ความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้อง ทุกสายตาจับจ้องไปที่จื่อห้าวและถังไห่ ทั้งสองก้มหน้าครุ่นคิดอยู่นานแต่ทว่าก็หาได้คิดสิ่งใดออกเพราะผู้ที่ออกมารับสินค้าคือพ่อบ้านเก่อคังจวิน
“เื่นี้พวกเ้าทั้งสองไม่ต้องคิดมาก มีความเป็ไปได้หลายส่วนที่เื่นี้อาจมีการวางแผนเอาไว้นานแล้ว พวกเ้าทั้งสองแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าผู้ที่ออกมารับสินค้าคือพ่อบ้านเก่อคังจวิน?”
ฟูชินฟานเอ่ยวาจาสอบถามอีกครั้ง
“แน่นอนขอรับ พวกข้าทั้งสองไม่เพียงแต่จะพบเจอพ่อบ้านเก่อคังจวินแต่ยังพบเจอคุณชายเก่อชิงหยางอีกด้วย เป็ไปได้หรือไม่ที่จะให้คุณชายเก่อชิงหยางเป็พยานให้พวกข้าทั้งสอง?”
ฟูชินฟานได้แต่ส่ายศีรษะไปมา ใช้มือขวาล้วงไปที่อกเสื้อดึงจดหมายออกมาหนึ่งฉบับ
“จื่อห้าวเ้าอ่านข้อความในจดหมายนี้เถอะ มันถูกส่งมาก่อนหน้าพวกเ้ากลับมาสองวัน”
จื่อห้าวเดินไปรับจดหมายจากฟูชินฟาน ทันทีที่เปิดออกเขาก็ตัวสั่นสะท้าน
“เกิดสิ่งใดขึ้นจื่อห้าว?”
จื่อห้าวหันไปมองถังไห่
“คุณชายเก่อชิงหยางถูกสังหารในวันที่เรานำสินค้าไปส่ง”
“จริงรึ!!”
ถังไห่ใทำสิ่งใดไม่ถูก
“พวกเ้าไม่ต้องคิดมาก ตัวข้าเองเชื่อในสิ่งที่พวกเ้าทั้งสองเอ่ยวาจาออกมา ข้าเลี้ยงพวกเ้ามาั้แ่เด็กเหตุใดจะไม่รู้จักนิสัยของพวกเ้า เอาเถอะพวกเ้ากลับมาได้อย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว เวลานี้กลับไปพักผ่อนเถอะ รอให้พวกสำนักัม่วงมาที่นี่อีกครั้งข้าจะจัดการเอง”
“แต่เ้าสำนักขอรับ!”
ฟูชินฟานยกมือขวาขึ้นห้าม
“ทำตามที่ข้าบอกทำใจให้สบาย เื่ทุกอย่างมีทางแก้ไขเสมอ”
“เช่นนั้นข้าทั้งสองขอตัวลาก่อนขอรับ”
จื่อห้าวและถังไห่รีบก้มคารวะหลังจากนั้นก็เดินออกไปพร้อมกับชูิ ฟูชินฟานจึงหันไปมองหวังซุนและจินหยาง
“สหายข้าเกิดสิ่งใดกับเ้ากัน?”
“พูดแล้วก็น่าละอาย ข้าออกจากหมู่บ้านส่านเฟิงแล้ว”
“เช่นนั้นเ้าก็คิดจะมาอยู่ที่นี่?”
หวังซุนพยักหน้าตอบรับ
“ดี! เช่นนั้นเ้าก็พักที่บ้านพักเดิมของเ้าก็แล้วกัน เ้ามาใน่เวลาที่เหมาะสมจริง ๆ สหาย ว่าแต่ข้าคุ้นเคยกับแซ่ของหลานชายของเ้ายิ่งนัก”
“นายน้อยจินหยางเป็บุตรชายของจินหยงและเป็หลานชายของอดีตแม่ทัพใหญ่จินจวินซง”
ฟูชินฟานถึงกับหันไปจ้องมองจินหยางไม่นานก็หันไปมองหวังซุน
“ข้าได้ข่าวมาจากสายสืบว่ายี่มู่ผู้คุมกฏราตรีทมิฬได้นำศีรษะของคนตระกูลจินทั้งหมดแขวนเอาไว้ที่ประตูเมืองหลวงเพื่อหลอกล่อหยวนเจี้ยนและพรรคฟ้าดิน เช่นนั้นคุณชายจินหยางคงเป็ผู้เดียวที่มีชีวิตอยู่”
จินหยางถึงกับสั่นสะท้านเมื่อได้ยินที่ฟูชินฟานเอ่ยวาจาออกมา เขากำหมัดในมือขวาแน่นสูดลมหายใจเข้าปอดหลายสิบลมหายใจ จนฟูชินฟานต้องรีบหันไปมอง
“หรือว่าคุณชายจินหยางยังไม่ทราบเื่นี้”
“ขอรับ วันที่เกิดเื่ที่ตระกูลจินข้าพบแต่ศพอันไร้ศีรษะของท่านปู่ และท่านพ่อก็หายตัวไป ส่วนคนที่เหลือท่านปู่ให้พวกเขาหลบหนีออกไปก่อนแล้ว แต่ข้าไม่คิดว่าพวกนั้นจะตกตายหมดแล้ว”
“ข้าขอแสดงความเสียใจต่อท่านด้วยคุณชายจินหยาง ว่าแต่ตอนนี้คุณชายอายุเท่าไหร่แล้ว?”
“เจ็ดปีขอรับ”
“ข้าเห็นในมือท่านถือกระบี่ เช่นนั้นอีกไม่นานคุณชายคงเข้าสำนักกระบี่หลงอู่?”
“เป็เช่นนั้นขอรับ”
ฟูชินฟานเอ่ยวาจาออกมาเสียงดังลั่นแฝงไปโดยลมปราณ
“พ่อบ้านหวาง นำขวดยาเม็ดลมปราณวารีมาให้ข้าหนึ่งขวด”
หวังซุนได้ยินเช่นนั้นรีบเอ่ยวาจาออกมาแต่ทว่าถูกฟูชินฟานยกมือขึ้นห้าม
“สหายข้า ถือว่าเม็ดยาที่ข้าจะมอบให้คุณชายจินหยางเป็คำขอโทษที่ข้ามอบให้แก่เขาก็แล้วกัน เ้าก็รู้ดีว่าท่านแม่ทัพช่วยเหลือข้ามากเพียงใด”
“แต่สิ่งนั้นมันมากเกินไป”
“ไม่มีสิ่งใดมากไปหรอกสหายข้า อย่างน้อยก็ให้ได้ข้าตอบแทนทายาทเพียงผู้เดียวที่เหลืออยู่ของท่านแม่ทัพก็แล้วกัน”
ไม่นานได้มีชายชราผมขาวมัดผมหางม้าสวมชุดสีเทาขลิบแดงเดินถือขวดยาก้าวเดินเข้ามา
“พ่อบ้านหวางมอบขวดยาขวดนั้นให้แก่คุณชายท่านนี้เถอะ”
พ่อบ้านหวางยื่นขวดยาให้แก่จินหยาง จินหยางรีบก้มศีรษะคารวะ
“รบกวนพ่อบ้านหวางให้คนไปทำความสะอาดบ้านพักของหวังซุนและบ้านพักที่ติดกันด้วย พวกเขาทั้งสองจะมาอยู่กับเราที่นี่”
“ขอรับท่านเ้าสำนัก”
สิ้นเสียงกล่าวตอบรับพ่อบ้านหวางเขาก็รีบเดินออกไปจากห้องโถง
“คุณชายจินหยาง ตอนนี้ท่านเริ่มฝึกฝนทักษะใดมาแล้วบ้าง?”
“เรียนท่านเ้าสำนักฟูชินฟาน ข้าเพิ่งเริ่มต้นศึกษาทักษะยุทธ์ได้ไม่นานขอรับ”
“เรียกข้าเช่นเดียวกับหวังซุนเถอะ”
“ขอรับท่านลุงฟูชินฟาน”
ฟูชินฟานหันไปมองหวังซุน
“สหายข้า หากข้าจะมอบคัมภีร์ลมปราณเก้าแปรผันให้แก่คุณชายจินหยางเ้าคิดเห็นเป็อย่างไร?”
“ฟูชินฟาน นี่มันมากเกินไป เพียงแค่เ้ามอบเม็ดยาลมปราณวารีก็เกินพอแล้ว คัมภีร์เล่มนั้นแต่เดิมมันเป็สิ่งที่เ้าจะมอบให้แก่ผู้สืบทอดไม่ใช่รึ?”
“สหายข้า เ้าก็รู้อยู่แล้วว่าตอนนี้ตัวข้าหาได้มีทายาทสืบสกุลอีกต่อไป หากจัดการเื่ของจื่อห้าวเสร็จสิ้น อีกไม่นานข้าก็ต้องมอบสำนักคุ้มภัยแห่งนี้ให้แก่เขา ข้าคิดดีแล้วสหายข้าอีกอย่างคัมภีร์นั่นมันเหมาะสมสำหรับคุณชายจินหยาง”
“หากเ้าคิดดีแล้วก็ตามใจเ้าเถอะ ข้าคงกล่าวสิ่งใดไม่ได้”
“ดี”
ฟูชินฟานใช้มือขวาล้วงไปที่อกเสื้อดึงคัมภีร์เก่า ๆ เล่มหนึ่งออกมา หน้าปกมีรอยฉีกขาดเพียงเล็กน้อย
“คุณชายจินหยาง ข้าขอมอบคัมภีร์เล่มนี้ให้แก่ท่าน หากท่านฝึกฝนมันพร้อมกับเม็ดยาที่ข้ามอบให้ก่อนหน้านี้ มันจะทำให้ท่านดูดซับพลังปราณจากเม็ดยาและช่วยให้ท่านโคจรลมปราณได้ดียิ่งขึ้น”
จินหยางรีบก้มคารวะ ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปรับคัมภีร์จากฟูชินฟาน
“ขอบคุณท่านลุงฟูชินฟานมากขอรับสำหรับเม็ดยาและคัมภีร์เล่มนี้”
“อย่าได้กล่าวเช่นนั้น หากไม่มีท่านแม่ทัพในวันนั้นตัวข้าคงตกตายไปนานแล้ว สิ่งของสองสิ่งนี้มันยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ แต่เอาเถอะภายในสามปีต่อจากนี้คุณชายหมั่นฝึกฝนก็แล้วกัน ข้าจะส่งจดหมายแนะนำตัวท่านให้แก่สำนักกระบี่หลงอู่เอง”
“ขอบคุณท่านลุงฟูชินฟานมากขอรับ พระคุณในครั้งนี้ข้าจะไม่มีวันลืม”
ฟูชินฟานหันไปสบตากับหวังซุน
“ดี ดี เอาละสหายข้าตอนนี้คงไม่มีสิ่งใดแล้ว เ้าพาคุณชายจินหยางไปเดินชมรอบ ๆ สำนักเถอะ หลังจากนั้นเ้าค่อยพาเขากลับไปพักบ้านพักข้าง ๆ เ้าก็แล้วกัน ข้ายังคงมีเื่บางอย่างต้องจัดการอยู่”
“ได้ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
หลังจากที่หวังซุนพาจินหยางออกไปได้ไม่นานพ่อบ้านหวางก็เดินเข้ามาภายในห้องโถง
“นายท่าน ท่านจะจัดการกับเื่ของจื่อห้าวอย่างไรขอรับ?”
“ส่งข้อความออกไปขอความช่วยเหลือจากเหิงจาง ให้เขาจัดการกับเื่นี้ซะ”
พ่อบ้านหวางตื่นใไม่น้อยที่ฟูชินฟานเอ่ยนามของเหิงจางออกมา
“ท่านคิดเื่นี้ดีแล้วรึขอรับ?”
“เ้าคิดว่าเื่ที่เกิดขึ้นเป็ฝีมือของผู้ใดกันเล่า?”
“แต่สิ่งที่เราต้องจ่ายให้แก่เขาท่านจะทำอย่างไรขอรับ?”
“เื่นั้นเ้าไม่ต้องห่วงข้ามีวิธีจัดการแล้ว เ้ารีบไปส่งข้อความเถอะ รีบหน่อยก็ดีเพราะอีกไม่กี่วันคนจากสำนักัม่วงก็จะกลับมาที่นี่อีกแล้ว”
“แต่ว่านายท่าน..”
“เ้ารีบทำตามคำสั่งข้าก็พอพ่อบ้านหวาง”
“ขอรับ”
หลังจากที่หวังซุนและจินหยางเดินออกมาจากห้องโถง เขาก็พาจินหยางเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบของสำนักคุ้มภัย หลังจากนั้นเกือบสองเค่อทั้งสองก็กลับไปยังบ้านพักที่พ่อบ้านหวางจัดเตรียมเอาไว้ จินหยางเมื่อเข้ามาภายในห้องพักเขาก็รีบนำคัมภีร์ลมปราณเก้าแปรผันออกมา
“เทียนคง เริ่มทำการสแกน”
ไม่ถึงสิบลมหายใจจินหยางก็วางคัมภีร์เอาไว้ข้างกาย
“การสแกนเสร็จสิ้น มีเนื้อหาที่ขาดหายบางส่วน ข้าทำการแก้ไขเนื้อหาทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้วขอรับ”
“เทียนคง โอนถ่ายข้อมูลได้เลย”
“ขอรับคุณชาย”
หลังจากโอนถ่ายข้อมูลเสร็จสิ้น จินหยางนั่งครุ่นคิดบางอย่างอยู่นาน ชั่วน้ำเดือดเขาก็แสยะยิ้มออกมาและทำการเปิดจุกขวดยาที่ได้มาจากจื่อห้าวและฟูชินฟานออก เขาเทเม็ดยาออกมาวางบนฝ่ามือซ้ายมีเม็ดยาเพิ่มพลังปราณมากกว่ายี่สิบเม็ด ไม่รอช้าจินหยางรีบกลืนเม็ดยาทั้งหมดลงท้อง
“หวังว่าสิ่งที่ข้าคิดมันจะถูกต้องนะเทียนคง”
“ไม่ต้องห่วงขอรับ หากเกิดสิ่งผิดปกติต่อร่างกายของท่านข้าจะจัดการเอง”
“ดี เช่นนั้นโอนถ่ายข้อมูลคัมภีร์ลมปราณเก้าแปรผันไปยังกล้ามเนื้อ”