ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ตอนที่ 56 หนามยอก เอาหนามบ่ง

    ผู้ชมไม่อาจมองหมัดที่ซ่งหนานหมิงชกออกมาอย่างรวดเร็วได้ชัดนัก หมัดแต่ละหมัดที่ส่งออกมาเคลือบคลุมไปด้วยรัศมีปราณที่ทรงพลัง แต่เฉินเซี่ยงยังคงรักษาความเร็วของหมัดได้เทียบเท่า ในความเป็นจริงแล้ว ราวกับเฉินเซี่ยงได้กะระยะหมัดทั้งหมดและตอบโต้มันอย่างแม่นยำ!


    เฉินเซี่ยงใช้ออกด้วยปราณแท้จริงแห่งมังกรคราม ปรากฏเป็นภาพสายฟ้าที่รุนแรง *แปร๊บปร๊าบ* ระหว่างพวกเขาทั้งสอง เสียงจากการปะทะดังสนั่นหวั่นไปในทุกๆ ที่ที่พวกเขาเคลื่อนผ่าน หมัดแต่ละหมัดตอบโต้ออกไปเป็นผลให้เกิดพายุรัศมีปราณอันรุนแรง สิ่งนี้มันยิ่งใหญ่กว่า แข็งแกร่งกว่า ทักษะที่เรียกว่า ‘หมัดรัศมีมังกร’ ของซ่งหนานหมิง


    เหนือเวทีประลองปรากฏเป็นปรากฏประกายแสงแพรวพราว มันคือ ‘มหกรรมเทศกาลงานดอกไม้ไฟอันยิ่งใหญ่’ ของเฉินเซี่ยงและซ่งหนานหมิง ซึ่งเกิดจากการปะทะกันของหมัดแต่ละหมัด!


    ก่อนหน้านี้ ซ่งหนานหมิงเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อน แต่ตอนนี้มันเริ่มเป็นฝ่ายถอยร่นอย่างช้าๆ กระนั้นท่วงท่าของมันยังคงสง่างาม หมัดทั้งสองของมันตอนนี้เริ่มด้านชาไร้ความรู้สึก มันสัมผัสได้ถึงปราณแท้จริงอันแข็งแกร่งจากหมัดที่ตอบโต้กลับมาจากเฉินเซี่ยง แต่มันยังมีมากกว่านั้น ซ่งหนานหมิงคิดว่ามันสามารถจัดการกับเฉินเซี่ยงได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ออกด้วยหมัดรัศมีมังกร หากแต่มันคิดผิด หมัดรัศมีมังกรเผาผลาญปราณแท้จริงของมันปริมาณมหาศาล แต่กระนั้น เฉินเซี่ยงเองยังสามารถต่อต้านหมัดของมันได้อย่างง่ายดาย


    “ทักษะโบราณที่สาบสูญนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนเยี่ยงเจ้าสมควรใช้ เจ้ามันไม่คู่ควรกับ ‘ทักษะมังกร’ ” เฉินเซี่ยงเยาะเย้ยพร้อมหมัดของเขาแปรเปลี่ยนเป็นรุนแรงมากขึ้น ฉับพลัน เขาถอยไปด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะปรากฏปราณสีทองหลั่งไหลออกทั่วทั้งร่าง


    หมัดทั้งสองข้างของเฉินเซี่ยง ปรากฏเป็นปราณสีทองไหลเวียนอยู่ภายในเส้นลมปราณคล้ายกับทักษะมังกรที่ซ่งหนานหมิงใช้ เพียงแต่เมื่อเทียบกันแล้ว มันกลับน่าเกรงขามมากกว่า


    รัศมีสีทองที่น่าเกรงขามสะท้อนให้เห็นภายในดวงตาของเฉินเซี่ยง เศษชิ้นส่วนทองคำเริ่มปรากฏขึ้นทีละชิ้นๆ เคลือบคลุมหมัดทั้งสองข้าง ทำให้ดูราวกับถูกเคลือบคลุมด้วยทองคำ หมัดทั้งสองข้างเริ่มพร่ามัวและเปลี่ยนเป็นกรงเล็บอินทรีย์ที่ดุดันและทรงพลัง! รัศมีของมันดุดันเหี้ยมหาญ ผสานกลมกลืนกับปราณสังหาร ทำให้สั่นสะเทือนไปจนถึงจิตวิญญาณของผู้ชมทุกคน


    ‘ทักษะมังกร’ เป็นทักษะที่เหมาะกับผู้ใช้คุณลักษณะโลหะแห่งปราณแท้จริง คุณลักษณะโลหะแห่งปราณแท้จริงของเฉินเซี่ยงเองก็จัดอยู่ใน ‘ปราณแท้จริงแห่งพยัคฆ์ขาว’ คุณลักษณะโลหะแห่งปราณแท้จริงของเขาแฝงไปด้วยเจตนาสังหาร ยามที่ใช้ออกด้วยทักษะมังกร ไม่เพียงมันจะผสานรวมกับปราณสังหารของเขา แต่มันยังเพิ่มพูนความแข็งแกร่งขึ้นเท่าทวี! รัศมีที่น่าเกรงขามของเขาไม่เพียงปรากฏเจตนาสังหารและน่าหวาดหวั่นเท่านั้น มันยังปรากฏรัศมีอันน่าเกรงขามที่สามารถเหยียดหยามทั้งโลกหล้า! ความเย่อหยิ่ง จองหอง ไม่แยแสต่ออำนาจทั้งหมดของโลกใบนี้ เฉินเซี่ยงคือผู้นั้น ผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดเพียงลำพัง!


    ภายในหอคอยที่อยู่ห่างออกไป จักรพรรดิลุกขึ้นจากบัลลังก์อย่างรุนแรง ดวงตาของมันเปิดกว้างและมองทั้งสองด้วยความประหลาดใจ เมื่อจ้องมองไปยังเฉินเซี่ยง มันเพียงพึมพำ “ปะ….เป็นไปไม่ได้.. เป็นไปไม่ได้! มีเพียงเราตระกูลจักรพรรดิเท่านั้นที่ฝึกฝน ‘ทักษะมังกร’ เป็นไปได้อย่างไรที่ในดินแดนแห่งนี้จะมีคนที่เรียนรู้มันได้!?”


    เจตนาสังหารอันดิบเถื่อนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจักรพรรดิในฉับพลัน “ภายในจักรวรรดินักสู้ตอนใต้แห่งนี้ เราไม่เคยยินยอมให้ผู้อื่นเรียนรู้ทักษะมังกร เพียงเรา...ตระกูลจักรพรรดิเท่านั้นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลูกหลายที่แท้จริงของสายเลือดมังกร!”


    เฉินเซี่ยงไม่เคยคาดคิดว่าทักษะมังกรจะลึกล้ำและยากที่จะเชี่ยวชาญ เขาเพียงทำตามสิ่งที่เขาเห็นจากซ่งหนานหมิงในขณะที่มันโคจรปราณแท้จริงด้วยทักษะของมัน แม้มันจะซับซ้อนเล็กน้อย แต่เฉินเองมีสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ที่เฉียบคมและทรงพลังอย่างยิ่ง เช่นนั้นเขาจึงจดจำและประทับมันลงไปในจิตใจอย่างง่ายดาย ท้ายที่สุด...ตอนนี้เขาก็ใช้ออกด้วยทักษะใหม่ของเขา รัศมีอันทรงพลังจนน่าอัศจรรย์ใจไหลบ่าออกจากทั่วทั้งร่างของเขา


    “จะ….จะ….เจ้า เจ้าทำได้ยังไง? สถานที่ใดในโลกนี้ที่เจ้าไปเรียนรู้มา!? มีเพียงเรา ผู้มีสายเลือดมังกรไหลเวียนอยู่จึงจะสามารถเรียนรู้มันได้ แต่คนเช่นเจ้ามัน…..”


    มันยังไม่ทันได้กล่าวจบ เฉินเซี่ยงก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับการระเบิดที่รุนแรง! เวทีประลองที่ทำมาจากแผ่นไม้หนาถูกบดขยี้ในทันทีด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ฝุ่น ควัน ฟุ้งกระจายไปทั่วทุกพื้นที่ ผู้ที่เฝ้ามองการประลองต่างตกตะลึง


    ด้วยพลังที่น่ากลัวระดับนี้ เป็นเหตุให้ผู้ชมที่อยู่ใกล้เวทีต้องถอยหนี พวกเขากลัวว่าชีวิตตนจะตกอยู่ในอันตรายหากเข้าใกล้เกินไป


    “ฮึ่ม… ถึงแม้มันจะเผาผลาญปราณแท้จริงจำนวนมาก แต่พลังของมันก็สุดยอด! นี่สิ..ถึงควรค่าแก่การเรียกขานว่า ‘ทักษะโบราณที่สาบสูญ’ !” เฉินเซี่ยงประหลาดใจกับความแข็งแกร่งที่เขาใช้ออกในตอนนี้ เขาไม่คิดว่าจะได้เรียนรู้ทักษะอันทรงอำนาจ เขาได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์อันยิ่งใหญ่มหาศาลเข้าให้แล้ว!


    ซ่งหนานหมิงเองก็ตกตะลึงเช่นเดียวกัน ความเกลียดชัง ความอิจฉาต่อเฉินเซี่ยง ที่ได้แสดงทักษะอันคล้ายคลึงกับทักษะมังกรที่ลึกล้ำยิ่งกว่าและทรงพลังยิ่งกว่า ทำให้มันประจักษ์ข้อมูลและความเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อทักษะนี้ กระทั่งมันเองยังไม่อาจบรรลุได้ถึงระดับเดียวกันกับเฉินเซี่ยง


    “เฉินเซี่ยง.. อย่าได้ตำหนิข้า หากจะตำหนิ ก็ตำหนิที่ตัวเจ้าได้แสดงความสามารถออกมา!” ดวงตาของซ่งหนานหมิงปรากฏประกายแห่งความดุร้ายและเหี้ยมโหด มันโบกสะบัดมืออย่างรุนแรง ปรากฏเป็นเข็มขนาดเล็กพุ่งผ่านฝุ่นควันตรงเข้าใส่เฉินเซี่ยง


    ถึงแม้ฝุ่นควันจะครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ แต่สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเฉินเซี่ยงยังเฉียบคมอย่างมาก เขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของวัตถุทุกสิ่งรอบตัว รวมถึงเข็มขนาดเล็กที่ตอนนี้กำลังพุ่งมาหาเขา


    ขณะที่เข็มพุ่งเข้ามา พลันปรากฏเป็นกำแพงเพลิงสูงที่เบื้องหน้าเฉินเซี่ยง มันคือเพลิงแห่งการปรุงยาที่สามารถสกัดกลั่นได้แม้กระทั่งวัตถุดิบที่ทนทานต่อความร้อนสูงที่สุด! และเข็มเหล่านั้นย่อมไม่อาจทนทานได้


    ทันทีที่พวกมันสัมผัสกับกำแพงเพลิง พวกมันถูกหลอมละลายในทันที ไม่นานกำแพงเพลิงได้สลายไป ด้วยอำนาจรัศมีปราณมังกรที่พวยพุ่งออกมาจากหมัดทั้งสองข้าง เฉินเซี่ยงเดินตรงเข้าหาซ่งหนานหมิง


    “หมัดรัศมีมังกร!” เฉินเซี่ยงกล่าวอย่างเย็นชา หมัดทั้งสองข้างชกเข้าใส่คู่ต่อสู้ของเขาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับฝนดาวตกสีทองนับพันร่วงหล่นลงใส่ซ่งหนานหมิง


    ซ่งหนานหมิงยังคงมึนงงจากการที่เฉินเซี่ยงสามารถหลบเลี่ยงจากเข็มน้ำแข็งของมันได้ มันยังมิอาจเห็นห่าฝนของหมัดรัศมีมังกรร่วงหล่นใส่มัน เพียงพริบตาเดียว ทั่วร่างของมันถูกหมัดสีทองกระหน่ำเข้าใส่กว่าร้อยครั้ง เสียงที่เกิดจากกระทบระหว่างหมัดของเฉินเซี่ยงและเนื้อหนังของมันดังราวกับสายฟ้าฟาดที่มีอำนาจสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ยังมีประกายไฟที่เกิดจากการปะทะดูราวกับดอกไม้ไฟที่รุนแรงที่ปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่องลูกแล้วลูกเล่า


    ทั่วร่างของซ่งหนานหมิงถูกจู่โจมอย่างรุนแรงและบ้าคลั่ง ส่งผลให้ เนื้อหนังทุกชิ้น กระดูกทุกชิ้น เส้นลมปราณทุกเส้น ถูกฉีกกระชาก ทั่วร่างของมันดูราวกับถูกบีบเข้าด้วยกัน มันนอนอยู่บนพื้นอย่างนั้น มันดูไม่ต่างจากชิ้นเนื้อ แต่มันยังมีชีวิตอยู่ ตามกฎแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ล้วนไม่ผิดกฎใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องเพราะมันยังไม่ตาย


    แต่ถึงอย่างนั้น ล้วนกล่าวได้ว่าตัวมันได้หย่อนขาลงเหวไปแล้วกว่าครึ่ง! ลักษณะของมันตอนนี้ยังดูคล้ายกับมนุษย์อยู่หรือ? มิใช่มันเป็นไปเพียงเนื้อเน่าชิ้นหนึ่งหรอกหรือ!?


    ผู้ชมทั่วทั้งสนามต่างพากันอาเจียน บางคนที่หวาดผวามากพลันร้องเสียงหลงขณะที่อาเจียนออกมาด้วย สิ่งที่หลงเหลืออยู่ในตอนนี้ดูไปไม่คล้ายกับความเย่อหยิ่ง จองหอง หล่อเหลา และน่าเกรงขามอย่างมกุฎราชกุมารแห่งจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ก่อนหน้านี้แม้เพียงนิด!


    “เจ้าร้องขอถึงสภาพเช่นนี้เอง!” เฉินเซี่ยงคิดว่าเขาทำถูกแล้ว และยังเป็นเพียงการสั่งสอนบทเรียนง่ายๆ แก่มกุฎราชกุมารผู้เย่อหยิ่งและเลวทราม จริงๆ แล้ว เขาเพียงต้องการเอาชนะซ่งหนานหมิง แต่เมื่อมันจู่โจมเขาด้วยเข็มที่น่ารังเกียจพวกนั้น ความเกรี้ยวกราดของเขาพลันปะทุขึ้นโดยไม่อาจฉุดรั้งพลังอำนาจที่เขาระเบิดออกถึง แปดส่วน จากความแข็งแกร่งทั้งหมด


    “หนานหมิงงง!” เสียงคำรามดังมาจากสถานที่ห่างไกล สั่นสะเทือนเข้าไปถึงในหูเหล่าผู้ชมทั่วทั้งสนาม ชายวัยกลางคนผู้เกรี้ยวกราดอย่างที่สุด ผู้สวมใส่ชุดคลุมมังกรพลันปรากฏกายขึ้นที่เบื้องข้างซ่งหนานหมิงผู้จะเป็นหรือตายยังมิอาจตัดสินได้โดยง่าย


    ชายผู้นี้คือจักรพรรดิแห่งจักรวรรดินักสู้ตอนใต้ ‘ซ่งหวู่’ !


    เหล่าผู้ชมยังคงมึนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เฉินเซี่ยงทำให้พระราชโอรสในจักรพรรดิต้องพิกลพิการ อีกทั้งจักรพรรดิยังมิยอมอ่อนข้อให้ อาจเป็นไปได้ว่า สงครามครั้งใหญ่กำลังปะทุขึ้นในอีกไม่ช้า!


    “นำมกุฎราชกุมารกลับไปที่พระราชวัง!” ซ่งหวู่ตะโกนไปยังบุคคล 2 คนที่อยู่เบื้องหลัง พวกมันคือผู้เชี่ยวชาญจากพระราชวังที่ยืนอยู่เบื้องขวาของซ่งหวู่ ก่อนหน้านี้พวกมันก็มาพร้อมกับซ่งหวู่เพื่อชมการประลอง อีกทั้งพวกมันยังแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก


    เฉินเซี่ยงไม่ได้ละเมิดกฎใดๆ ขณะที่พระบิดาของซ่งหนานหมิงยังทราบดีถึงความหมายในสิ่งที่ซ่งหนานหมิงใช้ในการแข่งขัน จักรพรรดิเดาว่าเฉินเซี่ยงต้องพบหรือระคายเคืองอะไรบางอย่าง เพื่อปกปิดมิให้ผู้คนในสถานที่แห่งนี้ล่วงรู้ถึงกลอุบายอันแยบยลที่พวกมันใช้ จักรพรรดิจึงออกคำสั่งให้นำบุตรชายกลับไปยังพระราชวัง แทนที่จะส่งมันให้กับตระกูลเหยาเพื่อรักษา


    ชื่อเสียงของจักรพรรดิเป็นสิ่งที่สำคัญเหนือทุกสิ่ง! ถ้าประชาชนธรรมดาล่วงรู้ถึงกลอุบายที่มกุฎราชกุมารใช้ เช่นนั้น วันคืนแห่งการปกครองจักรวรรดินักสู้ตอนใต้คงมาถึงจุดจบในอีกไม่ช้า หากตระกูลเหยาทราบเรื่องนี้ พวกมันย่อมใช้เรื่องนี้เพื่อต่อรองและข่มขู่จักรพรรดิให้ทำในสิ่งที่มันไม่อยากจะทำ


    ไม่นานเฉินเซี่ยงก็พบเหตุผลแอบแฝงจากการกระทำของซ่งหวู่ เขายิ้มเล็กน้อยพลางกล่าว “ท่านเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดินี้ ที่ท่านไม่ตัดสินใจส่งบุตรชายให้กับตระกูลเหยาเป็นสิ่งที่หลักแหลมยิ่ง! ไม่นาน..ท่านจะตระหนักว่าสิ่งที่ท่านเพิ่งทำลงไปจะนำพาผลประโยชน์มากมายสู่ท่าน และยังช่วยให้ท่านปลอดภัยจากเหตุการณ์ใหญ่บางอย่าง”


    ซ่งหวู่แค่นเสียงเย็นชา “มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้รับเจ็บระหว่างการประมือในการแข่งขัน แต่เจ้าลงมือหนักจนเกินไป! ยังดีที่เจ้าหวังให้บุตรชายข้าปลอดภัย มิฉะนั้น…..”


    หลังจากกล่าวข่มขู่แล้วเสร็จ ซ่งหวู่ได้จากไปอย่างรวดเร็ว มันมิได้ทวงถามความรับผิดชอบจากเฉินเซี่ยงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกๆ คนต่างถอนหายใจยาว และนับถือในความคิดของซ่งหวู่


    ……………………………….

    คล้ายกับเรื่องท้าทายดินแดนพระเจ้า ที่คุณอ่าน