“สาวน้อยดื่มให้พี่สักแก้วนะครับ” ลูกค้าหนุ่มคะยั้นคะยอให้ฉันดื่มเหล้าแก้วในมือของเขาไม่ยอมหยุดแถมยังดูแล้วเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าเขาจะยอมปล่อยฉันไปง่ายๆหากฉันยอมไม่ดื่มเหล้าแก้วนี้ให้หมดก่อน
“ถ้าหนูดื่มหมด พี่จะยอมปล่อยหนูไปทำงานใช่ไหมคะ?” ฉันถามด้วยความรำคาญลูกค้าชายกลุ่มนี้เต็มทนคนจะทำงานทำไมต้องมารบกวนด้วยก็ไม่รู้ ยิ่งวันนี้เป็วันแรกที่ฉันมาทำงานด้วยมันคงจะไม่ดีหากฉันมีเื่กับลูกค้าั้แ่วันแรก
“ครับ! แค่น้องดื่ม พี่ปล่อยน้องเลย”เพื่อ้าตัดปัญหาทุกอย่างให้มันจบไปโดยเร็วฉันเลยเอื้อมมือไปรับแก้วจากลูกค้ามาดื่ม
“อึก อึก~ หนูดื่มหมดแล้วค่ะทีนี้ปล่อยหนูได้แล้วนะคะ” ฉันยกแก้วเหล้าที่พึ่งดื่มไปจนหมดขึ้นมาให้พวกเขาดูก่อนจะส่งแก้วคืนกลับไป บอกเลยว่าเหล้าที่พวกลูกค้าให้ฉันดื่มมันขมมาก!ขมแบบชนิดที่ไม่มี Mixer อะไรผสมให้ฉันเลย!!!
เพล้ง~
เสียงแก้วเหล้าตกกระทบพื้นแตกกระจายดังลั่นเมื่อฉันยื่นแก้วส่งคืนให้ลูกค้าชายคนเดิม คนที่ยื่นแก้วมาให้ฉันในตอนแรกซึ่งก็ดูเหมือนว่าเขาจะรับแก้วไปจากฉันแต่อยู่ๆก็กลับเปลี่ยนใจเป็ไม่รับมันซะอย่างนั้นจนทำให้แก้วมันตกแตกไปอย่างที่เห็น
“ว๊ายยย! หนูขอโทษค่ะ” ด้วยสัญชาตญาณที่ติดนิสัยเอ่ยขอโทษก่อนมันเลยกลายเป็เหมือนกับว่าฉันเป็คนผิดแล้วตอนนี้ก็กำลังขอโทษลูกค้าอยู่ทั้งๆที่ฉันเหมือนจะไม่ใช่คนผิดั้แ่แรกนะจะบ้าตายกับตัวเอง!
แต่ก็นะฉันก็มีส่วนผิดด้วยแหละที่ไม่ดูให้ดีว่าลูกค้ารับแก้วไปไว้ในมือดีรึยังก็ปล่อยแก้วนั้นออกจากมือตัวเองก่อนจนทำให้แก้วแตกอย่างที่ทุกคนเห็น อ๊ะ!ยอมรับผิดไว้เองก็ได้ค่ะ ซุ่มซ่ามเองแหละ
“แก้วแตกแล้วจะรับผิดชอบยังไงครับ?” ลูกค้าทำเสียงเข้มดุใส่ฉันและดูท่าว่ากำลังจะหาเื่ฉันด้วย ตายแล้ว! มาทำงานวันแรกก็จะมีเื่กับลูกค้าเลยเหรอบันนี่?
“หนูจะชดเชยเงินให้นะคะ ขอโทษด้วยค่ะ”ฉันก้มหน้าขอโทษลูกค้าด้วยความสำนึกผิด ในใจไม่อยากมีเื่จริงๆ พึ่งจะได้งานอย่าต้องให้ได้หางานใหม่อีกเลย
“พี่ไม่้าเงินหรอก ขอแค่คืนนี้น้องนั่งดื่มกับพวกพี่ทั้งคืนเป็การชดเชยก็พอแล้วครับ”ลูกค้าบอกฉัน ซึ่งตัวฉันเองก็ไม่อยากจะนั่งกับพวกเขาเลยจริงๆดูสายตาของแต่ละคนในกลุ่มนี้ที่มองมาที่ฉันสิฉันรู้สึกเหมือนกำลังถูกลวนลามโดยตรงจากทางสายตายังไงก็ไม่รู้ ไม่ปลอดภัยเลยจริงๆ
“ว่าไงครับ?” เมื่อเห็นว่าฉันเงียบไม่ยอมตอบพวกเขาก็ถามฉันย้ำอีกครั้ง เอายังไงดีละถ้าไม่ตอบตกลงก็ต้องมีเื่แน่โอ๊ย!ทำไมถึงได้ซวยอย่างนี้นะบันนี่เอ๊ย!!!
ใครก็ได้ช่วยบันนี่คนนี้ทีเถอะค่ะฉันไม่อยากนั่งกับพวกเขาเลยจริงๆนะรู้นะว่าการมาทำงานแบบนี้มันเสี่ยงที่จะเจอลูกค้าประเภทแบบนี้แต่ก็ไม่คิดว่าจะเจอแจ็คพ็อตในวันแรกที่มาทำงานเลยไง ใครก็ได้ช่วยหนูทีค่าาาา
“...คือหนู..”
“ต้องขออภัยคุณลูกค้าด้วยนะครับ ที่พนักงานของเราทำให้คุณลูกค้าไม่พึงพอใจแต่เื่ที่จะให้พนักงานของเราไปนั่งกับคุณลูกค้าคงจะไม่ได้หรอกนะครับกฎของร้านเราไม่อนุญาตให้พนักงานเสิร์ฟมานั่งกับลูกค้านะครับ ผมต้องขออภัยด้วย”ในวินาทีที่ฉันกำลังอ้ำอึ้งหาทางออกที่จะตอบปฏิเสธลูกค้าอยู่ๆก็มีมือแกร่งของใครก็ไม่รู้เข้ามาโอบไหล่ของฉันไว้แน่นก่อนจะดึงตัวของฉันเข้าไปหาเขาจนฉันััได้ถึงแผ่นหลังของฉันที่แนบชิดเข้ากับอกกำยำของเขา
พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบกับผู้ชายร่างสูงใบหน้าคมเข้ม ผิวขาว หน้าเนียนใสไร้สิว คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็สันั์ตาสีน้ำตาลเข้มอมเขียวนั้นมันดึงดูดฉันจนหยุดนิ่งค้างให้กับความหล่อของเขาไปหลายวินาทีบอกได้แค่ว่าั์ตาคู่นั้นของเขามันสวยมาก มีเสน่ห์มากกว่าทุกคนที่ฉันเคยพบเจอมาพูดได้เต็มปากเลยว่าทั้งชีวิตนี้ของฉันยังไม่เคยเห็นใครมีั์ตาที่สีสวยแบบนี้แถมหล่อดึงดูดได้มากขนาดนี้มาก่อนเลย
“ทำไมจะไม่ได้ แค่มานั่งเอง”
“ไม่ได้จริงๆ ครับ”
“เฮ้ย! อย่าเื่มากสิวะ แค่ให้น้องเขามานั่งด้วยเองจะอะไรกันนักกันหนา!”ลูกค้าเริ่มโวยวายเมื่อไม่ได้ในสิ่งที่พวกเขา้า
“ให้หนูนั่งกับพวกเขาก็ได้ค่ะ อย่ามีเื่เลย”ฉันกระซิบบอกคนตัวสูงที่กำลังยืนโอบกอดฉันไว้อยู่ไม่ยอมปล่อยให้เราได้ยินกันแค่สองคนเบาๆ ไม่อยากให้เขาต้องมามีเื่เพราะฉันแถมต้นเหตุก็ยังเป็เพราะฉันอีก เดี๋ยวจะซวยกันไปหมด
“ไม่ได้หรอก เธอไม่ได้เป็คนผิด” เขาก้มลงมากระซิบตอบฉันซึ่งมันเป็จังหวะเดียวกันกับที่ใบหน้าของฉันถูกดันให้เข้าไปแนบชิดกับอกแกร่งของเขามากยิ่งกว่าเดิมจนฉันได้กลิ่นน้ำหอมที่อยู่ในกายของเขาโชยมาเตะจมูก หอมมากๆ!
มันคงเป็น้ำหอมราคาแพงสินะถึงได้หอมขนาดนี้ซึ่งสถานะทางการเงินของฉันในตอนนี้คงไม่มีปัญญาซื้อมันได้อย่างแน่แค่คิดก็เศร้าใจในชีวิตที่แสนอาภัพของตัวเอง
กลับเข้าเื่น่าแปลกคือฉันกำลังถูกชายแปลกหน้าอย่างเขาโอบกอดแต่ฉันกับไม่รู้สึกกลัวหรือรู้สึกไม่ชอบกลับกันฉันกับรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกซะอย่างงั้น ฉันชอบ?
เขาโอบกอดฉันไว้แน่นขึ้นกว่าเดิมพร้อมกับจับฉันหมุนตัวหันหลังให้กับโต๊ะของลูกค้าแล้วใช้มือของเขาผลักดันหลังฉันให้เดินออกจากจุดตรงนี้เพื่อตัดปัญหาเสียดื้อๆแต่ดูเหมือนมันจะไม่ง่ายเมื่อลูกค้ามีท่าทีเริ่มโวยวายไม่พอใจมากกว่าเดิม
“มึงเป็ใครวะ! มาเสือกอะไรด้วย!!!”
“ถ้าคุยไม่รู้เื่ก็เชิญออกไปครับ” เขาไปตอบกลับลูกค้าอย่างใจเย็นแต่น้ำเสียงมันดูน่ากลัวมากทั้งๆ ที่ฉันยืนหันหลังให้กับเหตุการณ์แต่กลับััได้ถึงความน่ากลัวของคนข้างกายจนขนลุกซู่
“มึงเป็ใคร! มากล้าไล่ลูกค้าได้ยังไงวะ!!!”
“กระทืบมันเลยไหมพวกเรา” เสียงของลูกค้ายังโวยวายอยู่ด้านหลังฉันไม่หยุดทุกคนในไนต์คลับเริ่มหันมามองที่พวกเราเป็จุดเดียว
“ถ้าอยากมีเื่เชิญลูกค้าด้านนอกครับ” เขาบอกลูกค้าก่อนจะจับมือฉันให้ตามเดินออกมาจากไนต์คลับพร้อมกันและเลี้ยวมายังด้านหลังของไนต์คลับ
“คุณคะ อย่ามีเื่เพราะหนูเลยนะคะหนูไม่อยากให้คุณต้องมาเดือดร้อนเพราะหนู ให้หนูกลับไปนั่งกับลูกค้าก็ได้ค่ะ”ฉันบอกเขาด้วยน้ำเสียงที่เริ่มสั่นเมื่อรู้ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะมีเื่ทะเลาะวิวาทจนอาจจะถึงขั้นลงไม้ลงมือกันฉันไม่อยากให้ใครต้องมามีเื่หรือต้องเจ็บตัวเพราะฉัน
“ฟังนะ ฉันเป็เ้านายของเธอ และก็เป็เ้าของไนต์คลับแห่งนี้ด้วยลูกน้องกำลังถูกรังแก คนเป็เ้านายอย่างฉันจะทนดูแล้วนิ่งเฉยอยู่ได้ยังไงกันฉันต้องปกป้องกระต่ายน้อยอย่างเธอสิ”เขาพูดกับฉันด้วยรอยยิ้มอีกทั้งยังเอามือขึ้นมาลูบหัวของฉันอย่างเบามืออีกด้วยทำไมเขาช่างดูเป็ผู้ชายที่แสนอบอุ่นและอ่อนโยนจังเลย
“มึงอยากมีเื่มากใช่ไหมไอ้หน้าหล่อ” เสียงของพวกลูกค้าที่เดินตามหลังมาดึงความสนใจของพวกเราสองคนให้หันไปมองพวกเขามีทีท่าพร้อมจะรุมเ้านายของฉันอย่างเต็มที หมาหมู่มากค่ะ
“ยืนรออยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันมา ถ้าฉันไม่เรียกห้ามหันกลับมามองนะ”เ้านายจับตัวของฉันหมุนหันหลังอีกรอบก่อนจะก้มลงมาเอาใบหน้าหล่อๆนั่นมาแนบกับใบหูของฉันแล้วกระซิบบอกฉันเบาๆซึ่งฉันก็ทำได้เพียงแค่พยักหน้าตอบรับด้วยความเข้าใจ
ผลัวะ!ปึก!! ตุบ!!! แคร่ง!!!
“โอ๊ย!!! อ๊ากกกก! อั๊กกกก!”
เสียงการต่อดังอย่างต่อเนื่องเกิดขึ้นไวมากถึงฉันจะมองไม่เห็นเหตุการณ์แต่ก็รับรู้ได้ว่ามีการต่อสู้ที่รุนแรงและหนักหน่วงอย่างมากเกิดขึ้น แต่เสียงที่ร้องด้วยความเ็ปที่ฉันได้ยินมันไม่ใช่เสียงของเ้านายของฉันฉันเลยยังไม่กล้าที่จะหันไปดู สักพักเสียงทุกอย่างจะสงบนิ่งลง...
“รอนานไหม?” ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มีเสียงกระซิบหอบนิดๆดังขึ้นอยู่ข้างหูของฉัน
“นะ..หนูหันไปได้รึยังคะ?”
“ได้แล้วครับ” เมื่อเ้านายอนุญาตฉันก็หันหลังกลับไปหาเขาก่อนจะพบว่าใบหน้าของเขามีแผลตรงหางคิ้วและมีเืออกมาเล็กน้อยนอกนั้นไม่มีร่องรอยอะไรเลยพอจ้องเลยไหล่หนาของเขาไปก็เห็นพวกกลุ่มลูกค้าที่มีเื่นอนกองอยู่กับพื้นอย่างหมดสภาพ
“เจ็บไหมคะ?” ฉันค่อยๆเอื้อมมือขึ้นไปเช็ดเืตรงหางคิ้วของเขาออกให้ด้วยความเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะยังคงรู้สึกผิดที่ตัวเองเป็ต้นเหตุของเื่
“ฉันชื่อเสือ” เ้านายไม่ตอบคำถามของฉันแต่กลับบอกว่าตัวเองชื่ออะไรแทนทำเอาฉันงงอยู่ห้าวิ ก่อนจะแนะนำชื่อของตัวเองให้เขารู้จัก
“อ๋อ! หนูชื่อบันนี่ค่ะ”