ"
กิตติถามเ้านายหนุ่มที่นั่งมองป้ายร้านที่โลลิต้าเพิ่งจะเดินเข้าไป แต่ผู้ช่วยหนุ่มก็รู้สึกคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้อยู่ไม่น้อย เพียงแต่เขานึกไม่ออกเท่านั้นว่าเคยเห็นเธอที่ไหน.
"ไม่ล่ะ" ธามไทปฎิเสธ
"ออกรถได้"
.
.
.
"ทำไมแกถึงได้ซวยซ้ำซวยซ้อนแบบนี้วะ" ศศิมาบ่นขึ้นเมื่อได้ยินเื่ราวทั้งหมด
"ฉันว่าแกลาออกมาดีกว่า อย่าเอาตัวเองเข้าไปพัวพันกับผู้ชายเลวๆ พันนั้นอีกเลย" ศศิมาแนะนำเธอ.
"ฉันก็อยากจะทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่ฉันก็มีโปรเจคใหญ่ที่ต้องรับผิดชอบนะสิ"
"อีกอย่างถ้าจู่ๆ ฉันลาออกไปก็เท่ากับไม่ไว้หน้าพี่กูรด้วยคนที่ให้โอกาสฉันทำงาน เห็นทีฉันคงต้องทนทำงานที่นั่นจนกว่่าโปรเจคใหญ่นี้จะจบแล้วล่ะ" โลลิต้าบอกเพื่อนสาวอย่างปลงๆ
"อย่างน้อยแกก็มีพี่กูรคอยปกป้องอยู่ ไอ้เลวนั่นคงไม่กล้าทำอะไรแกหรอก" ศศิมาปลอบเพื่อนสาว
"แต่แกนั่นแหละ อย่าเป็โรคซึมเศร้าตายซะก่อนนะเว้ย" ศศิมาเริ่มหนักใจตามโลลิต้า.
"แกไหวมั้ย" หล่อนเอามือแตะไหล่เพื่อนรักด้วยความเป็ห่วง
"หนักกว่านี้ฉันยังเคยผ่านมาแล้วเลย" โลลิต้าส่งยิ้มให้ศศิมา แต่ทว่ามันก็ยังแฝงไปด้วยความเศร้าที่มิอาจปิดบังได้.
"ขอบใจแกมากนะที่อยู่ข้างๆ ฉันมาโดยตลอด"
.
.
.
@บ้านทิวากร.
"กลับมาแล้วหรอพ่อตัวดี" เสียงของคุณหญิงกัลยาดังขึ้นทันทีที่ลูกชายเพียงคนเดียวอย่างธามไทเดินเข้ามาในบ้าน
"นี่แม่ยังไม่นอนอีกหรอครับ"
ธามไทเดินเข้ามาหาผู้เป็แม่ที่นั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา แน่นอนชายหนุ่มรู้ว่าท่านกำลังเคืองเขาเื่อะไร.
"แม่จะนอนหลับลงได้ยังไงถ้าแกยังเป็แบบนี้อยู่"
"ทำไมวันนี้ถึงผิดนัดน้อง" ท่านตำหนิเขา.
"ก็นึกว่าเื่อะไร" ธามไทพูดยิ้มๆ
"แต่ผมก็ส่งข้อความไปบอกน้องปริมแล้วนี่ครับแม่" ธามไทอธิบายท่าน
"แล้วทำไมถึงไม่ไป แกยุ่งอะไรนักหนา? " คุณหญิงกัลยาคาดคั้นลูกชาย
"เอ่อ....ผมมีนัดคุยโปรเจคใหญ่กับลูกค้าน่ะครับ" ธามไทอ้างกับท่าน แต่วันนี้เขาก็ไปคุยงานมาจริงๆ
"งานอีกแล้ว แกนี่ชอบเอางานมาอ้าง"
"ทำไมแกไม่นึกถึงความรู้สึกของน้องบ้าง หนูปริมเขาเป็คู่หมั้นของแกนะตาธาม! " ท่านดุเขา
.................................
ฝากกดติดตามและกดถูกใจนิยายใหญ่เป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่า.
.