เกล็ดหิมะแรกของฤดูกาลโปรยปรายลงมาจากผืนฟ้าสีเทาหม่น เหนือมหานครโตเกียวที่เต็มไปด้วยแสงสีตระการตาและผู้คนพลุกพล่าน รัญชิดาก้าวเท้าลงจากรถแท็กซี่สีดำหรูหรา หล่อนกระชับเสื้อโค้ตขนสัตว์สีดำราคาแพงที่เพิ่งซื้อมาด้วยเงินทุนสีเทาห้าสิบล้านบาทจากการแบล็กเมล์นักการเมืองใหญ่ในไทย
สายตาคมกริบของหล่อนจดจ้องไปยังตรอกแคบๆ ย่านชานเมืองโตเกียวที่เงียบสงัด ทางเดินปูด้วยแผ่นหินหยาบๆ มีหิมะขาวปกคลุมบางๆ นำทางไปสู่บ้านไม้โบราณสไตล์ญี่ปุ่นยุคเอโดะที่ตั้งตระหง่านอยู่สุดตรอก ป้ายไม้เก่าแก่สลักตัวอักษรคันจิด้วยพู่กันจีนโบราณสีดำระบุชื่อสำนักลับแห่งนี้ไว้เด่นชัด
หล่อนไม่ได้มาโตเกียวเพื่อท่องเที่ยวผ่อนคลาย... แต่มาเพื่อสืบหาเส้นทางการโอนเงินของชานนท์ และประการสำคัญคือการมาเรียนรู้ 'ศาสตร์พันธนาการชั้นสูง' เพื่อเตรียมไว้สยบสายลับสาวอย่างซายากะ และทำลายมะปรางให้ราบคาบ
เคนเป็นคนแนะนำให้หล่อนมาที่นี่ สำนักของ 'มาสเตอร์เคนโซ' ชายผู้ได้รับการยอมรับในโลกเบื้องหลังว่าเป็นปรมาจารย์แห่งศาสตร์การมัดเชือกญี่ปุ่นโบราณ หรือ 'ชิบาริ' ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่การมัดผู้หญิงเพื่อความสนุก แต่คือการสะกดจิตวิญญาณ ควบคุมความเจ็บปวด และปลุกเร้ากระแสประสาทตัณหาผ่านเส้นเชือกป่าน
รัญชิดายกมือขึ้นเคาะประตูไม้บานหนา สามครั้งช้าๆ
ครืด...
ประตูเลื่อนบานใหญ่เปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นหญิงสาวญี่ปุ่นในชุดกิโมโนสีสุภาพคุกเข่าก้มกราบต้อนรับอยู่บนพื้นเสื่อทาทามิ หล่อนผงกศีรษะเชิญรัญชิดาให้ก้าวเข้าสู่ด้านในอย่างสุภาพ รัญชิดาเดินตามหญิงคนนั้นผ่านระเบียงไม้คดเคี้ยว กลิ่นหอมกรุ่นของกำยานญี่ปุ่นปนเปกับกลิ่นเปลือกไม้และกลิ่นน้ำมันป่านดิบโชยเข้ามาแตะจมูก สร้างบรรยากาศลึกลับชวนให้ตื่นเต้นปนหวาดหวั่น
ในที่สุด หล่อนก็ก้าวเข้าสู่ห้องโถงกว้างใหญ่ใจกลางบ้าน พื้นห้องปูเสื่อทาทามิสีเขียวอ่อนนุ่มนวล ผนังห้องด้านหนึ่งมีโครงไม้ชั้นวางม้วนเชือกป่านหลากหลายขนาดและสีสันเรียงรายเป็นระเบียบ ทั้งเชือกป่านดิบสีธรรมชาติ เชือกสีดำสนิท และเชือกสีแดงสดดุจเลือด บนเพดานไม้มีรอกเหล็กและคานไม้หนาสำหรับห้อยแขวนร่างกายติดตั้งไว้อย่างมั่นคง
ตรงกลางห้อง ร่างสูงโปร่งของมาสเตอร์เคนโซนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่ง ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นวัยประมาณสามสิบตอนปลายผู้มีใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา นัยน์ตาเรียวคมดุจใบมีดโกนสะท้อนความเฉียบขาดดุดัน เขาอยู่ในชุดกิโมโนลำลองสีเทาเข้ม แผงอกกว้างแกร่งมีรอยสักรูปมังกรพาดผ่านโผล่พ้นสาบเสื้อคลุม
"เธอคือผู้หญิงที่เคนแนะนำมางั้นรึ..." เคนโซเอ่ยปากถามด้วยภาษาไทยที่ชัดถ้อยชัดคำแต่น้ำเสียงกลับเย็นยะเยือกดุจน้ำแข็งนอกหน้าต่าง
"ใช่ค่ะ... ฉันชื่อรัญชิดา" หล่อนสบตาคมกริบของปรมาจารย์หนุ่มอย่างไม่ลดละก้มตัวทำความเคารพเล็กน้อยตามมารยาท "ฉันต้องการเรียนรู้ศาสตร์การมัดเชือกชิบาริ... ทุกอย่าง ทุกเทคนิคที่สามารถสะกดและควบแน่นสัญชาตญาณจำนนของผู้ถูกมัดให้ยอมศิโรราบอย่างไร้เงื่อนไข"
เคนโซลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงสง่าของเขาข่มขวัญรัญชิดาให้รู้สึกถึงพลังอำนาจบางอย่าง เขาเดินไปหยิบม้วนเชือกป่านสีแดงสดเส้นหนาออกมากาง คลี่เส้นเชือกป่านที่ผ่านการชโลมน้ำมันอุ่นจนนุ่มลื่นพาดไว้บนบ่าแกร่งช้าๆ
"ศาสตร์ชิบาริไม่ใช่ของเล่นสำหรับเด็กแก้แค้น... มันคือการเชื่อมโยงจิตวิญญาณของผู้มัดและผู้ถูกมัดผ่านความเจ็บปวดและความเสียวซ่าน หากผู้มัดไม่มีสมาธิและอำนาจเหนือจิตใจที่แท้จริง เชือกจะสะท้อนกลับมาทำลายตัวเธอเอง" เคนโซกล่าวน้ำเสียงนิ่งเรียบ
เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าของรัญชิดา ระยะห่างใกล้เสียจนหล่อนได้กลิ่นอายฟีโรโมนดิบของบุรุษเพศปนกลิ่นเหล้าสาเกบางเบา สายตาคมกริบของเคนโซเลื่อนลงมองเนินอกอวบอัดสะโพกผายของหล่อนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าหนาหนักอย่างประเมินค่า
"ก่อนจะเริ่มฝึกทฤษฎี... ฉันต้องทดสอบจิตใจและร่างกายของเธอก่อนว่าคู่ควรจะเป็นศิษย์ของฉันหรือไม่" เคนโซเอ่ยเสียงต่ำพลางหยิบปลายเชือกป่านสีแดงสดขึ้นมาสะบัดเล่นเสียงดัง ขวับ ขวับ
เขายกมือเรียวแกร่งชี้ไปที่ร่างกายของหล่อนพลางสั่งการเสียงเฉียบขาด
"ถอดเสื้อโค้ตและชุดกิโมโนของเธอออกให้หมด... ให้เหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่าใต้ร่มผ้านี้ซะ ถ้าหากเธออยากจะเริ่มเรียนรู้กฎเหล็กของเชือก"
รัญชิดาใจเต้นแรงขึ้นมาทันที ลมหายใจเริ่มหอบถี่สั่นสะท้าน หล่อนมองใบหน้าหล่อเหลาดุดันและเชือกป่านสีแดงในมือของเขา หล่อนรู้ดีว่าหากยอมถอดเสื้อผ้าเปลือยกายต่อหน้าชายคนนี้ หล่อนจะตกเป็นเบี้ยล่างในการลงทัณฑ์มัดทดสอบสุดซาดิสม์นี้ทันที ทว่าความแค้นและความทะยานอยากได้อำนาจที่อยู่ลึกข้างในกลับผลักดันให้หล่อนไม่ยอมถอย