" ท่านเ้าสำนักใหญ่ เป็เช่นไรบ้าง " เ้าสำนักอักกะเอ่ยถาม เมื่อนนท์กลับมายังโลกั
" ข้าส่งขึ้นเรือเหาะ แต่ข้าไปด้วยมิได้ " นนท์ถอนหายใจหนัก
" เหตุใด " เ้าสำนักเอ่ยถาม
" มีสิ่งหนึ่งที่ปิดกั้นข้าไว้ " เหล่าผู้าุโต่างพยักหน้า
" ท่านเ้าสำนักใหญ่ เหล่าศิษย์ที่ไป จะกลับมายังโลกัได้เมื่อใด " เ้าสำนักใหญ่เอ่ยถาม
" ผู้มาใหม่ต้องฝึกอยู่ที่นั่นพันปีจึงจพสามารถกลับมาได้ " เหล่าผู้าุโต่างมองหน้ากัน
" ต้องฝึกถึงหนึ่งพันปีจึงจะกลับได้ " นนท์พยักหน้า
" ท่านเ้าสำนัก ่นี้ข้าจะอยู่ดูแลสำนัก ท่านปิดตนเร่งหยั่งรู้อักขระเทพเถิด " เ้าสำนักอักกะพยักหน้าแล้วเร่งไปยังตำหนักของตน
" ผู้าุโทุกท่าน เวลานี้ข้าจะอยู่ดูแลสำนัก พวกท่านก็สลับกันทำการหยั่งรู้เถิด " เหล่าผู้าุโต่างพยักหน้า
" ท่านเ้าตำหนักโอสถ เวลานี้หญ้าห้าเถาเป็เช่นไรบ้าง " นนท์เอ่ยถาม
" ท่านเ้าสำนักใหญ่ เวลานี้ได้เก็บเกี่ยวหญ้าห้าเถาชุดแรกแล้ว และได้แบ่งรากออกเป็แสนรากตามที่ท่านได้สั่งไว้ " นนท์พยักหน้า
" เวลานี้ได้แจกจ่ายให้กับเหล่าศิษย์และผู้าุโ ที่จะทำการทะลวงพลังขั้นราชันย์ขั้นต้น และขั้นกลาง " นนท์พยักหน้า
" ท่านเ้าสำนักไหญ่ หากใช้หญ้าห้าเถาในการทะลวงขั้นพลังครั้งแรกแล้ว สามารถทะลวงพลังด้วยหญ้าห้าเถาได้อีกรึไม่ " เ้าตำหนักโอสถเอ่ยถาม
" ท่านเ้าตำหนักโอสถ ย่อมทำได้ แต่ต้องใช้หญ้าห้าเถาที่อายุมากขึ้นน่าจะอายุสักแสนปี ท่านก็รู้ว่า การทะลวงพลังขั้นราชันย์ขั้นต้นไปขั้นกลางนั้นต้องใช้สมบัติวิเศษหรือโชควาสนา " เ้าตำหนักโอสถพยักหน้า
" นี่ถือว่าเป็โชควาสนาของเราโดยแท้จริง " นนท์ยกยิ้ม
เมื่อนนท์และเหล่าผู้าุโจากตำหนักต่างๆ หารืองานเสร็จสิ้น เหล่าผู้าุโต่างกลับยังตำหนักของตน
" ช่างเงียบเหงาจริงๆ " นนท์พึมพำ
" วิ้ง " เหล่าศิษย์และผู้าุโรวมทั้งกู้อินชางมาถึงยังแท่นค่ายกลเคลื่อนย้ายของแดนเทพ
" ที่นี่รึแดนเทพ " ทุกคนต่างแตกตื่นกับสิ่งที่พบเห็น
" พวกเ้ามาแล้วรึ " หมาป่าขนสีขาวเดินมายังแท่นค่ายกลเคลื่ยนย้าย
" ท่านอาจารย์ " เหล่าศิษย์ต่างกระโจนเข้าใส่อาจารย์ของตน
" ไปยังตำหนักกันเถิด " เอี่ยชิงเอ่ยขึ้น
" อาจารยอาเอี้ยชิง นี่เป็แผ่นหยกของอาจารย์อาโจวนนท์ขอรับ " เอี้ยชิงรับแผ่นหยกมาแล้วส่งจิตเข้าไปในแผ่นหยก พลางพยักหน้า
" สหายชาง " เอี้ยชิงเอ่ยทัก
" สหายของไอ้หนูรึ " เอี้ยชิงพยักหน้า
" ไอ้หนู ครานี้มาแปลก ข้านึกว่าจะส่งน้องสะไภ้คนใหม่มาเสียอีก " หมาป่าแสยะยิ้ม
" เร่งไปให้เร็วขึ้น " เอี้ยชิงเอ่ยขึ้น
" พวกเ้าจะรีบไปที่ใด " ชายร่างโปร่งร้องขึ้น
" นี่พวกเ้ามารับพวกบ้านนอกรึ " หมาป่าจ้องยังชายร่างโปร่งแล้วแยกเขี้ยวเข้าใส่
" น่าเสียดายทรัพยากรของแดนเทพเสียจริง ที่ต้องมาแจกจ่ายให้พวกบ้านนอกขั้นฝึกต่ำเช่นนี้ " ชายร่างโปร่งกล่าววาจาเยาะเย้ยถากถาง
" ถึงพวกข้าจะเป็พวกบ้านนอกอย่างที่เ้าว่า แต่พวกข้าก็มิได้ได้เป็ขี้ข้าผู้ใด " หยางฟงจับจ้องยังชายร่างโปร่ง
" เ้าหมายความว่าเช่นไร " ชายร่างโปร่งเอ่ยถาม
" ข้าก็หมายความอย่างที่ข้าพูด " หยางฟงแสยะยิ้มใส่
" หากที่นี่มิมีกฎห้ามประมือแล้วล่ะก็ ข้าจะเอาเืปากของเ้าออกมาล้างเท้าข้า " ชายร่างโปร่งเคียดแค้นเป็ยิ่งนัก
" เ้าเห็นนั่นรึไม่ เพียงเ้ากับข้าทำสัญญาประลองกัน เ้าจะได้รู้ว่าเืปากของผู้ใดจะล้างเท้าผู้ใด " หยางฟงกอดอกมองยังร่างโปร่งที่ตัวสั่นด้วยความโกรธ
" พวกเ้าก็รีบตัดสินใจเข้า นายท่านของข้ามิอยากรอนาน " ชายร่างโปร่งผินกายกลับหลังเร่งเดินจากไปในทันที
" ไอ้สาระเลว " หยางฟงเอ่ยขึ้น
เมื่อมาถึงตำหนัก
" พวกเรามิมีตำหนักขนาดใหญ่ให้ผู้คนมากมายพัก " หลางจี้เสวี่ยเอ่ยขึ้น
" อาจารย์อาหญิง มิต้องกังวล " ศิษย์ของหมาป่ายื่นแหวนมิติให้เอี้ยชิง
" น้องเขยข้าช่างรู้ใจข้านัก " เอี้ยชิงวาดมือ ตำหนักหลังใหญ่หล่อหลอมจากแร่ทองนทีปรากฎขึ้นต่อหน้า
" ตำหนักหลังนี้ สามารถจุคนได้ถึงแสนคน " เหล่าสหายของนนท์พลันแตกตื่น
" ไอ้หนูไปเอาแร่ทองนทีมาจากที่ใด " หมาป่างุนงง
" พวกเ้าก็แยกย้ายไปเลือกห้องของตนเถิด " เหล่าผู้าุโและศิษย์รวมทั้งกู้อินชาง ต่างแยกย้ายหาห้องพักของตน
" ไหนดูแหวนมิติที่ไอ้หนูส่งมาให้ซิ " หมาป่าส่งจิตเข้าไปถึงกับตาโต
" ผลึกปรานสรรพสิ่งหมื่นล้านก้อน หญ้าห้าเถา ทั้งอาวุธและเสื้อเกราะ โอสถอีกมากนัก " หมาป่าฉีกยิ้มจนถึงหู
" ข้าสงสัยห้องต่างๆ เหตุใดจึงมากมายนัก " หมาป่าออกเดินสำรวจ
" ห้องนี้เป็ค่ายกลิญญาอสูร ห้องนี้เป็ด่านทดสอบกาย ส่วนห้องนี้เป็ห้องบ่อน้ำปราน ห้องเร่งเวลา " หมาป่าพลันแตกตื่น ะโโลดเต้นไปมา
" ดียิ่งนัก " เซียงเหรินฮุยเอ่ยขึ้น
" ไอ้หนูบอกว่าหญ้าห้าเถาใช้ทะลวงขั้นพลังจากราชันย์ขั้นต้นไปยังขั้นกลางได้ " เหล่าสหายและภรรยาต่างพยักหน้า
" ทะลวงขั้นพลังเถิด " เอี้ยชิงเอ่ยขึ้น
" ข้าจะเริ่มก่อน " หมาป่าออกจากตำหนักมายังลานกว้าง
หลังจากเหล่าสหายและภรรยาทะลวงขั้นพลังแล้วเสร็จ ก็ถึงคราวของเหล่าผู้าุโและศิษย์ตามลำดับ
" มิน่าเล่าท่านเ้าสำนักใหญ่จึงมิให้ทะลวงขั้นพลังที่โลกั " ผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น
" ใช่ ปรานเทพช่วยขัดเกลาร่างกายได้ดีนัก "
" เ้าสำนักใหญ่ช่างรอบคอบเสียจริง "
" สหายชาง มาร่วนฉลองกัน " และแล้วงานฉลองจึงเริ่มขึ้น
วันเวลาเลื่อนผ่านจากวันเป็เดือน จากเดือนเป็ปี จากปีเป็สิบปี และเข้าสู่ปี่ที่หนึ่งร้อย
" ร้อยปีแล้ว " นนท์พึมพำ
ร้อยปีที่ผ่านมา นนท์มุ่งเน้นฝึกที่ค่ายกลิญญาอสูร และด่านฝึกตน จนเวลานี้นนท์สามารถทะลวงพลังขั้นราชันย์ขั้นกลางขั้นที่ห้าได้แล้ว และอักขระเทพก็สามารถหยั่งรู้ได้เจ็ดตัวแล้ว ทั้งยังสามารถหยั่งรู้กฎเกณฑ์ได้อีกมากมาย
" ท่านเ้าสำนักใหญ่ ข้าว่าให้ผู้าุโท่านอื่นเดินทางไปยังวิหารสีขาวแทนท่านดีรึไม่ " เ้าสำนักอักกะเอ่ยถาม
" ท่านเ้าสำนักหาเป็เช่นนั้นไม่ เพราะมิใช่ว่าผู้ใดจะสามารถเปิดประตูวิหารสีขาวได้ " เหล่าผู้าุโพยักหน้า
" เหล่าศิษย์ที่ทำการคัดเลือกปีนี้ ข้าจะพาไปยังที่แห่งหนึ่ง ยังแดนไกล " นนท์เรียกเรือเหาะแล้วออกเดินทางไปยังโลกจี่ยี่
" อีกมินาน โลกลึกลับของที่นี่ก็จะเปิดแล้ว พวกเ้าเข้าไปภายใน ห้ามประมือโดยมิจำเป็ สมุนไพรอย่าได้เก็บ พวกเ้าต้องเข้าทดสอบยังด่านั ด่านทดสอบจิต แม่น้ำใต้น้ำตก " เหล่าผู้าุโและศิษย์ต่างพยักหน้า
" ตูม " เสียงะเิดังสนั่น เหล่ายอดยุทธทั้งหลายต่างพากันรอคอยโลกลึกลับถึงร้อยปี
" ครานี้ ข้าจะเก็บกวาดสมุนไพรให้หมด "
" ครานี้ตระกูลจี่มิได้ส่งศิษย์เข้ามามากเช่นก่อนแล้ว ข้าว่าไปยังน้ำตกของตระกูลจี่กันเถิด "
" ไปกันเถอะ " นนท์ออดเดินนำเหล่าศิษย์เข้าไปในโลกลึกลับ
" พวกเ้าอดทนให้ได้ " นนท์ออกเดินนำเข้าไปยังถ้ำั
" ไม่มีอะไรเกิดขึ้น " นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน หันกลับมองยังเหล่าศิษย์ ที่ทิ้งร่างลงที่พื้นดีดดิ้นอย่างทุรนทุราย
" พวกเ้าจงอดทน " นนท์แยกเหล่าศิษย์เป็สามกลุ่ม พาไปยังแม่น้ำใต้น้ำตก เหล่ายอดยุทธมากมายนั่งเรียงรายอยู่ริมน้ำ
" ไป " นนท์พยักหน้าให้เหล่าศิษย์และผู้าุโ
" อ้าก " เหล่าศิษย์ร้องลั่น แล้วปล่อยให้ร่างจมลงยังก้นแม่น้ำ ส่วนนนท์ผสานจิตกับดินชักนำผลึกปรานสรรพสิ่ง ราวสองหมื่นล้านก้อนเข้าในแหวนมิติ
นนท์พยักหน้า แล้วเร่งทะยานร่างไปยังยอดเขาตักน้ำปรานสรรพสิ่งสิบล้านถัง แล้วพาศิษย์ส่วนที่เหลือไปยังด่านทดสอบจิต
" ลองเข้าไปดู " นนท์ผสานจิตกับศิลา
" วิ้ง " นนท์กวาดตามองรอบตัว นนท์ส่ายหน้าแล้วเร่งเดินอย่างรวดเร็ว ราวหนึ่งชั่วยามนนท์มาอยู่ที่ประตูด่านที่สี่สิบเอ็ด นนท์สูดหายใจเข้าลึก
" ไป " นนท์ยื่นมือผลักประตูแล้วก้าวเดินเข้าไป
" ตูม " ร่างของนนท์ปลิวกระแทกกับประตู
" อั่ก " นนท์กระอั่กเืออกมาทิ้งเข่าลงที่พื้นข้างหนึ่ง กวาดตามองรอบด้าน
" มันคืออะไร " นนท์หยัดกายลุกยืนก้าวเท้าออกไปข้างหน้า
" ตูม " ร่างของนนท์ปลิวกระแทกเข้ากับประตู นนท์สูดหายใจเข้าลึกพลางพยักหน้า
" ฝืนร่างกายรับแรงปะทะ " นนท์พึมพำแล้วก้าวเท้าเดินจ่อไป
" ตูม " ร่างของนนท์ถอยไปสามก้าว นนท์ยกยิ้ม แล้วก้าวเดินต่อไป
" ตูม " ร่างของนนท์ยังคงถอยอยู่สามก้าวเช่นเคย
" ตูม " สามก้าวอีกเหมือนเดิน
" ตูม " นนท์ยกยิ้มคราวนี้เหลือเพียงสองก้าว
แต่การถอยเพียงสองก้าวของนนท์นั้น ยิ่งทำให้แรงปะทะมากขึ้น ทั้งยังกระแทกเข้ามายังด้านข้าง
" อั่ก " ร่างของนนท์โซเซออกด้านข้าง นนท์สูดหายใจเข้าลึกก้าวเดินต่อไป
" ตูม " ร่างของนนท์เหยียดถอยไปอีกสองก้าว และสองก้าว และสองก้าว
ราวสามชั่วยามที่นนท์ยังอยู่ที่เดิน " ต้องฝ่าไปให้ได้ "
" ตูม " นนท์พลันยกยิ้ม
" ก้าวเดียว " นนท์พึมพำ
" อั่ก " แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าหา นนท์ทิ้งเข่าข้างหนึ่งลงแตะพื้น กัดฟันลุกยืนแล้วก้าวเดินต่อไป
" ตูม " เป็ก้าวเดียวที่แสนจะทรมาน กว่าที่นนท์จเดินมาถึงประตูก็ใช้เวลาไปถึงห้าชั่วยาม
" ฟุว " ร่างของนนท์แทบจะแตกสลาย นนนท์ยื่นมือผลักประตูบานต่อไป
" ฟิ้ว " ปรานสังหาพุ่งเข้านนท์อย่างรวดเร็ว
" อั่ก " ร่างของนนท์ถูกส่งมายังชายชราในทันที
" คารวะผู้าุโ " นนท์ผสานสองมือ
" เ้ากลับมาอีกแล้ว ครานี้เ้าถึงกับสามารถฝ่าด่านที่สี่สิบเอ็ดได้ ช่างน่าทึ่งยิ่งนัก " นนท์พยักหน้า
" ด่านที่สี่สิบเอ็ดมีความลับอันใด ท่านจึงได้ดีใจเช่นนี้ " นนท์เอ่ยถาม
" ด่านที่สี่สิบเอ็ดนั้น ต้องเป็ผู้ที่หยั่งรู้อักขระเทพได้ จึงจะสามารถผ่านไปได้ หรือว่าเ้าหยั่งรู้อักขระเทพได้แล้ว " นนท์ยกยิ้ม
" ดีจริง สมแล้วที่เ้าเป็มนุษย์ผู้แรกในรอบล้านปี " ชายชราพยักหน้าเบาๆ
" นี่คือของรางวัลสำหรับเ้า " ชายชราวาดมือ
" ผู้าุโ นี่คือโสมอันใด " นนท์เอ่ยถาม พลางมองยังโสมสีทองต้นที่อยู่ในมือ
ปรานสังหารสีทองพุ่งออกมาเป็เส้นสายนับพันหมื่น ทั้งจิตสังหารยังเอ่อล้นท่วมท้นฟ้า แลวงแหวน์เจ็ดสีเจ็ดวงยังหมุนวนรอบต้นโสม เสมือนั์เหี้ยมที่หลับไหลอย่างสงบมาเนิ่นนาน
" นั่นคือโสมจิตั์อายุล้านปี " นนท์พยักหน้า
" ผู้าุโโสมจิตั์ไว้ใช้ทำสิ่งใด " นนท์มองยังชายชรา
" เ้ารับรู้ถึงปรานัและพลัง์ที่มหาศาลรึไม่ " นนท์พยักหน้า
" ข้าเข้าใจแล้ว " นนท์เอ่ยขึ้น
" เ้าเร่งดูดกลืนเถิด " นนท์ส่ายหน้า
" ผู้าุโ ข้ายังมิรีบดอก ไว้ข้าอยู่ที่ขั้นกลางสูงสุดแล้วข้าจึงจะใช้มัน " ชายชราพยักหน้า
" ได้เวลาที่เ้าต้องออกไปแล้ว " นนท์พยักหน้า
" ผู้าุโข้าขอลา " นนท์ประสานสองมือ ชายชราพยักหน้าแล้ววาดมือส่งร่างของนนท์ออกไปยังลานกว้างที่ด้านหลังด่านทดสอบ
" เ้าสำนักใหญ่ออกมาแล้ว " เหล่าผู้าุโและศิษย์ต่างรออยู่ก่อน นนท์พยักหน้าให้ทุกคน
" ผู้าุโพาศิษย์ไปยังด่านอื่นด้วย " เหล่าผู้าุโพยักหน้า
แดนเทพ
" ข้ามิอยากจะเชื่อว่าเนิ่นนานนับล้านปีแล้ว ในที่สุดก็มีคนที่สามารถมาถึงด่านทดสอบที่สี่สิบเอ็ดได้ "
" ใช่ ยาวนานมาก นานจนข้าลืมเลือนไปแล้ว "
" ที่สำคัญคนผู้นี้ยังมาจากจักรวาลชั้นต่ำ ที่มิมีทางที่จะทำการหยั่งรู้อักขระเทพได้ ช่างน่าแปลกใจยิ่งนัก "
" ชื่อว่าเช่นไรรึ "
ศิลาจิตทัศนะแห่งแดนเทพสลักชื่อของนนท์อยู่ลำดับที่หนึ่งของยอดยุทธนอกแดนเทพ
" โจวนนท์รึ " เหล่าชายชราผมขาวโพลนพยักหน้าช้าๆ
" คุณสมบัติเช่นนี้น่าเลี้ยงดูยิ่งนัก "
ข่าวฮือฮาทั่วแดนเทพ ลอยเข้าถึงหูของตระกูลซา
" เ้าว่าเช่นไรนะ ไอ้สาระเลวโจวนนท์มันเข้าทดสอบยังบรรพตเทวะรึ " ชายวัยกลางคนร้องะโอย่างใ
" แล้วมันได้อันดับที่เท่าใด " ชายวัยกลางคนเอ่ยถาม
" เรียนท่านเ้าตระกูล ไอ้สาระเลวโจวนนท์ สามารถทะลวงผ่านไปถึงด่านที่สี่สิบเอ็ดได้ขอรับ และชื่อของมันยังสลักอยู่อันดับที่หนึ่ง ของโลกนอกแดนเทพขอรับ " เ้าตระกูลซาสูดหายใจเข้าลึก
" อันดับหนึ่งนอกแดนเทพรึ " เ้าตระกูลซาพึมพำ
" หากมันมาที่แดนเทพ คงมีเหล่าผู้าุโจากหลายบรรพตแย่งชิงตัวของมันเป็แน่ " ชายวัยกลางคนลุกขึ้นจากเก้าอี้ สองมือไพล่หลังเดินไปยังหน้าต่างของตำหนัก ทอดสายตาออกไปอย่างไร้จุดหมาย
" จะปล่อยให้มันเติบโตมากกว่านี้มิได้ " เ้าตระกูลซาเอ่ยด้วยเสียงอันทุ้มต่ำ
" จะให้มันมายังแดนเทพมิได้ ส่งคนของเราไปยังแดนจักรพรรดิ์อีกครา จับเหล่าผู้าุโของสำนักจักรพรรดิ์มาเค้นถาม หากมันมิบอกอันใดให้สังหารทิ้งเสีย " เหล่าผู้าุโต่างมองหน้ากัน
" ท่านเ้าตระกูล หากทำเช่นนี้ จิตทัศนะแห่งแดนเทพล่วงรู้เข้า ข้าเกรงว่าพวกเราจะลำบาก " เ้าตระกูลซาผินกายกลับมา
" หากเป็เช่นนั้น จงว่าจ้างเหล่ามือสังหาร และหากเป็ไปได้ ได้ตัวของมันมาด้วยยิ่งดี " เ้าตระกูลซากล่าว
" ข้าจะเร่งไปยังสำนักมือสังหาร " ผู้าุโท่านหนึ่งเอ่ยขึ้น
" ทำไมรู้สึกสังหรณ์ " นนท์นั้นจิตใจพลันว้าวุ่น
" หรือจะเกี่ยวข้องกับแดนเทพ รึจะเป็เื่ของไอ้แก่แซ่ซา " นนท์พึมพำ แล้วเร่งหาถ้ำวาดมือกางค่ายกลปิดกั้นภาพและเสียง
" แปลงสมุนไพร ปลูกหญ้าห้าเถาเต็มหมดแล้ว " นนท์พึมพำ แล้ววาดมือสร้างแปลงปลูกสมุนไพรเพิ่มขึ้นอีก วางเส้นปรานมังที่ได้จากดาวรกร้าง จากจักรวาลจี่ยี่นับสิบเส้น แล้วกางค่ายกลเร่งเวลาครอบไว้
นนท์เลือกเอารากของโสมจิตัออกมาทำการแบ่งรากได้นับแสนราก แล้วเริ่มทำการปลูกโสมจิตั์
" อาชาเพลิง รออีกหนึ่งปี " นนท์มองดูอาชาทั้งสาม
" อาชาเพลิงพยักหน้า " นนท์ยกยิ้มให้มัน
" ไว้ให้ข้าหาแร่ศิลาห้วงมิติได้เสียก่อน ข้าจะสร้างที่นี่ให้ใหญ่กว่านี้ " นนท์ลูบหัวอาชาทั้งสามตัว
" เ้านำหญ้าห้าเถาที่เก็บเกี่ยวไปไว้ที่ใด " อาชาเพลิงมองยังถ้ำแห่งหนึ่ง
" ดี ข้าจะสร้างคลังไว้เก็บสมุนไพรให้เ้า " อาชาเพลิงพยักหน้าอน่างแรง
นนท์วาดมือหลอมแร่ทองนที " นี่เป็คลังเก็บสมุนไพร คลังเก็บหินปรานต่างๆ คลังเก็บผลึกปรานต่างๆ คลังเก็บอาวุธ โอสถ เ้าพอใจรึไม่ " อาชาเพลิงพยักหน้า
" ข้าได้วางค่ายกลิญญาอสูร ค่ายกลฝึกกายไว้ให้พวกเ้าฝึก บ่อน้าน้ำปรานไว้แช่ตัวหลังฝึก และนี่เป็ยอดวิชาให้พวกเ้าเลือกฝึก " อาชาทั้งสามะโโลดเต้นอย่างดีใจ พลางใช้หัวของพวกมันถูยังลำตัวของนนท์
นนท์เร่งเติมน้ำปรานสรรพสิ่งยังลำธาร นนท์มองยังก้นลำธาร " ยังไม่เป็ผลึกปรานสรรพสิ่ง "
" ข้าต้องไปแล้ว " นนท์ยกยิ้มให้กับอาชาทั้งสาม
" ไปเอาน้ำปรานสรรพสิ่งอีกดีกว่า " นนท์เร่งไปยังยอดเขาแล้วเก็บน้ำปรานสรรพสิ่งอีกสี่รอบ เมื่อจัดการเก็บน้ำปรานสรรพสิ่งแล้วเสร็จ นนท์เร่งทะยานร่างไปยัง เขาลูกที่ถูกผนึกไว้
" ยังเปิดไม่ได้เหมือนเดิม " นนท์พึมพำ