ธเนศเปิดหน้าจอโทรศัพท์ขึ้นมา เขาเผลอกดไปยังหน้าจอการส่งข้อความระหว่างเขากับพรรษา พอเห็นเพียงความว่างเปล่าก็รู้สึกหงุดหงิด
“ปกติผู้หญิงมักจะตามจิกกัดคนที่เธอสนใจ แต่นี่...แม้แต่ข้อความฉันก็ไม่เคยได้รับ นอกจากขอบคุณที่....” ธเนศยั้งคำพูดเอาไว้ เื่ที่เขาให้เงินพรรษาไปต้องเก็บไว้เป็ความลับ
“ที่...อะไรเหรอครับ?”
ธเนศหันไปมองวิษณุด้วยสายตาดุ เลขานุการหนุ่มจึงทำท่าหงอลงไป
“ที่ฉันยอมทำสัญญาคู่ค้า”
“ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ? บอสไม่ยอมให้ผู้หญิงตามวุ่นวาย คุณพีชเธอคงจะรู้เื่นี้ก็เลยไม่ตอแยให้บอสรำคาญ”
“เออ.....”
“ถ้าบอสไม่มีอะไรจะสั่งผมขอตัวไปจัดการตารางงานก่อนนะครับ”
ธเนศโบกมือไล่ เขาไม่กล้าระบายความร้อนใจให้เลขานุการฟัง แค่วิษณุรู้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอก็ต้องพยายามปิดปากให้สนิท เพราะคนในครอบครัวของเขายังไม่รู้ว่าเขาพาผู้หญิงขึ้นคอนโด
ั้แ่หัวค่ำวันจันทร์ที่เธอกลับราชบุรีไป มีเพียงข้อความบอกว่าเธอกลับถึงบ้านแล้วและรถเขาก็อยู่ในสภาพปกติ จากนั้นเธอก็เงียบหายไป ลึกๆ เขาเฝ้ารอคอยให้เธอส่งมาสักอย่างจะเป็สติกเกอร์หรือภาพมีมก็ยังดี แต่...เหมือนพรรษาจะไม่ได้ใส่ใจเขานอกจากจะเห็นเป็ที่พึ่งพาด้านการเงิน
“ผู้หญิงหน้าเงิน...ได้ไปสองล้านก็เงียบไปเลย” เขาพึมพำเบาๆ เผลอยกมือลูบไปที่หน้าจอโทรศัพท์มือถือ “โอ๊ะ!”
สติกเกอร์รูปหัวใจอันใหญ่ถูกส่งไปให้กับพรรษาเรียบร้อย
“ฮัดเช้ย!”
“อะไรพีช? เมื่อคืนแอบออกมายืนเหม่ออยู่ระเบียงอีกเหรอ? พี่บอกแล้วให้รีบเข้านอน พักผ่อนน้อยจะไม่สบาย” แทนพงษ์เธอมาข้างหลัง เอามือยีหัวญาติผู้น้อง
“แต่พีชว่ามีคนนินทามากกว่าค่ะ” หญิงสาวหยิบเอาทิชชูขึ้นมาเช็ดน้ำมูกใสที่กำลังย้อยลงมา “ค่าแรงที่ค้างก็จ่ายหมดแล้วนะ ยังจะมีคนด่าลับหลังอีก”
“ไม่น่าจะมีนะ” แทนพงษ์นั่งลงเก้าอี้ข้างน้องสาว สายตาเลยไปยังจอคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะข้างหน้า “เป็ไงบ้าง?”
“สถานการณ์โดยรวมดีขึ้น แต่ก็สำหรับพวกเรายังต้องรัดเข็มขัดกันต่อไป”
หลังจากการใช้เงินสำรองในฟาร์มออกมาจ่ายหนี้ช่วยคุณธาดา ทำให้พรรษากับแทนพงษ์ต้องระวังค่าใช้จ่ายในฟาร์ม ตอนหลังเมื่อเกิดวิกฤตการขายน้ำนมดิบไม่ได้ พรรษาได้นำที่ดินผืนหนึ่งไปยื่นกู้กับธนาคาร จากนั้นเธอก็ต้องคิดจนหัวหมุนเพื่อหาดอกเบี้ยมาจ่าย กระทั่งต้องใช้วิธีเข้าหาธเนศ
“พีช พี่ว่าเราไม่ได้เข้าไปบ้านใหญ่นานแล้วนะ”
“เราจะเข้าไปทำไมคะ? บ้านนั้นลุงใหญ่ไปแล้ว”
แทนพงษ์ขมวดคิ้ว “พี่สงสัยว่าของสะสมของคุณย่ายังอยู่ไหม?”
“ในห้องคุณย่าน่ะเหรอคะ?”
“เมื่อเช้าพี่ไปถามเื่นี้ลุงใหญ่ดูหงุดหงิดชอบกล”
“ของเก่าพวกนั้นเก็บอยู่ในตู้มีกุญแจล็อกแ่า ประตูหน้าห้องลุงใหญ่ก็เป็คนถือกุญแจ คงไม่มีปัญหาหรอกค่ะ”
“พี่ว่ามีแน่ พี่สงสัยว่าระยะหลังๆ ลุงใหญ่ดูไม่เดือดร้อนเื่เงินทอง แถมยังขับรถออกไปจากฟาร์มบ่อยๆ”
พรรษาทำหน้าย่น “จริงด้วย”
เผ่าพงษ์ถือแก้วกาแฟร้อนเข้ามานั่งหัวโต๊ะ “ผมก็สงสัยเื่นี้อยู่เหมือนกัน พี่พีชเอาเงินส่วนกลางไปช่วยบรรเทาหนี้ แต่ลุงใหญ่ต้องผ่อนจ่ายรายเดือนอีกไม่น้อย คนที่ฟ้องก็ส่วนหนึ่ง คนที่ทำสัญญาใช้หนี้เป็การส่วนตัวก็มี อย่างคุณลภก็ได้ยินว่าลุงใหญ่โอนเงินผ่อนหนี้อยู่ทุกเดือน บ้านกับที่ดินก็ขายไปแล้ว เงินเดือนจากฟาร์มก็ไม่ได้มากมายอะไร? ลุงใหญ่อ้างว่าไปทวงหนี้กับลูกหนี้แต่เท่าที่ผมแอบสืบดูก็ไม่เห็นว่าลุงใหญ่จะไปหาทวงหนี้เลยนะ มีแต่ออกไปสังสรรค์ดื่มกินกับพวกเดิมๆ”
พรรษาถอนหายใจพรืด เธอยอมควักเงินกองกลางออกมาจ่ายหนี้ให้ในครั้งนั้นเพราะได้รับปากคุณย่าก่อนสิ้นใจที่จะปกป้องทุกคนในครอบครัว แต่เธอก็ได้ประกาศแล้วว่าจะเป็ครั้งเดียวและครั้งสุดท้ายเพราะการจ่ายหนี้ให้กับลุงใหญ่ทำให้ฟาร์มแสนรักอาจจะต้องเปลี่ยนเ้าของ
“สมบัติก็ขายกินไปจนหมดแล้ว ที่ดินที่เคยซื้อเอาไว้ละแวกนี้ก็เปลี่ยนมือไปหมด รถที่ขับก็เป็รถของฟาร์ม เหลือแค่ของสะสมของคุณย่าเท่านั้นล่ะที่พวกเขาพอจะแอบเอาไปขายกินได้”
“พี่แทนพูดมีเหตุผล” น้องชายทำหน้าเคร่ง “สมบัติพวกนั้นต้องแบ่งกันอย่างยุติธรรมนะครับ ไม่ใช่สิทธิ์ที่ลุงใหญ่จะเอาไปขายกินเพียงคนเดียว”
“ไม่ทันแล้วเผ่า ั้แ่พีชยอมควักเงินกองกลางช่วยใช้หนี้ไป นั่นก็เท่ากับลุงใหญ่ได้ส่วนแบ่งเกินคนอื่นไปแล้ว ถ้าเอาของเก่าคุณย่าไปขายอีกก็เท่ากับเอาเปรียบคนอื่นน่ะสิ” แทนพงษ์ทำหน้าเครียด “ถ้าได้เปรียบแต่คนอื่นไม่เดือดร้อนก็คงไม่เท่าไหร่ แต่นี่สร้างปัญหาเอาไว้ให้ ต่อไปพวกเราอาจจะไม่มีที่ซุกหัวนอน”
เผ่าพงษ์ยิ่งฟังก็ยิ่งโมโห “ก่อนคุณย่าจะเสีย ลุงใหญ่ก็เอาไปเยอะแล้วนะครับ คุณย่าให้ที่ดินกับเงินก้อนใหญ่ไปสร้างบ้าน ในขณะที่พวกเรายังต้องอาศัยอยู่ในฟาร์มที่เป็กงสี”
พรรษาหน้าเคร่ง คุณธาดาลุงใหญ่ของเธอเป็คนพูดจาประจบประแจงเก่ง อาศัยความเป็ลูกคนโตที่เติบโตมาใน่พ่อแม่ลำบาก พอฐานะเริ่มดีขึ้นบิดาก็เสียชีวิต คุณย่าเมตตาลูกชายคนโตเป็พิเศษ ไม่ว่าคุณธาดาจะขอสิ่งใด มารดาไม่เคยขัด ผิดกับพีระบุตรชายคนเล็กผู้เป็บิดาของพรรษาที่เห็นใจมารดาจึงไม่เคยมารบกวน ออกไปทำงานหาเลี้ยงตนเอง สร้างเนื้อสร้างตัว ส่วนบิดาของแทนพงษ์กับเผ่าพงษ์ก็ก้มหน้าก้มตาช่วยงานในฟาร์มอยู่เงียบๆ
“ถ้างั้นเราต้องหาทางบุกเข้าไปในบ้านใหญ่ดูเพื่อพิสูจน์ความจริง”
“ใช่พี่พีช” เผ่าพงษ์พยักหน้าหงึกหงัก
“แต่บ้านนั้นปิดแ่า แถมมีคนเฝ้าอยู่ตลอดด้วย เราจะแอบเข้ายังไง?” พรรษาขมวดคิ้ว
“หาโอกาสไปเรื่อยๆ ต้องมีวันเผลอสักวันล่ะน่า คนจ้องย่อมมีโอกาสกว่าคนเฝ้าระวังอยู่แล้ว”
เผ่าพงษ์ยิ้มออกมา “ได้เลย ผมจะคอยดูเอาไว้”
โทรศัพท์มือถือของพรรษาไม่ได้ตั้งหน้าจอให้มีข้อความเตือน ทุกเที่ยงเธอจะคอยเช็กข้อความอยู่แล้ว แต่วันนี้เพราะมัวแต่นินทาเื่ลุงใหญ่ เธอจึงไม่ได้เปิดอ่าน กระทั่งเลิกงานจึงนึกขึ้นมาได้
“ทำไมทำหน้ายังงั้นล่ะพี่พีช? มีผู้ชายสารภาพรักอีกหรือไง?”
พรรษาทำหน้าเลิ่กลั่ก เธอถูกผู้ชายมาตามจีบหลายคน ส่วนหนึ่งพอรู้ว่าเธอมีลูกสาวก็ค่อยๆ เงียบหายไป ส่วนหนึ่งยังจีบต่อแต่ไม่ได้พยายามเข้าหาแสนรัก มีเพียงสองคนที่ดูจริงใจทั้งกับเธอและกับลูก
....ส่วนธเนศ เธอไม่กล้าหวัง ระหว่างเธอกับเขาเริ่มต้นด้วยความเห็นแก่ตัวของเธอ แค่เขาช่วยเหลือให้รอดพ้นความลำบากด้านการเงินก็ดีแล้ว...
“ตอนนี้มีใครก็ไม่ได้แล้วล่ะ แต่ก่อนพี่ก็ยังได้ชื่อว่าเป็เศรษฐีสาวแต่ตอนนี้หนี้ล้นพ้นตัว ถ้าผู้ชายรู้เข้าก็คงจะถอยกันหมด”
เผ่าพงษ์หัวเราะเบาๆ “ที่จริงพี่พีชไม่สนใจใครเลยมากกว่า ผู้สมัครสองคนสุดท้ายนั่นก็ดีทั้งคู่ ไม่เห็นพี่เลือกสักที”
“แต่ก่อนพี่อาจจะเล่นตัวนะ แต่ตอนนี้พี่เจียมตัวต่างหาก หาเงินใช้หนี้ให้ไหวก่อนเถอะ เื่ความรักเอาไว้คิดทีหลัง”
เผ่าพงษ์พยักหน้าหงึกหงัก “ครับ แม้ความรักจะสำคัญแต่...เงินสำคัญกว่า”
สองพี่น้องหัวเราะออกมา พรรษาคว่ำหน้าโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ เธอสงสัยว่าธเนศทำไมถึงส่งสติกเกอร์รูปหัวใจอันใหญ่มาให้? เธอสงสัยว่าเขาอาจจะมือลั่น ทำให้กดผิด คิดได้แบบนั้นหญิงสาวก็เม้มปากพยักหน้าบอกตัวเอง
‘อย่าคิดเข้าข้างตัวเองดีกว่า จะได้ไม่ต้องผิดหวังทีหลัง’
“คุณแม่ แสนยักมาแล้วค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งเข้ามาเกาะที่วางแขนของเก้าอี้ที่พรรษานั่งอยู่
“ยังไม่สวัสดีเลยจ๊ะ”
เด็กหญิงปล่อยมือแล้วไหว้มารดาและน้าชาย พรรษาลุกขึ้นอุ้มลูกสาวพร้อมทั้งจูบแก้มด้านซ้ายและขวา
“กลิ่นเด็กอาบน้ำใหม่หอมจังเลย”
“มาๆ น้าเผ่าขอหอมด้วยคน” เผ่าพงษ์เข้าไปอุ้มหลานสาวต่อ
“กลับบ้านกันเถอะ อาหารทำไว้พร้อมแล้ว” แทนพงษ์ที่เป็คนพาแสนรักมาตามน้องสองคนกลับบ้านยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง
*********************

