Danger area : เขตก่อการรัก [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน 2

             

            อาป๊าเหอกินได้ไม่เยอะไม่นานก็วางตะเกียบแล้วรินเหล้าขาวลงในชามเปล่า “เหออาซานเหออาซาน! ป๊าไม่ได้จะว่าอะไรนะ! แต่พอมีเงินก็เริ่มเหลิง!วันหยุดก็ไม่ยอมอ่านหนังสือ ไม่ทำงาน พอมีเวลาว่างก็ออกไปจีบสาว! จีบสาวก็แล้วไป แต่ทำไมถึงยังไม่รู้จักพามาหาที่บ้านอีก!—— คุณชย่า นี่คือเหล้าขาวที่หมักเองที่บ้าน ลองหน่อยไหม?”

            “ไม่เป็นไรครับ ผมขับรถมา” ชย่าลิ่วอีพูดพลางใช้ตะเกียบเขี่ยท้องปลา

            “เอาน่า เหล้าขาวไม่เมาหรอก คุณชย่าอย่าเกรงใจเลย มา เดี๋ยวผมรินให้จอกหนึ่ง...เหออาซาน แกดึงป๊าทำไม! มีอะไรก็พูดกันดีๆ สิ! ป๊ายังพูดไม่จบเลย แกคิดว่าป๊าเป็นคนใจแคบขนาดนั้นเลยหรือ?! ให้คุณชย่าตัดสินดูสิว่าการมีแฟนแล้วพามาให้ป๊าดูหน่อยมันควรจะทำไหม?”

            “ป๊า!” ใบหน้าของเหอชูซานดูเหมือนจะแดงเล็กน้อย “ผมกับเขายังไม่ได้เริ่มต้นอะไรกันเลยนะ”

            “เหอะ! ยังไม่เริ่มอะไรเลยอย่างนั้นหรือ! ฉันได้ยินจากป้าอาหัวแล้วนะว่าพาเธอไปที่ร้านแล้ว! แล้วยังทำกับข้าวให้เธอกินอีก! ไอ้ลูกชายคนนี้ดูเหมือนจะเงียบๆ นะ แต่พอจีบสาวขึ้นมากลับมีวิธีเยอะแยะเลยไม่ใช่หรือ?”

            ชย่าลิ่วอีไม่รู้ว่าทำไมฟันของเขาถึงได้ปวดอย่างรุนแรงแต่เขายังคงเก็บอาการไว้และกลืนเนื้อปลาชิ้นสุดท้ายลงไป จากนั้นก็ลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำ

            พ่อลูกตระกูลเหอยังคงหยอกล้อกันอยู่ข้างหลังเหอชูซานเอื้อมมือไปรินเหล้าขาวที่พ่อของเขารินใส่จอกของชย่าลิ่วอีกลับคืนมาที่จอกของตัวเองแล้วพูดเบาๆ “เขาเป็นหวัด ดื่มอันนี้จะทำให้ร้อนใน”

            อาป๊าเหอเบิกตากว้าง “ป๊าแค่แสดงความเป็นมิตรกับแขก!” แล้วก็ลดเสียงลง “ไอ้ลูกชาย ได้เงินเขามาใช่ไหม? แค่เป็นหวัดก็ดูแลเอาใจใส่ขนาดนี้เลย? ถึงยังไงก็เป็นพวกมาเฟีย เราไม่ควรเอาเงินสกปรกของเขามานะ!”

            “ไม่มีจริงๆ ครับป๊า” เหอชูซานพูดพลางเติมน้ำซุปลงในชามของชย่าลิ่วอีอีกครึ่งชาม

            ชย่าลิ่วอีบ้วนปากในห้องน้ำก่อนจะออกมาพร้อมกับนวดแก้มของตัวเองไปด้วยเขาเห็นอาป๊าเหอกำลังใช้ไปป์สูบบุหรี่เคาะหัวลูกชาย “ป๊าจะใช้เงินสักนิดไม่ได้เชียวหรือยังไงก็เพื่อเก็บเงินให้แกแต่งเมียอยู่ดี!”

            “ป๊าอายุมากแล้ว ไม่ต้องลำบากหรอกครับ” เหอชูซานพูด “ผมมีเงินเดือนแล้วด้วย”

            “อะไรนะ อายุเยอะแล้วหรือ?! ฉันแก่แล้วอย่างนั้นหรือ?! ฉันอยู่ในวัยกำลังแข็งแรงต่างหากเล่า! ไอ้หนู!”

            ชย่าลิ่วอีมองไปยังไปป์ที่กำลังเคาะหน้าผากของเหอชูซานอย่างต่อเนื่องแล้วอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

            “ป๊าเขาอยากเปิดร้านขายของชำหลังปีใหม่” เหอชูซานลูบหน้าผากแดงก่ำของเขา “พี่ลิ่วอีช่วยเกลี้ยกล่อมเขาหน่อยสิ”

            ทันทีที่ชย่าลิ่วอีพบกับอาป๊าเหอเขาก็ปวดหัวและปวดฟัน เขาจะไปเกลี้ยกล่อมอะไรได้ เขาทำแค่จิบซุปแล้วไอเล็กน้อย “ถ้าคุณเหออยากเปิดร้านก็ปล่อยเขาไป นายจะไปขวางเขาทำไม”

            อาป๊าเหอรู้สึกว่าหัวหน้าใหญ่ดูดีขึ้นมากในสายตาของเขาทันทีดูเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจผู้อื่น “เห็นไหม? หัวหน้าใหญ่ยังบอกว่าโอเค! โอเค! ไอ้หนู ไปให้พ้นเลย!”

            มื้ออาหารที่บ้านตระกูลเหอผ่านไปพร้อมกับเสียงบ่นพึมพำของพ่อลูกคู่นั้นชย่าลิ่วอีฟังเรื่องราวในครอบครัวเพลินจนลืมตัวซดน้ำซุปไปสามชาม กินปลาไปอีกครึ่งตัวเกี๊ยวสิบกว่าลูก ไก่ครึ่งตัว ผัดผักรวมครึ่งชาม และข้าวอีกสองชาม อิ่มจนแทบตาย เขาต้องใช้สมาธิอย่างหนักเพื่อกลั้นอาการเรอไม่อย่างนั้นจะเสียภาพลักษณ์ท่านเทพหมด

            หลังทานอาหารเสร็จผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวแถวบ้านก็ขึ้นมาชวนพ่อลูกตระกูลเหอไปเดินตลาดดอกไม้อาป๊าเหอตอบตกลงด้วยความยินดี บอกให้เพื่อนบ้านรอข้างล่างแล้วตัวเองก็ขึ้นไปบนบ้านเพื่อใส่เสื้อโค้ต ส่วนเหอชูซานอ้างว่าจะอ่านหนังสือขออยู่บ้านเป็นเพื่อนลูกพี่ใหญ่

            “ปีที่แล้วผมไปเดินมาแล้ว ไม่ค่อยมีอะไร” เหอชูซานพูดไปพลางเก็บจานชามไปพลาง “เดี๋ยวเราขึ้นไปดูพลุบนดาดฟ้ากันนะครับพี่ลิ่วอี”

            “นายไปตลาดดอกไม้กับพ่อเถอะ ฉันจะกลับแล้ว” ชย่าลิ่วอีพูด

            เหอชูซานชะงักไปครู่หนึ่งจากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ยังหัวค่ำอยู่เลยครับ พี่ลิ่วอี บนดาดฟ้าคนไม่เยอะสงบดีนะ”

            ชย่าลิ่วอีกุมท้องที่ป่องขึ้นมาเล็กน้อยเขารู้สึกว่าตัวเองทนอยู่ในห้องที่อบอุ่นขึ้นเรื่อยๆ นี้ไม่ได้อีกต่อไปถ้าอยู่ต่ออีกหน่อยก็เหมือนจะมีบางอย่างไม่ถูกต้อง—— ใช่แล้วความรู้สึก ‘เหมือนอยู่บ้าน’ นี่แหละที่ทำให้เขาร้อนรุ่มจนทนไม่ไหว!

            “ฉันมีธุระต้องกลับไปทำ” เขาทำสีหน้าเย็นชา พร้อมทั้งลุกขึ้นไปหยิบเสื้อโค้ตของตัวเองทว่าเหอชูซานไวกว่า เขาก้าวเท้าไปหยิบเสื้อโค้ตที่แขวนอยู่หลังประตูมาถือไว้แต่ไม่ยอมส่งให้ชย่าลิ่วอี “เพิ่งกินข้าวเสร็จ นั่งอีกหน่อยเถอะครับ”

            ชย่าลิ่วอีกระชากเสื้อโค้ตมาถือเอง “ไม่ต้อง”

            เหอชูซานกะพริบตาเขาไม่ได้คะยั้นคะยออีก “ก็ได้ครับ ไม่รบกวนธุระของพี่แล้ว ผมไปส่งข้างล่างนะครับพี่ลิ่วอี”

            ชย่าลิ่วอีโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวมีคนเห็น” เขาเดินไปข้างหน้าเพื่อจะเปิดประตูทันใดนั้นเหอชูซานก็คว้าแขนเขาไว้แน่น

            ชย่าลิ่วอีรู้สึกเหมือนมีเส้นเส้นหนึ่งในสมองดีดขึ้นมาอย่างกะทันหันเขาออกแรงสะบัดมือของเหอชูซานทิ้งโดยไม่รู้ตัว! แล้วหันไปจ้องเหอชูซาน

            เหอชูซานทำหน้าตาใสซื่อพูดอย่างใจเย็น “รอเดี๋ยว ผมมีอะไรจะให้”

            ชย่าลิ่วอีฝืนยืนรออยู่ที่ประตูเหอชูซานรีบเข้าไปในครัว ไม่นานก็ถือปิ่นโตใบเล็กออกมาเป็นใบเดียวกับที่เคยใส่โจ๊กหมูใส่ไข่เยี่ยวม้ามาให้เขาครั้งก่อน “วันนี้ต้มซุปหม้อใหญ่ ผมกับพ่อกินไม่หมด เอากลับไปแช่ตู้เย็นไว้สิอยากกินเมื่อไรก็ให้บอดี้การ์ดช่วยอุ่นให้ กินได้ถึงพรุ่งนี้มะรืนนี้นะ”

            สีหน้าของเขาแสดงออกถึงความจริงใจและซื่อตรงไม่รอให้ชย่าลิ่วอีปฏิเสธอีกเขาก็ยื่นปิ่นโตซุปใส่มือชย่าลิ่วอีแล้วเปิดประตูให้จากนั้นก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เหอชูซานยิ้มแล้วพูดต่อ “งั้นผมไม่ไปส่งแล้วนะครับ พี่ลิ่วอีเดินทางปลอดภัยครับ”

            ชย่าลิ่วอีใส่เสื้อโค้ตหิ้วปิ่นโตใบเล็กน่าเกลียดนั่นลงมาจากชั้นบน เขาเดินไปตามทางเดินที่มืดสลัวสายลมเย็นๆ พัดเข้ามาปะทะช่วยบรรเทาความร้อนที่ใบหน้าและศีรษะของเขาลงเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังรู้สึกไม่คุ้นเคยจึงเปิดปกเสื้อโค้ตออกเล็กน้อยเพื่อให้ตัวเองเย็นลงอีกหน่อย ให้เหมือนกับปกติ

            เขาวางปิ่นโตลงบนเบาะข้างคนขับอย่างไม่ใส่ใจทว่าก่อนที่มันจะล้มลงและทำให้น้ำซุปหก เขาก็เอื้อมมือไปจับมันตั้งขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะทุบพวงมาลัยอย่างหมดแรง ชย่าลิ่วอีเอนศีรษะพิงเบาะแล้วค่อยๆเป่าลมหายใจออกมา

            ……

            เหอชูซานยืนอยู่ที่หน้าต่างมองดูเงาของชย่าลิ่วอีใต้แสงไฟถนน มาเฟียคนนั้นสวมแว่นกันแดดแล้วรีบเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆหลังจากนั้นครู่หนึ่งรถเบนซ์สีดำก็ขับออกมาจากตรอก

            ‘ช่วงเวลาสักครู่นั้น’ หมายถึงช่วงเวลาที่ชย่าลิ่วอีใช้สูบบุหรี่หนึ่งมวน

            เขาโน้มตัวลงแนบใบหน้ากับกระจกหน้าต่างที่เย็นเฉียบแล้วก็ยกมุมปากขึ้นยิ้มอย่างเงียบๆตอนนี้เขารู้แล้วว่าตัวเองมีน้ำหนักในใจอีกฝ่ายแค่ไหน—— อย่างน้อยก็มากพอที่จะทำให้อีกฝ่ายต้องนั่งอยู่ในรถแล้วสูบบุหรี่อย่างกระวนกระวายใจหนึ่งมวน

            พลุที่อ่าวเหว่ยกั่ง[1] ที่อยู่ไกลออกไปเริ่มแบ่งบานท่ามกลางอาคารสูงที่บดบังทัศนียภาพส่วนใหญ่แสงดาวสีสันสดใสก็ยังเล็ดลอดออกมาให้เห็น เหอชูซานนอนคว่ำอยู่บนขอบหน้าต่างนิ้วมือเกาะขอบหน้าต่างสีแดงเขาคิดถึงตอนที่เจ้าพ่อมาเฟียขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะและแกะก้างปลาด้วยความตั้งอกตั้งใจแล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาอย่างเหม่อลอย เหอชูซานรู้สึกสงบและมีความสุขเอ่อล้นขึ้นมาในใจอย่างมาก

             

            เชิงอรรถ

            [1] อ่าวเหว่ยกั่ง คือ อ่าววิคตอเรียในฮ่องกง

             

    คล้ายกับเรื่องDanger area : เขตก่อการรัก [จบ] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111