ภานในซูเปอร์มาร์เก็ต เฉิงหยู่ ลากรถเข็นมาหนึ่งคัน แล้วก็เห็น เหยานา กำลังเลือกผักอย่างขะมักเขม้น เฉิงหยู่ก็รู้สึกอบอุ่นในใจอย่างบอกไม่ถูก
“ครูเหยา ครูคิดว่าตอนนี้พวกเราเหมือนคู่สามีภรรยาเลยเนอะ” เฉิงหยู่ เข็นรถมาแล้วพูดแซว
“อย่ามาพูดจาไร้สาระนะ ใครเป็นภรรยาเธอกัน” เหยานาตอบด้วยคำพูดไม่ค่อยสบอารมณ์ พร้อมทำตาขวางใส่ เฉิงหยู่
“ดูเหมือนครูจะไม่เชื่อสินะ” เฉิงหยู่ มองไปรอบๆ จึงเห็นคุณยายท่านหนึ่ง แล้วก็เข้าไปถามพลางชี้นิ้วไปที่ เหยานา “คุณยายครับ คิดว่าภรรยาผมเป็นยังไงบ้างครับ?”
คุณยาย ก็มองดูที่ เหยานา หลังจากนั้นก็ยกนิ้วให้ เฉิงหยู่ “พ่อหนุ่มช่างมีวาสนา ที่หาภรรยาสวยๆ แบบนี้ได้ พ่อหนุ่มต้องดูแลเธอให้ดีๆนะ อย่าทำให้เธอต้องเสียใจล่ะ”
“ขอบคุณครับคุณยาย ผมจะดูแลเธอให้ดีๆ” เฉิงหยู่ กะพริบตาใส่ เหยานา แล้วก็พูดอย่างมีความสุข
คุณยาย เดินจากไป เหยานา ก็หน้าแดง พลางพูดแบบโกรธๆ ว่า “เธอทำยังนี้ทำไมกัน? คราวหน้าถ้าทำแบบนี้อีกฉันจะโกรธแล้วนะ”
เฉิงหยู่ ก็ยิ้มๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นก็เข็นรถเข็นตาม เหยานา ต่อไป
————————-
หลังซื้อกับข้าวเสร็จทั้งสองก็กลับมาที่บ้าน เหยานา เปิดคอมพิวเตอร์เพื่อหาแบบฝึกหัดให้กับ เฉิงหยู่ ให้เขาได้ฝึกฟังการพูดดูก่อน แล้วเธอก็ไปทำกับข้าว
ระหว่างที่กินข้าว เฉิงหยู่ ก็พูดกับ เหยานาว่า “คราวหน้าอยู่คนเดียวต้องระวังตัวด้วยนะครับ โดยเฉพาะเวลาอยู่นอกโรงเรียน”
“หือ?” เหยานา เงยหน้าขึ้นมาแบบงงๆ
“ครูว่า เหอเจี้ยน เป็นคนดีไหมครับ? วันนี้ครูไม่ไว้หน้าเขาเท่าไหร่? ครูคิดว่าเขาจะยอมลืมมันง่ายๆ เหรอ?”
“เธอหมายถึงว่าเขาจะทำร้ายฉันงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้หรอก ถึงแม้นิสัยเขาจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่คงไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นอย่างแน่นอน!”
“ไม่เกี่ยวกับว่าจะเกิดหรือไม่เกิด กลับกันครูต้องระวังตัวให้มากเข้าไว้ ครูให้เบอร์โทรศัพท์ผมไว้ดีกว่า ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นจะได้ติดต่อผมทันที ”
เหยานา มองไปที่ เฉิงหยู่ คิดอยู่เขาจะหลอกขอเบอร์โทรศัพท์ หรือว่าเป็นห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่กันแน่ ดูแล้ว เฉิงหยู่ เหมือนไม่ได้ใช้มันเป็นข้ออ้าง ดังนั้นเธอจึงให้เบอร์โทรศัพท์เขาไป เฉิงหยู่ โทรออกทันที แล้วก็บอกให้เธอเก็บเบอร์เขาไว้ จากนั้นเขาก็แอบถ่ายพลังปราณไว้ที่ตัวของ เหยานา
หลังจากที่เกิดเรื่องกับ หลินยวี่ฮั่น เมื่อวานนั้น เฉิงหยู่ ก็ทิ้งพลังปราณบางส่วนไว้ร่างของเธอ เขาไม่อยากให้คนใกล้ชิดของตนเองต้องพบเจอเรื่องแบบเดียวกับเมื่อคืนนี้อีก อย่างน้อยๆถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาก็สามารถรู้ตำแหน่งของเธอได้ทันที
ด้วยพลังไหมเทวะนี้ เฉิงหยู่ ก็เหมือนกับมี GPS ติดตามตัวเธอได้ตลอดเวลา ทำให้ตามหาเธอตำแหน่งเวลาไหนก็ได้
เห็นว่า เหยานา นั้นกำลังบันทึกเบอร์โทร “ถ้าหากว่าคราวหลังเกิดเรื่องอะไรขึ้น ครูต้องโทรหาผมก่อน หรือว่าจะส่งข้อความมาก็ได้ ”
“ชิ พูดซะจริงจังเชียวนะ เธอมันก็แค่เด็กน้อย ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเธอจะช่วยฉันได้หรือไง?” เหยานา ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่
“ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ยังไงคุณก็ต้องบอกผมก่อน”
เหยานา ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ หลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว เหยานา ก็เริ่มติวภาษาอังกฤษให้ เฉิงหยู่ ทันที เพราะรู้ว่าความจำของ เฉิงหยู่ นั้นเหนือธรรมดา เหยานาจึงสามารถถ่ายทอดสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น และเฉิงหยู่เองก็สามารถเข้าใจมันได้ทั้งหมด ทำให้ เหยานา สอนได้อย่างราบรื่นสบายมาก ถึงแม้ว่าจะมีบางบทเรียนที่เข้าใจยากสักหน่อย แต่เมื่อเธออธิบายเพิ่ม เฉิงหยู่ ก็เข้าใจมัน ด้วยความสามารถในการเรียนรู้ขนาดนี้ทำให้ เหยานา ตกตะลึงไปเลยทีเดียว
ตอนที่อยู่มหาลัยมีนักเรียนบางคนที่โดดเด่นกว่าปกติ อย่างไรก็ตามหลังจากเห็นความสามารถในการเรียนรู้ของ เฉิงหยู่ มันสามารถอธิบายได้เพียงว่า เขาคืออัจฉริยะอย่างแท้จริง
ยังไงก็ตาม ตอนที่ เฉิงหยู่ กำลังจะกลับไป เหยานา ก็ยังให้การบ้านแก่เขาอีกมากมาย ท้ายที่สุดแล้ว ถึงแม้จะเรียนมากแค่ไหน แต่ก็ต้องตอบคำถามให้ถูกต้องด้วย การฝึกทำข้อสอบจะช่วยให้เข้าใจคำถามและตอบมันได้อย่างถูกต้อง ช่วยให้เขาเผชิญหน้ากับการสอบได้ดีมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าคำถามในหัวข้อต่างๆ จะช่วยยกระดับความสามารถในการตอบคำถาม ทำให้ควบคุมจังหวะและเวลาในการสอบได้อย่างอยู่หมัด
การสอบเข้ามหาลัยนั้นค่อนข้างดุเดือด แถมคำถามในข้อสอบก็ยากและมีจำนวนข้อมากด้วยเช่นกัน ถ้าหากไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างรวดเร็วนั้น ก็ง่ายที่เสียโอกาสไปเลย แม้ว่าให้หัวจะมีคำตอบอยู่มากมาย แต่ถ้าตอบไม่ทันก็เปล่าประโยชน์
สำหรับ เฉิงหยู่ การที่เธอให้การบ้านมากมายกับเขา นั้นปวดหัวยิ่งกว่าการท่องหนังสือสองสามเล่มทีเดียว แต่ เฉิงหยู่ ก็ไม่ได้โต้แย้งอะไร ในเมื่อเธอยอมเสียเวลาเพื่อให้ตัวเองเก่งขึ้น แล้วเขาจะปฏิเสธได้ยังไง?
——————
เฉิงหยู่ กลับถึงบ้านประมาณสี่ทุ่มกว่าๆ เขารู้สึกว่าการต้องเสียเวลาหารถกลับบ้านมันช่างยุ่งยากเสียจริง เฉิงหยู่ รู้สึกห่อเหี่ยวใจเป็นอย่างมาก ตัวเองซื้อรถมาก็ไม่ได้ใช้ เดี๋ยววันหยุดพรุ่งนี้ คงต้องไปรับรถกลับมา แล้วก็ขอไปแอบส่องแม่ตำรวจสาวนั้นซะหน่อย พอนึกภาพวันก่อนที่เขาจูบเธอ เฉิงหยู่ ก็รู้สึกร้อนรุ่ม รู้สึกดีจริงๆ ที่มีสาวๆข้างกาย คิดว่าตัวเองเป็นคนจริงจังกับเธอดีไหม? หลังจากคิดอยู่พัดหนึ่ง เฉิงหยู่ ก็ส่ายหัว ขจัดสิ่งรบกวนจิตใจทิ้งไป และหลับตาเริ่มฝึกฝนต่อ
วันรุ่งขึ้นระหว่างรับประทานอาหารเช้า เฉิงหยู่ ก็เสนอว่าอยากออกไปอยู่ข้างนอก
“ไม่ได้เด็ดขาด” เฉิงเหม่ยเหยียน คัดค้าน
“ทำไมล่ะครับ? ก่อนหน้านี้พวกเราก็ตกลงกันแล้วนี่ครับ? ว่าตราบใดที่ผมเอาเอกสารสัญญาระหว่างว่านเหม่ยกรุ๊ปมาให้ดู ผมก็สามารถออกไปอยู่ข้างนอกได้?”
“แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว? คราวก่อนแม่ของเธอได้ฝากฝังไว้ ว่าให้เธออยู่ที่นี่จนกว่าจะเข้ามหาลัย หลังจากนั้นแม่ของเธอจะมารับกลับไปเกียวโต”
“ผมไม่กลับไปหรอกครับ ผมอยากเรียนมหาลัยที่นี่ จะรีบกลับไปทำไม”
“เธออยากเรียนที่นี่ ? มหาลัยไหนล่ะ?”
“มหาลัยหยุนไห่!”
“มหาลัยหยุ่นไห่ก็นับว่าไม่เลว เพียงแต่แม่ของเธอต้องไม่ยอมช่วยแน่ๆ แม่เธอหวังให้กลับไปอยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง เธอเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลเฉิง พวกเขาจะไม่ยอมให้มีอะไรเกิดขึ้นกับเธออีก”
“โธ่ ถ้าพวกเขาไม่ช่วยผม แล้วผมไม่มีปัญญาสอบเองหรือไง? นอกจากนี้ผมก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว แถมภายในหยุนไห่ก็มีคุณอาอยู่ แล้วมันจะเกิดเรื่องอะไรได้? ใช่ไหมล่ะครับ คุณอา” เฉิงหยู่ หันไปถาม จ้าวหมิงหรง พร้อมขยิบตาให้เพื่อเป็นการส่งสัญญาณ
จ้าวหมิงหรงใช้ผ้าเช็ดปาก จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “ อะแฮ่มๆ เอ่อนี่ เหม่ยเหยียน! เด็กๆน่ะสักวันก็จะต้องเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ตอนนี้ เสี่ยวหยู่ ก็ว่านอนสอนง่ายขึ้นเยอะแล้ว แถมก็ไม่ได้ดื้อเกเรเหมือนแต่ก่อน ตอนนี้เขาต้องการอิสระใน หยุนไห่ แถมพวกเราก็ยังอยู่นี่ มันก็เป็นโอกาสดีไม่ใช่หรือที่จะให้เขาเรียนรู้ ถ้ากลับไปเกียวโต คนที่บ้านนั้นก็จะคอยตามใจเขา จะยิ่งทำให้เขาเป็นเหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง?”
“...ก็จริง แต่พวกเขาต้องไม่เห็นด้วยแน่ ถ้าจะให้เทียบกันแล้ว ระหว่าง มหาลัยเกียวโต กับ มหาลัยหยุนไห่ มหาลัยเกียวโตน่าจะเหมาะสมกับเสี่ยวหยู่มากกว่านะ”
“ยังไงผมก็ไม่กลับไปครับ ผมตั้งใจจะสอบเข้ามหาลัยหยุนไห่”
“พี่จะเข้า มหาลัยหยุนไห่ งั้นเหรอ? พี่ชาย ไม่ใช่ว่าหนูดูถูกพี่หรอกนะ แต่ผลการเรียนของพี่มัน... อึ๋ย!” จ้าวหยุนฟาง ได้ยินว่า เฉิงหยู่จะสอบเข้า มหาลัยหยุนไห่ ก็ส่ายหัว เหมือนกับว่ายังไงเธอก็ไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้
“ดูถูกพี่ชายแบบนี้ แสดงว่าไม่อยากได้รถแล้วใช่ไหมเนี่ย”
“รถ? ซื้อรถอะไรกัน?” เฉิงเหม่ยเหยียน ถามอย่างแปลกใจ
“พี่ชายสัญญาจะซื้อรถให้น่ะค่ะ”
“ไม่ใช่ว่าหนูมีรถใช้แล้วงั้นเหรอ? ยังจะเอารถอะไรอีกล่ะ?”
“หนูมีรถแค่คันเดียว แต่เพื่อนในห้องหนูมีตั้งสองสามคัน”
“แล้วทำไมลูกไม่คิดว่า ยังมีคนอีกมากมายที่ไม่มีรถ? แล้วพี่ชายของลูกจะเอาเงินที่ไหนซื้อรถกัน ”
“พี่ชายมีเงินเยอะแยะค่ะ”
“นี่เธอ...”
“อาหญิงครับ แค่ให้เธอซื้อรถเอง ไม่ได้ใช้เงินมากอะไรหรอกครับ แถมเธอยังโตขนาดนี้แล้วยังไม่เคยให้ของขวัญอะไรเลย ก็ถือซะว่าเป็นของขวัญให้เธอละกันครับ” เฉิงหยู่ พยายามแย้งคำพูดของ เฉิงเหม่ยเหยียน
“เธอมีเงินเยอะงั้นเหรอ ? หาเงินได้นิดหน่อยก็จะทำอวดเบ่ง แถมเรื่องของเธอเรายังคุยกันไม่จบเลยนะ อาไม่อนุญาติเรื่องที่จะออกไปอยู่ข้างนอกของเธอ สำหรับการสอบเข้ามหาลัย แล้วจะได้อยู่ในหยุนไห่ต่อหรือไม่ ต้องรอดูผลสอบของเธอก่อน ถ้าหากเธอสามารถสอบเข้า มหาลัยหยุนไห่ ได้จริงๆ อาก็อาจจะช่วยเกลี้ยกล่อมที่บ้านให้ แต่ถ้าสอบไม่ได้ล่ะก็ ต้องกลับไปที่เกียวโตโดยไม่มีข้อโต้แย้ง”
หลังจากมีประกาศิตส่งลงมา ระหว่างที่ เฉิงหยู่ กำลังจะออกจากบ้าน น้องสาวก็รีบวิ่งตามมาจากข้างหลัง “พี่ชาย จะไปไหน หนูขอไปด้วย”
“พี่จะออกไปจีบสาว เธอจะไปทำไม?”
“ถ้าพูดถึงเรื่องผู้หญิงพี่เชื่อมือหนูได้เลย! มีหนูช่วย มันต้องสำเร็จเป็นสองเท่าอย่างแน่นอน ”
“ชิ คราวก่อนพาเธอไปบ้าน หยางลั่วเซวียะ ไม่เห็นจะได้เรื่องอะไรเลย?”
“ครั้งนั้นจะโทษหนูไม่ได้น่า พี่ลั่วเซวียะ เป็นประธานบริษัทใหญ่โต เป็นผู้หญิงไม่ธรรมดา ถ้าหนูจะช่วยไม่ได้ก็ไม่เห็นแปลก!”
“สาวๆ ที่พี่เลือกแต่ละคนไม่ใช่จะจีบง่ายๆนะ ทำไมถึงไม่สามารถจัดการกับคนระดับนั้นได้ พี่ก็ต้องลงมือเอง ยังจะต้องให้เธอช่วยอะไรอีก? ถ้าให้พูด ระหว่างที่ฉันกำลังจีบสาวอยู่ แล้วมีเธอมายืนดูอยู่ข้างๆ ต่อให้ฉันไม่อาย แต่สาวๆคนอื่นจะต้องอายอย่างแน่นอน! ถ้าพาเธอไปมันก็ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่น่ะสิ”
“พี่ชาย พาหนูไปเถอะนะ! ครั้งนี้หนูช่วยพี่ได้แน่ เดี๋ยวพ่อแม่ก็ออกไปกันหมดแล้ว จะทิ้งให้หนูอยู่คนเดียวหรือไง!” จ้าวหยุนฟาง จับ เฉิงหยู่ แล้วก็โยกไปโยกมา พลางพูดจาอ้อนวอน
“เธอมีเพื่อนตั้งเยอะแยะไม่ใช่รึไง? ก็ไปเล่นกับพวกนั้นสิ!” พอเห็นเธออ้อนอย่างนั้น เฉิงหยู่ก็ถามออกไป
“ฮึ่ม พวกเขาชอบเสแสร้งใส่หน้ากากเกรงใจต่อหน้าหนู หนูไม่ชอบเล่นกับพวกเขาหรอก” จ้าวหยุนฟาง พูดอย่างไม่พอใจนัก
“เอาล่ะ! ฉันจะพาเธอไป”
“เย้! พี่ชายใจดีที่สุดเลย งั้นหนูขับเอง” พอได้ยินว่า เฉิงหยู่ จะพาไปด้วย สาวน้อยก็ดีใจกระโดดโลดเต้น
“หึหึ วันนี้ไม่ต้องขับรถไปหรอก เดี๋ยวพี่ชายจะต้องไปเอารถสุดเท่คันหนึ่ง”
พอเห็น จ้าวหยุนฟาง กำลังดีใจที่จะได้ไปกับ เฉิงหยู่ สองสามีภรรยาที่ดูผ่านหน้าต่างก็รู้สึกพอใจ เพราะทั้งคู่วันๆต่างก็ยุ่งกับงานของกระทรวง กับงานของบริษัทตัวเอง ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงเป็นห่วงลูกสาวตนเองมาก เพราะไม่ค่อยมีเวลาให้มากเท่าไหร่
เฉิงหยู่ มาที่นี่ได้ปีกว่าแล้ว แต่ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องงานก็ไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าใด แต่เพราะเหตุการณ์ครั้งนั้น เฉิงหยู่ ก็เปลี่ยนแปลงไปครั้งใหญ่ ทั้งสองคนต่างสนิทสนมกันมากขึ้น ในที่สุด เฉิงหยู่ ก็เห็นน้องสาวเป็นน้องสาวจริงๆซะที
ในฐานะที่ จ้าวหยุนฟาง เป็นลูกสาวคนเดียว เลยไม่เคยได้สัมผัสความรักของพี่น้อง ดังนั้นเมื่อมี เฉิงหยู่ เข้ามาเธอถึงดูมีความสุขมาก เมื่อเห็นสองพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวกัน สองสามีภรรยาก็รู้สึกชื่นใจไปด้วย
“ดูสิ ถ้าให้ เสี่ยวหยู่ อยู่ที่ หยุนไห่ ต่อไปก็ไม่เลวนะ อย่างน้อยๆก็ทำให้ เสี่ยวฟางฟาง มีความสุข”
“เสี่ยวหยู่ เปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปจนพวกเราไม่อาจเข้าใจได้ ” จ้าวหมิงหรง พูดราวกับว่ามีนัยลึกๆ
“อย่างน้อยตอนนี้เขาก็ไม่เลวนะ แค่นี้ก็พอแล้วล่ะมั้ง”
จบตอน