บทที่ 11 คุณชายฮุ่ยเจิน
“ไป๋เซ่อเ้าดูสิร้านขายผักร้านนี้ดูจะใหญ่ที่สุดในตลาดเลยก็ว่าได้”
"นั้นสิเ้าคะ หากคุณหนูปลูกผักขายเข้าไปถามดูราคาดูมั้ยเ้าคะ เผื่อผักที่คุณหนูปลูกเติบใหญ่จะได้นำมาขาย"
"นั้นสิงั้นเราเข้าไปถามกันเถิด " เสี่ยวลี่เหมยเดินย่างเท้าเข้ามาในร้านขายผักไม่ว่าจะมองไปทางใดก็มีทุกอย่างราวกับว่าที่นี่คือที่รับซื้อผักจากชาวบ้านมาวางขายอีกที
"คุณหนูหาสิ่งใดหรือขอรับ" เฒ่าแก่ร้านขายเมล็ดพันธุ์ผู้เดิมก็เดินเข้ามาหาเสี่ยวลี่เหมยอีกรอบ
"เอ๊ะ ! นี่เฒ่าแก่ร้านเมื่อครู่มิใช่หรือ? "
"อ้อ นี่ก็คืออีกร้านของข้าขอรับผู้คนแถวนี้รู้จักกันดี คุณหนูคงไม่ใช่คนแถวนี้ใช่หรือไม่ขอรับ" เสี่ยวลี่เหมยกวาดตามองอีกรอบก็พบว่าร้านทั้งสองร้านอยู่ติดกันแถมยังมีทางเข้าออกเชื่อมกันอีกด้วย
"ใช่แล้วเฒ่าแก่ คุณหนูของข้าเดินทางมาจากที่อื่น จะมาอยู่ที่นี่สักระยะจะมาปลูกผักไม่ทราบว่าที่ร้านเฒ่าแก่นอกจะขายผักแล้วท่านรับซื้อผักจากชาวบ้านด้วยหรือไม่เ้าคะ" ไป๋เซ่อได้เอ่ยถามเฒ่าแก่เพราะนางเป็คนช่างพูดช่างจาเป็ที่ชอบใจของเสี่ยวลี่เหมยยิ่งนัก
"แน่นอนอยู่แล้ว ร้านของข้าทั้งขายและรับซื้อขอรับหากผักของคุณหนูโตพอจนเก็บผลผลิตสามารถมาขายให้ข้าได้เสมอ "
"ขอบใจเฒ่าแก่มาก เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน" เสี่ยวลี่เหมยขอบคุณเฒ่าแก่พร้อมเดินออกมาจากร้าน
"คุณหนูเห็นมั้ยเ้าคะ ข้าว่าเฒ่าแก่ผู้นี้คงจะร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านแล้ว ถ้ามีบุตรชายน่าจะดี"
"มีบุตรชายแล้วดีอย่างไรหรือ"
"ก็คุณหนูจะมาอยู่ที่นี่ในภายภาคหน้าข้าเองก็หวังให้คุณหนูออกเรือนนะเ้าคะ"
"เ้าพูดอะไรไม่รู้เื่ ไปหาของอร่อยกินก่อนกลับดีกว่าปานนี้ท่านอากับลี่อินคงไปรอที่ทางเข้าตลาดแล้ว"
เสี่ยวลี่เหมยที่เดินไปด้านหน้าแล้วหันกลับมาบอกไป๋เซ่อไม่ทันระวังทำให้เดินชนเข้ากับสิ่งของด้านหน้าหัวใจของนางหล่นวูบใจหายคิดว่าตนเองต้องได้รับาเ็เป็แน่
"ว๊ายย!! " เสียงร้องใของเสี่ยวลี่เหมยดังขึ้น
" คุณหนูระวังเ้าค่ะ" ไป๋เซ่อเดินตามมาติด ๆ แต่ทว่ามิอาจจะคว้าตัวของคุณหนูได้ ทันใดนั้นเองเมื่อร่างของเสี่ยวลี่เหมยกำลังจะล้มลงนางหลับตารับความเจ็บและอับอายกลับมีแขนแกร่งโอบกอดนางเอาไว้ในอ้อมกอดไว้ทัน
"แม่นางเป็เช่นไรบ้าง าเ็ตรงไหนหรือไม่" น้ำเสียงนุ่มนวลอบอุ่นเอ่ยถามเสี่ยวลี่เหมยที่ยังหลับตาอยู่ นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาดูพบเทพบุตรใบหน้าเกลี้ยงเกลางดงามยิ่งกว่าสตรีอีกด้วยซ้ำ ทำให้เสี่ยวลี่เหมยมองตาค้างไม่กระพริบ
"แม่นางได้ยินที่ข้าเอ่ยถามหรือไม่ หรือบางเจ็บหนักจนเอ่ยวาจาไม่ออก" ใบหน้ากังวลของบุรุษที่อยู่ตรงหน้าพร้อมเสียงเรียกของสาวใช้ทำให้เสี่ยวลี่เหมยมีสติขึ้นมา
"คุณหนูคงต้องใจน่าดูสินะเ้าคะ คุณหนูคุณหนูตั้งสติสิเ้าคะ"
"เอ่อออ... ข้าไม่เป็อะไร" เสี่ยวลี่เหมยตั้งสติลุกขึ้นออกจากอ้อมกอดของชายที่อยู่ตรงหน้าอย่างเขินอาย
"ขอบคุณคุณชายนะเ้าคะที่ช่วยข้าไว้" สายตาของเขาที่มองดูนางราวกับสนใจไม่น้อย
"แค่แม่นางไม่รับาเ็แค่นี้ข้าก็เบาใจแล้วมิต้องขอบคุณอันใดข้าหรอกนะขอรับ ว่าแต่คุณหนูเป็บุตรสาวของเรือนใดเหตุใดข้าไม่เคยพบคุณหนูสักครา"เขายืนจ้องสำรวจนางก่อนจะเอ่ยถาม
"ข้ามีนามว่า 'ลู่เพ่ย' เป็หลานของท่านอาซีเหนี่ยวจะมาอยู่ที่นี่สักพักเ้าค่ะ" เสี่ยวลี่เหมยแนะนำตัวเองให้เขาได้รับรู้ เขายิ้มมุมปากพร้อมแนะนำตนเองเช่นกัน
"คงเป็ลิขิต์มิเช่นนั้นก็เป็โชคชะตาที่ทำให้ข้าได้พบคุณหนูแสนงดงามเช่นนี้ ข้านามว่าฮุ่ยเจินขอรับ " ฮุ่ยเจินแสดงท่าทีเป็มิตรกับเสี่ยวลี่เหมย นางเองก็คิดว่าการอยู่ที่นี่หากไม่รู้จักผู้ใดเลยก็คงไม่ดี หากสนิทสนมกับชายผู้นี้ไม่แน่วันข้างหน้าเขาอาจจะให้คำแนะนำนางได้
"ยินดีที่ได้รู้จักนะเ้าคะ ต้องขอบคุณอีกครั้งที่คุณชายฮุ่ยเจินที่ช่วยข้าไว้เมื่อครู่ หากพบกันคราวหน้าข้าขอเลี้ยงน้ำชาท่านนะเ้าคะ "
"ต้องได้พบเจอกันอยู่แล้วขอรับ ข้าเองก็จะรอวันที่จะพบคุณหนูลู่เพ่ยอีกครั้งนะขอรับ" เสี่ยวลี่เหมยร่ำลาก่อนจะเดินจากออกมาเพื่อไปหาท่านอากับลี่อิน ส่วนไป๋เซ่อหลังจากพบคุณชายฮุ่ยเจินก็เอาแต่ยิ้มเล็กยิ้มน้อยไม่หยุด
"คุณหนูเ้าคะ คุณหนูว่าคุณชายเมื่อครู่เป็เช่นไรบ้างเ้าคะ ข้าว่าใบหน้าน้ำเสียงนิสัยดีกว่าท่านจวิ้นอ๋องเจียวหั่วเป็ไหนๆ ข้าดูออกว่าคุณชายเมื่อครู่สนใจคุณหนูของข้ามิน้อย คุณหนูไม่เปลี่ยนใจอยากออกเรือนหรือเ้าคะ "
"นี่ไป๋เซ่อหากเ้ายังไม่หยุดพูดเื่นี้ข้าจะไม่พาเ้าไปไหนมาไหนด้วยแล้ว ไม่ว่าจะเป็จวิ้นอ๋องหรือคุณชายเมื่อครู่ข้าก็ไม่ออกเรือนกับผู้ใดทั้งนั้น เพราะข้าจะร่ำรวยและอยู่ผู้เดียวจนแก่เฒ่าอย่างไรล่ะ" แม้จะถูกชะตากับคุณชายเมื่อครู่แต่ทว่าความเจ็บเมื่อครั้งก่อนตอกย้ำให้เสี่ยวลี่เหมยไม่อยากสนใจ สิ่งเดียวที่นางต้องสนใจทำต่อจากนี้คือการปลูกผักให้ขึ้นและได้ผลผลิตดีต่างหาก
"ก็ได้เ้าค่ะ ต่อจากนี้ข้าจะไม่เอ่ยถึงเื่นี้อีกแล้ว"ไป๋เซ่อใบหน้าสลดก้มหน้าตอบพร้อมเดินตามเสี่ยวลี่เหมยไปหาท่านอา
จวนจวิ้นอ๋อง
ั้แ่เขากลับมาก็รีบมาสะสางงานที่ค้างไว้เพื่อจะไปพิชิตใจของลู่เพ่ยให้กลับมาชอบเขาเหมือนเดิม ั้แ่ที่เจอนางครั้งแรกนางมักวิ่งเข้าหาเสมอแต่ทว่าตอนนี้นางกลับหลีกหนีไม่สนใจเขาเหมือนเมื่อก่อนทำให้เขารู้สึกเหมือนมีอะไรขาดหายอย่างบอกไม่ถูก แถมยิ่งตอนนี้ลู่เพ่ยงดงามไม่ว่าจะเป็ใบหน้าหรือรูปร่างทำให้บุรุษมากมายมาชอบนางมากกว่าเดิมยิ่งทำให้เขาไม่อยากจะให้นางหลุดมือตกไปเป็ของผู้ใด
รุ่งเช้าท่านอ๋องให้บ่าวจัดเตรียมรถม้าเพื่อออกเดินทางไปที่เขาตามที่ใต้เท้าลู่ไป๋เหวินบอก แต่แล้วก็เกิดเื่ที่ทำให้เขาไม่ได้เดินทางเพราะทหารที่มาจากวังหลวงนำพระราชโองการมามอบให้แก่เขา นั้นก็คือคำสั่งของฝ่าาให้เขาเข้าไปช่วยเหลืองานลับที่วังหลวงโดยด่วนหากขัดคำสั่งจะถือว่าขัดราชโองการ ทำให้เขามิอาจจะขัดได้ จึงเปลี่ยนเส้นทางจากไปหาลู่เพ่ยกลายเป็เข้าวังหลวงแทน