ตอนที่ 14 คำให้การของพยาน (1)
พยานคนแรกที่พาตัวมาก็คือจือหลาน สาวใช้ผู้ติดตามของท่านหญิงอิ๋นจูจือหลานกับท่านหญิงอิ๋นจูอายุไล่เลี่ยกัน ทว่านางยังไม่ได้ออกเรือนบอกว่าจะคอยอยู่ปรนนิบัติข้างกายท่านหญิง เว่ยเยียนหรานจ้องมองนางที่เดินผ่านหน้าตนไปด้วยแววตาเย็นเยียบนั่นเป็นคนที่ติดตามข้างกายมารดานางมาตั้งแต่เยาว์วัย ท่านหญิงอิ๋นจูเห็นสตรีผู้นี้เป็นดั่งพี่น้องแท้ๆของตน นางไม่เข้าใจและคิดไม่ออกว่าเหตุใดจือหลานถึงทรยศท่านหญิงอิ๋นจูครอบครัวจือหลานอัตคัตยากจน ยังมีบิดาบ้าพนัน พี่ชายขี้เหล้ากับมารดาที่เจ็บป่วยออดๆแอดๆ ดังนั้นพวกเขาทั้งบ้านจึงหวังพึ่งพาเงินเพียงน้อยนิดของจือหลานและที่ท่านหญิงอิ๋นจูให้จือหลานไปก็ไม่ได้มีเพียงเงินน้อยนิดนั้นท่านหญิงอิ๋นจูดีกับนางขนาดนี้ เหตุใดนางถึงขั้นต้องการเอาชีวิตผู้มีพระคุณได้ลง หรือนางจะเป็นพวกกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา
“ท่าน...ท่านอ๋อง” จือหลานคุกเข่าตัวสั่นอยู่ตรงนั้นไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงขนาดคนบริสุทธิ์ยังอกสั่นขวัญแขวนเวลาอยู่ต่อหน้าเจียงอวิ่นจือผู้มีหน้าตาเคร่งขรึมยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงนางที่ในใจกำลังร้อนรน
“เป็นเจ้าที่เห็นเว่ยเยียนหรานผลักท่านหญิงอิ๋นจูตกสระบัวใช่หรือไม่”เจียงอวิ่นจือจ้องนางสายตาเย็นยะเยือก ผ่านสักพักจึงเอ่ยถามออกมา
“เพ...เพคะ” จือหลานตัวสั่นก้มหน้าตอบกลับ
“เงยหน้าขึ้นมา!” เจียงอวิ่นจือตวาดเสียงดัง
จือหลานเงยหน้ามองเจียงอวิ่นจือที่มองนางด้วยสายตาเย็นชาอยู่ตรงนั้นท่าทางเขาราวกับกำลังมองคนตาย เหงื่อเย็นผุดพรายอาบใบหน้าของนาง พลางนึกแค้นใจตัวเองว่าเหตุใดตอนนั้นถึงได้เลอะเลือนนัก
“เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นอีกรอบ!” เจียงอวิ่นจือพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
จือหลานมองเจียงอวิ่นจือแวบหนึ่ง ก่อนจะลอบมองไปทางเว่ยเส่าชิงกับเซียวถิงหลานพบว่าเซียวถิงหลานในตอนนี้กำลังกวาดสายตาไปรอบทิศ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวส่วนเว่ยเส่าชิงก็มีสีหน้าเคร่งเครียดและร้อนใจเช่นกัน ใจนางพลันหล่นลงตาตุ่มครั้งนี้เกรงว่าคงต้องตายอนาถแน่แล้ว ตอนนี้คงทำได้เพียงกัดฟันยืนกรานไปก่อน
“วันนั้นคุณหนูใหญ่มาที่อารามฉืออวิ๋นอยากให้ฮูหยินออกหน้าขอราชโองการจากฮ่องเต้ ให้นางได้แต่งงานกับคุณชายใหญ่จวนเสนาบดีฮูหยินพยายามปรามนางอย่างลำบากใจ ทั้งสองคนโต้เถียงกัน คุณหนูใหญ่ไม่พอใจจึงผลักฮูหยินจนตกลงไปในสระบัวทว่านางกลับวิ่งหนีไปเพราะกลัวความผิดเพคะ” จือหลานกัดฟัน ทวนคำอีกรอบ เมื่อนางพูดคำโกหกมากเข้าก็รู้สึกว่าเรื่องจริงเป็นเช่นนี้ไปแล้ว
“จือหลาน เจ้าถึงกับกล้า...”หวังเล่อซานที่อยู่ข้างๆ ตาเบิกโพลงด้วยความโกรธ จ้องจือหลานที่คุกเข่าอยู่บนพื้นยังไม่ทันเอ่ยจบก็ถูกหวังฉีที่อยู่ข้างๆ ดึงแขนเสื้อเบาๆ หวังเล่อซานถลึงตาใส่จือหลานอย่างโกรธแค้นก่อนจะเผลอมองเจียงอวิ่นจือโดยไม่ได้ตั้งใจ เจียงอวิ่นจือกำลังมองเขานิ่งๆอยู่เช่นกัน นัยน์ตาคู่นั้นราวกับมองทะลุผ่านโฉมหน้าของเขาเข้าไปถึงจิตวิญญาณ ทำให้เขาอดหนาวสะท้านไม่ได้จึงก้มหน้าลงพลางลูบไม้ดีดหินด้ามนั้นโดยไม่พูดอะไรอีก
“เว่ยเยียนหราน เจ้ามีอะไรจะพูดหรือไม่”เจียงอวิ่นจือจ้องจือหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเว่ยเยียนหราน
เว่ยเยียนหรานมาหยุดอยู่ข้างๆ จือหลานก้มหน้าลง จ้องนางด้วยแววตาเย็นยะเยือก จือหลานไม่เคยเห็นเว่ยเยียนหรานเป็นเช่นนี้มาก่อนจึงได้แต่นิ่งงันอยู่ตรงนั้น
คิดไม่ถึงว่าเว่ยเยียนหรานจะยกมือขวาขึ้นมาตบไปที่ใบหน้าของจือหลานอย่างแรง จือหลานกุมซีกหน้าไว้ มองไปที่เว่ยเยียนหรานอย่างไม่อยากจะเชื่อนางรู้ว่าเว่ยเยียนหรานมีนิสัยหยิ่งยโสกับผู้อื่น แต่กลับปฏิบัติกับตนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/c296c31b0765291b1e1f03a511502655