“อันดับแรกเลยก่อนจะจีบใครต้องเข้าไปทำความรู้จักเขาก่อนให้เขารู้ว่าเรามีตัวตน”
“ยังไง”
“เกรด A ครบทุกวิชาไม่ช่วยเื่พวกนี้เลยจริงๆ สินะ”
บทสนทนาเมื่อสักครู่เกิดเมื่อประมาณสองวันก่อนที่ทั้งคู่บังเอิญเจอกันที่หอสมุดกลางของมหาวิทยาลัยด้วยความปอดแหกของเตทำให้กลางวันของวันนี้นิวต้องมารับประทานอาหารที่โรงอาหารคณะบริหารแทนร้านอาหารที่กลุ่มเพื่อนนัดกันไว้เขายอมเทนัดเพื่อนเพื่อมาช่วยรุ่นน้องที่เพิ่งรู้จักกันไม่ถึงเดือนจีบหนุ่มในฝันจนโดนเพื่อนล้อทุกครั้งที่เจอหน้ากันแล้วว่าเขาจะจบคณะบริหารแทนศิลปกรรม
“โรงอาหารตอนกลางวันไม่มีโต๊ะนั่งเลยเนอะ”นิวพูดขึ้นมาขณะที่เดินมาหยุดอยู่ไม่ไกลจากโต๊ะของมีนมากในมือของทั้งคู่ถือจานข้าวที่เพิ่งซื้อมาด้วย เขาจงใจพูดเสียงดังให้หนุ่มร่างเล็กคนนั้นได้ยิน
“นั่นไงที่ว่าง” เตชี้ไปทางโต๊ะที่ยังไม่มีใครจับจองด้วยใบหน้าใสซื่อไม่เข้าใจสิ่งที่นิว้าจะสื่อ
“เต เราไม่อยากพูดคำว่า นายโง่ออกมาหรอกนะ”
ที่บอกไม่อยากพูดนั่นก็พูดออกมาแล้ว เตหันไปมองค้อนคนที่ตัวเล็กกว่าเกิดมายังไม่เคยได้ยินใครพูดแบบนี้ใส่เลยสักครั้ง ร่างบางคนแรกเลย
“โต๊ะนั้นมีที่ว่าง” ร่างบางเพยิดหน้าไปทางโต๊ะของมีนที่เหลืออยู่สองที่นั่งพอดีแต่เตส่ายหน้ารัว
“ไม่เอา”
“อยากมีแฟนไหม”
“อยาก”
“ไป” นิวกดเสียงต่ำลงเป็เชิงข่มขู่มันจะอะไรกันนักกับแค่ทักทายเพื่อนร่วมรุ่น ไม่ได้ให้ไปสารภาพรักโต้งๆ สักหน่อย
“แต่..”
“ไม่มีแต่”
ร่างสูงรวบรวมความกล้าสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาโต๊ะที่มีชายหญิงนั่งอยู่ตรงข้ามกัน ส่วนนิวไม่ได้ตามไปด้วยเขาตรงไปนั่งยังโต๊ะว่างไม่มีใครจับจองแทน
ขายาวก้าวเกือบจะประชิดโต๊ะนั้นได้อยู่แล้วชั่วอึดใจเขาเดินวนกลับมาหานิวที่นั่งอยู่คนเดียวและกำลังตักข้าวเข้าปากพอดี เตสอดตัวลงนั่งกับเก้าอี้จ้องมองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามที่กำลังเคี้ยวข้าวเต็มแก้ม
“กลับมาทำไม” เอ่ยถามคนที่ทำตาแป๋ว
“ไปเป็เพื่อนหน่อย”
“แค่ทักคนอื่นเองไม่ได้ไปทำข้อสอบสักหน่อย ใจเย็นๆ”
“เวลานายทักคนอื่นก่อนไม่รู้สึกเขินบ้างหรอ”
“ไม่อ่ะรู้แค่ว่าอยากรู้จักก็ทัก เหมือนที่ฉันทักนายครั้งแรกไงถ้าไม่ทักเราจะรู้จักกันแบบนี้หรอ”
“ก็จริง”
“ก็อปคำพูดที่เราทักนายครั้งแรกไปทักมีนก็ได้นะ”
“คำว่า ‘นี่น้อง’ หรอ”
“เราพูดแบบนั้นหรอไม่ใช่ว่าแนะนำตัวก่อนหรอ” นิวทำใบหน้าครุ่นคิด เขาไม่ยักจะจำได้
“อืม”
“งั้นนายก็เขาไปแนะนำตัวแล้วขอนั่งด้วยแค่นั้น”
“สวัสดีเราเตขอนั่งด้วยนะโต๊ะอื่นเต็ม แบบนี้ใช่ป่ะ” เตลองพูดให้รุ่นพี่ร่างบางฟังเพื่อเป็การซ้อมหัวใจของเขาเต้นแรงแทบทะลุออกจากอกราวกับไปวิ่งมาทั้งๆ ที่นั่งอยู่เฉยๆ
“แบบนี้แหละ”
“แต่โต๊ะข้างหลังนายว่างถ้า..” นิวยกกระเป๋าของตัวเองไปวางไว้บนโต๊ะด้านหลังก่อนจะหันหน้ากลับมามองเต
“ไม่ว่างแล้วเลิกหาข้ออ้างแล้วไปสักที ก่อนที่พวกนั้นจะลุกจากโต๊ะ”ใบหน้าของรุ่นพี่ตัวเล็กกว่าเริ่มบึ้งบูด เขาเหนื่อยหน่ายเต็มทน หากเตยังไม่ลุกไปเขานี่แหละจะไปแทน
ไม่ใช่ไปทักมีนแทนนะ แต่หมายถึงออกจากคณะไปเลยไม่กลับมาอีก
เตรวบรวมความกล้าอีกครั้งคราวนี้เขามุ่งตรงเข้าไปที่โต๊ะของมีนไม่หันหลังกลับอย่างคราวแรกใบหน้าหวานของคนที่เขาแอบชอบช้อนตาขึ้นมามอง ทำเอาร่างสูงหลบสายตาไม่กล้าสู้หัวใจเขาต้องทำงานหนักกว่าเก่าเมื่อมีนถามว่ามีอะไร
“ส..สวัสดี”
เขาพยายามอย่างหนักเพื่อควบคุมเสียงไม่ให้สั่นมากไปกว่านี้เมื่อเอ่ยประโยคต่อไปและซ่อนความเขินอายภายใต้ใบหน้าแสนเ็า แต่ใบหูไม่ให้ความร่วมมือขึ้นริ้วสีแดงเถือกตามความรู้สึกของเ้าตัว
“เราเต..เธอชื่ออะไร” แทนที่จะถามชายตัวเล็กเขากลับหันไปถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ทางด้านขวามือแทน
“แป้ง” เธอตอบ
“แล้ว..” เตส่งสายตาไปหามีน ความจริงเขารู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายชื่ออะไรแต่แสร้งว่าไม่รู้
“เรามีน นั่งด้วยกันเปล่าโต๊ะเต็มหรอ” เสียงเล็กถามเมื่อเห็นว่าในมือของเตถือจานข้าวมาด้วย
“อืม”
เตเลือกนั่งลงข้างมีนนี่ถือว่าเป็ครั้งแรกที่เขาได้พูดคุยและใกล้กับคนที่ชอบมากกว่าที่เคยเขาส่งสายตาไปหานิวที่นั่งมองอยู่ไกลๆ ก่อนจะส่งยิ้มไปให้...สำเร็จ
คราวนี้ถึงตานิวออกโรงบ้างแล้วล่ะ
“นั่งด้วยคนสิ”
เตเบิกตากว้างเมื่อร่างเพรียวของรุ่นพี่ต่างคณะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งที่ว่างคือด้านข้างเขาตอนแรกที่ชวนอีกฝ่ายมานั่งเป็เพื่อนแต่โดนปฏิเสธ แต่อยู่ๆอีกฝ่ายกลับมาขอนั่งด้วยเสียอย่างนั้น
“คนผมสีน้ำตาลไม่มาหรอชื่ออะไรนะ ออย”
“กลับไปแล้วครับมีธุระกับที่บ้าน” มีนเป็คนตอบ
นิวพยักหน้ารับรู้ก่อนจะชวนคุยต่ออย่างเป็ธรรมชาติ จนเตเหมือนไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้นเพราะเขาพูดไม่เก่งได้แต่นั่งฟังเงียบๆ จนกระทั้งเหมือนว่าเขาจะเข้าไปเอี่ยวในบทสนทนาด้วย
“มีเพื่อนเราเขาชอบมีนด้วย” นิวว่า
“ใครหรอครับ”
“นี่งะ...”ยังไม่ทันพูดจบมือหนายกขึ้นมาปิดปากบางทันที ท่ามกลางสายตางุนงงของสองคนที่เหลือ
“พวกเราขอตัวก่อนนะ”
เตรีบลากตัวอีกคนให้ตามไปด้วยทั้งที่มือยังปิดปากอยู่นิวดิ้นพลางร้องโวยวายไปตลอดทาง จนไปถึงหน้าตึกคณะบริหารจึงปล่อยออก เตหันหน้าเตรียมจะบ่นคนตัวเล็กกว่าแต่ดันถูกพูดแทรกขึ้นมาก่อน
“ได้รู้จักมีนแล้วอย่าลืมมันนี่เรานะ”
“หน้าเงิน ทีหลังห้ามบอกมีนว่าฉันชอบ”
“อยากจีบเขาก็ต้องบอกให้เขารู้สิ”
“อยากหาโอกาสดีๆ บอกเองไม่ได้อยากให้คนอื่นบอกแทน”
“เข้าใจแล้วเมื่อกี้ขอโทษแล้วกัน” นิวทำใบหน้ารู้สึกผิด เตจึงใจอ่อนตาม
“อือ”
แล้ววิชาสุดนรกสำหรับนิวก็วนมาถึงแต่ครั้งนี้มันไม่แย่เท่าเมื่อก่อนที่ต้องมาเรียนคนเดียวเนื่องจากตอนนี้เขามีเพื่อนนั่งเรียนด้วยกันอย่างเตและธันวาถึงแม้ว่าทั้งคู่จะตั้งใจเรียนไปหน่อยก็เถอะ
“ให้นักศึกษาจับคู่ทำรายงานกลุ่มละสองคน”
หลังจากอาจารย์พูดจบก็ได้ยินดังนั้นเสียงถอนลมหายใจของนักศึกษาภายในห้องดังออกมาโดยไม่ได้นัดหมายรวมถึงนิวเองก็ด้วย แต่แล้วดวงตาคู่สวยของนิวเป็ประกายระยิบมุมปากยกยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขานึกอะไรดีๆ ออก
นิวคว้าข้อมือหนาของเตดึงให้ลุกตามไปด้วยกันเตพยายามขืนตัวออกเขายังเคืองเื่ตอนนั้นไม่หายเลยที่อีกฝ่ายเกือบบอกคนตัวเล็กว่าเขาชอบ
“จะพาไปไหน”
“ไปหาคู่ทำรายงานให้นายไงเตป่ะ”
“เดี๋ยว”
“ไม่ต้องเดี๋ยวต้องเขียนชื่อส่งให้อาจารย์อีก”
นิวลากเตตรงเข้าไปทักรุ่นน้องตัวเล็กที่นั่งไร้คู่อยู่คนเดียวเนื่องจากเพื่อนสนิททั้งสองคนคู่กันเอง
“มีน”
“ครับพี่”
“มีคู่ทะ...”ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกมือหนาปิดปากไว้ก่อน นิวหันมาส่งสายตาเชิงคำถามว่าทำไม
ทั้งคู่ถกเถียงกันอยู่นานจนกระทั้งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะเมื่อหันไปก็เห็นคนที่ธันวาเคยบอกว่าเป็รองเดือนคณะบริหาร
“มีนมีคู่ยัง”
“ยังเลย”
“คู่เราไหม”
“ได้ ๆเดี๋ยวมีนส่งชื่อให้อาจารย์”
มีนตอบตกลงแทบจะทันทีที่ถูกถาม
แห้ว..
“เต นายช้าอ่ะ หมาคาบไปเลยเห็นไหมน่ะ”
เตไม่อยู่รอฟังเสียงบ่นเขาเดินหนีนิวกลับไปหาธันวาที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรอยู่ที่โต๊ะ
“ธัน คู่กัน”
“โทษวะ เห็นมึงจะไปคู่มีนกูเลยหาคนคู่ด้วยได้แล้ว”
แห้วของจริง เมื่อเตโดนเพื่อนสนิทเทไปอีกคนดูเหมือนว่าจะเหลือคนที่ยืนยิ้มเยาะเย้ยอยู่ด้านข้างแล้วเขาจึงต้องจำใจเขียนชื่อตัวเองและรุ่นพี่ตัวเล็กไป
“ดีเลย เทอมนี้เอมาแน่ถ้าเราได้คู่กับนาย”
“จะทำหอใคร”
“หอเรา นายมีรถมาหอเราง่ายกว่า”
“อือ วันนี้เจอกัน”
“วันนี้เลยหรองานส่งตั้งอาทิตย์หน้า”
“ทำให้มันจบๆ”
“อ่าๆ”
เตมาทำรายงานที่หอของนิวตรงตามเวลานัดเป๊ะไม่มีนาทีขาดเกิน นัดหนึ่งทุ่ม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นตอนหนึ่งทุ่มพอดี สภาพของคนออกมาเปิดห้องดูยุ่งเหยิงราวกับเพิ่งตื่นอนร่างบางใส่บาสแขนกว้างตัวเก่งกับกางเกงบ็อกเซอร์ขาสั้น เป็นิวในอีกแบบที่เตไม่เคยเห็นเหมือนว่าจะมองนานไปหน่อยเ้าตัวจึงทักขึ้นมา
“มองอะไร”
“เปล่า” เสียงทุ้มบอกปัดปฏิเสธใครจะไปกล้าบอกว่าแอบมองขาขาว ๆ กันล่ะ
“เข้ามาก่อน รกหน่อยนะ”
ร่างบางเบี่ยงตัวให้อีกฝ่ายเดินเข้าไปในห้องก่อนจะปิดประตูลงเมื่อเข้ามาในห้องสิ่งแรกที่สังเกตได้เลยก็คือมีโปสเตอร์ของวงดนตรีที่เขาไม่รู้จักแปะอยู่บนผนังด้านหนึ่งของห้องส่วนเหนือโต๊ะทำงานมีภาพวาด และโพสต์อิดสีฟ้าแปะอยู่สองสามใบ
“รูปพวกนี้วาดเองหรอ” ร่างสูงหันไปถามเ้าของห้องที่กำลังเปิดดูของในตู้เย็นถึงภาพวาดที่แปะอยู่บนผนัง
“ใช่แล้ว”
“สวยดี”
เตไล่มองไปรอบห้องจนถึงกรอบรูปที่ตั้งอยู่บนโต๊ะคนนี้เดาว่าน่าจะเป็แฟนของนิว หน้าตาเธอสะสวยไม่เบา ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันดี
ร่างสูงเดินไปนั่งลงหน้าโต๊ะญี่ปุ่นกางโน๊ตบุ๊คแล้วเริ่มเตรียมตัวทำงาน ส่วนเ้าของห้องเองก็ไปนั่งที่เก้าอี้ประจำที่เตเป็คนแจกแจงงานทั้งหมดก่อนทั้งคู่จะนั่งทำกันเงียบๆมีเพียงเสียงเพลงที่ร่างบางเปิดคลอเบาๆ
“ว่าจะถาม ทำไมนายชอบมีนอ่ะแบบมีอะไรดึงดูดถึงชอบ” นิวถามขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ
“ขาว” เสียงทุ้มตอบคำเดียวสั้นๆได้ใจความ
“แล้วทำเป็บอกว่าคนเราคบที่ใจใช่ใบหน้า”
“ยอม”
“อย่างอื่นล่ะ”
“รอยยิ้มมั้งชอบเห็นเวลาเขาอยู่กับเพื่อนมันสดใสมากเลย แล้วก็ตัวเล็ก แต่ชอบสุดเพราะมีนตัวขาว”
“เอ้ย...เราก็ตัวเล็กแล้วก็ขาวหวังว่าจะไม่ชอบเราด้วยนะ” นิวยกแขนสองข้างขึ้นมาปิดอกไว้ทำทีเป็หวงเนื้อหวงตัวเสียเต็มประดา
“ไร้สาระ”
นิวหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อได้แกล้งรุ่นน้องต่างคณะ ก่อนที่ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้งคราวนี้เป็เตที่พูดขึ้นมาก่อนบ้าง
“นิว”
“หือ?” ตอบในลำคอขณะที่สายตายังจดจ้องอยู่ที่หน้าจอโน๊ตบุ๊ค
“ไปใส่ขายาวได้ไหม”
“ทำไมอ่ะ ใส่แบบนี้สบายออก”
“ไม่มีสมาธิทำงาน”
เพิ่งบอกไปเองหยกๆว่าแพ้ของขาว เ้าของห้องดันใส่ขาสั้นนั่งชันขาขึ้นอันที่จริงก็ไม่ได้อยากมองนักหรอก แต่สายตามันดันเหลือบไปเห็นอยู่เรื่อย
พอได้ยินเหตุผลที่ชวนขนลุกจากปากอีกคนนิวหันมองไอคนที่ทำตัวเป็โรคจิตทันที ครั้นพอจะด่ากลับคิดคำไม่ออกเลยได้แต่พะงาบๆปากไป
“ไอ้...เป็คนแบบนี้หรอวะ!”