ผมว่าร้านผมพึ่งจะเปิดได้แค่สองถึงสามวันเองนะ...เื่ไม่เป็เื่ก็มาซะแล้ว...ผมคิดพลางถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองพี่สาวต่างมารดาในชาตินี้ของตนที่กำลังนั่งหน้ายิ้มแป้นอยู่ฝั่งตรงข้ามหน้ากากใบเก่งถูกถอดวางลงบนโต๊ะในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์เมลฟอร์ดเพราะภายในห้องที่พวกเราอยู่นั้นปิดมิดชิด ไม่มีใครอยู่นอกจากพวกเราสองพี่น้อง แถมเช้าตรู่แบบนี้ไม่น่าจะมีใครถ่อมาเสียด้วย
“ผมว่าผมอาจจะฟังอะไรผิด...ขออีกรอบได้ไหมครับ?”
"พี่อยากยืมร้านเราสักหนึ่งวันสำหรับเลี้ยงฉลองน่ะจ้ะน้องรัก~"คุณพี่สาวสุดที่รักตอบกลับมาด้วยสีหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวเช่นเดิมเสียงเคาะโต๊ะที่เกิดจากอารมณ์ที่พุ่งสูงของผมเป็สิ่งเดียวที่ยังคงดังอยู่หลังจากที่อีกฝ่ายพูดจบ
“สาเหตุล่ะครับ?”
“เลี้ยงฉลองจ้ะ”
“ขออะไรที่มันเป็รูปธรรมหน่อยเถอะครับพี่อเล็กซ่า...”
“ก็เลี้ยงฉลองไงจ๊ะนาธานเดี๋ยวนี้น้องเข้าใจอะไรยากขึ้นนะจ๊ะเนี่ย”
“แล้วมันเนื่องในงานอะไรล่ะครับ...”มืออีกข้างที่ไม่ได้เคาะโต๊ะอยู่ถูกยกขึ้นมานวดขมับอย่างจนใจบางครั้งผมเองก็รู้สึกว่าพี่สาวของผมนั้นกวนประสาทอยู่พอสมควรมาั้แ่เมื่อก่อนแล้ว...แถมมันยังเป็โดยธรรมชาติอีก...เฮ้อ...
“อ้อถามถึงเื่นั้นเองหรอเนี่ย...” พี่อเล็กซ่าทุบมือเหมือนพึ่งจะเข้าใจ...อ่า...ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนว่าความดันโลหิตในตัวผมจะพุ่งปรี๊ดเลยแฮะ...ขอผมสับกะโหลกพี่ซักทีได้ไหมครับ?
“ครับ...เื่นั้นแหละครับ...โปรดแถลงไขให้น้องชายคนนี้ฟังทีจะได้ไหมครับว่าจะเอาร้านผมไปจัดเลี้ยงฉลองอะไรน่ะครับ?”ผมเอ่ยพลางยืดตัวตรงแล้วซุกมือลงไปใต้โต๊ะไม่ให้พี่สาวของผมเห็นอาการกำหมัดอยากเขกกะโหลกเ้าตัวพลางปรับสีหน้าเป็ยิ้มแย้มกลบเกลื่อนอารมณ์หงุดหงิดของตัวผมเอง
“ถ้าเื่นั้นล่ะก็...นาธานน้องจำได้ไหมว่าปลายเดือนนี้จะมีวันสำคัญอะไรน่ะจ๊ะ?”คำถามของพี่อเล็กซ่าทำให้ผมแปลกใจเพราะเท่าที่ผมจำได้มันก็ไม่มีอะไรนี่นา..นั่นทำให้ผมส่ายหัวกลับไปแต่สิ่งที่ได้รับกลับมาจากพี่สาวบังเกิดเกล้ากลับเป็สีหน้าซังกระตาย แถมยังถอนหายใจใส่ผมอีก
“พี่จะถอนหายใจทำไมครับ”ผมกระพริบตาปริบๆขณะที่ถามกลับไป
“นี่นาธานน้องไม่รู้จริงๆหรอ...”คำถามที่ถูกยิงตามมายิ่งทำให้ผมงงหนักกว่าเก่า เพราะที่ผมจำได้ปลายเดือนนี้มันไม่มีงานเทศกาลอะไรเลยสักอย่างจะมีก็ตอนต้นเดือนที่ฉลองเข้าหน้าร้อนก็เท่านั้นเอง
“ถ้ารู้ผมคงไม่ถามหรอกครับพี่อเล็กซ่า”นึกออกใครมันจะถามล่ะครับ สรุปมันอะไรกันแน่ฟะคุณพี่สาว...
ปัง!
“วันเกิดไงเล่า!วันเกิดอ่ะ!” ดูเหมือนพี่อเล็กซ่าจะฟิวล์ขาดซะแล้วแฮะเล่นตบโต๊ะแล้วลุกมากระจากคอเสื้อผมเขย่าซะแล้ว...คนที่หงุดหงิดมันควรจะเป็ผมเซ่ไม่ใช่พี่ซะหน่อย! แต่ก็ทำได้แค่ประท้วงอยู่ในใจเท่านั้นแหละครับไม่งั้นโดนซัดตายแหง
“วะ-วัน-กะ-เกิด-คะ-ใคร-ละ-ล่ะ-คะ-ครับ”ผมถามกลับไปตะกุกตะกักจากการที่ถูกพี่สาวของตัวเองเขย่าเต็มแรงสรุปพี่จะฆ่าผมทางอ้อมสินะ?
“วันเกิดเซลี่ไงล่ะเ้าน้องบ้า!คู่หมั้นตัวเองกลับจำไม่ได้เนี่ยนะ! น้องยังเป็สุภาพบุรุษอยู่ไหม!”เอ่อ...อ่า...ยัยนั้นเกิดปลายเดือนนี้หรอฟะ?...เอ...นึกไม่ค่อยจะออกเลยแฮะ...แต่คุณพี่ครับ?ปล่อยคอผมทีเหอะ...เขย่าจนหัวผมจะหลุดแล้วเนี่ย!
ใช้เวลาอยู่นานพอสมควรกว่าที่พี่สาวๆผมจะละมืออกจากคอเสื้อของผมเขย่าซะผมเวียนหัวจนเกือบจะอ้วกอยู่รำไร การสนทนาของพวกเราจึงเริ่มขึ้นอีกครั้งแม้ว่าพี่อเล็กซ่าจะนั่งทำหน้าปลงตกเื่อะไรไม่รู้อยู่ก็ตามที
“สรุปยัยนั่นเกิดปลายเดือนนี้สินะครับจริงๆแค่วันเดียวผมให้ได้แหละครับ แต่วันไหนล่ะครับพี่อเล็กซ่า?” มือของผมถูกยกขึ้นมานวดต้นคอที่ปวดจากการถูกจับเขย่าเมื่อครู่ขณะที่ถามคนที่อยู่อีกฝั่งของโต๊ะหากได้กำหนดการที่แน่นอนมา แค่ประกาศบอกลูกค้าก่อนหน้านั้นมันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับเพราะยังไงมันก็เป็เื่ปกติอยู่แล้วหากร้านที่เปิดทำการทุกวันจะหยุดซักครั้งสองครั้งโดยที่แจ้งล่วงหน้าเอาไว้ก่อนแค่อย่าบ่อยก็เพียงพอแล้วแถมถือซะว่าเป็การประกาศบอกว่าที่ร้านของเรารับจัดเลี้ยงด้วย ถือซะว่าทางเราได้ประโยชน์ในการโฆษนาไปล่ะนะผมคิดในใจเช่นนั้นขณะหยิบสมุดออกมาเตรียมจดรายละเอียดงาน
“อีกห้าวันข้างหน้านี้จ้ะ”โอ้ แปดวันสินะครับ...เดี๋ยวนะ?...จันทร์หน้าไม่ใช่เรอะ!?!?!?
“เดี๋ยวนะครับพี่อเล็กซ่า...มันจันทร์หน้าไม่ใช่หรอครับ...”
“ก็ใช่น่ะสิจ๊ะมีปัญหาอะไรหรอ?” หล่อนเอียงคอทำหน้างง...ไม่ได้ดูน่ารักเลยครับพี่...
“มีแน่ๆครับ...พี่รู้ไหมว่าเวลาแค่นั้นมันหาของตกแต่งแทบไม่ได้เลยนะครับ...ต่อให้ได้มันก็ฉิวเฉียดแน่นอน...ไหนจะต้องยื่นใบสั่งสินค้าไปให้บริษัทต่างๆเพื่อหาของมาประดับร้าน...ไหนจะเื่การไปรับของ...ไหนจะเื่การตกแต่งร้านเพื่อให้ทันเวลา...ไหนจะเื่ของหวานรวมถึงเครื่องดื่มต่างๆที่ผมจะต้องเตรียมไว้สำหรับจำนวนคนที่จะมา...นี่พี่คิดจะฆ่าผมทางอ้อมหรือยังไงครับ?”ผมบ่นยาวเหยียดใส่พี่สาวผู้ทำหน้าเหลอหรางงในสิ่งที่ผมพูดอ่า...ปกติสำหรับลูกคุณหนูที่ปกติจะใช้ให้คนใช้เป็คนเตรียมให้จริงๆวุ๊ยพี่สาวผมเนี่ย...ถึงจะไม่น่าเชื่อก็เถอะ...นี่ผมควรจะติดป้ายเตือนเื่การแจ้งเตือนด้วยสินะว่าอย่างน้อยควรจะแจ้งก่อนเดือนนึงเนี่ย...
“เอ๋?”
“ไม่ต้องมาเอ๋เลยครับพี่อเล็กซ่า...อีกแค่ห้าวันผมเตรียมของตกแต่งร้านไม่ทันหรอกนะครับ...”
“ทำไงดีล่ะเนี่ย...” หล่อนกุมคางครุ่นคิด นี่พี่เล่นไม่คิดอะไรล่วงหน้ามาเลยใช่ไหมครับ?คิดอะไรปุ๊บปั๊บแล้วทำเลยมันก็ดีหรอกกนะครับ แต่เล่นทำแบบนี้กับงานที่ต้องเตรียมการก่อนนี่มันใช้ไม่ได้หรอกนะครับ...
“คนที่จะมาร่วมงานมีประมาณกี่คนล่ะครับพี่อเล็กซ่า?”ผมลองถามเผื่อจะเห็นทางออกของปัญหาที่พี่สาวสุดที่รัก(ประชด)ของผมกำลังคิดอยู่
“ห้าถึงหกคนน่ะนาธานทำไมหรอ?” เธอตอบกลับมาโดยที่ยังไม่เข้าใจว่าผมจะถามไปทำไม
“ถามดูก่อนน่ะครับจะได้รู้ว่าจะต้องตัดอะไรลงไปบ้าง ถ้าจำนวนแค่นั้นอาจจะไม่ต้องหาอะไรมาตกแต่งร้านมากก็ได้ล่ะนะครับ แล้วได้คิดธีมมารึยังล่ะครับ?”
“เอ๋?ธีมอะไรหรอ?” อ๊ะ...ดันเผลอถามเป็ภาษาในโลกเก่าไปซะได้...
“อ่า...โทษทีครับจะถามว่า อยากให้การตกแต่งร้านเป็แบบไหนน่ะครับ?”
“อ้อเื่นั้นอ่ะนะ...พี่ยังไม่ได้คิดเลยจ้ะ” สิ้นคำพูดของพี่สาวต่างมารดาผมก็รู้สึกอยากจะเขกกะโหลกคนตรงหน้าขึ้นมาอีกครั้งทันที...เย็นไว้ก่อน...ตอนนี้ต้องเย็นไว้ก่อน...
“ถ้าอย่างนั้น...สีที่แม่ทัพวัลคอร์ตชอบนี่สีอะไรครับ?”ผมถามต่อโดยพยายามรักษาสีหน้าเอาไว้ ก่อนที่เงยหน้าจากสมุดที่ตนกำลังจดแล้วพบกับสีหน้าตื่นตะลึงของคุณพี่สาวที่แทบจะอ้าปากค้างจนผมเผลอขมวดคิ้ว
“เป็อะไรของพี่น่ะครับ?อ้าปากกว้างจนแมลงวันจะบินเข้าไปได้แล้วนะครับนั่น” พี่อเล็กซ่าหุบปากลงทันทีหลังจากได้ยินสิ่งที่ผมพูดก่อนที่เ้าตัวจะเรียกผมด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ
“เอ่อ...นาธานจ๊ะ?”
“ครับ?มีอะไรล่ะครับพี่อเล็กซ่า?”
“น้องจำอะไรเกี่ยวกับเซลี่ได้มั่งจ๊ะ?”
“เอ่อ...”ด้วยความสัตย์จริง...นอกจากสีผม หน้าตา ชื่อพ่อชื่อแม่อีกฝ่ายรวมถึงตำแหน่งกับอยู่ฝ่ายไหน แล้วก็ความฉิบหายยามเจอกัน ผมก็จำอะไรไม่ได้แล้วล่ะครับใครมันอยากจะไปจำเื่ของคนที่ไม่ชอบขี้หน้าตัวเองกันล่ะครับ...ถึงหลังๆมานี้ผมจะรู้สึกว่าเ้าตัวน่ารักขึ้นมาก็เหอะ...แต่สิ่งที่เคยทำไว้เก่าก่อนใช่ว่าผมจะลืมไปง่ายๆนะเอ้อ
ผมตอบพี่สาวของตัวเองตามจริงโดยไม่ได้โกหกหรือเสริมเติมแต่งอะไรอย่างน้อยเขาก็ไม่อยากจะมานั่งแถอะไรกับเื่ไม่เป็เื่อย่างเื่ของยัยแม่ทัพหัวแดงนั่น...รวมถึง...
“น้องกับเซลี่เป็คู่หมั้นกันนะ...ไม่คิดจะจำอะไรเลยหรือจ๊ะ...”
เื่พยายามจับคู่ผมกับยัยนั่นเนี่ย...
“เราไม่คุยกันเื่นี้ได้ไหมครับพี่อเล็กซ่า...”
“นาธานจ๊ะ...แต่ว่า...”
“เฮ้อ...ผมไม่อยากจะคุยเกี่ยวกับเื่นี้จริงๆนะครับพี่อเล็กซ่าได้โปรดเถอะครับ พี่ก็รู้อยู่ไม่ใช่หรอครับว่าแม่ทัพวัลคอร์ตน่ะเกลียดขี้หน้าผมขนาดไหนพี่น่าจะเข้าใจความอึดอัดแบบนี้ดีไม่ใช่หรอครับ?”
“เื่นั้นมัน...”
“ผมรู้ว่าพี่จะพูดอะไรนะครับ...แต่เื่ของผมน่ะเอาไว้ก่อนเถอะครับตอนนี้เื่หลักเราอยู่ที่พี่กำลังจะเตรียมงานให้แม่ทัพวัลคอร์ตนะครับ” น้ำเสียงเบื่อๆถูกใช้บอกกับพี่สาวต่างมารดาที่นั่งนิ่งหลังจากที่ผมเอ่ยจบผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะตบมือเรียกสติของพี่สาวของผมให้กลับเข้าตัว
“กลับมาคุยงานกันต่อเถอะครับเดี๋ยวซักแปดโมงกว่า ผมต้องกลับไปเปิดร้านแล้วนะครับ”
“จ้ะ...”
ผลจากการปรึกษาคุยกันอยู่นานนับชั่วโมงสุดท้ายผมและพี่อเล็กซ่าก็ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการจัดงานในครั้งนี้เพราะว่ายังไงทางบ้านของยัยแม่ทัพนั่นก็ต้องจัดงานในตอนเย็นวันจันทร์อยู่แล้วแถมงานที่มาจัดที่ร้านผมนั้นเป็แบบส่วนตัว ข้อสรุปจึงออกมาว่า งานจะถูกจัดทีหลังหลังจากวันเกิดยัยนั่นไปสองวันเพื่อให้มีเวลาเตรียมตัวสำหรับหลายๆฝ่าย
“เวลาขนาดนี้แล้วแฮะ...ถ้าอย่างนั้นผมกลับก่อนละกันนะครับเดี๋ยวต้องกลับไปเปิดร้านอีก” ผมบอกกับพี่อเล็กซ่าขณะที่สายตาก็เบนไปดูนาฬิกาที่กลางห้องสมุดและปากกาถูกเก็บลงเป้ของตน หน้ากากใบเก่งถูกหยิบขึ้นมาใส่ที่หน้าดังเดิม
“พักซักวันมันก็ไม่น่าจะมีปัญหานี่นาธาน?”พี่อเล็กซ่าถามผม ก่อนที่จะทำหน้ายู่เมื่อเห็นผมหลุดหัวเราะ
“นี่น้องหัวเราะอะไรพี่อีกเนี่ย?”
“ร้านผมพึ่งจะมาได้สองสามวันเองนะครับพี่อเล็กซ่าจะมาหยุดโดยไม่บอกกล่าวลูกค้าล่ะก็ความน่าเชื่อถือหายหมดกันพอดี อ้อ! แล้วก็ฝากบอกทุกคนด้วยนะครับว่าวันนี้ผมนอนร้านน่ะ ไปล่ะนะครับ!”
“เดินทางดีๆล่ะ!”
“ครับพี่!”ผมหันไปบอกพี่สาวของตนด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเปิดประตูแล้วเดินออกจากห้อง
กลับร้านไปก็ต้องนั่งคิดถึงงานเลี้ยงที่จะจัดอีกสิน้า~ วุ่นวายจริงๆแฮะ...แต่เอาเถอะ เพื่อความยั่งยืนของร้านต้องทำออกมาให้ดีล่ะนะ! สู้เฟ๊ย!
.............................................................................................................................................................
“เฮ้อ...ชั้นจะช่วยเธอยังไงดีเนี่ยเซลี่...”อเล็กซ่าเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายถ้วยน้ำชาเย็นชืดถูกยกขึ้นมาจิบ แม้ว่าจะผ่านไปนาน แต่น้ำชาในถ้วยก็ยังคงรสชาติของมันเอาไว้ได้...เื่นี้คงต้องขอบคุณฝีมือในการชงชาของเ้าน้องชายล่ะนะว่าทำได้ดี...
แกร๊ก!
“อเล็กซ่า”
“อ้าวเซลี่ ไหงวันนี้มาเร็วจังล่ะ?”บุตรสาวคนเดียวของบ้านเมลฟอร์ดถามเพื่อนสนิทที่เปิดประตูเข้ามาด้วยสภาพชุดเดรสสีแดงสดซึ่งไม่ค่อยจะเห็นได้บ่อยนักที่เพื่อนของเธอจะใส่แบบนี้มาหาตัวเอง
“อื้อ...มีเื่จะขอร้องเ้าหน่อยน่ะ..คือ...มัน...แบบว่า...”แม่ทัพสาวอ้ำอึ้งอย่างผิดปกติจนเพื่อนสาวแปลกใจเพราะปกติเพื่อนของเธอนั้นจะตอบอะไรอย่างฉะฉาน ไม่ใช่ตะกุกตะกักแบบนี้
“เอ๋ อะไรหรอ?ถ้าชั้นช่วยได้ก็บอกมาเถอะ”
“คือ...ข้าอยากจะให้เ้าสอนข้า...เอ่อ...แต่งหน้าหน่อยน่ะ...”สิ้นคำเอ่ยของสาวผมแดง...เพื่อนสาวผมสีเหลืองซีดก็เผลอปล่อยแก้วชาด้วยความใจนมันร่วงลงไปที่พื้น แล้วแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆ
“ห๊ะ!?!?!?!?”