ตอนที่ 1 : เมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า 'อินนิท'
หลังจากตัดสินใจว่าต้องหางานทำไม่อย่างนั้นเงินที่มีอยู่ในตัวไม่กี่พันเหรียญทองคงจะเหือดหายไปก่อน ผมก็เดินเท้าอยู่พักใหญ่จนมาถึงเมืองเล็กๆ ที่มีชื่อว่า 'อินนิท'
กำเเพงเมืองถูกทำจากหินก้อนเล็กใหญ่อัดกันเเน่นสูงหลายเมตร มีป้อมทหารยามอยู่ด้านบน เพียงก้าวผ่านบานประตูไม้ขนาดใหญ่ที่เปิดต้อนรับ ผมก็เห็นหน้าตาอาคารที่สร้างจากปูนเเละเผยโครงสร้างไม้ให้เห็นชัด ทาทับด้วยสีสันหลากสีเเต่กลับเป็นสีโทนหม่น อาจเพราะเป็นเมืองที่ปิศาจอยู่ ผมเดา
ผู้คนเดินกันขวักไขว่ มีสินค้าตั้งวายขายมากมายสองข้างทางจนลายตา บ้างเป็นขนมปังอบร้อนใหม่ๆ จากเตา บ้างก็เป็นผลไม้ เสียงชาวบ้านตะโกนเรียกลูกค้ากันดังจนฟังไม่ได้ศัพท์
ผมเดินดูร้านนั้นทีร้านนี้ที รู้ตัวอีกทีขาก็พาร่างตัวเองหลุดจากบริเวณตลาดสู่ลานน้ำพุกว้าง มีต้นไม้เล็กใหญ่ประดับ ชาวบ้านเเละคู่รักนั่งพูดคุยพลอดรักกันท่ามกลางบรรยากาศสบาย ท้องฟ้าโปร่งใสเห็นเมฆสีขาวเป็นปุยสวย สายลมก็พัดเย็นชื่นใจ
เเต่เเล้วสายตาผมก็เห็นอาคารที่ดูเด่นราวกับปราสาทขนาดย่อม มีป้ายไม้ขนาดใหญ่ที่เขียนไว้ว่า 'สมาคมนักผจญภัยเมืองอินนิท'
ผมเร่งฝีเท้าขึ้นทันทีเมื่อเห็น เเละพอผลักประตูไม้เข้ามาด้านในก็ต้องพบกับความตื่นตาตื่นใจ บรรดานักผจญภัยในชุดเกราะเอย ชุดนักเวทเอ่ย ทั้งหญิงชายเดินพลุกพล่านเต็มไปหมด บ้างก็นั่งคุยกันบนโต๊ะไม้ บรรยากาศภายในดูคึกคักดี โชคดีที่เพดานยกตัวสูง ไม่อย่างนั้นที่นี่คงน่าอึดอัดมากเเน่ๆ
ตรงข้ามกับประตูเป็นเคาน์เตอร์ไม้ที่มีพนักงานสาวสวยหลายคนในชุดสุภาพเรียบร้อยยืนให้บริการนักผจญภัยอยู่ บริเวณซ้ายขวาเป็นพื้นที่นั่งพักผ่อนหรือวางแผน รอบๆ มีบอร์ดแปะป้ายภารกิจ กลุ่มนักผจญภัยต่างเดินเลือกกันอย่างสนุกสนาน
ผมเดินตรงบนพรมสีเลือดหมู ต่อเเถวอยู่สักพักก็ได้คุยกับเจ้าหน้าที่สาวสวยนางหนึ่ง ผิวสีเเทน ใบหน้าเรียวสวย ดวงตาคมดุ เรือนผมสีดำยาว เธอจ้องผมเขม็ง
“อยากสมัครเป็นนักผจญภัยครับ”ผมบอกเจตจำนง
“ก็เป็นเเล้วไม่ใช่หรือไง?”คำตอบของเธอทำผมนิ่งไปชั่วครู่ เเต่ก่อนจะทันได้ถามต่อ เจ้าหน้าที่สาวสวยตรงหน้าก็พูดขึ้นว่า
“ไม่มีมุกชวนคุยดีกว่านี้เเล้วหรือไง ไปไหนก็ไปไป๊!”น้ำเสียงเธอหงุดหงิดสุดๆ พลางโบกมือไล่เเละเรียกคนต่อไปมาทันที
จะโกรธอะไรขนาดนั้น! ––ว่าเเต่ถามด้วยความไม่รู้นี่ผิดตรงไหนไม่ทราบ
ผมถอยออกมาจากเเถว คนอื่นมองผมด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับผมเป็นพวกโรคจิตตามจีบยัยเจ้าหน้าที่สาวปากร้ายนี่ซะอย่างนั้น
ด้วยความหิว ผมเลยเก็บความมึนงงไว้ก่อน เเละเดินขึ้นบันไดวนที่อยู่ข้างๆ เคาน์เตอร์ไม้ขึ้นมา ด้านบนเป็นร้านอาหารแบบชั้นลอย ลุงทารันน่าจะทำงานอยู่ที่นี่เเหละ เเต่เดี๋ยวนะ เฮ้ย! พนักงานเสิร์ฟเเต่งตัวกันแบบนี้เลยเรอะ!
ผมเห็นพนักงานสาวเกือบสิบคนเดินถือถาดอาหารไปตามโต๊ะ พวกเธอสวมใส่ปลอกคอเหล็กไว้ที่คอ ผิวพรรณนวลปลั่งถูกเผยจนเด่นต้องตาบรรดานักผจญภัยหนุ่ม เเน่ล่ะ เสื้อผ้าที่เธอใส่เป็นเสื้อเเขนกุดแบบคร็อปครึ่งตัวสีเทาที่เดิมน่าจะเป็นสีขาวมาก่อน เเถมสั้นซะจนเห็นราวนมวับเเวมชวนหัวใจเต้นตูมตามเวลาพวกเธอเดินผ่าน
ผมกลืนน้ำลายดังเอื้อก ไม่ใส่เสื้อใน! ผมเห็นยอดปทุมถันดันตัวเด่นขึ้นมาบนเนื้อผ้าเก่าขาดวิ่นนั่น ให้ตายเถอะ นี่มันร้านอาหารประเภทไหนกัน
ผมหาโต๊ะริมระเบียงที่สามารถมองลงไปเห็นนักผจญภัยข้างล่างได้ ร้านอาหารคนเยอะมาก เสียงเครื่องครัวเเละพ่อครัวดังฉะฉานมาจากบริเวณทำครัวที่เป็นแบบเปิดโล่งทุกคนสามารถเห็นได้หมด
“รับอะไรดีคะ?”พนักงานเสิร์ฟในชุดวาบหวิวคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมกระดาษจดในมือ หน้าตาเธอช่างน่ารักผิดกับยัยเจ้าหน้าที่ข้างล่างลิบลับ
“ขอเมนูที่อิ่มเเล้วก็ถูกที่สุดในนี้หนึ่งที่ครับ”
พนักงานสาวดูอึ้งกับการสั่งอาหารของผม เธออมยิ้มน่ารัก โค้งตัวอย่างสุภาพ ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปบริเวณครัว
ผมรอไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับแฮมเบอร์เกอร์เนื้อหนึ่งชิ้น
“นี่ค่ะ ถูกเเละอิ่มที่สุด”เธอว่า เเต่พอเห็นผมกำลังง่วนอยู่กับอากาศตรงหน้าเธอก็หน้าเจื่อนเเละรีบจับมือผมทาบลงกับโต๊ะ
“ไม่ได้นะ! อย่าให้คนอื่นเห็นว่านายทำแบบนี้ได้ นะ..นายเป็นผู้กล้าเหรอ? นายมาช่วยพวกเราใช่ไหม?”พนักงานเสิร์ฟสาวกระซิบ ปล่อยมือเเละทำท่าทางเป็นปกติ พร้อมกับถามคำถามที่เพิ่มความมึนงงในชีวิตผมเข้าไปอีกขั้น
“เธอคงจำผิดคนเเล้วล่ะ ผมเป็นปิศาจน่ะ”ผมยิ้มเเหยๆ ให้กับสีหน้าคาดหวังของเธอ
“เเต่นายมีพลังที่มีเเต่คนเป็นผู้กล้าเท่านั้นที่ทำได้นะ”เธอกระซิบ
เเละเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมยังไม่ทันได้ตอบอะไรเธอก็ถูกพ่อครัวเสียงคุ้นหูเรียกตัวไปซะก่อน เธอทำท่าอึกอักเเละกำชับกับผมว่า 'อย่าให้ใครเห็นว่านายทำแบบนี้ได้' ก่อนเดินจากไป
ดูท่าเธอคนนี้จะรู้อะไรบางอย่างที่ผมไม่รู้เยอะทีเดียว เเต่ถึงอย่างนั้นผมก็เลือกจะทิ้งความสนใจในพนักงานสาวสุดเซ็กซี่เเละหันมากินเเฮมเบอร์เกอร์เเสนอร่อยตรงหน้าเพื่อทุเลาความดุเดือดของท้องผมซะก่อน
“อร่อยสุดๆ!”ผมพึมพำกับตัวเองขณะกัดชิ้นเเฮมเบอร์เกอร์และเคี้ยวลิ้มรสความอร่อย เมื่อท้องอิ่มดีเเล้วผมว่าจะลงไปเดินดูบอร์ดภารกิจสักหน่อย ในเมื่อยัยเจ้าหน้าที่นั่นบอกว่าผมเป็นนักผจญภัยแล้ว ก็คงไม่ต้องกังวลและหยิบใบภารกิจไปทำได้เลยล่ะมั้ง ผมนึกในใจขณะเคี้ยวแฮมเบอร์เกอร์ตุ้ยๆ พลางมองบรรดานักผจญภัยเบื้องล่าง
(จบตอน)