ติ๊ง!
[ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 30 มีนาคม]
[สถานที่ปัจจุบัน: เขตปลอดภัยระดับสูง]
ความรู้สึกวูบไหวจากการเชื่อมต่อจางหายไป
อคินลืมตาตื่นขึ้นบนเปลญวนตัวเดิม แต่สิ่งที่กระทบโสตประสาทเป็นอย่างแรกไม่ใช่เสียงคลื่นกระทบฝั่งที่คุ้นเคย
มันคือเสียง... ใบไม้
ไม่ใช่แค่เสียงใบไม้ไหวตามลมธรรมดา แต่เป็นเสียงเสียดสีของกิ่งก้านมหาศาลที่ดังกระหึ่มราวกับป่าทั้งป่ากำลังหายใจ
อคินดีดตัวลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตาปรับโฟกัสภาพตรงหน้า ก่อนจะอ้าปากค้างด้วยความตะลึง
ทิวทัศน์ยามค่ำคืนของแหลมสิงห์ที่เขาเคยรู้จัก... หายไปแล้ว
แนวชายหาดที่เคยเปิดโล่งสู่ทะเล บัดนี้ถูกบดบังด้วย 'กำแพงมีชีวิต' ขนาดมหึมา
ต้นไม้ขนาดเท่ารถบรรทุกถักทอกันเข้ากับเถาวัลย์หนามขนาดใหญ่แน่นหนายิ่งกว่าคอนกรีตเสริมเหล็ก
แนวต้นไม้พุ่งทะยานเสียดฟ้าขึ้นไปสูงลิบลิ่ว บดบังเส้นขอบฟ้าและดวงดาวจนมิด
ยอดของมันแผ่กิ่งก้านสานกันเป็นหลังคาธรรมชาติที่ทอดยาวออกไปสุดลูกหูลูกตา เชื่อมต่อแคมป์เล็กๆ แห่งนี้เข้ากับแผ่นดินแม่
"นี่มัน... เกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย?"
อคินรีบไต่บันไดลิงลงมาจากบ้านต้นไม้ เท้าสัมผัสพื้นทรายที่บัดนี้เริ่มมีหญ้าสีเขียวสดแทงยอดขึ้นมาแซม
บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลิ่นไอเค็มของทะเลจางลง
ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นยางไม้หอมสดชื่นและพลังงานบางอย่างที่ทำให้อากาศหนาแน่นขึ้น
"อคิน! ตื่นแล้วเหรอครับ!"
เสียงเรียกคุ้นหูทำให้เขาหันไปมอง 'พี่ต้น' ยามกะเย็นคนเดิมวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา
สีหน้าของทหารผ่านศึกเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนหวาดหวั่น
"พี่ต้น... นี่มัน..."
อคินชี้มือไปที่กำแพงรากไม้ยักษ์
"มันพลังของ 'ท่านเพทาย' !"
พี่ต้นตอบเสียงดัง แววตาเต็มไปด้วยความศรัทธา
"คุณคงไม่เห็นตอนมันโตสินะ... มันเกิดขึ้นเมื่อตอนกลางวันนี้เอง จู่ๆ ต้นไม้พวกนี้ก็พุ่งขึ้นมาจากดินเหมือนกำแพงเมืองจีน! ท่านเพทายสั่งปิดล้อมแนวชายฝั่งทั้งหมด กันพวกอสูรทะเลไม่ให้ขึ้นฝั่งได้อีก!"
"คนเดียว... สร้างกำแพงไซซ์นี้เนี่ยนะ?"
อคินกลืนน้ำลาย คอแห้งผาก
"ระดับผู้ปกครองเมืองก็งี้แหละคุณ"
พี่เข้มหัวเราะ
"อ้อ จริงสิ! ระบบแผนที่อัปเดตแล้วนะ ลองเปิดดูสิ ตอนนี้เราเชื่อมต่อกับเมืองหัวใจพฤกษาเต็มรูปแบบแล้ว! แล้วก็ดูเหมือนตอนนี้เมืองจะอัปเกรดสถานะจากเมืองเป็นอาณาจักรแล้วด้วย"
"จริงดิ?"
อคินรีบวาดมือกลางอากาศ เรียกหน้าต่างระบบขึ้นมา
ทันใดนั้น ภาพโฮโลแกรมสามมิติที่เคยแสดงแค่จุดโง่ๆ กับหมอกสีเทา ก็เปลี่ยนไป...
หมอกแห่งสงคราม ถูกปัดเป่าออก เผยให้เห็นแผนที่ความละเอียดสูงของจังหวัดจันทบุรีเกือบทั้งหมด
พื้นที่สีเขียวสว่างวาบแสดงอาณาเขตที่กินพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล โดยมีจุดสีทองกะพริบระยิบระยับเป็นศูนย์กลางเมือง
"โห..."
อคินไล่นิ้วไปตามแผนที่
"'งั้นที่นี่ก็ไม่ใช่ค่ายที่อยู่ห่างไกลเมืองอีกต่อไปแล้วสิ"
"ใช่ครับ สภาอนุมัติสร้างเมืองท่าตรงปากแม่น้ำแล้ว แคมป์เราคงกลายเป็นจุดพักแรงงานหลัก"
พี่เข้มยื่นซองเอกสารตราประทับสีเขียวให้
"อันนี้คำสั่งด่วนจากฝ่ายทะเบียน ฝากถึงคุณโดยเฉพาะ"
อคินรับมาเปิดอ่าน ข้อความในนั้นสั้นกระชับแต่ได้ใจความ
[ภารกิจกวาดล้างช่วงกลางคืน]
[เป้าหมาย: กำจัดอสูรที่ 'ตกค้าง' อยู่ภายในแนวกำแพงใหม่ให้สิ้นซาก
ผู้รับผิดชอบ: อคิน และปาร์ตี้
รางวัล: แต้มความดีความชอบพิเศษ]
"งานกวาดบ้านสินะ..."
อคินพับจดหมายเก็บ ยิ้มมุมปาก
"รับทราบครับพี่ เดี๋ยวผมจัดการให้เนียนกริบเลย"
...
อคินกลับขึ้นมาบนบ้านเพื่อเตรียมอุปกรณ์ เขากระชับสายรัดดาบ เช็กความคมของอาวุธ และเตรียมอาหารเม็ดใส่ถุงย่าม
สมาชิกปาร์ตี้นั่งรอเขาอยู่อย่างเป็นระเบียบผิดปกติ
โบ้นั่งกระดิกหางลิกๆ ส่วนแก๊งแมวสามตัวนั่งเรียงหน้ากระดาน เลียขนแต่งหล่อกันอย่างใจเย็น
"เอาล่ะพวกเรา..."
อคินตบมือเรียกสมาธิ
"คืนนี้ภารกิจเปลี่ยน เราไม่ต้องออกไปลุยโคลนข้างนอกแล้ว ไม่สิ...ต้องเรียกข้างนอกนั่นโดมล้อมกำแพงเรียบร้อยแล้ว กลายเป็นพื้นที่ในกำแพงไปแล้ว แต่ต้องเคลียร์พื้นที่ให้เกลี้ยง...ดูเหมือนว่าได้เวลาที่เราจะทวงคืนจันทบุรีจากพวกอสูรแล้ว"
"ก็ดีเหมือนกัน"
เสียงเล็กแหลม แต่เจือด้วยความหงุดหงิดดังแทรกขึ้นมา
"ข้าชักเบื่อรสชาติเลือดเค็มๆ ของพวกเมิร์กเต็มทนแล้ว คาวจะตายชัก เข้าไปในเมืองก็คงจะมีหมาป่า หนูสินะ"
อคินชะงัก มือที่กำลังหยิบขวดน้ำค้างกลางอากาศ
เขาค่อยๆ หันขวับไปมองรอบห้อง... ไม่มีใครอื่น
มีแค่เขา... กับหมาแมว
สายตาของเขาไปหยุดอยู่ที่ 'ส้มซ่า'
เจ้าแมวลายสลิดตัวอ้วนกลมกำลังหยุดเลียขนขาหน้า แล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่ดู... 'คน' เกินกว่าจะเป็นแมว
"เมื่อกี้..."
อคินถามเสียงสั่น
"เสียงใคร?"
ส้มซ่าถอนหายใจ พ่นลมออกจากจมูกดังฟู่ ก่อนจะขยับปากขมุบขมิบ
"ก็เสียงข้านี่แหละ จะเสียงผีที่ไหน"
"เฮ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย!!"
อคินกระโดดถอยหลังจนหลังไปชนฝาบ้าน ชี้นิ้วสั่นระริกไปที่แมวส้ม
"นะ... นาย... นายพูดได้!"
"อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้เจ้ามนุษย์ เจ้าก็วุ่นวายถามท่านศรีนิลไม่ใช่เหรอ ว่าอยากให้เราพูดได้แบบเขา"
เสียงนุ่มทุ้มและเรียบเฉยดังมาจาก 'ปลาเผา' แมวลายสลิดที่นอนหมอบอยู่ข้างๆ
"ปลาเผาก็พูดได้!?"
อคินตาเหลือกแทบถลน
"อืม... พูดได้ตั้งแต่เมื่อกลางวันแล้ว"
เสียงหวานใสแต่เย็นชาดังมาจาก 'บัวลอย' แมวสามสีที่กำลังเลียอุ้งเท้าอย่างมีจริต
"ตอนที่อคินหลับน่ะ"
อคินยืนอ้าปากพะงาบๆ สมองพยายามประมวลผลเหตุการณ์ตรงหน้า
"ดะ... เดี๋ยว! ตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ท่านศรีนิลได้ไหม? ท่านแมวดำตัวนั้นน่ะ"
ส้มซ่ายืดตัวขึ้นนั่ง ยืดอกอย่างภูมิใจ
"ตอนกลางวัน...บังเอิญพวกเราไปเจอท่านศรีนิลอีกครั้งตอนเจ้าหลับ..."
ส้มซ่าเริ่มเล่าด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นการเป็นงาน
"เขาเลยสอนวิธีเข้าถึง 'ร้านค้าแลกเปลี่ยนสกิล' สำหรับเผ่าพันธุ์สัตว์ให้พวกเราอีกรอบ พร้อมกับอธิบายอะไรหลายๆอย่าง แลกกับการที่เราต้อง... เอ่อ... รับปากช่วยงานเขาเล็กๆ น้อยๆ"
"ร้านค้าสกิล?"
อคินทวนคำ
"มีของแบบนั้นด้วยเหรอ?"
"มีสิ ระบบมันกว้างกว่าที่เจ้ารู้นัก"
ส้มซ่าเชิดหน้า
"พวกข้าเลยเอาแต้มสกิล ที่สะสมมา แลกสกิล [ภาษาสรรพสัตว์], [ภาษามนุษย์], [พัฒนาปอดและกล้ามเนื้อหายใจ], [จำลองเส้นเสียงมนุษย์] และ [จำลองสรีระมนุษย์] มาไงล่ะ ใช้แต้มเยอะมากนะในการแลก พวกข้าแทบไม่มีได้แลกสกิลต่อสู้เลย แต่ทีนี้จะได้คุยกันรู้เรื่องสักที รำคาญเวลาเจ้าสั่งมั่วซั่วจะแย่ แล้วก็มีสกิล [ส่งกระแสจิต] ด้วยนะแต่พวกข้าไม่มีแต้มพอแมวมันกำหนดค่าปัญญาในการแลกด้วย "
อคินฟังแล้วก็รู้สึกว่ามัน... สมเหตุสมผล ในตรรกะเพี้ยนๆ ของเขา
"โอ้โห! สุดยอด! เลยนี่หว่า!"
เขาตบเข่าฉาด แล้วหันไปหา 'โบ้' หมาหลังอานคู่ใจ
"แล้วนายล่ะโบ้! นายพูดได้ไหมเพื่อนยาก!"
โบ้มองหน้าอคิน ตาแป๋ว หูตก หางหยุดกระดิก
"..."
"มันพูดไม่ได้"
ส้มซ่าตอบแทนด้วยน้ำเสียงสมเพชเวทนา
"อ้าว? ทำไมล่ะ?"
"ก็ไอ้เจ้าโบ้มันโง่น่ะสิ"
ส้มซ่าบ่นอุบ
"ข้าบอกแล้วว่าให้แบ่งแต้มไปลงค่า ปัญญาบ้าง มันไม่เชื่อ เอาแต่อัป พละกำลัง กับ ความว่องไว ซะหมด... พอถึงหน้าต่างแลกสกิล มันดันกดผิด ไปแลกสกิลโง่ๆมาแทน... ตอนนี้แต้มมันหมดเกลี้ยง ต้องรอเวลอัปอีกยาวเลยกว่าจะพูดได้"
"โฮ่ง!"
โบ้เห่าเสียงอ่อย ก้มหน้าซุกอุ้งเท้าด้วยความสำนึกผิด
อคินมองเจ้าหมาจอมพลังด้วยความสงสารระคนขำ
"ไม่เป็นไรนะโบ้... เป็นแทงค์ก็ต้องเน้นถึกไว้ก่อนแหละ ถูกแล้ว ค่อยๆเก็บเลเวลสะสมไปเรื่อยๆ ก็ได้"
เขาปลอบใจ
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบก็เด้งขึ้นมา
ติ๊ง!
[ยินดีด้วย! ปาร์ตี้ของคุณปลดล็อกฟีเจอร์: การสื่อสารข้ามสายพันธุ์]
[กรุณาใช้คำสุภาพในการสนทนา]
"ระบบยืนยันแล้วด้วย!"
อคินยิ้มกว้าง แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ค่อยๆ จางลง เมื่อสมองของเขาเริ่มเชื่อมโยงข้อมูลบางอย่างได้
...ความทรงจำที่หายไป...
...แมวที่พูดได้...
...และชื่อหนึ่งที่ฝังลึกอยู่ในใจ...
อคินทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าต่อหน้าแก๊งแมวสามสหาย
บรรยากาศขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป แทนที่ด้วยความจริงจังจนน่าอึดอัด
เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาของส้มซ่า
"ถ้างั้น..."
เสียงของอคินสั่นเครือ
"พวกนายก็ต้องรู้เรื่อง 'แต้ม' สินะ"
แก๊งแมวทั้งสามชะงักกึก
บัวลอยหยุดเลียขน ปลาเผาหันหน้าหนี ส่วนส้มซ่าหูตกลงเล็กน้อย
"ฉันตามหาเขามาตลอดสองเดือนกว่า..."
อคินพูดต่อ น้ำเสียงเจือด้วยความเว้าวอน
"พวกนายเห็นรูปแต้มในมือถือ... ถามตรงๆ พวกนายต้องเคยเห็นแต้มบ้างใช่ไหม? เขาเป็นยังไงบ้าง? เขายังสบายดีไหม? หรือว่า..."
อคินกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ไม่กล้าพูดคำว่า 'ตาย' ออกมา
ความเงียบเข้าปกคลุมบ้านต้นไม้ มันเป็นความเงียบที่หนักอึ้ง
เหล่าแมวสบตากันเองอย่างเลิ่กลั่ก ส้มซ่าทำจมูกฟุดฟิดเหมือนพยายามหาทางหนีทีไล่
ความจริงอยู่ตรงหน้าอคิน... ใกล้แค่เอื้อม
แต้มก็คือร่างที่อคินสิงอยู่นั่นแหละ
แต้มก็คือเสียงของระบบที่คุยกับอคินอยู่ทุกวัน
แต่พวกมันพูดไม่ได้... กฎแห่งความลับค้ำคออยู่
"แต้ม... เอ่อ..."
ส้มซ่าอึกอัก หลบสายตาอคิน
"แมวตัวนั้นน่ะเหรอ..."
"ใช่! แมวตัวสามสี ตัวอ้วนนิดหน่อย... ตัวนั้นน่ะ!"
อคินเร่งเร้า
"พวกเรา... เอ่อ..."
ปลาเผาพูดแทรกขึ้นมาเสียงเบาหวิว
"ไม่ได้เจอกัน... พักใหญ่แล้ว"
"ไม่ได้เจอกัน?"
อคินขมวดคิ้ว
"แต่พวกนายรู้ใช่ไหมว่าเขาอยู่ที่ไหน!? หรืออย่างน้อย... รู้ไหมว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า!?"
บัวลอยมองหน้าอคิน แววตาของแมวสาววูบไหวด้วยความสงสาร แต่นางก็ทำได้เพียงนิ่งเงียบ
ก่อนที่อคินจะคาดคั้นไปมากกว่านี้ ส้มซ่าก็ตัดสินใจทำในสิ่งที่แมวถนัดที่สุด... เปลี่ยนเรื่อง
"โอ้ยยยย! เลิกดราม่าได้แล้ว!"
ส้มซ่าตวาดแว้ด กระโดดมายืนขวางหน้าอคิน
"ตอนนี้ใช่เวลามาตามหาแมวหายไหมหะ! เจ้าลืมคำสั่งท่านเพทายไปแล้วรึไง!"
"แต่..."
"ไม่มีแต่!"
ส้มซ่าขยายเล็บกางออก ขู่ฟ่อใส่หน้าอคิน
"ท่านเพทายอุตส่าห์สร้างกำแพงให้เราปลอดภัย และวางแผนจะฟื้นฟูบ้านเมืองขึ้นใหม่ ถ้าเรามัวแต่โอ้เอ้ แล้วมีมอนสเตอร์หลุดไปทำร้ายชาวบ้านข้างใน มันจะเป็นความผิดใคร! เป็นความผิดของเจ้า! ของพวกเรา!"
"..."
อคินเม้มปากแน่น เถียงไม่ออก
"รีบไปล่ากันได้แล้ว!"
ส้มซ่าหันหลังวิ่งนำออกไปที่ประตู
"ถ้าอยากรู้เรื่องแต้ม... ก็ทำให้พวกเราเห็นสิว่าเจ้าเก่งพอที่จะดูแลมันได้! ไปเซ่!!"
พูดจบ ส้มซ่าก็กระโจนลงจากบ้านต้นไม้ไปทันที ตามด้วยปลาเผาและบัวลอยที่รีบชิ่งหนีบรรยากาศมาคุ
"เดี๋ยวสิ! ส้มซ่า!"
อคินตะโกนเรียก แต่ไม่ทันแล้ว
เหลือเพียงโบ้ที่นั่งทำหน้าจ๋อยอยู่ตัวเดียว
อคินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ
"นั่นสินะ... งานต้องมาก่อน"
เขาพึมพำ บอกตัวเองให้ใจเย็นลง
"อย่างน้อย... ก็ยังมีความหวัง พวกมันไม่ได้บอกว่าแต้มตาย... แค่นั้นก็ดีถมไปแล้ว"
[ส้มซ่าพูดถูก... ทำหน้าที่ของนายให้ดีที่สุดก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน]
อคินอ่านข้อความนั้นแล้วยิ้มเศร้าๆ
"ขอบใจนะระบบ... นายเนี่ยเข้าใจฉันที่สุดเลย"
หารู้ไม่ว่า... 'ระบบ' ที่เขาขอบคุณอยู่นั้น กำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอกอย่างที่สุด ที่ความลับยังไม่แตกในคืนนี้
"ไปกันเถอะโบ้... คืนนี้ต้องระบายอารมณ์กันหน่อยแล้ว"
"โฮ่ง!"
อคินกระชับดาบในมือ แววตาเปลี่ยนจากความเศร้าเป็นความมุ่งมั่น
ก่อนจะกระโจนตามลงไปสู่ความมืดมิดใต้เงากำแพงพฤกษา เพื่อทำหน้าที่อัศวิน... ผู้ยังคงถูกปิดหูปิดตาต่อไป
....
"ขวา! ไอ้เจ้ามนุษย์ทึ่ม! ข้าบอกว่ามันมาทางขวา!"
เสียงเล็กแหลมที่เต็มไปด้วยอำนาจสั่งการดังแว่วมาเหนือเสียงคลื่นลม
ไม่ใช่เสียงของระบบ และไม่ใช่เสียงของครูฝึกทหาร แต่เป็นเสียงของ...
"รับทราบครับท่านหัวหน้า!"
อคินกัดฟันหมุนตัวกลับหลังหัน ยกโล่ขึ้นรับกรงเล็บของ 'เมิร์ก' ตัวเขื่องที่พุ่งขึ้นมาจากน้ำครำได้ทันท่วงที
เคร้ง!
แรงกระแทกหนักหน่วงจนแขนชา แต่อคินไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว
เขาเกร็งกล้ามเนื้อแขน ดันโล่สวนกลับไปเต็มแรงจนมนุษย์ปลาเสียหลักหงายท้อง
"ตอนนี้แหละปลาเผา! ปิดจ็อบ!"
อคินตะโกนสั่ง
"รับทราบ..."
เสียงเนือยๆ แต่เยือกเย็นตอบรับ
เงาสีลายพาดกลอนพุ่งวาบผ่านหน้าอคินไป
'ปลาเผา' ใช้จังหวะที่ศัตรูเปิดช่องว่าง ตะปบเข้าที่เหงือกซึ่งเป็นจุดตายของเมิร์กอย่างแม่นยำ
ฉัวะ!
เลือดสีเขียวคล้ำสาดกระจาย เมิร์กตัวนั้นดิ้นพราดก่อนจะแน่นิ่งไป
อคินลดโล่ลง หอบหายใจแฮกๆ มองดูซากศพรอบตัวที่เริ่มกองพะเนิน
เขายกหลังมือปาดเหงื่อแล้วหันไปยิ้มให้ส้มซ่าที่นั่งบัญชาการอยู่บนโขดหิน
"เตือนได้สวยมากส้มซ่า! ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงโดนเจาะหลังไปแล้ว"
"เหอะ! ก็ประสาทสัมผัสของเจ้ามันทื่อมะลื่ออย่างกับท่อนไม้นี่นา"
ส้มซ่าสะบัดหาง เชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี
"หัดฟังเสียงน้ำกระเพื่อมบ้างสิ ไม่ใช่เอาแต่ยืนเท่"
"ครับๆ จะจำไว้ครับอาจารย์ ตั้งแต่พูดได้ก็พูดเก่งจังนะแก"
อคินหัวเราะร่า รู้สึกแปลกใหม่และสนุกอย่างประหลาด
การได้คุยกับแมวที่เลี้ยงมามันทำให้ความเหงาในสนามรบหายไปเป็นปลิดทิ้ง แม้ปากมันจะเสียไปหน่อยก็เถอะ
"พวกเมิร์กแถวนี้หมดแล้ว..."
เสียงหวานใสของ 'บัวลอย' ดังขึ้น
นางกระโดดลงมาจากกิ่งโกงกาง เดินเยื้องย่างเข้ามาโดยที่เท้าแทบไม่เปื้อนโคลน
"เราขยับเข้าไปข้างในกันเถอะ ตรงนี้กลิ่นคาวปลาแรงจนข้าเวียนหัวไปหมดแล้ว"
"โอเค! งั้นมุ่งหน้าสู่เมืองเก่า!"
อคินชูดาบขึ้นฟ้า
"โบ้! นำทาง!"
"โฮ่ง!"
โบ้เห่ารับ วิ่งนำลิ่วเข้าไปในความมืด