หลังจากเวลาผ่านไปไม่นานอาหารบนโต๊ะหมดด้วยความรวดเร็ว เฟิงฉินมองสภาพอาหารที่ไม่เหลือแม้แต่ซากสตรีตรงหน้าของเขาก็กวาดล้างมันไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว
"เอิ๊ก.."
เฟิงฉินมองด้วยสีหน้าเย็นเขาเริ่มจะไม่ทนกับพฤติกรรมอันเป็เหตุให้ต้องหัวเสียตรงหน้าเสียแล้ว ใบหน้าเงียบขรึมขึ้นมาทันทีคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันสายตาจ้องมองไปยังสตรีตรงหน้าที่นอนเอนกายอยู่บนเก้าอี้
อาการเสียวสันหลังวาบสายตาของบุรุษตรงหน้าเค่อฉิงส่งสายตาดุเข้ามาหาเธอ
"แหะ..แหะ.."
ก็เธอหิ้วมากนี่ มือบางได้แต่เกาท้ายทอยแก้เขินไป ด้วยความหิวทำให้ลืมไปว่าบุรุษตรงหน้ามีตัวตนอยู่ด้วย
"เ้าจะไม่ถามชื่อข้าหน่อยหรือ?"
บุรุษร่างสูงลุกขึ้นแถมกำลังเดินมาหาเค่อฉิงไม่ทันให้ได้กล่าวจบ
"ตึง!"
มือหนากระแทกโต๊ะเสียงดังจนทหารที่อยู่ด้านนอกต่างสะดุ้งด้วยความใแม้แต่ร่างบางก็เช่นกันตอนนี้ตัวของเค่อฉิงแทบจะหดจนเหลือเท่ามดแล้ว
"หมับ!" มือของเฟิงฉินคว้าข้อมือบางพร้อมดึงสตรีตรงหน้า ให้ลุกขึ้นจนใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่มากนัก สามารถััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ เค่อฉิงไม่ได้กล่าวอะไรออกมาข้อมือบางพยายามบิดให้หลุดจากพันธนาการ แต่เฟิงฉินเพิ่มแรงบีบจนเธอถึงกับแสดงสีหน้าเ็ปออกมาเล็กน้อย
"อย่าได้ใจให้มากนัก..ข้าสามารถฆ่าเ้าตอนไหนเมื่อไหร่ก็ได้!" เฟิงฉินกล่าวขู่ออกมาเขาเริ่มจะไม่สบอารมณ์กับสตรีตรงหน้าเสียแล้ว
ใบหน้าเค่อฉิงก้มหลบตาบุรุษตรงหน้าด้วยความกลัว แต่ปลายคางกลับถูกมือหนาบังคับให้มาสบตาบุรุษร่างหมีอีกรอบ
"อย่าริอาจหลบตาข้า!"
เฟิงฉินกล่าวออกมาเสียงดัง มือหนาจะปลดพันธนาการจากข้อมือบาง ก่อนจะดึงร่างเข้ามาแนบอกแกร่ง
"ตึกตัก..ตึกตัก.."
เสียงหัวใจของเค่อฉิงเต้นเร็วปานกลองชุด ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตของบุรุษผู้นี้แทบจะกลบตัวนางได้เลย
"ข้ามีนามว่าเฟิงฉิน"
กล่าวจบเฟิงฉินผละออกจากร่างบางที่แนบชิดอยู่ ก่อนจะเดินออกไปไม่ได้สนใจอะไรกับสตรีที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลัง หัวใจที่เต้นระรัวเหมือนกลองชุดจนเค่อฉิงถึงกับเอามือกุมหน้าอกข้างซ้าย เธอใและตื่นตูมเป็อย่างมากนึกว่าบุรุษผู้นี้จะฆ่านางเสียแล้ว
"เกือบไปแล้ว"
เค่อฉิงนั่งลงพร้อมถอนหายใจก่อนสายจะมองลงไปยังเสื้อผ้าของเธอมือบางสดุ้งเอามือกอดหน้าอกด้วยความใ ทำไมเสื้อผ้าชั้นนอกมันหายไปหรือว่าเมื่อตอนที่สลบเธอถูกบุรุษตรงหน้าลวนลาม
"บุรุษลามก..ชิ" เค่อฉิงนึงไม่พอใจแต่ตัวเธอเองก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก
ตัดมาทางด้านเฟิงฉินที่ก้าวเดินมาด้านนอกตอนนี้ร่างกายของเขาร้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเมื่อัักับร่างกายอ่อนนุ่มเมื่อครู่กลิ่นหอมอ่อนๆของนางทำให้เขาถึงกับหัวใจเต้นไม่เป็จังหวะมันเป็ครั้งแรกที่เขาเป็เช่นนี้
"เ้าทำให้ข้าเป็เช่นนี้ได้อย่างไรกัน"
เฟิงฉินต้องหาคำตอบกับสตรีข้างในหากเป็เช่นนี้ต่อไปคงต้องจัดการสังหารนางทิ้ง ตัวเขาจะได้ไม่ต้องเป็เช่นนี้
เค่อฉิงที่ไม่รู้จะทำอะไรเธอเดินออกมาตำหนักผ่านทหารยามมากมายร่างบางเดินสำรวจอย่างสนองสนใจบริเวณโดยรอบ เหล่าทหารยามต่างมิได้สนใจอะไรนางมากนักพวกเขาต่างรู้ดีว่าสตรีในชุดบุรุษนางนี้เป็คนของท่านแม่ทัพการที่นางออกมาเพ่นพ่านไม่ใช้เื่แปลกอะไร
จนในที่สุดเธอก็เดินมาจนถึงส่วนหนึ่งของจวนมันคือตำหนักบริเวณริมสระใน่กลางคืนที่มีเพียงแสงคบเพลิงที่ให้ความสว่างเท่านั้น
"แม่นางมาทำอันใดที่นี่หรือ?"
เค่อฉิงหันไปตามเสียงก็พบกับบุรุษร่างสูงใหญ่สง่างามใบหน้าหล่อเหลามิต่างกับบุรุษร่างหมีเลยแม้แต่น้อย
"ท่านคือคนที่ตามหลังขี่ม้าเ้าหมีนิ?"
ฉินหลงเมื่อได้ยืนถึงกับเลิกคิ้วกับคำเปรียบเปรยท่านแม่ทัพกับหมี บุรุษร่างหมีอย่างงั้นหรือเขานึกขบขัน
"เ้านี่ใจกล้าดีเสียจริงเอาท่านแม่ทัพไปเปรียบกับหมีได้อย่างไร"
แต่ฉินหลงมิได้กล่าวดุสตรีตรงหน้าเลยแม้แต่น้อยแต่กลับชอบคำพูดของนางเสียอีก
"ข้ามีนามว่าฉินหลง...แล้วแม่นางมีนามว่าอันใด?" ฉินหลงยิ้มอย่างเป็มิตร
"เค่อฉิง..แล้วท่านมาทำอะไรที่นี่หรือ?"
"ข้าแค่มาเดินเล่นรับลมเท่านั้น..แล้วแม่นางเค่อฉิงเล่า?"
"ข้าก็เหมือนท่านนั่นแหละ" เค่อฉิงกับฉินหลงคุยด้วยกันอย่างถูกคอสองร่างนั่งสนทนาอยู่บริเวณศาลาริมสระน้ำใบหน้างามยิ้มออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ
ฉินหลงนึกออกแล้วว่าทำไมท่านแม่ทัพถึงเลี้ยงเชลยสตรีนี้เอาไว้ อาจจะเป็เพราะด้วยความเป็มิตรและความสดใสที่หาได้ยาก ต่างจากสตรีโดยทั่วไปที่มักจะเสแสร้งมีมารยาอยู่เสมอ
แต่การสนทนาก็ยังดำเนินไปเรื่อยๆจนหารู้ไม่ว่าการสนทนาของทั้งสองกำลังถูกบุรุษใบหน้าเ็ายืนมอง แต่สายของเขากลับจ้องไปทางกริยาที่แสดงออกของสตรีนางนี้มากกว่า
"มารยาเสแสร้งเสียจริง"
เฟิงฉินคิดในใจตอนอยู่กับเขาตัวสั่นงกๆพอมาอยู่กับคนของเขายิ้มหวานจนออกนอกหน้า สายตาจ้องเขม็งคิ้วขมวดเข้าหากันใบหน้าเรียบเฉยยังคงยืนมองอยู่อย่างเงียบๆในหัวคิดเพียงแค่ว่าควรจัดการอย่างไรกับสตรีที่เสแสร้งเก่งเช่นนี้
เค่อฉิงและฉินหลงคุยกันอย่างสนุกจนคนทั้งสองไม่รู้เลยว่าบุรุษผู้เ็ากำลังยืนมองพวกเขาทั้งสองอยู่...
จบตอน...