สุดท้ายวันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง แต่กับหลิงซานมันไม่ใช่ เขาคิดว่ามันเหมือนวันที่เขาต้องเดินเข้าสู่ลานปะา เพื่อรอถูกเชือดชัดๆ หลิงซานถูกนำตัวมายังบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพื่อชำระร่างกายให้สะอาดหมดจดก่อนที่จะเข้าพิธีผูกพันธะส่งตัวเ้าสาวั
“ปล่อยนะโว้ยจะพาข้าไปไหนวะไอ้พวกบ้า เดี๋ยวพ่อเตะคอหักเลย”หลิงซานเอะอะโวยวายไม่ยอมไปกับพวกเขาท่าเดียว พร้อมขู่อีกฝ่ายฟ่อๆ เท้าเล็กๆ ตวัดสะเปะสะปะไปเรื่อยเพราะโดนจับตัวเอาไว้เลยไม่ถนัดนัก โดนไปบ้างพลาดไปบ้างเพราะทุกคนคอยหลบฝ่าเท้ามหาภัยกันจ้าละหวั่น ไม่มีใครกล้าทำอันตรายเขาหรอก แม้แต่รอยขีดข่วนก็ให้เกิดขึ้นกับร่างเล็กไม่ได้เด็ดขาด
“ท่านหลิงซานท่านอยู่นิ่งๆ เถิด เดี๋ยวก็ได้เจ็บตัวกันพอดี”
บุรุษคนหนึ่งเอ่ยขึ้น เพราะหมดความอดทนกับฤทธิ์เดชของคนตรงหน้าแล้วจริงๆ หลิงซานสะบัดหลุดก็ตั้งท่าเตรียมสู้ ไม่ว่าใครหน้าไหนเข้ามา เขาใส่ไม่ยั้ง
“ไม่โว้ย นรกชัดๆ ใครอยากตายก็เข้ามา”
เขาหันซ้ายแลขวา ใจหนึ่งอยากให้อีกคนปรากฏตัวออกมา แล้วพาเขาหนีไปจากที่นี่เสียเดี๋ยวนี้ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันยามคับขันเช่นนี้ทำไมเผลอไปคิดถึงใครอีกคนได้นะ
ทุกคนที่เข้ามาต่างก็กระเด็นกระจัดกระจายไปนอนนับดาวกันแทบไม่ทัน เพราะไม่สามารถทำอะไรคู่ชะตาได้ เลยมีจุดจบแบบที่เห็น ตอนนี้ใครก็เอาไม่อยู่
“เ้าบ้าไปอยู่เสียที่ไหนวะ ตอนอยากเจอเสือกหาย”
“หลิงซาน” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาเขาหันขวับไปทันที
“ท่านพี่ช่วยข้าด้วย”
“เ้ารีบชำระกายเถิด ใกล้ถึงเวลาแล้วเดี๋ยวก็ถูกท่านผู้ทำโทษเอาหรอก”
“กลัวตายล่ะ ตาแก่นั่นไม่กล้าทำอะไรข้าหรอกนะ”หลิงซานพูดด้วยความมั่นใจ ตาแก่นั่นไม่กล้าทำอะไรเขาหรอก เขากล้าเอาหัวเป็ประกันเลย ให้ตายสิ ก็ตำแหน่งเขามันใหญ่โตเสียจนไม่มีใครกล้าแตะแม้แต่ปลายเล็บ
“หลิงซานเ้าหัดดื้อดึงกับข้าั้แ่เมื่อไรกัน เดี๋ยวนี้คำพูดข้าไม่มีความหมายแล้วใช่หรือไม่”เย่วซินใช่ไม้ตาย เพราะรู้ว่าน้องชายตนไม่มีทางดื้อดึงกับเขาจนเกินไป หลิงซานได้ยินดังนั้น ก็ก้มหน้าทำคอตกพูดออกมาเบาๆ ทันที
“ข้าเปล่าดื้อกับท่านนะ แต่ข้าไม่อยากแต่งกับเ้าับ้านั่นจริงๆ นี่”
“หลิงซานเ้าระวังคำพูดหน่อยก็ดี ไม่เช่นนั้นแล้ว เ้าอาจจะเดือดร้อนเอาได้”เย่วซินปรามหลิงซานไม่ให้พูดในสิ่งที่ไม่สมควรออกมา เพราะตอนนี้ไม่ได้มีพวกเขาแค่สองคน เเต่ยังมีลูกบ้านอีกสามคนที่ตามเขามาเมื่อสักครู่
“เอาล่ะหลิงซาน เ้ารีบชำระกายเถิดอย่าได้ชักช้าอีกเลย”
“ไม่เอา ก็ข้าบอกแล้วว่าข้าไม่อยากไป ท่านพี่ท่านจะใจร้ายส่งข้าไปจริงๆ หรือ ท่านจะขับไล่ไสส่งข้าไปจริงๆ ใช่ไหม ท่านพี่ใจร้ายเหลือเกิน ฮึก ฮือท่านพี่ใจร้าย”
พูดจบร่างเล็กก็ปล่อยให้น้ำตา ที่พยายามเก็บเอาไว้ให้ร่วงลงมาทันที เย่วซินมองด้วยความสงสาร เขาคว้าคนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้
พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบาบางเสียจนแทบไม่ได้ยิน สายตาเศร้าหมองของพี่ชายที่จ้องเขาอยู่ มันทำให้ร่างเล็กรับรู้ว่าอีกฝ่ายก็เสียใจไม่น้อยไปกว่าเขา
“ข้าไม่อยากให้เป็เช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย เ้าเป็น้องชายคนเดียวของข้า แต่มันเป็ชะตาของเ้านะหลิงซานยอมรับมันเสียเถิด อย่างไรเสียเ้าก็หนีมันไม่พ้น ขนาดอยู่ไกลแสนไกลเ้าก็ยังมาถึงที่นี่ได้
“ฮึก ข้าจะจำเอาไว้ว่าครั้งหนึ่ง ข้าเคยมีพี่ชายที่แสนดีอย่างท่าน ท่านพี่”น้ำตาหยดน้อยหยดแล้วหยดเล่า มากแค่ไหนก็ไม่อาจรู้ได้ แต่มันไหลออกมาจากดวงตาหวานไม่ยอมหยุดสักที หลิงซานพูดอะไรไม่ออก
มันก็จริงอย่างที่พี่ชายตนพูด ขนาดอยู่ห่างกันแสนไกลยังหลุดมาที่นี่ได้เลย แล้วยังพ่วงตำแหน่งคู่ชะตามาอีก นี่เขาไม่ช็อคตายก็บุญเท่าไรแล้ว เย่วซินไม่รู้จะปลอบน้องชายอย่างไรดี ถึงหลิงซานจะไม่ใช่น้องแท้ๆ ของเขาก็เถิด แต่เขากลับรักและคิดว่าคนตัวเล็กเป็น้องแท้ๆ ของเขาไปแล้ว ระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันมา มันทำให้ทั้งคู่มีความรักใคร่ผูกพันกันดั่งพี่น้องแท้ๆ
“ถ้าเ้าไม่ใช่คู่ชะตาก็จะดีไม่น้อย มาเถิดข้าจะชำระกายให้เ้าเอง”หลิงซานไม่ได้พูดอะไรต่อ ปล่อยให้เย่วซินเปลื้องผ้าตนจนเหลือแค่เพียงผ้าผืนเล็กไว้ปกปิด่ล่างเท่านั้น หลิงซานไม่ได้เอ่ยอะไรอีกดวงตาสวยเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย นี่เขาหมดหนทางจริงๆ แล้วใช่หรือไม่ เย่วซินค่อยๆ ตักน้ำราดรดบนลำตัวอีกฝ่าย ตาสวยมองรูปสัญลักษณ์ ที่ผูกมัดอีกฝ่ายไม่ให้ปฏิเสธได้ เพราะชะตาของคนตรงหน้าจะต้องเป็ราชินีเคียงคู่ั
หลี่ช่วนยืนมองร่างงามของหลิงซานอย่างแสนเสียดาย ผิวขาวเนียนอมชมพูใบหน้าเรียวงามรูปไข่ จมูกโด่งรั้นรับกับปากอวบอิ่มสีแดงระเรื่อ
มองแล้วมันช่างน่าเสียดายยิ่งนัก ถ้าหากหลิงซานไม่ใช่คู่ชะตาล่ะก็ เขาจะทำทุกวิถีทาง เพื่อที่จะได้คนตรงหน้า น่าเสียดายที่คนผู้นี้คือบุคคลต้องห้ามที่ใครก็แตะไม่ได้
หลังจากที่เสร็จสิ้นจากการชำระกาย เย่วซินก็พาร่างเล็กมายังลานพิธีทันที ทุกคนกำลังวุ่นวายกับการเตรียมพร้อม
“มาทางนี้เถิดหลิงซาน ท่านพ่อรอเ้าอยู่”
หนิงอันเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนทั้งคู่ตรงมาทางนี้ เย่วซินจึงพาหลิงซานตามหญิงคนรักไป พอไปถึงผู้าุโและท่านผู้นำกำลังนั่งรอพวกเขาอยู่
“เย่วซิน เ้าพาหลิงซานมาทางนี้เถิด”เย่วซินเลยพาหลิงซานไปหาท่านผู้าุโตามที่ท่านเรียก ผู้าุโมองหลิงซานอย่างเอ็นดู เพราะตอนนี้หลิงซานแต่งกายด้วยแพรพรรณที่คล้ายสตรีสีแดงเป็ชุดประจำเผ่า ไม่ว่าคู่ชะตาจะเป็สตรีหรือบุรุษ ก็ต้องแต่งกายด้วยชุดนี้ในวันพิธี หลิงซานไม่ชอบใจเอาเสียเลย แต่หารู้ไม่ว่าชุดนี้พอไปอยู่บนกายของตนแล้ว มันงามเสียจนสตรีแท้ๆ ยอมก้มหัวให้เลย
“ถือซะว่ามันเป็ชะตาของเ้า จงยอมรับมันเสีย ถึงเ้าจะดื้อดึงอย่างไรเสียเ้าก็หนีมันไม่พ้นหรอก”
“ข้าไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้น ท่านก็พูดได้ซิ ลองมาแต่งแทนข้าไปเป็เมียไอ้ับ้านั่นบ้างเป็ไร”
“แค๊ก ๆ ๆ หลิงซาน เ้าหยุดพูดจาแบบนี้เสีย”
“ไม่หยุด ข้าจะพูดใครจะทำไม”ท่านผู้าุโถึงกับสำลักน้ำลายตนเอง ที่คนตรงหน้าไล่ให้เขาไปแต่งกับาาัแทน (โอพระจ้าว ข้ายังไม่อยากตาย ยังอยากแก่แบบนี้ไปนานๆ)
“นี่ก็ได้เวลาแล้ว ทุกคนเตรียมตัวให้พร้อม ต้อนรับองค์าาอย่างสมเกียรติ”
พอสิ้นเสียงของท่านาุโเท่านั้น ก็เกิดลมกรรโชกอย่างรุนแรง พร้อมกับบนท้องฟ้าเกิดลำแสงสีทองอร่าม
และในไม่ช้าก็มีัดำทะมึนสองตนปรากฏกายขึ้น ก่อนจะพุ่งมายังลานพิธีอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างตกตะลึง ยิ่งคนที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ถึงกับขาสั่นยืนไม่อยู่เลยก็มี
ัสองตนได้พาตนเองไปยังหน้าลานพิธี ที่มีท่านผู้นำและผู้าุโยืนรออยู่ ข้างๆ มีหลิงซานที่ตอนนี้ตกตะลึง ช็อคกับเหตุการณ์ตรงหน้าจนสติแตกกระเจิงไปแล้ว สายตาหวานมองัสองตน ที่อยู่ตรงหน้าเขาอย่างลนลาน
“มะ-มะ ั ัตัวเป็ๆ ว้าก ช่วยด้วยัมันจะกินข้า” หลิงซานสติแตกจนฉุดไม่อยู่ ลุกพรวดวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงอย่างขวัญเสีย เพราะเขาเคยฝันเห็นัตนนี้มาแล้ว อี้เฟยเห็นดังนั้นก็ไล่ตามไปทันที เย่วซินก็เช่นกันรีบตามไปด้วยความเป็ห่วง
หลังจากนั้นความอลหม่านก็เกิดขึ้น เพราะหลายคนอาการไม่ต่างจากหลิงซานเลย ขนาดทำใจไว้บ้างแล้วแต่พอได้มาเห็นเข้าจริงๆ ก็ถึงกับจิตรหลุด คุมสติไม่อยู่หนีกระเจิดกระเจิงอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง ท่านผู้นำเลยสั่งให้ช่วยออกไปตามหาหลิงซาน อย่าว่าแต่หลิงซานเลยที่ช็อค เย่วซินเองก็ไม่ต่างกัน มันเหมือนกับที่เขาฝันมาก แต่เย่วซินคุมสติได้ดีกว่าอีกคน
ทางด้านเฟยหลงัผู้เป็พี่ ก็ค่อยๆ คืนร่างเป็บุรุษหนุ่มรูปงาม องอาจ ห้าวหาญ ก้าวตรงมายังท่านผู้นำด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ชายหนุ่มกวาดสายตาไปทั่ว เพื่อมองหาใบหน้าหวานที่เขาเฝ้าคิดถึง
แต่ก็ไร้วี่แววของคนที่เขาหมายปอง คิ้วเรียวเข้มขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ไม่สิ ? คู่ชะตามันต้องมีสองคน
แต่ที่เขาเห็นมันมีอยู่คนเดียวคือคนของอี้เฟย แล้วคนของเขาล่ะหายไปไหนกัน ? ท่านผู้นำถึงกับหน้าซีดเผือดทำอะไรไม่ถูก มองบุรุษผู้สง่างามตรงหน้าอย่างสงสัย
“อะไรกันาาัมีอยู่สองตน แล้วสัญลักษณ์ของคู่ชะตาทำไมมันถึงแสดงออกมาแค่คนเดียวได้ละท่านผู้เฒ่า”
ท่านผู้นำหันไปถามผู้าุโก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆ นอกจากการส่ายหน้าไปมาแทนคำตอบ
“อีกคนอยู่ที่ใดท่านผู้นำ ชายาของข้าหายไปไหน! “
“อภัยให้ข้าด้วยเถิดท่าน พวกข้าเจอสัญลักษณ์แค่เพียงคนเดียวจริงๆ โปรดอภัยให้พวกข้าด้วย”
“อะไรกันมันเป็ไปได้รึ พวกข้าเป็ฝาแฝดคู่ชะตาก็ต้องมีสองคนสิท่านผู้นำ มันมีอะไรผิดพลาดจึงไม่สามารถหาอีกคนได้! ”
เฟยหลงพูดขึ้นด้วยสีหน้าโกรธจัด ตอนนี้ในอกของเขามันร้อนรุ่มเหมือนมีไฟกองโตสุมอยู่ กลัวเหลือเกินว่าจะมีอะไรผิดพลาด จนไม่สามารถพาเย่วซินกลับวังัได้ สายตาคมมองหาร่างบางเท่าไรแต่ก็ไม่เจอ
“เ้าไปอยู่เสียที่ไหนนะเย่วเอ๋อร์”เขาพูดออกมาเบาๆ
“ท่านผู้นำ ท่านต้องหาคู่ของข้าให้เจอ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม”
“ข้าจะรีบทำตามท่านเดี๋ยวนี้”
หลังจบคำพูด ท่านผู้นำจึงเรียกลูกบ้านทุกคนมายังลานพิธีเพื่อตรวจหาสัญลักษณ์ ในขณะเดียวกัน เย่วซินก็วิ่งหาน้องชายด้วยความเป็ห่วง
“หลิงซานเ้าอยู่ที่ใดได้ยินข้ารึไม่ เ้าเด็กบ้าเจอเมื่อไร้ข้าจะฟาดเ้าให้จริงๆ ทะลึ่งวิ่งพรวดพราดออกมาได้”ฝ่ายตัวต้นเหตุไม่รู้ตัวเลยว่า
ตนได้สร้างปัญหาอะไรไว้บ้าง ยังคงวิ่งหน้าตั้งอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง จนเกิดเสียหลักเกือบลื่นตกหน้าผาไป แต่ดีที่มีัตนหนึ่งมารัดร่างเอาไว้ และพามายังที่ปลอดภัย จากนั้นก็รีบคืนร่างเป็บุรุษรูปงามทันที เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายหวาดกลัวตนในร่างนี้เอามากๆ หลังจากที่ร่างเล็กเห็นเขาในร่างมนุษย์
“หล่ออ่ะ หล่อวัวตายควายล้ม”
“เกือบไปแล้วไหมล่ะ ระวังตัวด้วย แล้วเมื่อสักครู่เ้าว่าอย่างไรนะเสี่ยวไป๋”
“เอ๊ะ ? เดี๋ยวนะ เมื่อกี้ท่านเรียกข้าว่าอย่างไร”ร่างเล็กถามออกไปเพราะรู้สึกคุ้นๆ กับคำ ๆ นี้นัก
“ข้าก็เรียกเ้าว่า... เสี่ยวไป๋ของข้าอย่างไรเล่า”อี้เฟยก้มลงมากระซิบข้างใบหูเล็กอย่างหยอกเย้า เขารู้ว่าร่างเล็กเริ่มจะจำเขาได้บ้างแล้ว เพราะอาการอึ้งๆ ของอีกฝ่าย ตอนนี้หลิงซานอึ้งจริงๆ แบบพูดอะไรไม่ออกไปหลายอึดใจ
“ท่านคือ าาัจริงๆ หรือ”คนตัวเล็กถามพลางมองใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่าย ร่างสูงพยักหน้ารับช้าๆ
“ถ้าอย่างนั้นคนที่ข้าเห็นคืนนั้นก็คือท่าน”ร่างเล็กถามด้วยอาการลุกลี้ลุกลนไม่เป็สุขนัก ในใจก็ขออย่าให้เป็เขาคนนั้นแต่มันก็ไร้ผล
เหงื่อเม็ดเล็กๆ เริ่มจะผุดขึ้นมาตามใบหน้าและไรผม ใบหน้างามเริ่มซีดลงมาเรื่อยๆ ตามระดับความกลัวของคนตัวเล็ก เหมือนอี้เฟยจะจับสังเกตถึงอาการผิดปกติของร่างเล็กได้ จึงแอบสังเกตอยู่ตลอดหลายครั้ง
“ใช่เป็ข้าเอง”ร่างใหญ่ตอบ พาให้ร่างเล็กที่หน้าซีดอยู่แล้วก็แย่ลงไปอีก
“ถ้าเช่นนั้นก็เป็คนคนเดียวกับที่ ตะ-ตัดหัวเ้าคนชั่วนั้นใช่หรือไม่ ท่านเป็คนๆ เดียวกับคนในคืนนั้น”
“ใช่ข้าเป็คนฆ่ามันเอง”
(ไม่น่าล่ะชอบทำตัวลับๆ ล่อๆ มาหาเขาก็แต่กลางคืนเท่านั้นคงแอบมานะซิ)
“ไม่ ๆ มันต้องไม่ใช่ความจริง”(ฆ่าคนต่อหน้าเขาเลยนะ)
ร่างเล็กปฏิเสธความจริง ไม่อยากที่จะยอมรับว่า คนที่ฆ่าคนอื่นอย่างเหี้ยมโหดคนนั้น คือคนที่เขาจะต้องผูกพันใกล้ชิดด้วย
ร่างเล็กเอาแต่ส่ายหน้าที่ซีดเผือดไปมา ไม่ยอมรับความจริง จนร่างสูงต้องเรียกสติคนตรงหน้า ก่อนที่มันจะเตลิดไปไกลกว่านี้
“เสี่ยวไป๋ เ้าตั้งสติและฟังข้า”
ร่างสูงจับไหล่ร่างเล็กเขย่าเบาๆ เพื่อเรียกสติ ดวงตาคมจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาสวยอย่างมั่นคงและจริงใจ หลิงซานจ้องตอบอี้เฟย เขาคิดว่าเขาเห็นอะไรบางอย่างในแววตาคู่นั้น
“เ้าอย่าได้กลัวข้าไปเลย ข้าไม่มีวันทำร้ายเ้า เชื่อใจข้า จะได้หรือไม่”
“ตะ-แต่ท่าน”
“เอาเป็ว่า ข้าจะไม่ขอให้เ้าเชื่อ แต่ข้าจะกระทำให้เ้าได้เห็นเอง”ร่างสูงพูดพร้อมส่งความจริงใจมาทางสายตา จนร่างเล็กรู้สึกอบอุ่นในใจแปลกๆ
“ท่าน ใช่าาั ตัวจริงหรือ”
“ขนาดนี้แล้ว ยังจะข้องใจอันใดอยู่อีกรึ ข้าคือาาัตัวจริง หรือเ้าอยากพิสูจน์ดูก็ได้”ว่าพลางโน้มหน้าลงมา หลิงซานเอามือดันหน้าเขาไว้
“หยุดนะท่านจะทำอะไร ข้าเป็บุรุษเหมือนกับท่านนะ ออกไปเดี๋ยวนี้! “
“บุรุษแล้วอย่างไร ข้าไม่ถือสาหรอก”
“ท่านไม่ถือแต่ข้าถือ ข้าไม่ยอมเป็เมียใครทั้งนั้น รวมทั้งท่านด้วย ข้าไม่ยอมเป็ชายาของท่านเด็ดขาด! “เขาะโใส่หน้าอีกฝ่ายอย่างเคืองๆ
“ข้าให้โอกาสเ้าได้พูดใหม่อีกครั้ง คราวนี้จงคิดให้ดี ก่อนที่จะพูดคำใดออกมา”อี้เฟยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงโกรธจัด ก้าวมาหาร่างเล็กช้าๆ อย่างคุกคาม
เล่นเอาคนตรงหน้าเริ่มที่จะถอยหนีทีละนิดๆ เพราะชักจะกลัวคนผู้นี้ขึ้นมาเสียแล้ว สุดท้ายหมดหนทางหนี
เพราะแผ่นหลังบางชนเข้ากับต้นไม้ จึงใช้วิธีก้มหน้าจนคางเรียวชิดกับลำคอ ไม่พูดไม่จาเอาความเงียบเข้าสู้
อี้เฟยเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมา พร้อมเอื้อมมือหนามากอบกุมมือเล็กเอาไว้ เขาคงต้องให้เวลาอีกฝ่ายได้ปรับตัวเสียก่อน
“เ้าฟังข้า เ้าเป็คู่ของข้าจะให้ข้าทำเช่นไร ปล่อยเ้าไปรึข้าก็ทำไม่ได้ ที่นี่ไม่ว่าบุรุษหรือสตรีก็ย่อมเท่าเทียมกัน ย่อมออกเรือนไปเป็ภรรยาหรือสามีย่อมได้ทั้งนั้น เอาล่ะข้าจะให้เวลาเ้าได้เตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ หากแต่วันนี้ข้าต้องพาเ้ากลับวังั เรากลับกันเถิดป่านนี้ทุกคนคงรอพวกเราอยู่”
“ไม่นะ ข้าไม่กลับไปกับท่าน”(ขืนกลับไปมีหวังตาแก่นั่นจับเขาใส่พานถวายให้คนตรงหน้านี้เป็แน่)
“เ้าหยุดดื้อดึงกับข้าสักครั้งเถิด เสี่ยวไป๋กลับไปกับข้านะ”
“ไม่ ยังไงข้าก็ไม่กลับ! “ร่างเล็กว่าพลางใช้มือรวบต้นไม้ใกล้ๆ ยึดเอาไว้อย่างแ่า อี้เฟยมองคนตัวเล็กด้วยสายตาดุดัน
“เ้าจะเดินไปเองดีๆ หรือจะให้ข้าแบกเ้ากลับไป”
“ข้าไม่เลือกอะไรทั้งนั้น ไปให้พ้นนะอย่ามายุ่งกับข้า ทะ-ท่านจะทำอะไร ปะ-ปล่อยข้าลง ปล่อยกูโว้ย ไอ้โรคจิต! “
“เ้าหยุดะโใส่หูข้าสักที หูข้ามันจะแตกอยู่แล้วนะ”
และแล้ว คนปากดีก็มายืนทำหน้าบึ้งตึงอยู่หน้าลานพิธี ที่ดูเหมือนตอนนี้กำลังมีพายุลูกใหญ่นามว่าเฟยหลง ซึ่งหน้าตาเหมือนคนที่ยืนอยู่ข้างเขาอย่างกับแกะ กำลังจะถล่มใส่หมู่บ้านแห่งนี้ เพราะหาคู่ชะตาของตนไม่เจอ ทุกคนที่อยู่หน้าลานพิธีต่างก็หน้าดำคร่ำเครียดไปตามๆ กัน
เพราะยังหาคู่ชะตาของัผู้เป็พี่ไม่เจอ อี้เฟยเเละหลิงซานยังอดแปลกใจไม่ได้ แล้วคู่ชะตาอีกคนทำไมไม่ปรากฏตัวเหมือนเขากันนะ นี่ก็เพิ่งจะรับรู้ว่ามีคนต้องตกที่นั่งเดียวกันกับตัวเองอยู่อีกคน แล้วไม่มีใครรู้ว่าคนผู้นั้นอยู่ที่ใด อี้เฟยยังคิดไม่ออกเลยว่าคู่ของพี่ชายตนหายไปไหนกัน
“ค้นหากันครบหมดทุกคนแล้วรึท่านพี่”น้องชายถาม พี่ชายพยักหน้ารับ
“แล้วพี่สะใภ้ล่ะ เอ่อ ข้าหมายถึงพี่ชายของเสี่ยวไป๋”เขาถามพี่ชายตนเพราะมองหาเป้าหมายไม่เจอ
“ข้ายังไม่เห็นเขาเลย”เฟยหลงตอบคำถามน้องชายฝาแฝดของตน พร้อมกับหันไปถามท่านผู้นำ
“คนของท่านหมดเพียงแค่นี้แล้วรึ”
“เอ่อ... ความจริงก็ยังมีเย่วซินอีกคน ข้าเห็นออกไปตามหลิงซานยังไม่กลับมาเลยน่ะท่าน แต่ข้าว่าคงไม่ใช่เขาหรอก”ท่านผู้นำก้มหน้าลงตอบคำถามของเฟยหลงออกไป พร้อมใบหน้าที่เริ่มมีเหงื่อซึมออกมาจึงยกมือขึ้นเช็ดออก
“เ้ารู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่เขา เ้ากล้ารับรองกับข้ารึไม่ท่านผู้นำ! “
เฟยหลงตะคอกออกมาด้วยความโกรธ เพราะอย่างไรเสียก็ต้องเป็ร่างบางเขามั่นใจ ท่านผู้นำหน้าซีดเผือดสะดุ้งโหยงเมื่อโดนอีกฝ่ายตะคอกใส่
“เอ่อ คือข้า... นั่นเขามาพอดีเลย”เย่วซินเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ หลิงซาน และััได้ถึงความตึงเครียดของทุกคน จึงมองหน้าคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยความสงสัย ว่ามีเื่อันใดเกิดขึ้นอีก ในเมื่อตอนนี้หลิงซานก็มายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ร่างบางกวาดตาไล่มองไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่ที่อี้เฟยซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ หลิงซาน ก็รู้ได้ในทันที่ว่าเขาคือาาั แต่เอะ ไอ้คนหน้าเหมือนกันกับอีกคน ที่ยืนจ้องมองเขาตาวาววับนี่สิใครกัน แต่ยังไม่ทันได้ไขข้อข้องใจอะไร
ร่างหนาก็ตรงดิ่งมาหาเขาทันที ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยส่งมาให้ร่างบาง เย่วซินมองอย่างตกตะลึงก่อนจะร้องประท้วงขึ้น
“เดี๋ยวท่านจะทำอะไร หยุดเดี๋ยวนี้นะ!! “เฟยหลงไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงเข้ามาคว้าตัวเขาเอาไว้ได้ ก็จับตัวเขาพลิกให้ด้านหลังของร่างบางมาอยู่ตรงหน้า ก่อนจะค่อยๆ ดึงเสื้อที่ไหล่ซ้ายลงมาเพื่อหาสิ่งทีตน้า
ร่างบางพยายามดิ้นรนขัดขืน อยู่ดีๆ ก็ถูกลากมาจับพลิกซ้ายพลิกขวา ก่อนจะถูกลวนลามด้วยฝีมือคนตรงหน้า แบบนี้ใครมันจะไปยอม
“ไม่มี!! มันเป็ไปได้อย่างไรกัน ก็คนที่ข้านิมิตเห็นคือเ้านี่ มันต้องมีอะไรผิดพลาดเป็แน่”
เฟยหลงหาจนทั่วครั้งแล้วครั้งเล่าก็ไม่เจอ ใบหน้าคมเผยความผิดหวังและหวาดกลัวออกมา หากคนผู้นั้นไม่ใช่ร่างบางเขาจะทำเช่นไร เขาเกือบจะเปลื้องผ้าของเย่วซินจนหมดตัวไปแล้ว หากน้องชายไม่เรียกสติเอาไว้เสียก่อน ร่างบางมองอย่างแค้นเคือง ดวงตาหวานจ้องคนตรงหน้าเหมือนจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายคามือ
“ท่านพี่ใจเย็นก่อน ท่านกำลังทำให้เขากลัวนะ”
เฟยหลงมองตามที่น้องชายบอก ก็เจอเข้ากับสายตาที่มองเขาอยู่ แต่ห่างไกลกับคำว่ากลัวนัก ถ้าจะเรียกให้ถูกก็คงไม่พ้นอยากจะฆ่าเขาเสียมากกว่า อี้เฟยเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้จึงเอ่ยขึ้นกับพี่ชาย
“เอ่อท่านพี่ ท่านลองใช้ดวงจิตรั เรียกคู่ชะตาของท่านดูจะดีหรือไม่”เฟยหลงทำสีหน้าหนักใจขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด เมื่อนึกถึงวิธีที่น้องชายตนเอ่ยขึ้นมา
“ข้าไม่อยากใช้วิธีนี้ เ้าก็รู้มิใช่หรือว่าวิธีนี้จะทำให้อีกฝ่ายเ็ปเจียนตาย ถ้าไม่จำเป็ข้าจะไม่ใช้มันเป็อันขาด”
เขารู้ว่าหากใช้วิธีนี้ อีกคนจะเ็ปแค่ไหน เพราะการใช้ดวงจิตรัเรียกคู่ มันเป็การบีบให้สัญลักษณ์ปรากฏขึ้นโดยผิดธรรมชาติ มันจึงบีบคั้นจนเ้าของร่างเ็ปราวกับร่างกายถูกฉีกขาดเป็เสี่ยงๆ
“แล้วท่านพี่มีวิธีอื่นหรือ”
“ข้าก็อับจนหนทางแล้วเช่นกัน ทั้งที่มั่นใจว่าเป็เขาแต่กลับเป็เช่นนี้ไปได้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ถ้าเช่นนั้น ท่านพี่ก็ใช้ดวงจิตรัเสียเถิด จะได้รู้สักทีว่าพี่สะใภ้ข้าคือผู้ใด อย่างไรตอนนี้ท่านก็ไม่มีทางเลือกนะท่านพี่”
เฟยหลงถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ตอนนี้เขาสับสนไปหมด แอบผิดหวังที่ร่างบางไม่มีสัญลักษณ์ปรากฏบนไหล่เล็กๆ มิน่าล่ะ ถึงว่าทำไมร่างบางสามารถมีคนรักได้ ทั้งๆ ที่หวังเอาไว้อย่างมากมาย มาตอนนี้มันกลับเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น
“เอาเถิดท่านผู้นำ ในเมื่อพวกท่านหาไม่เจอก็ไม่เป็ไร ข้าจะหาเองด้วยวิธีของข้า หากว่าเกิดอะไรขึ้นพวกท่านก็อย่าใ จงอยู่นิ่งๆ จนกว่าพิธีจะจบลง”
“เชิญท่านเถิด พวกข้ามิมีอันใดขัดข้อง”เฟยหลงเริ่มใช้ดวงจิตรัเพื่อเรียกสัญลักษณ์แห่งคู่ชะตาให้ปรากฏขึ้น เวลาผ่านไปสักพักก็ยังไม่เกิดผล ทุกคนเริ่มท้อรวมทั้งเ้าตัวก็เป็เช่นนั้น แต่แล้วก็ได้ยินเสียงร้องดังออกมาจากด้านหน้า ทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาได้บ้าง
“อ๊าก... !! “
“เย่วซิน เ้าเป็อะไรไป”แค่ได้ยินชื่อที่หญิงสาวเอ่ยขึ้น ก็ทำให้เฟยหลงระบายยิ้มออกมาอย่างยินดี เขาอยากเข้าไปหาร่างบางยิ่งนัก แต่ทำไม่ได้เพราะเขาต้องตั้งสมาธิเพื่อเรียกสัญลักษณ์แห่งคู่ชะตาให้ปรากฏ จนในที่สุดมันก็ปรากฏขึ้นบนไหล่ของคนที่เขาหมายปองอย่างสมบูรณ์
“อ๊าก... !! ท่านแม่ช่วยข้าด้วย มันเจ็บเหลือเกิน”
เสียงร้องเรียกหามารดาอย่างเ็ปทรมาน ทำให้หญิงคนรักปรี่เข้ามาประคองเขา ก่อนที่มารดาจะมาถึงเสียอีก
หนิงอันประคองคนรักเอาไว้ ก่อนที่หลิงซานจะปรี่เข้ามารับพี่ชาย จับเอาร่างที่อ่อนปวกเปียกมาหนุนตัก
“เย่วซินเ้าเป็อะไรไป บอกข้าสิ เ้าเป็เช่นนี้ข้ากลัวนะฮึก ฮื่อ... “ หนิงอันร้องไห้สะอื้นออกมา เมื่อเห็นว่าคนรักไม่รู้สึกตัว
“ท่านพี่ ท่านพี่เป็อะไรไป ตื่นสิเป็แบบนี้ข้าใจไม่ดีนะ”
หลิงซานร้องเรียกอยู่อย่างนั้น เขากลัวว่าพี่ชายจะเป็อะไรไปมากกว่านี้ แต่พี่ชายตนก็ไม่ตอบสนองอะไรเลย มารดารีบเข้ามานั่งใกล้ๆ บุตรชาย พลางใช้มือลูบใบหน้างามอย่างเบามือ ก่อนจะใช้มืออันสั่นเทาค่อยๆ แหวกคอเสื้อดึงลงมาให้พ้นไหล่บาง และแล้วสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าทุกคน มันทำให้ใครหลายคนอึ้งไปอึดใจใหญ่ ก่อนที่จะได้ยินเสียงกรีดร้องของสตรีนางหนึ่งอย่างขวัญเสีย
“กรี๊ด! ไม่จริงข้าไม่เชื่อ ฮือ... “เป็เวลาเดียวกันที่เฟยหลงลืมตาขึ้นหลังจากเสร็จสิ้นพิธี เขารีบปรี่เข้ามาหาคู่ชะตาของตนอย่างเป็ห่วง สุดท้ายก็สมใจเขาสักที รอยยิ้มร้ายได้ผุดขึ้นที่ริมฝีปากหนา ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว
“เ้าเป็เช่นไรบ้างเย่วเอ๋อร์ ข้าไม่ได้้าทำให้เ้าเจ็บเช่นนี้ ยกโทษให้ข้าด้วยข้าไม่มีทางเลือกจริงๆ “
เฟยหลงเอื้อมมือมารับร่างบางต่อจากหลิงซาน ซึ่งบัดนี้ใบหน้างามซีดเผือดด้วยความเ็ป เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มใบหน้า ปากบางที่เคยแดงระเรื่อตอนนี้กลับซีดสนิทไร้สีเื เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วว่าร่างบางตรงหน้าเ็ปเพียงใด
อี้เฟยยืนมองเหตุการณ์อยู่สักพัก ก็เข้ามาคว้าตัวหลิงซานออกไป ในใจก็นึกสงสารพี่สะใภ้อยู่เหมือนกัน ทุกคนในที่นี้ต่างแตกตื่นตกตะลึงไปตามๆ กันโดยเฉพาะหนิงอัน ที่ตอนนี้ได้ถอยห่างออกไปนั่งร้องไห้อยู่อีกมุม โดยมีหยางหลิวคอยปลอบอยู่ไม่ห่าง นางถอยั้แ่ตอนที่เฟยหลงปรี่เข้ามาแล้ว หยางหลิวเองยังอึ้งไม่หาย เปรียบเหมือนว่าโดนใครเอาไม้มาฟาดกระบาลก็ว่าได้
“เย่วเอ๋อร์เ้าเป็เช่นไรบ้าง ฮึก ฮือ... บอกแม่ซิเย่วเอ๋อร์”
มารดาเอ่ยออกมาพร้อมเสียงสะอื้นอย่างเป็ห่วง เพราะตอนนี้ร่างบางยังสลบไม่ได้สติเลย
“เขาปลอดภัยแล้ว อีกประเดี๋ยวคงได้สติท่านคลายใจเถิด”
เฟยหลงพูดจบก็ช้อนร่างบางขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก แล้วมุ่งหน้าไปยังบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ทันที โดยที่อีกฝ่ายยังคงหลับใหลไม่ได้สติอยู่ในอ้อมกอดของเขา ที่กำลังพาร่างเล็กไปชำระกาย เพราะมันเลยเวลามามากแล้ว