ไฟายังไม่มอด—เพียงแค่ซ่อนตัวใต้เถ้าถ่าน กลิ่นคาวเืในอากาศทำให้กล้ารู้สึกถึงบางอย่างที่เกินกว่าความตาย... ความชั่วร้ายที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า
พวกเขาเดินลึกเข้าสู่ "ซากเงา" หมู่บ้านโบราณที่ไม่มีแม้เสียงนก เสาไม้ยืนตายเรียงเป็แนวป่าชั่วนิรันดร์ ทันใดนั้น—
เสียงกรีดร้อง ดังจากความมืด มันไม่ใช่เสียงของมนุษย์
"ผู้เสพจิต" ปรากฏกาย—อสูรรูปเงา ร่างกายเกิดจากซากิญญานับร้อย หลอมรวมโดยเวทอาถรรพ์
มันย่างเท้าช้า ๆ เสียงกระดูกเสียดสีกันในทุกก้าวที่มันเดิน
"ทุกคน! ระวัง—อย่าปล่อยให้มันแตะเงา!" ชาลีะโ ก่อนจะทะยานขึ้นฟ้า
กรงเล็บเวทย์เปล่งประกายสีทองแทงใส่กลางหลังของอสูร
แต่มันไม่ร้องสักแอะ เพียงแค่หันหน้าช้า ๆ เผย "หน้าคนหลายร้อยใบ" บิดเบี้ยวและหัวเราะในเสียงเดียวกัน
อรพิณกรีดกริชใส่มันอย่างแม่นยำ แต่เงาที่แทงกลับฟื้นขึ้นด้วยเสียงกระซิบ
“...เ้าเองก็เคยฆ่า...อย่าคิดว่าพ้นบาป…”
มันไม่ใช่ศัตรูธรรมดา แต่มันคือบทลงโทษ
บทลงโทษจากาที่คนรุ่นก่อนเคยทิ้งไว้
กล้ายืนแน่นิ่ง—หัวใจเต้นแรง
เสียงของอาจารย์สุริยากระซิบในจิต
“หมัดนี้...ไม่ใช่เพื่อชัยชนะ แต่เพื่อยับยั้งหายนะ”
เขาเดินก้าวไปข้างหน้า ทุกฝีเท้าเหมือนเสียงกลองรบ
กล้ารวบรวมพลังผ่านฝ่ามือ
พลังของหมัด—ไม่ใช่เพียงแรง แต่คือพันธะของผู้สืบทอด
หมัดมรณะ
ไม่ต้องัั—เพียงฟาดหมัดลงบนพื้น เสียง "ตูม" ดังราวฟ้าคำราม
ระลอกพลังแผ่กระจายออกเป็วงกว้าง ดึงทุกเสียง ทุกเงาเข้าสู่จุดศูนย์กลาง
"ผู้เสพจิต" กรีดร้องเสียงแตก ิญญาในตัวมันหลุดออกทีละดวง ดั่งหมื่นตะเกียงดับในพริบตา
แผ่นดินรอบตัวแตกร้าวเป็ลายเวทเก่า ลมเย็นเฉียบพัดมาอย่างไร้ที่มา
กล้ายืนอยู่กลางฝุ่นควัน ดวงตาแดงก่ำ แขนขวาเืไหลอาบ
เขาหอบหนัก แต่ไม่ยอมล้ม
เขาใช้ “หมัดแรกของผู้กอบกู้” เพื่อประกาศว่า—านี้ ยังไม่จบ จนกว่าศัตรูสุดท้ายจะสยบ