เมื่อเธอกลับมาถึงบ้านก็เจอกับทุกคนที่นั่งรออยู่ ทุกคนดูโล่งใจเมื่อเห็นพวกเธอกลับมาแต่ก็ต้องใเมื่อเห็นรถเข็นเต็มไปด้วยของที่มีผ้าคลุมอยู่ทำให้ไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น
"เขารับซื้อของเราไม่หมดเหรอลูก หรือว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นหรือเปล่า" ย่าหนิงพูดขึ้นหลังจากเห็นรถเข็นเต็มไปด้วยของคล้ายกับตอนขาไป
"เปล่าค่ะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เขารับซื้อของเราทั้งหมดแหละค่ะ ส่วนที่เห็นในรถเข็นด้านหลังเนี่ยเป็ของที่เหมยซื้อมาให้ทุกคนค่ะ"
"หา! ซื้ออะไรมาเยอะแยะจังเ้าเด็กคนนี้มีเงินต้องเก็บไว้สิไม่ใช่เอามาซื้อของไม่จำเป็ ต้องเก็บเงินไว้ค่าเรียนค่าหนังสืออีกนะ" ย่าหนิงพูดขึ้นอย่างนึกเสียดายเงินเพราะดูจากของที่ซื้อมาแล้วต้องใช้เงินเยอะแน่นอน
"ไม่ต้องห่วงค่ะเงินยังเหลืออีกเยอะ เรามาดูของกันดีกว่าว่าเหมยซื้ออะไรมาฝากทุกคนบ้าง"
"นี่ค่ะเสื้อผ้าใหม่ของทุกคนคนละ 2 ชุดแล้วก็มีผ้าห่มที่นอนสำหรับทุกคนเลยนะคะ เป็ไงคะชอบกันไหม" เหมยอิงเอาเสื้อผ้าที่เธอเลือกมาส่งให้ทุกคน
"ซื้อมาทำไมเสื้อผ้าเนี่ยที่มีอยู่ก็ยังใส่ได้อยู่เลยที่นอนผ้าห่มของเก่าก็ยังใช้ได้นะสิ้นเปลืองเปล่าๆ เ้าเด็กคนนี้"
ทุกคนต่างก็ดีใจที่มีเสื้อผ้าใหม่ใส่เพราะที่มีอยู่ถ้าไม่เปื่อยจนจะขาดก็มีแต่รอยปะเต็มไปหมดแต่ก็อดเสียดายเงินไม่ได้อยู่ดีเพราะเท่าที่ดูจากเนื้อผ้าแล้วดีกว่าที่เคยใส่อยู่มากราคาต้องแพงแน่เลย
"เอาละค่ะมาดูรายได้ที่เราขายได้วันนี้กันดีกว่า และนี่คือเงินที่เหลือจากการซื้อของวันนี้ค่ะ"เธอพูดขึ้นพร้อมกับหยิบเงินออกมาบึกหนึ่ง แต่ละคนมองดูเงินใบละ 100 หยวนตรงหน้าอยากเหม่อลอย
"ทั้งหมดเหลืออยู่ที่ 1,290 หยวนส่วนรายได้ที่ขายได้ทั้งหมดของวันนี้คือ 1,370 หยวนค่ะ" เธอยื่นเงินทั้งหมดให้กับย่าหนิง
"ของทั้งหมดที่เหมยซื้อมาวันนี้อยู่ที่ 90 หยวนค่ะยังมีพวกเนื้อหมู ข้าว แป้ง น้ำมันและเครื่องปรุงต่างๆอีกนะคะ เดี๋ยวเย็นนี้เหมยจะทำอาหารฉลองสำหรับรายได้ก่อนแรกของครอบครัวเรานะคะ"
"ได้มากขนาดนี้เหรอ!"ย่าหนิงพูดขึ้นเมื่อมองดูเงินในมือที่ตนเองถืออยู่ด้วยมือที่สั่นเทาเพราะนางไม่เคยจับเงินเยอะขนาดนี้มากสุดก็แค่ 500 หยวนเป็เงินชดเชยของลูกชายคนโตที่ทางการส่งให้ และไม่เคยได้ถือเงินเยอะขนาดนี้มาก่อนในชีวิต
"คุณย่าค่ะ เราจะมีรายได้อย่างนี้อีกทุกๆ 2 วันนะคะเพราะเหมยนัดกับลุงถังไปแล้วว่าจะส่งของทุกๆ 2 วันปริมาณเท่าๆ เดิมค่ะถ้าเขาเพิ่มเขาจะแจ้งบอกเราก่อนในทุกครั้งที่ไปส่งของค่ะ"
ทุกคนรู้สึกเรากับความฝันที่ครอบครัวมีเงินพันหยวนและจะได้เงินนี้ทุกๆ 2 วันอีกด้วย มันเป็สิ่งที่ทุกคนไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตนี้จะมีได้ ทุกคนต่างมองหน้ายิ้มให้กันอย่างมีความสุข
"ลี่หลินจ๊ะ กุ้งทางร้านรับซื้อเรากิโลละ 10 หยวนนะพี่ถามให้แล้ว"เธอพูดชื่อหลังจากนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้บอกราคาขายกุ้งกับทุกคน
"โหไอ้ตัวเปลือกแข็งที่นั่งอยู่ข้างลำธารขายได้ 10 หยวนแล้วหรอคะ" ลี่หลินพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นเพราะว่ากุ้งมีเยอะแยะตามซอกหินข้างลำธารเติมไปหมด
"อาสะใภ้คะ ลี่หลินด้วย เราไปซักชุดซักผ้าห่มและที่นอนกันก่อนดีกว่าค่ะจะได้แห้งทันใช้ในคืนนี้เลยทุกคนจะได้นอนหลับสบายกัน"
"หนูเหมยไม่ต้องไปหรอกจ้าเดี๋ยวอาไปซักกับอาลี่เอง เดินกลับมาจากในเมืองเหนื่อยๆไปนอนพักสักหน่อยดีกว่าจ้ะ เดี๋ยวทางนี้อากับน้องจัดการเอง"
"ขอบคุณค่ะอาสะใภ้งั้นเดี๋ยวเหมยขอไปนอนพักนะคะรู้สึกเมื่อยมากจริงๆ เดี๋ยวตื่นมาช่วยทำอาหารเย็นแน่นอนค่ะ"
เมื่อเธอรู้สึกตัวตื่นมาอีกทีก็ใกล้เวลาทำอาหารเย็นแล้วเธอจะรีบล้างหน้าล้างตาและออกมาจากห้องเจอกับอาสะใภ้กำลังขนผ้าห่มที่นอนที่แห้งแล้งเข้ามาในบ้าน
"หนูเหมยตื่นแล้วเหรอจ๊ะเดี๋ยวอาขอเปลี่ยนที่นอนกับผ้าห่มให้ทุกคนก่อนนะเดี๋ยวอาเข้าไปช่วยทำอาหารเย็น"
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะอาสะใภ้เดี๋ยวเหมยทำกับน้องลี่หลินเองค่ะ อาสะใภ้ไปเปลี่ยนเครื่องนอนให้กับทุกคนเถอะค่ะไม่ต้องรีบนะคะหนูทำกับน้องสองคนไหว"
เมนูเย็นนี้เธอทำผัดกะหล่ำปลีใส่หมูสามชั้น ต้มแซ่บกระดูกหมู แล้วก็เมนูยอดฮิตในยุคปัจจุบันกะเพราหมูสับ ใจจริงเธออยากทำหมูกระทะกินฉลองมากกว่าแต่ที่นี่ไม่มีกระทะนะสิ หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จทุกคนก็แยกย้ายกันเข้านอนบนที่นอนใหม่ผ้าห่มใหม่อย่างมีความสุข