ตลอดเวลาที่ไต่บันไดเชือกลงชาร์ลอตต์มิได้ลืมตามองอะไรทั้งสิ้น บังเกิดความโล่งใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อััความรู้สึกอยู่ว่ามีมือที่แข็งแกร่งของผู้ชายเอื้อมมาจับเอวไว้กระชับมั่นและพยุงร่างเธอให้นั่งลงในเรือบต เธอจับตามองขณะที่แพตทริคไต่บันไดเชือกนั้นตามลงมาด้วยสายตาที่บอกการท้าทาย
เชือกที่ผูกเรือบตติดอยู่กับเรือใหญ่ถูกปลดออกแพตทริคกับผู้ชายคนนั้นช่วยกันพายเรือบตเข้าหาฝั่ง ชาร์ลอตต์จับตามองปลาสีเงินที่ลอยตัวขึ้นเหนือพื้นน้ำสีครามใสด้วยความตื่นตาตื่นใจอย่างที่สุด
เธอเฝ้าบอกกับตัวเองอยู่ว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอเฝ้าฝันถึงแต่การผจญภัยและบัดนี้ก็ได้พบกับการผจญภัยอันน่าตื่นใจนั่นแล้วซึ่งเท่ากับเป็การพิสูจน์คำพูดของลิเดีย ที่สั่งสอนเธอมาแต่ครั้งเยาว์วัยว่าบุคคลควรที่จะตั้งจุดประสงค์ให้กับตนเอง และเฝ้ารอเวลาอยู่สักวันหนึ่งสิ่งที่เป็ความฝันความหวังมันจะต้องปรากฏเป็ความจริงขึ้นมาจนได้
หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานเธอก็เห็นพระราชวังชัดเจนขึ้น เธอจับตามองความงดงามของสถาปัตยกรรมที่นํามาใช้ในการก่อสร้างพระราชวังแห่งนี้ทั้งประตูและหน้าต่างเป็ทรงโค้ง ประกอบด้วยเสาทรงกลมขนาดใหญ่ และลานเฉลียงกว้าง ดาดฟ้าประดับด้วยไม้ฉลุเป็ลวดลายสวยงาม
ยิ่งกว่านั้นเธอก็ยังสังเกตเห็นว่ามีใครสองคนได้ออกมายืนรออยู่บนฝั่งต่างแต่งกายด้วยเสื้อคลุมตัวยาวสีสันสดใส และมีผ้าโพกผมสีสดสว่างอยู่เหนือศีรษะ
ภาพที่เห็นทําให้ชาร์ลอตต์ขยับตัวเข้าไปใกล้แพตทริคเนื่องจากเขานั่งอยู่ในท่าที่หันหลังให้เธอหวังว่าเขาจะไม่เห็นการกระทําแบบตื่นกลัวของเธอในครั้งนี้ ขณะเดียวกันเธอก็อยากจะเชื่อในทุกคําพูดของเขา และเปี่ยมอยู่ด้วยความหวังว่าเมื่อเขาออกจากพระราชวังในครั้งนี้ เขาจะพาเธอกลับไปด้วย
เมื่อเรือบตเข้าถึงฝั่งและบุคคลทั้งสองที่เธอเห็นยืนรออยู่ได้เข้ามาช่วยลากเรือขึ้นสู่ชายหาด เตือนเธอด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจังว่า
“เมื่อเข้าไปในวังแล้วคุณปล่อยให้พวกผู้หญิงดูแลคุณตามหน้าที่ของพวกเขาก็แล้วกันไม่ต้องพูดจาตอบโต้แต่อย่างใดทั้งสิ้น เมื่อถึงเวลากลับ ผมจะส่งคนไปรับตัว”
แพตทริคได้รับการต้อนรับจากบุคคลทั้งสองด้วยความดีอกดีใจและการแสดงคารวะนอบน้อมแต่เมื่อพวกเขาหันมาเห็นชาร์ลอตต์ที่แต่งกายแบบผู้ชายทั้งสีหน้าและแววตากบอกความไม่พอใจ
แพตทริคประสานมือทั้งสองเข้าด้วยกันพูดด้วยเสียงอันดังกับบุคคลทั้งสอง และทันใดท่าทีของอีกฝ่ายหนึ่งก็เปลี่ยนไปรีบประคับประคองเธอราวของขวัญชิ้นเปราะบางขึ้นสู่หาดทราย
หลังจากนั้นบุคคลทั้งสองก็พาชาร์ลอตต์เดินเข้าไปในลานกว้างที่พื้นปูไว้ด้วยแผ่นศิลาดํามีอ่างน้ำพุหินอ่อนสีชมพูสวยงามตั้งเด่นเป็สง่าอยู่กลางลานนั้น ต่างชวนกันชี้ให้เธอชมความงามของสรรพสิ่งที่นํามาตกแต่งประดับประดาไว้ในบริเวณนี้ทั้งที่เธอไม่เข้าใจในภาษาที่เขากําลังใช้อยู่แม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามในที่สุดบุคคลทั้งสองก็พาเธอเดินผ่านประตูทรงโค้งที่จําหลักลวดลายวิจิตรตระการตาเข้าสู่ด้านใน
หนึ่งในจํานวนนั้นหันมาจับมือทั้งสองของเธอไว้และพวกผู้หญิงที่นั่งเอนอิงพิงพักกันอยู่ในบริเวณต่างก็ลุกขึ้นยืนและเริ่มเดินเข้ามารายล้อมชาร์ลอตต์
ทุกคนต่างมองดูการแต่งกายของเธอและวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ ต่างชี้ให้กันดูเท้าที่เปล่าเปลือย กางเกงที่เธอสวมใส่และยังเรือนผมที่รุ่ยร่ายบางคนก็ถึงกับเอื้อมมือมาจับราวกับ้ารู้ว่ามันจะมีสัตว์ประเภทใดเข้าไปฝังตัวอยู่ในนั้นบ้าง
เกิดมาในชีวิตชาร์ลอตต์ไม่เคยมีความรู้สึกว่าตนเองถูกหยามิ่เช่นวันนี้เลย แต่กระนั้นเธอก็มิได้ขุ่นเคืองแต่อย่างใด กลับรู้สึกว่ามันเป็บรรยากาศที่แปลกใหม่ เธอยอมรับว่าในยามนี้ลึกลงไปในใจเธอบังเกิดความตื่นกลัวไม่น้อย
แต่เมื่อสังเกตไปโดยรอบด้วยสติอารมณ์ที่ได้รับการควบคุมไว้อย่างมั่นคงข่มความหวั่นไหวลงไว้แล้ว เธอก็สังเกตเห็นว่าสตรีทั้งหลายที่รุมล้อมเธออยู่ในเวลานี้ ล้วนแล้วแต่มีอายุมากกว่าเห็นได้ชัดว่าจะต้องเป็ผู้หญิงที่อยู่ ในฮาเร็มของสุลต่านชาร์ลอตต์บอกตัวเองอีกครั้งว่าบัดนี้เธอได้มาเห็นสิ่งที่ตนเองอยากเห็นมาชั่วชีวิตแล้ว
“มีใครที่พูดภาษาอังกฤษได้บ้างไหม”เธอเอ่ยถามออกไป ด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความมีอํานาจและศักดิ์ศรีเท่าที่จะบังคับให้ตนเองเอ่ยออกมาได้
แต่สิ่งที่เธอได้รับเป็คำตอบคือเสียวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังขึ้นเซ็งแซ่และภายหลังจากที่ผู้ชายคนที่พาตัวเธอมาส่งออกคําสั่งบางอย่างก่อนที่เขาจะผละจากไปผู้หญิงคนหนึ่งก็จับมือเธอไว้แน่น พาเดินไปยังขอบสระว่ายน้ำขนาดใหญ่
และในนาทีต่อมาเสื้อผ้าของแพตทริคที่เธอสวมใส่อยู่ก็ถูกปลดเปลื้องออกจากร่างซึ่งถึงแม้เธออยากจะต่อสู้ขัดขวางการกระทําของผู้หญิงเ่าั้ แต่ก็รู้อยู่ว่าถึงทําไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะพวกผู้หญิงที่รุมล้อมอยู่รอบตัวในยามนี้มีมากกว่าสิบคน และทุกคนก็ล้วนแล้วแต่มีร่างกายแข็งแรงด้วยกันทั้งนั้น...
น้ำในสระใสสะอาดและอุ่นกําลังสบายอบอวลด้วยกลิ่นหอมของอบเชย กุหลาบและการ์ดิเนีย และเนื่องจากแพตทริคให้คํามั่นสัญญาไว้แล้วว่าชาร์ลอตต์จะปลอดภัยเมื่ออยู่ในพระราชวังแห่งนี้ หญิงสาวจึงยอมรับความช่วยเหลือจากบรรดาหญิงสาวทั้งหลายที่อยู่ในฮาเร็มแห่งนี้อย่างดี
ทุกตารางนิ้วบนเรือนร่างนอกจากใบหน้าได้รับการขัดถูด้วยหินพัมมิสอันเป็หินจากูเาไฟซึ่งใช้สําหรับการขัดถูเนื้อตัวโดยเฉพาะพวงผมได้รับการสระด้วยไข่ขาวจนสะอาดสะอ้านหลังจากนั้นชาร์ลอตต์ก็ได้รับการประคับประคองขึ้นจากสระ ในสภาพที่ความตึงเครียดได้ผ่อนคลายลงอย่างมากจนแทบจะหลับไปในนาทีนั้น
บรรดาหญิงสาวทั้งหลายเอาผ้าเนื้อนุ่มมาเช็ดเนื้อตัวให้และให้เธอนอนคว่ำหน้าลงบนเก้าอี้ยาวที่คลุมด้วยกํามะหยี่สีแดงอ่อนขณะที่บางคนช่วยหวีผมให้อยู่นั้น อีกคนหนึ่งที่ใช้น้ำมันหอมชโลมลงบนเรือนร่างและคลึงปลายนิ้วแต่เพียงบางเบาเธอระบายลมหายใจออกมาอย่างเปี่ยมสุขเมื่อกล้ามเนื้อคลายลง
หลังจากนั้นหญิงสาวคนหนึ่งก็เอาผ้าแพรเนื้อบางเบาคลุมร่างและปล่อยให้เธอหลับตามสบายในยามนั้นที่ชาร์ลอตต์แว่วเสียงดนตรีที่ไพเราะแปลกหู เสียงหัวเราะต่อกระซิกเบา ๆของพวกหญิงสาว และเสียงน้ำในสระที่กระฉอกอยู่กับขอบสระที่ปูไว้ด้วยกระเบื้องเคลือบ
เธอฝันว่าตนเองได้กลับไปที่เรือเอนชานเทรสอีกครั้งพร้อมกับแพตทริคเนื้อตัวเปลือยเปล่าที่หอมกรุ่นด้วย น้ำมันหอมทอดอยู่เคียงข้างเขาบนเตียงนอนและเขากําลังโลมไล้เรือนร่างเธอ
“ช่างสวยเหลือเกิน”เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยอยู่ และยังเขี่ยปอยผมเปียกชื้นออกจากหน้าผาก “ช่างสวยน่ารัก แล้วก็ยังต้องอยู่ห่างไกลจากบ้านเหลือเกิน”
ความจริงที่ว่าคําพูดประโยคนั้นได้เปล่งออกมาเป็ภาษาอังกฤษ มันได้ทิ่มแทงเข้าไปในความง่วงงุนของชาร์ลอตต์เธอจึงปรือเปลือกตาขึ้นช้า ๆ และได้พบว่าหญิงสาวผมบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าใสอายุประมาณต้นวัยสามสิบ กําลังก้มลงยิ้มให้เธออยู่
ฝ่ามือของผู้หญิงคนนั้นทาไว้ด้วยเฮนน่าสีส้มอันเป็ธรรมเนียมที่ชาร์ลอตต์เคยอ่านพบ เสื้อคลุมแบบที่หญิงสาวผู้นี้สวมใส่ตัดเย็บด้วยแพรเนื้อเนียนสีน้ำเงิน ปักประดับทั่วทั้งตัวด้วยลายดอกไม้และนกเดินเส้นด้วยไหมสีเงินสวยงามอย่างเหลือพรรณนา พวงผมของเธอยาวสยายลงคลุมแผ่นหลังหยักสลวยด้วยลอนธรรมชาติเนียนนุ่มน่าจับต้องยิ่งนัก
“ฉันคืออเลฟ”ผู้หญิงคนนั้นบอกกับชาร์ลอตต์ “เป็คนโปรดของสุลต่านด้วยนะ อีกไม่นานฉันก็จะได้เลื่อนตําแหน่งขึ้นเป็คาดินแล้ว”
ชาร์ลอตต์รู้ว่าเธอกําลังเบิกตาโพลงแต่ก็รู้สึกช่วยไม่ได้ เธอกับเพื่อนสาวร่วมชั้นในมหาวิทยาลัยในปารีส ได้หาหนังสือนิยายเกี่ยวกับฮาเร็มมาอ่านกันอย่างสนุกสนานเท่าที่จะหาได้และเธอรู้ว่าคําว่า “คาดิน” หมายถึง “ภรรยา”
“และฉันคิดว่าเธอเองก็จะได้เป็คนโปรดด้วยเหมือนนะ”อเลฟกล่าวต่อ ประเมินความคิดของชาร์ลอตต์ด้วยแววตาที่บ่งบอกความยุ่งยากใจ “บางทีคืนนี้เธออาจจะได้มีโอกาสเต้นรํากับกาลิบก็ได้และถ้าเธอทําให้เป็ที่พอใจของท่านแล้ว เธอก็จะได้นอนร่วมเตียงกับท่านด้วย”
ชาร์ลอตต์ผวาขึนนั่งทันทีซึ่งทำให้หญิงสาวผู้นั้นถึงกับผงะและถอยออกห่างตอนนั้นเองที่เธอได้เห็นว่าอเลฟมีครรภ์แก่ใกล้คลอดแล้ว
“ฉันจะไม่มีวันนอนร่วมเตียงกับใครทั้งสิ้น”ชาร์ลอตต์พูดอย่างโกรธเคือง “ฉันเป็เพื่อนของกัปตันเทรวาร์เรนเมื่อเขาออกเดินทางฉันก็จะไปกับเขาด้วย”